เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 403 เจียงชิ่นกำราบลูกค้าจอมอาละวาด

บทที่ 403 เจียงชิ่นกำราบลูกค้าจอมอาละวาด

บทที่ 403 เจียงชิ่นกำราบลูกค้าจอมอาละวาด


บทที่ 403 เจียงชิ่นกำราบลูกค้าจอมอาละวาด

ลูกค้าหญิงคนนั้นพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อสะบัดมือของเจียงชิ่นออก

ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ หญิงสาวที่ดูรูปร่างเพรียวบางคนนี้กลับมีเรี่ยวแรงมหาศาลอย่างเหลือเชื่อ เธอพยายามดิ้นอยู่นานก็ยังไม่สามารถหลุดจากการเกาะกุมได้

เจียงชิ่นบีบข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะกระชากเสื้อทั้งสองชุดนั้นออกมาจากมือของอีกฝ่าย

"คุณจะมาแย่งเสื้อฉันไปทำไม ? ! คิดจะทำลายหลักฐานเพราะไม่อยากชดใช้เงินใช่ไหม ? ฉันบอกให้นะ ลูกค้าเต็มร้านนี่แหละคือพยานของฉัน อย่าหวังว่าจะมาเนียนปฏิเสธความรับผิดชอบได้เลย ! "

ลูกค้าคนนั้นแผดเสียงตะโกน พร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ร้านด้วยสายตาข่มขู่

ในเวลานี้ธุรกิจของร้านกำลังไปได้สวย มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก และในตอนนี้สายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องมาที่เหตุการณ์วุ่นวายนี้เป็นจุดเดียว

ลูกค้าหญิงนึกว่าเจียงชิ่นจะมีความเกรงใจหรือกลัวเสียชื่อร้านบ้าง แต่ผิดคาด สีหน้าของเจียงชิ่นกลับเรียบเฉยไร้ความหวั่นไหว เธอทำเพียงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ

"คุณ... โอ๊ย ! "

ลูกค้าหญิงตั้งท่าจะอาละวาดต่อ แต่จู่ๆ เจียงชิ่นก็ปล่อยมือออกโดยไม่ให้สัญญาณล่วงหน้า ทำให้อีกฝ่ายที่ไม่ได้ตั้งตัวเสียหลักเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มก้นกระแทกพื้นดังปึ้ก

เจียงชิ่นไม่ได้ปรายตามองเธอเลยแม้แต่น้อย สมาธิของเธอจดจ่ออยู่ที่เสื้อผ้าในมือ

เธอกางส่วนที่เป็นรอยขาดออกให้เรียบ แล้วพินิจพิจารณาอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง

ด้วยทักษะการตัดเย็บที่เธอร่ำเรียนมาจากในมิติ เจียงชิ่นสามารถตัดสินได้ทันทีว่ารอยขาดนี้ไม่ได้เกิดจากคุณภาพเนื้อผ้า แต่มันถูกจงใจตัดด้วยกรรไกร

"รอยนี่คุณเป็นคนตัดเอง ทางร้านเราจะไม่ขอรับผิดชอบและไม่มีการชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ" เจียงชิ่นชูรอยขาดนั้นขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนเห็น

ลูกค้าหญิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกขึ้นจากพื้นแล้วเชิดหน้าเถียงคำไม่ตกฟาก "คุณมาหาว่าฉันตัดเอง มีหลักฐานไหม ? ! ฉันอุตส่าห์ซื้อเสื้อใหม่ไปดี ๆ ทำไมต้องมาตัดให้มันเสียของด้วย ฉันไม่ได้ว่างงานจนกินอิ่มแล้วหาเรื่องใส่ตัวนะ ! "

"คุณไม่ได้ว่างหรอกค่ะ แต่คุณน่ะมันคนใจดำ ที่ทำไปเพราะความอิจฉามันจุกอกต่างหาก"

พูดจบเจียงชิ่นก็ไม่สนใจเธออีก เธอพลิกตะเข็บเสื้อตรงมุมหนึ่งออกมา แล้วชี้ให้คนรอบข้างดูชัด ๆ

"ทุกคนดูตรงนี้นะคะ ถึงแม้จะมองด้วยตาเปล่าไม่ชัด แต่ถ้าลองเอามือลูบดูจะพบว่ายังมีเศษผงชอล์กเขียนผ้าติดอยู่ ฉันสงสัยอย่างยิ่งว่าลูกค้าคนนี้ซื้อเสื้อจากร้านเราไปเพื่อเอาไปลอกแบบทำแพทเทิร์น เพราะต้องการจะก๊อปปี้ดีไซน์ร้านเราไปขาย แค่ก๊อปปี้ยังไม่พอ หลังจากลอกแบบเสร็จ เธอยังคิดจะเอามาคืนเงิน แถมยังจงใจตัดเสื้อให้เสียหายเพื่อสร้างข่าวลือว่าเสื้อผ้าร้านเราคุณภาพต่ำ หวังจะทำลายชื่อเสียงร้านเราให้ย่อยยับ..."

