เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 382 งานประกาศรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

บทที่ 382 งานประกาศรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

บทที่ 382 งานประกาศรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี


บทที่ 382 งานประกาศรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

"จริงสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อยน่ะ"

จวงซือเหวินจู่ ๆ ก็ทำท่าทางอึกอักขัดเขินขึ้นมากะทันหัน

แค่เห็นท่าทางแบบนั้น เจียงชิ่นก็เดาได้ทันทีว่าเรื่องที่เธอจะพูดต้องเกี่ยวกับปัญหาหัวใจชัวร์ ๆ

และก็เป็นไปตามคาด จวงซือเหวินเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะสารภาพออกมา "ตอนช่วงตรุษจีน จั๋วซีชวนฉันไปพบพ่อแม่เขาที่บ้าน แต่ฉันไม่ได้ไปน่ะ ฉันรู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเวลา แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็พูดเรื่องไปพบผู้ใหญ่อีกรอบ และฉันก็ปฏิเสธเขาไปอีก... เขาดูซึมลงไปเลยนะ เห็นแบบนั้นแล้วในใจฉันก็ว้าวุ่นไปหมดเลย"

จวงซือเหวินระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมดเปลือก

เจียงชิ่นจึงเอ่ยถาม "แล้วทำไมเธอถึงไม่ยอมไปเจอพ่อแม่จั๋วซีล่ะ ? หรือว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอสองคนยังไม่มั่นคงพอ ? "

จวงซือเหวินนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะไม่ใช่เหตุผลนั้น

เธอคบกับจั๋วซีมาได้หลายเดือนแล้ว ทุกอย่างราบรื่นและเข้ากันได้ดีมาก พวกเขาไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง แถมจั๋วซีก็เป็นคนที่มีความอดทนสูงและดูแลเอาใจใส่เธอดีมาก ๆ ด้วย

จวงซือเหวินส่ายหน้าช้า ๆ "ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ไม่มั่นคงหรอก แต่มันเป็นเพราะ..."

เธอเม้มริมฝีปากแน่นอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงออกมา "...มันเป็นเพราะตัวฉันเองนี่แหละ"

ความจริงเจียงชิ่นก็แอบคิดไว้อยู่แล้ว เธอแค่ต้องการความมั่นใจเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้จวงซือเหวินลังเลใจไม่ใช่เรื่องอื่นใดเลย แต่เป็นปมที่เธอ 'เคยผ่านการหย่าร้าง' มาก่อนนั่นเอง

"เธอพะวงว่าพ่อแม่ของจั๋วซีจะไม่ยอมรับงั้นเหรอ ? "

จวงซือเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้ายอมรับ

"จริงๆ แล้ว... ฉันเข้าใจสถานะตัวเองดีนะ ยังไงซะฉันก็เป็นผู้หญิงที่เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง..."

เจียงชิ่นรีบพูดขัดขึ้นทันที "เคยแต่งงานแล้วมันยังไงล่ะ ? พี่สามของฉันก็เพิ่งแต่งงานใหม่ไปหมาด ๆ นี่เอง พี่สะใภ้สามของฉันเป็นสาวโสดที่ไม่เคยแต่งงานมาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้ติดใจเรื่องที่พี่สามเคยหย่าเลยสักนิด ทั้งคู่รักกันจะตายไป"

จวงซือเหวินเอ่ยด้วยเสียงแผ่วลง "มันไม่เหมือนกันนะ พี่สามของเธอเป็นผู้ชาย ถึงจะเคยหย่าร้างคนเขาก็ไม่ค่อยนินทาอะไรกันหรอก แต่ฉันเป็นผู้หญิง ลับหลังไม่รู้มีคนพ่นคำพูดร้าย ๆ ใส่ฉันมากขนาดไหน ทุกคนต่างก็จ้องจะรอดูเรื่องตลกของฉันทั้งนั้นแหละ"

เจียงชิ่นจ้องมองตาเธอเขม็ง "ซือเหวิน เธออย่าเอาแต่คิดว่าคนอื่นจะพูดว่ายังไงสิ ชีวิตของเธอนะ เธอต้องเป็นคนใช้เอง สุขหรือทุกข์มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ฉันแค่อยากถามเธอคำเดียว เธอคิดยังไงกับจั๋วซี ? เธออยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไปตลอดไหม ? "

จวงซือเหวินเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบจะห่อเลือด

ผ่านไปเนิ่นนาน เธอถึงได้ค่อย ๆ พยักหน้าอย่างแผ่วเบา

เจียงชิ่นจึงรุกต่อ "ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็อย่าไปสนใจปากหอยปากปู ทำตามที่ใจเธอต้องการเถอะ ส่วนเรื่องพ่อแม่ของจั๋วซี ในเมื่อเธอยังไม่เคยเจอพวกเขาเลย แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าท่านจะไม่ชอบเธอ ขืนยอมแพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแบบนี้ อนาคตถ้านึกย้อนกลับมา เธอจะเสียใจนะ" คำพูดของเจียงชิ่นทำเอาจวงซือเหวินถึงกับชะงักไป

เมื่อเห็นเพื่อนเริ่มลังเล เจียงชิ่นก็รีบเติมฟืนเข้าไปในกองไฟทันที

"ฉันจะเล่าเรื่องพี่สะใภ้สามให้ฟังนะ ต่อให้เป็นการแต่งงานครั้งแรก มันก็มีเรื่องให้ปวดหัวได้เหมือนกัน..."

