- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 404 การสอบวิทยานิพนธ์
บทที่ 404 การสอบวิทยานิพนธ์
บทที่ 404 การสอบวิทยานิพนธ์
บทที่ 404 การสอบวิทยานิพนธ์
การสอบวิทยานิพนธ์ของคณะฟิสิกส์และคณะวิศวกรรมเครื่องกลถูกจัดขึ้นในวันเดียวกัน
เช้าวันนั้น เจียงชิ่น และ ฟู่เส้าตั๋ว ตื่นแต่เช้าตรู่ ต่างคนต่างถือเล่มวิทยานิพนธ์ที่เย็บเล่มไว้อย่างเรียบร้อยมุ่งหน้าไปยังห้องสอบของตนเอง ห้องสอบของทั้งคู่อยู่แยกกันตามคณะ เมื่อเดินมาถึงจุดกึ่งกลางระหว่างตึกเรียน ทั้งสองจึงต้องแยกทางกันไปทำหน้าที่ของตน
ในจังหวะที่เจียงชิ่นกำลังจะเดินแยกไป ฟู่เส้าตั๋วก็คว้ามือเธอไว้แน่น พลางส่งยิ้มให้ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจ "สู้ ๆ นะครับ ขอให้ทุกอย่างราบรื่น"
เจียงชิ่นคลี่ยิ้มกว้างตอบกลับ "คุณก็เหมือนกันนะ สู้ ๆ ค่ะ"
ที่หน้าห้องสอบของคณะฟิสิกส์ มีนักศึกษาจำนวนมากมายืนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อวานนี้มีการจัดลำดับคิวไว้ล่วงหน้า โดยแบ่งเป็นรอบเช้าและรอบบ่าย แต่ถึงอย่างนั้น นักศึกษาบางคนที่ติดคิวสอบรอบบ่ายก็ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งแต่เช้า
พวกเขารู้สึกตื่นเต้นและกดดันจนนั่งไม่ติดที่ จึงอยากจะมาวนเวียนอยู่หน้าห้องสอบเพื่อคอยสืบข่าวว่าบรรยากาศข้างในเป็นอย่างไร กรรมการเข้มงวดแค่ไหน เผื่อจะได้เตรียมตัวรับมือได้ทันในรอบของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ จำนวนนักศึกษาที่อออยู่หน้าห้องจึงดูหนาตาเกินกว่าจำนวนคนที่มีคิวสอบจริง ๆ ไปมาก
ทันทีที่เจียงชิ่นปรากฏตัว เสียงซุบซิบที่เคยดังเซ็งแซ่ก็เงียบลงทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว หลายคนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็แอบเป็นห่วงแทนว่าคนที่หายหน้าหายตาไปทั้งเทอมอย่างเธอจะเอาตัวรอดจากการสอบครั้งนี้ไปได้อย่างไร แต่ก็ยังมีคนส่วนน้อยที่ยืนกอดอกรอดูเรื่องสนุก โดยหวังลึก ๆ ว่าจะได้เห็นอัจฉริยะคนนี้ตกม้าตาย
เจียงชิ่นเดินนวยนาดไปยังมุมด้านในสุดของโถงทางเดิน เธอเลือกที่ยืนพิงกำแพงอย่างสงบสงบ ก่อนจะหยิบวิทยานิพนธ์ของตัวเองขึ้นมาเปิดอ่านทบทวนทีละหน้าอย่างใจเย็น โดยไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยหรือประสงค์ร้ายเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย
ท่าทางที่ดูเรียบเฉยและมั่นใจเกินเหตุของเธอ ไปสะกิดต่อมไม่พอใจของนักศึกษาบางคนที่หมั่นไส้เธออยู่เป็นทุนเดิม
พวกรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นบางคนกำลังกังวลจนแทบจะกินไม่ได้นอนหลับ เพราะกลัวจะสอบไม่ผ่าน แต่พอเห็นเจียงชิ่นที่แทบไม่เคยโผล่หน้ามาเรียนแต่กลับมานั่งทำหน้าเหนือโลกแบบนี้ พวกเขาก็อดที่จะรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้
ทำไมยัยนี่ถึงดูชิลได้ขนาดนี้กันนะ ?