เมื่อถูกจี้ใจดำ ลูกค้าหญิงก็เกิดอาการลนลานจนฟิวส์ขาด เธอพุ่งเข้าใส่เจียงชิ่นพยายามจะแย่งเสื้อคืนไป

"ถุย ! แกมันคนปากไม่มีหูรูด มาปรักปรำคนอื่นส่งเดช ! ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเสื้อผ้าร้านแกมันห่วยเอง ไม่ยอมรับผิดแล้วยังมาสาดโคลนใส่ฉันอีก บอกเลยนะว่าฝันไปเถอะ ! "

ลูกค้าคนนั้นเตี้ยกว่าเจียงชิ่นประมาณครึ่งหัว เจียงชิ่นจึงชูเสื้อขึ้นสุดแขน ต่อให้อีกฝ่ายจะเขย่งเท้าจนสุดตัวยังไงก็เอื้อมไม่ถึง

บรรดาลูกค้าในร้านต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนดี แต่ส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเอนเอียงไปทางเจียงชิ่น เพราะหลายคนเป็นลูกค้าประจำที่ซื้อของที่นี่มาตลอด และไม่เคยเจอปัญหาเรื่องคุณภาพสินค้าเลยสักครั้ง

"กัวเย่ว์ ส่งคนไปแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้ค่ะ วันนี้เรื่องนี้ต้องให้คุณตำรวจเป็นคนจัดการเท่านั้น" เจียงชิ่นสั่งเสียงเฉียบ

กัวเย่ว์พยักหน้าทันควัน สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดอยู่ถัดไปเพียงแค่ช่วงถนนเดียวเท่านั้น เธอรีบวิ่งหน้าตั้งออกไปทันที

พอได้ยินว่าเจียงชิ่นจะตามตำรวจมาจริง ๆ ใบหน้าของลูกค้าหญิงก็พลันซีดเผือดลงทันที เธอทิ้งเสื้อไว้ตรงนั้นแล้วตั้งท่าจะโกยแนบหนีออกไปจากร้าน

มีหรือที่เจียงชิ่นจะปล่อยให้หนีไปง่าย ๆ เธอส่งสัญญาณทางสายตาให้พนักงานคนอื่น ๆ ซึ่งทุกคนก็รับลูกทันทีด้วยการเดินเข้าไปยืนล้อมผู้หญิงคนนั้นไว้ไม่ให้หนี

"ปล่อยฉันนะ ! เสื้อนี่ฉันไม่เอาเงินคืนแล้วก็ได้ ถือว่าซวยไปเอง พอใจหรือยัง ? ! "

ลูกค้าคนนั้นเริ่มลนลาน พยายามจะมุดหนีออกไปเหมือนแมลงวันที่บินชนกระจก

ถึงตอนนี้ ลูกค้าคนอื่น ๆ ในร้านก็เริ่มตาสว่างกันหมดแล้ว ถ้าไม่มีความผิดจริง ๆ ทำไมพอได้ยินว่าจะแจ้งตำรวจถึงต้องรีบหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้ล่ะ ชัดเจนว่าต้องมีเงื่อนงำแน่นอน !

ความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนพุ่งปรี๊ด ไม่มีใครยอมเดินออกจากร้านเลยสักคน ต่างพากันชะเง้อคอมองรอดูเรื่องสนุก ๆ นี้อย่างใจจดใจจ่อ

ผ่านไปไม่นาน กัวเย่ว์ก็นำตำรวจหนุ่มสาวสองนายเข้ามาในร้าน หลังจากสอบถามเหตุการณ์และตรวจสอบรอยขาดบนเสื้อที่เจียงชิ่นถืออยู่ ตำรวจก็เชิญตัวลูกค้าหญิงคนนั้นไปที่สถานีตำรวจทันที

เธอยังคงพยายามดิ้นรนและเถียงข้าง ๆ คู ๆ ว่ารอยขาดนั้นเธอไม่ได้เป็นคนทำ

เจียงชิ่นจึงประกาศกร้าวว่าสามารถส่งเสื้อตัวนี้ไปตรวจสอบที่สถาบันตรวจสอบสิ่งทอได้ หากผลออกมาว่าเธอปรักปรำลูกค้าผิดไป เธอสัญญว่าจะชดใช้ให้เป็นสิบเท่าของราคาเสื้อ

พอได้ยินเรื่องจะส่งไปแล็บตรวจพิสูจน์ ลูกค้าหญิงคนนั้นก็ตาค้าง ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นแทบจะในทันที

เจียงชิ่นพากัวเย่ว์ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ หลังจากบันทึกถ้อยคำเสร็จ ผลการสอบสวนจากห้องข้าง ๆ ก็ออกมาพอดี

ความจริงแทบไม่ต้องใช้จิตวิทยาอะไรมากมายเลย พอเข้าไปในสถานีตำรวจ ลูกค้าหญิงคนนั้นก็ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว เธอสารภาพออกมาจนหมดเปลือกเหมือนเทถั่วออกจากกระบอก