เจียงชิ่นร่ายยาวเรื่องที่จู้จวนต้องเผชิญกับคำดูถูกเรื่องอายุที่มากเกินไป รวมถึงเสียงนินทาของพวกเพื่อนบ้านในวันสู่ขอให้จวงซือเหวินฟังจนหมด

ตบท้ายด้วยประโยคเด็ด "เห็นไหม พี่สะใภ้สามของฉันเจอเรื่องมาตั้งเยอะเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ จนสุดท้ายก็ได้มาเจอพี่สามของฉัน และตอนนี้ชีวิตคู่ของพวกเขาก็มีความสุขมากเลยล่ะ

ฉันแนะนำว่า ถ้าจั๋วซีชวนเธอไปบ้านอีกครั้ง เธอควรจะตอบตกลงนะ ถือซะว่าไปดูให้เห็นกับตาว่าที่บ้านเขาเป็นยังไง นิสัยใจคอพ่อแม่เขาเป็นคนแบบไหน เข้ากับเธอได้ไหม

ตอนนี้พวกเธอแค่คบกันเป็นแฟน แต่ถ้าคิดจะไปถึงขั้นแต่งงาน มันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนแล้ว แต่มันคือเรื่องของสองครอบครัว การเข้าไปทำความรู้จักกันไว้อย่างลึกซึ้งน่ะเป็นเรื่องที่จำเป็นมากเลยนะ"

คราวนี้ สีหน้าของจวงซือเหวินดูผ่อนคลายลงกว่าเดิมมาก

"เจียงชิ่น เธอว่าพ่อแม่เขาจะชอบฉันไหม ? " เธอยังคงมีความกังวลหลงเหลืออยู่

เจียงชิ่นเข้าใจดี จวงซือเหวินเคยถูกไอ้สารเลวนั่นทำร้ายจิตใจมาอย่างหนัก ด้านหนึ่งก็ขาดความมั่นใจในตัวเอง อีกด้านหนึ่งก็เริ่มไม่ไว้วางใจในความสัมพันธ์

แต่เจียงชิ่นไม่อยากให้เพื่อนต้องมานั่งเสียใจภายหลังที่ปล่อยจั๋วซีหลุดมือไป

เพราะถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว จั๋วซีนี่แหละคือผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่งเลยล่ะ

"ถ้าเธอไม่ลองก้าวเท้าเข้าไปในบ้านเขา เธอก็จะไม่มีวันรู้คำตอบหรอกนะ มีแต่ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น ถึงจะเห็นความจริงใจของพวกเขาได้"

จวงซือเหวินถูกเจียงชิ่นเกลี้ยกล่อมจนใจอ่อน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าถ้าจั๋วซีเอ่ยปากชวนอีกครั้ง เธอจะรวบรวมความกล้าและสลัดความประหม่าทิ้งไป เพื่อไปพบพ่อแม่ของเขาให้ได้

"เจียงชิ่น ขอบใจมากนะ ถ้าฉันกับจั๋วซีได้ลงเอยกันจริง ๆ ความดีความชอบครั้งนี้ต้องยกให้เธอเลย"

เจียงชิ่นตบไหล่เธอเบา ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอพลาดความสุขที่อยู่ตรงหน้าไปน่ะ"

จวงซือเหวินมองหน้าเพื่อนรัก ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมา

"ฉันจะพยายามนะ จะไม่ทำให้ความปรารถนาดีของเธอเสียเปล่าแน่นอน"

ไม่กี่วันต่อมา จวงซือเหวินก็วิ่งหน้าตั้งมาหาเจียงชิ่นด้วยท่าทางตื่นเต้นสุด ๆ เพื่อบอกข่าวดีว่าเธอไปบ้านจั๋วซีมาแล้ว

พ่อแม่ของจั๋วซีเป็นคนดีมาก ทั้งคู่ทำงานในสถาบันวิจัย เป็นปัญญาชนที่มีเหตุผลและไม่มีอคติใด ๆ เลย พวกท่านต้อนรับขับสู้เธออย่างอบอุ่นและเป็นกันเองสุด ๆ

การไปเยี่ยมบ้านครั้งนี้ ช่วยทำลายกำแพงและความกังวลในใจของจวงซือเหวินไปจนหมดสิ้น

เธอดีใจจนเนื้อเต้น กอดแขนเจียงชิ่นแล้วเขย่าไปมาด้วยความตื่นเต้นจนปิดไม่มิด

"เจียงชิ่น ขอบคุณจริง ๆ นะ ถ้าไม่ได้เธอคอยให้กำลังใจ ฉันคงถอดใจยอมแพ้ไปนานแล้วล่ะ"