นักศึกษากลุ่มนั้นสุมหัวซุบซิบกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งตัวแทนที่ชื่อว่าเจ้าหยาง ให้เดินเข้าไปทักทายลองเชิงเจียงชิ่น
"สหายเจียง วิทยานิพนธ์ของเธอทำเรื่องอะไรเหรอ ? ขอดูหน่อยได้ไหม ? " เจ้าหยางถามด้วยท่าทีหน้าหนา
เจียงชิ่นปรายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "ขอโทษด้วยนะคะ วิทยานิพนธ์เล่มนี้ฉันคงให้คุณดูไม่ได้ ถ้าคุณอยากหาข้อมูลอ้างอิงหรือแนวทาง ลองไปขอดูจากเพื่อนคนอื่นดูนะคะ"
สาเหตุก็เพราะเนื้อหาในวิทยานิพนธ์ของเธอมันเกี่ยวข้องกับโครงการลับสุดยอดของชาติ นอกเหนือจากศาสตราจารย์ที่เป็นคณะกรรมการสอบซึ่งผ่านการตรวจสอบประวัติมาอย่างดีแล้ว คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เด็ดขาด
ทว่าเจ้าหยางกลับเข้าใจเจตนาของเจียงชิ่นผิดไปถนัด เขาคิดว่าเธอหยิ่งยโสและดูถูกว่าเขาไม่มีระดับพอจะอ่านงานของเธอ ใบหน้าของเขาจึงเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีและเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก
"จะหยิ่งไปถึงไหนกันฮะ ? ! ก็แค่รายงานจบเล่มเดียว มีอะไรต้องปิดบังนักหนา อีกเดี๋ยวก็จะเข้าห้องสอบอยู่แล้ว เธอคิดว่าฉันจะก๊อปงานเธอหรือไง ? ตลกสิ้นดี ! "
เดิมทีเจียงชิ่นก็ยังวางตัวสุภาพตามมารยาท แต่พอเห็นเจ้าหยางเริ่มแสดงกิริยาถ่อยสถุลออกมา แววตาที่เรียบเฉยของเธอก็พลันฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาทันที
"ลำพังแค่คุณ... ไม่มีคุณสมบัติพอจะอ่านวิทยานิพนธ์ของฉันหรอกค่ะ"
เธอตอบกลับนิ่ง ๆ ก่อนจะละสายตาออกไป ราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่คู่ควรกับการเสียเวลาเสวนาด้วย
"เธอ...! เมื่อกี้เธอว่าใครไม่มีคุณสมบัติฮะ ? ! "
คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ โทสะของเจ้าหยางพุ่งปรี๊ดจนหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่ลำคอปูดโปนออกมาอย่างน่ากลัว
เจียงชิ่นไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป แต่ในตอนนี้บรรดานักศึกษาคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบโถงทางเดินต่างก็หันมามองเหตุการณ์นี้เป็นตาเดียว ทำให้เจ้าหยางรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางที่สาธารณะจนอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด
"พูดให้มันชัด ๆ นะ ไม่อย่างนั้นวันนี้อย่าหวังเลยว่าเธอจะได้ก้าวเท้าเข้าห้องสอบ ! " เจ้าหยางขู่ตะคอกด้วยความโมโหจนขาดสติ
"เจ้าหยาง... เมื่อกี้คุณบอกว่าจะไม่ให้ใครเข้าห้องสอบนะ ? "
จู่ ๆ เสียงทุ้มเข้มของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา ท่ามกลางโถงทางเดินที่เคยส่งเสียงเซ็งแซ่กลับเงียบสงัดลงในพริบตา
เจ้าหยางหันไปมองตามเสียง และในวินาทีต่อมาเขาก็ต้องหน้าถอดสี ขาแข้งเริ่มสั่นพั่บ ๆ เขาถอยหลังกรูดตามสัญชาตญาณจนหลังไปกระแทกเข้ากับกำแพงดังปึ้ก
คนที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าคือ อธิการบดีหนิง ท่านสวมชุดจงซานดูภูมิฐาน มือทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลัง แววตาที่มองตรงไปยังเจ้าหยางนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน
ในมหาวิทยาลัยปักกิ่งแห่งนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักใบหน้าของอธิการบดีหนิง ทุกคนต่างตกตะลึงที่เห็นท่านให้เกียรติมาปรากฏตัวในการสอบของคณะฟิสิกส์ ทุกคนต่างยืนนิ่งเงียบกริบแทบไม่กล้าหายใจ
อธิการบดีหนิงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเจ้าหยาง สีหน้าของท่านดูเคร่งเครียดและจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ
"นักศึกษาเจ้าหยาง ฉันว่าคนที่ควรจะพูดให้ชัดเจนคือคุณนะ ตอบฉันมาสิ ทำไมคุณถึงใช้กิริยาและคำพูดแบบนั้นกับสหายเจียง ? "
เจ้าหยางยังคงงุนงงว่าทำไมอธิการบดีถึงมาอยู่ตรงนี้ และทำท่าเหมือนจะออกรับแทนเจียงชิ่นอีกด้วย ด้วยความโกรธที่ยังไม่มอดดับ เขาจึงหลุดความยโสต่อหน้าอธิการบดี เชิดหน้าเถียงกลับไปว่า
"ผมก็แค่ขอตรวจดูวิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่น แต่เธอกลับดูหมิ่นผม บอกว่าผมไม่มีคุณสมบัติพอ..."
"ท่านอธิการบดีคะ เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดค่ะ"
เจียงชิ่นแทรกขึ้นมา เธอไม่อยากปล่อยให้เจ้าหยางพูดกลับดำเป็นขาว จึงได้สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ตามความเป็นจริงอย่างเป็นกลางที่สุดให้ฟัง
หลังจากอธิการบดีหนิงฟังจบ ท่านก็ปรายตามองเจ้าหยางแวบหนึ่ง "สิ่งที่สหายเสี่ยวเจียงพูดมาน่ะถูกแล้วล่ะ คุณไม่มีคุณสมบัติพอจะอ่านวิทยานิพนธ์ของเธอจริง ๆ นั่นแหละ และไม่ใช่แค่คุณหรอกนะ แม้แต่ตัวฉันเอง... ก็ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเปิดดูมันได้ตามใจชอบเลย"
ประโยคเดียวของท่านอธิการบดี ทำเอาเสียงซุบซิบดังฮือขึ้นมาทั่วโถงทางเดินทันที
อะไรนะ ? ! แม้แต่อธิการบดีหนิงเองยังไม่มีคุณสมบัติพอจะดูงั้นเหรอ ?
แค่เล่มวิทยานิพนธ์จบการศึกษาของนักศึกษาคนหนึ่ง มันจะล้ำลึกไปถึงขั้นเป็นความลับทางการวิจัยระดับชาติเชียวหรือ ?
บางคนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ถึงขั้นนี้ และนั่นก็ทำให้พวกเขาตกใจจนอ้าปากค้าง
ถ้าเรื่องเป็นแบบนั้นจริง ๆ เจ้าหยางก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะไปแตะต้องงานของเจียงชิ่นจริง ๆ นั่นแหละ เจียงชิ่นไม่ได้พูดผิดเลยสักคำ
ประจวบเหมาะกับที่ประตูห้องสอบเปิดออก และมีเจ้าหน้าที่เรียกชื่อเจียงชิ่นให้เข้าไปเตรียมตัวสอบเป็นคิวถัดไป
อธิการบดีหนิงตบไหล่เจียงชิ่นเบา ๆ "สู้ ๆ นะ ไม่ต้องตื่นเต้นล่ะ ฉันมั่นใจว่าเธอผ่านแน่นอน"
เจียงชิ่นพยักหน้าพลางโบกมือลา "ขอบคุณมากค่ะท่านอธิการบดี"
ทันทีที่เจียงชิ่นก้าวเข้าห้องสอบไป สีหน้าของอธิการบดีหนิงก็กลับมาบึ้งตึงทันที ท่านออกคำสั่งเสียงเข้มให้เจ้าหยางเดินตามท่านไปที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้
"ท่านอธิการบดีครับ อีกเดี๋ยวผมมีคิวต้องสอบแล้วครับ" เจ้าหยางตอบเสียงอ่อย
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือสายตาตำหนิจากท่านอธิการบดี "นึกว่าฉันไม่รู้หรือไง รายชื่อลำดับคิวสอบก็ติดประกาศไว้อยู่ข้างนอกนั่น คิวของคุณน่ะมันช่วงบ่ายโน่น ! "
เจ้าหยาง: "..."