ความจริงคือเธอเปิดร้านตัดเสื้อเป็นของตัวเอง และเน้นทำเสื้อผ้าสตรีเป็นหลัก

พอเห็นว่าเสื้อผ้าร้านของเฮ่อหยางซานขายดิบขายดีจนน่าอิจฉา เธอจึงเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้น เริ่มจากซื้อเสื้อโค้ทรุ่นฤดูใบไม้ผลิไปลอกแบบ แล้วเลือกใช้ผ้าเกรดต่ำมาตัดเย็บเลียนแบบออกมาขายในราคาถูก ซึ่งทำให้เธอขายดีถล่มทลายและโกยเงินไปไม่น้อย

ส่วนเสื้อโค้ทที่ซื้อมาเป็นแบบนั้น เธอจงใจขยี้ให้เกิดขนจนดูแย่ แล้วเอามาเนียนขอคืนเงินที่ร้าน ซึ่งคราวนั้นเธอก็ทำสำเร็จ

พอเห็นว่าทางสะดวก เมื่อร้านออกคอลเลกชันฤดูร้อนมาใหม่ เธอจึงใช้วิธีเดิมอีก ซื้อไปลอกแบบเสร็จแล้วก็จงใจตัดให้ขาดเพื่อเอามาคืนเงิน ความจริงถ้าเธอคืนในสภาพดี ๆ ก็คงไม่มีเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ แต่เป็นเพราะเธออิจฉาตาร้อนที่ร้านของเฮ่อหยางซานลูกค้าแน่นร้านอยู่ตลอดเวลา ด้วยความแค้นเคือง เธอจึงอยากใช้โอกาสนี้ทำลายความน่าเชื่อถือของร้าน

เธอคิดว่าถ้าทุกคนเชื่อว่าเสื้อผ้าร้านนี้คุณภาพห่วย ลูกค้าเหล่านั้นก็อาจจะเปลี่ยนใจไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้านของเธอแทน หลังจากฟังคำให้การทั้งหมด เจียงชิ่นไม่ได้ดูประหลาดใจนัก เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด

คุณตำรวจทราบว่าเจียงชิ่นเป็นนักศึกษาหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง จึงมีท่าทีเป็นมิตรและสุภาพกับเธอมาก ก่อนจะเดินออกมาส่งเธอที่หน้าสถานีตำรวจด้วยความยินดี

เรื่องวุ่นวายนี้จบลงด้วยดี

เจียงชิ่นมอบหมายหน้าที่จัดการเรื่องที่เหลือให้กับกัวเย่ว์ทั้งหมด เพราะเธอไม่มีเวลามาตามเรื่องต่อแล้ว เนื่องจากวันสอบจบกำลังจะมาถึง

ในเดือนกรกฎาคมอันแสนร้อนระอุ นอกจากนักศึกษาปี 4 แล้ว นักศึกษาชั้นปีอื่น ๆ ต่างก็ตั้งตารอที่จะสอบมิดเทอมเสร็จเพื่อไปปิดเทอมฤดูร้อน

มีเพียงนักศึกษาปี 4 เท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาลในการสอบวิทยานิพนธ์

ในฐานะสถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งของประเทศจีน การสอบวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวเข็ญและมาตรฐานที่สูงลิบลิ่ว ในปีที่ผ่าน ๆ มา อัตราการทดสอบไม่ผ่านพุ่งสูงถึง 20% เลยทีเดียว

สาเหตุที่อัตราสอบไม่ผ่านสูงขนาดนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะนักศึกษาเหล่านี้เป็น "นักศึกษาคนงาน-เกษตรกร-ทหาร" ที่ถูกเสนอชื่อเข้ามาเรียน ทำให้พื้นฐานทางวิชาการค่อนข้างอ่อนแอ ต่อให้มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยชี้แนะ แต่วิทยานิพนธ์หลายเล่มก็ยังเขียนออกมาได้ไม่ดีพอที่จะให้ผ่านไปได้

นักศึกษาคณะฟิสิกส์รุ่นที่จะจบการศึกษานี้ นอกจากเจียงชิ่นแล้ว ทุกคนล้วนเป็นนักศึกษาจากสายดังกล่าว

เมื่อวันสอบใกล้เข้ามา นักศึกษาหลายคนเครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องสมุดเพื่อปรับแก้รายงานของตัวเองไม่หยุด แต่เจียงชิ่นกลับดูผ่อนคลายกว่ามาก

วิทยานิพนธ์ของเธอผ่านการตรวจแก้จนเป็นฉบับสมบูรณ์มานานแล้ว เนื้อหาในวิทยานิพนธ์เล่มนี้คือเรื่องเกี่ยวกับ "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน" ซึ่งเธอมีส่วนร่วมในการก่อสร้างทุกขั้นตอน รายละเอียดทุกอย่างจึงถูกบันทึกไว้อยู่ในสมองของเธออย่างแม่นยำ เธอจึงไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าจะตอบคำถามคณะกรรมการไม่ได้หรือต้องมาติดขัดในตอนสุดท้าย

จบบทที่ บทที่ 403 เจียงชิ่นกำราบลูกค้าจอมอาละวาด

คัดลอกลิงก์แล้ว