"จะขอบคุณทำไมกันล่ะ พวกเราเพื่อนกันนะ เห็นพวกเธอสองคนรักกันดีฉันก็พลอยมีความสุขไปด้วย"

เจียงชิ่นถามถึงรายละเอียดตอนที่เธอไปบ้านจั๋วซีอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะแกล้งแซวตบท้าย "งั้นฉันจะล้างท้องรอซดน้ำสังข์ เอ้ย รอกินเลี้ยงงานแต่งของพวกเธอนะจ๊ะ"

ประโยคเดียวทำเอาจวงซือเหวินหน้าแดงแปร๊ดเป็นตำลึงสุก

"อีกนานย่ะ ! ฉัน... ฉันยังไม่รีบแต่งงานซะหน่อย"

"จริงเหรอจ๊ะ ? " เจียงชิ่นแกล้งแหย่ "โอเค ๆ งั้นเดี๋ยววันหลังฉันเอาคำพูดนี้ไปบอกจั๋วซีให้แล้วกันนะ"

จวงซือเหวินเริ่มลนลาน "เฮ้ย! ห้ามพูดนะ ห้ามบอกเขาเด็ดขาด..."

พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเจียงชิ่น จวงซือเหวินถึงได้รู้ว่าตัวเองโดนเพื่อนแกล้งปั่นหัวเข้าให้แล้ว

"สหายเจียงชิ่น เธอเนี่ยร้ายนักนะ ! "

จวงซือเหวินพูดพลางกัดฟันกรอดด้วยความมันเขี้ยว ส่วนเจียงชิ่นก็ได้แต่หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

ในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง วันจัดงานประกาศรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

เจียงชิ่นเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เธอสั่งทำชุดใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ เป็นชุดสูททางการสำหรับผู้หญิง สวมทับด้วยเสื้อโค้ทแคชเมียร์ตัวยาว

เสื้อโค้ทแคชเมียร์นี่ก็ของดีจากในมิตินั่นแหละ ดีไซน์ทันสมัยและดูดีสุด ๆ

ในวันงาน เจียงชิ่นรวบผมขึ้นเป็นหางม้าสูงดูโฉบเฉี่ยว สวมชุดสูททางการ รองเท้าหนังมีส้นเล็กน้อย และคลุมทับด้วยเสื้อโค้ทแคชเมียร์ การแต่งกายชุดนี้ส่งเสริมให้เธอดูสง่างามและมีราศีจับสุด ๆ

เมื่อบวกกับใบหน้าที่งดงามสะดุดตาของเธอด้วยแล้ว ใครก็ตามที่พบเห็นต่างก็ต้องตะลึงจนเผลอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความชื่นชม

วันนี้ สมาชิกครอบครัวตระกูลเจียงและตระกูลฟู่ที่จะไปร่วมแสดงความยินดีกับเจียงชิ่น ต่างก็พร้อมใจกันงัดชุดที่ดูเป็นทางการและดีที่สุดออกมาใส่ ซึ่งแต่ละชุดล้วนเป็นของรักของหวงที่ปกติไม่ค่อยกล้าหยิบมาใส่กัน

ทุกคนต่างพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เจียงชิ่นต้องอับอายขายหน้า และไม่มีใครกล้าประมาทเลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะแม่ฟู่กับฟู่ซาน รวมถึงเจียงเต๋อเลี่ยงและจู้จวน

พวกเขาไม่เคยเข้าร่วมงานที่ยิ่งใหญ่และเป็นทางการขนาดนี้มาก่อน ในใจของแต่ละคนจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล และประหม่าสุด ๆ

ทุกคนต่างตั้งใจว่าจะแสดงด้านที่ดูดีที่สุดออกมา เพื่อที่จะได้ไม่ทำให้น้องเล็กต้องเสียชื่อ

แต่เจียงชิ่นกลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนั้นเลย แค่ทุกคนยอมไปร่วมงานเธอก็ดีใจจนบอกไม่ถูกแล้ว

ส่วนใครจะแต่งตัวยังไง สไตล์ไหน ขอแค่พวกเขาสบายใจเธอก็โอเคทั้งนั้น

ไม่ได้ต้องการความเพอร์เฟกต์อะไรมากมายขนาดนั้นหรอก

ที่เธอต้องจัดเต็มขนาดนี้ ก็เพียงเพราะเธอต้องขึ้นไปรับรางวัลบนเวทีเท่านั้นเอง

เนื่องจากจำนวนสมาชิกมีค่อนข้างเยอะ จะให้เดินทางไปพร้อมกันทีเดียวคงไม่สะดวก ทุกคนจึงต้องแยกย้ายกันเดินทาง เจียงชิ่นเดินทางไปพร้อมกับแม่ฟู่ ฟู่ซาน และฟู่เส้าตั๋ว โดยนั่งรถประจำตำแหน่งคันหรูมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานทันที

จบบทที่ บทที่ 382 งานประกาศรางวัลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

คัดลอกลิงก์แล้ว