สุดท้ายเจ้าหยางก็ไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงเดินคอตกตามอธิการบดีหนิงไปยังห้องทำงานแต่โดยดี
หลังจากทั้งคู่จากไป นักศึกษาในโถงทางเดินก็ระเบิดวงสนทนาขึ้นทันที ทุกคนต่างสงสัยว่าเจียงชิ่นมีความสัมพันธ์แบบไหนกับอธิการบดีหนิงกันแน่ ทำไมถึงดูสนิทสนมและให้เกียรติกันขนาดนั้น และที่สำคัญที่สุดคือ วิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่นมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่ ถึงได้ดูลึกลับซับซ้อนขนาดนี้
ในขณะที่ข้างนอกกำลังคึกคัก บรรยากาศภายในห้องสอบกลับเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มหล่น
ในตอนนี้ เจียงชิ่นยืนอยู่บนโพเดียมหน้าห้อง เธอเพิ่งจะนำเสนอเนื้อหาในวิทยานิพนธ์ของตัวเองจบลง
ตามขั้นตอนปกติ ลำดับต่อไปควรจะเป็นช่วงเวลาของการซักถาม โดยศาสตราจารย์ทั้ง 8 ท่านที่นั่งเป็นคณะกรรมการจะต้องเป็นผู้ยิงคำถาม
ทว่าเจียงชิ่นยืนรออยู่นาน กลับไม่มีศาสตราจารย์ท่านใดเอ่ยปากออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
ไม่ใช่ว่าท่านทั้งหลายไม่อยากจะถามหรอกนะ แต่เป็นเพราะในตอนนี้... พวกท่านทึ่งจนพูดไม่ออกต่างหาก
ก่อนที่จะเริ่มการสอบในวันนี้ บรรดาศาสตราจารย์ต่างก็พากันแปลกใจว่าทำไมปีนี้เกณฑ์การคัดเลือกและตรวจสอบถึงเข้มงวดกว่าปีที่ผ่าน ๆ มามหาศาลนัก
ถึงขั้นที่มีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งถูกคัดชื่อออกจากการเป็นกรรมการสอบ เพียงเพราะคุณสมบัติเบื้องต้นไม่ผ่านเกณฑ์การรักษาความลับ จนกระทั่งพวกท่านได้เห็นเนื้อหาในวิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่นนี่แหละ ถึงได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าเพราะเหตุใด
เมื่อเทียบกับโครงสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันของจริงแล้ว เนื้อหาในวิทยานิพนธ์ของเจียงชิ่นอาจจะดูเรียบง่ายกว่ามาก เหตุผลประการแรกคือ งานจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหาที่ซับซ้อนลึกซึ้งเกินไป เพียงเท่านี้ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบเกินมาตรฐานไปมากแล้ว
และเหตุผลประการที่สองคือ เพื่อรักษาความลับทางราชการ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกไปมากกว่านี้ได้ ระดับที่เจียงชิ่นเขียนออกมาจึงเรียกได้ว่า "พอเหมาะพอเจาะ" ที่สุด
แต่ถึงจะบอกว่าเรียบง่ายกว่าของจริง... เนื้อหาเหล่านั้นก็ยังสร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าศาสตราจารย์จนแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจออยู่ดี !