เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 373 ตบหน้าเพื่อนบ้าน

บทที่ 373 ตบหน้าเพื่อนบ้าน

บทที่ 373 ตบหน้าเพื่อนบ้าน


บทที่ 373 ตบหน้าเพื่อนบ้าน

จู้จวนที่ได้ยินเสียงเรียกก็รีบวิ่งออกมาทันที พอเห็นว่าว่าที่พ่อสามีแม่สามีและเจียงเต๋อเลี่ยงมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันควัน

เธอเดินเข้าไปหา เอ่ยทักทายจ้านอวี้หมินกับเจียงลี่ทีละคน จากนั้นก็ทำท่าจะเข้าไปช่วยเจียงเต๋อเลี่ยงถือของ

จ้านอวี้หมินแกล้งตะโกนเสียงดัง "เต๋อเลี่ยง อย่าให้เมียแกถือนะ ของมันหนัก เดี๋ยวเมียจะเคล็ดขัดยอกเอา"

ประโยคเดียวนี้ ไม่ใช่แค่จู้จวนที่หน้าแดงจนแทบจะคั้นเลือดออกมาได้ แม้แต่เจียงเต๋อเลี่ยงเองก็หน้าแดงเถือกตามไปด้วย

สองหนุ่มสาวพากันก้มหน้างุดด้วยความเขินอายสุดขีด แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้าน

จ้านอวี้หมินปรายตามองบรรดาเพื่อนบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบ ๆ และก็เป็นไปตามคาด หลังจากที่เธอโพล่งประโยคนั้นออกไป ทุกคนต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดราวกับเพิ่งได้รับข่าวช็อกระดับโลก

เธอลอบเหยียดยิ้มในใจ ก่อนจะเดินตามเข้าประตูรั้วไป แล้วสั่งให้เจียงลี่ปิดประตูบ้าน ไม่ต้องปิดสนิทนัก ให้เหลือช่องไว้สักนิด

เจียงลี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าเมียรักจะเล่นแง่อะไรอีก แต่ในเมื่อเมียสั่ง เขาก็พร้อมทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ทันทีที่พวกเขาลับตาเข้าไปในบ้าน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ข้างนอกรั้วก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นมาทันที

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ ? ผู้ชายคนนั้นคือแฟนจู้จวนจริง ๆ เหรอ ? "

"ดูทรงแล้วน่าจะใช่แหละ ขนาดแม่สามีพูดยืนยันซะขนาดนั้น คงไม่ผิดตัวหรอก"

"แม่เจ้า ! ยัยจู้จวนไปสอยผู้ชายงานดีขนาดนี้มาจากไหนเนี่ย ? ดูการแต่งเนื้อแต่งตัว ท่าทาง และของขวัญที่หอบมาสิ ฐานะทางบ้านต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ "

"ไม่ใช่แค่ฐานะดีนะแก ดูแม่สามีสิ ของแค่นิดเดียวยังไม่ยอมให้จู้จวนแตะเลย อ้างว่ากลัวลูกสะใภ้จะเจ็บหลังเจ็บเอว โอ๊ยยย อะไรจะโอ๋ขนาดนั้น"

บรรดาแม่บ้านและหญิงสาวที่มายืนมุงดู ต่างก็ออกอาการอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถบ ๆ

เฮ้อ ดูวาสนาเขาสิ ทั้งที่เป็นสาวแก่ขึ้นคานแท้ ๆ นอกจากจะได้สามีหล่อล่ำโปรไฟล์ดีแล้ว แม่สามียังดูจะรักและเอ็นดูสุด ๆ อีก

ในใจมันช่างเปรี้ยวจนเข็ดฟันไปหมดแล้วเนี่ย

ภายในบ้าน ทันทีที่จ้านอวี้หมินและคณะก้าวเท้าเข้าไป พ่อและแม่ของจู้จวนก็รีบออกมาต้อนรับ

ผู้เฒ่าทั้งสองใช้ชีวิตเป็นคนงานในโรงงานเครื่องจักรกลมาทั้งชีวิต นิสัยใจคอจึงเป็นคนซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา พอเห็นแขกมาถึงก็รีบเชิญเข้าบ้านด้วยความกะตือรือร้น

จ้านอวี้หมินยังไม่รีบร้อนเข้าบ้าน เธอยืนส่งยิ้มพิมพ์ใจทักทายอยู่ที่ลานบ้าน ก่อนจะแกล้งตะโกนบอกวัตถุประสงค์ด้วยเสียงอันดัง

"คุณพี่คะ คุณพี่ขา วันนี้พวกเราตั้งใจมาสู่ขอหนูจวนอย่างเป็นทางการค่ะ ลูกสาวนิสัยดีงามแบบหนูจวนเนี่ย บ้านฉันต้องรีบมาจองตัวไว้ให้ไวเลยล่ะ เต๋อเลี่ยง... มานี่สิลูก มาแสดงความจริงใจต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่ยายดูซิ ว่าต่อไปจะดูแลเมียยังไง ? "

เจียงเต๋อเลี่ยงเป็นคนปากหนัก พอโดนแม่ผลักออกไปเป็นโต้โผแบบกะทันหัน ก็ยิ่งอึกอักจนหน้าแดงก่ำ

เมื่อวานตอนซักซ้อมพิธีการกัน ไม่เห็นมีฉากนี้นี่นา ทำไมจู่ ๆ แม่ถึงเปลี่ยนบทซะงั้นล่ะ ?

เขาอึกอักอยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ประโยคหนึ่ง "คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ... ต่อไปผมจะรักและดูแลจู้จวนให้ดีที่สุดไปตลอดชีวิตเลยครับ ผม... เงินเดือนทั้งหมดผมจะให้จู้จวนเป็นคนเก็บ ส่วนเรื่องในบ้านผมก็จะให้เธอเป็นคนตัดสินใจครับ ผม... ผมรักเธอจริง ๆ ครับ"

ด้วยความที่ตื่นเต้นจัดและกังวลว่าจะทำเสียเรื่อง เจียงเต๋อเลี่ยงเลยเผลอหลุดปากเผยความในใจและสารภาพรักออกมาโต้ง ๆ ซะอย่างนั้น

วินาทีนั้น จู้จวนหน้าแดงลามไปถึงใบหู เธอเขินจนต้องก้มหน้าหลบสายตาผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

ฝั่งพ่อแม่ของจู้จวนแอบรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย แต่ความรู้สึกที่ท่วมท้นมากกว่าคือความตื้นตันและดีใจ

ลูกสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของพวกเขา พวกเขาเสียใจมาตลอดที่ไม่มีปัญญาพาลูกกลับเข้าเมือง จนปล่อยให้ลูกกลายเป็นสาวโสดอายุ 28 ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหินก้อนใหญ่ที่ทับอกพวกเขามานาน

แต่ในวันนี้ จู้จวนกลับได้เจอผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ และที่สำคัญที่สุดคือฝ่ายชายดูจะรักและจริงใจกับลูกสาวของเขามาก ซึ่งมันหาได้ยากยิ่งนักในสมัยนี้

พ่อแม่จู้จวนถึงกับขอบตาแดงก่ำ ฝั่งคุณแม่ถึงกับต้องยกชายเสื้อขึ้นมาซับน้ำตา

"เอาล่ะ ๆ พวกเราอย่ามายืนคุยกันกลางลานบ้านเลย เชิญเข้าไปนั่งพักผ่อนในบ้านก่อนเถอะครับ"

คราวนี้เป็นพี่ชายของจู้จวนที่ชื่อว่า จู้กั๋วต้ง เป็นคนเอ่ยปากชวน

เขาเดินง่วนวุ่นวายอยู่ในบ้านตั้งนาน เพิ่งจะได้จังหวะเดินออกมาเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้นี่แหละ

จ้านอวี้หมินเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี

ในเมื่อพูดสิ่งที่ควรพูดจบแล้ว แถมช่องว่างประตูรั้วก็กว้างพอที่จะให้เพื่อนบ้านข้างนอกได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน เธอก็หมดธุระข้างนอกแล้ว

ลูกสะใภ้บ้านเธอ เธอจะดุจะว่าได้คนเดียว คนนอกหน้าไหนอย่าหวังจะได้มานินทาให้ได้ยินเชียว ไม่อย่างนั้นเธอจะตบปากให้ฉีกเลย !

เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อย จ้านอวี้หมินก็เข้าประเด็นหลักทันที คือการหารือเรื่องงานมงคลระหว่างเจียงเต๋อเลี่ยงและจู้จวน

ครอบครัวตระกูลจู้พึงพอใจในตัวเจียงเต๋อเลี่ยงแบบเกินร้อย และพอยิ่งได้มาเห็นตัวจริงของจ้านอวี้หมินและเจียงลี่ในวันนี้ พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวว่าที่พ่อสามีแม่สามีของลูกสาวเอามาก ๆ

โดยเฉพาะเจียงลี่ ในฐานะวิศวกรอาวุโสของโรงงานเครื่องจักรกล พ่อแม่ของจู้จวนย่อมรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและนิสัยใจคอของเขาเป็นอย่างดี ส่วนทางด้านเจียงลี่นั้น กลับไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่ของจู้จวนสักเท่าไหร่ ก็แหงล่ะ ในโรงงานมีคนงานตั้งหลายพันคน เขาจะไปจำหน้าจำชื่อได้ครบทุกคนได้ยังไง

แต่ก่อนจะมาที่นี่ ภายใต้การบัญชาของจ้านอวี้หมิน เจียงลี่ก็ได้ไปแอบสืบประวัติของสองผู้เฒ่าตระกูลจู้มาแล้ว ซึ่งเสียงตอบรับที่ได้มาคือ ทั้งคู่เป็นคนซื่อสัตย์ มีน้ำใจ และรักสงบ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครเลยตลอดชีวิต

ส่วนจู้กั๋วต้ง พี่ชายของจู้จวน ก็เป็นคนซื่อ ๆ ทำงานในแผนกผลิต ไม่เคยแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว เจียงลี่และจ้านอวี้หมินจึงรู้สึกพอใจกับครอบครัวนี้เอามาก ๆ

หลังจากผ่านบทเรียนราคาแพงจากเว่ยถงมาแล้ว สองผู้เฒ่าก็เริ่มขยาดกับลูกสะใภ้ที่ฉลาดแกมโกง พวกเขาไม่ต้องการลูกสะใภ้ที่เก่งกาจเลิศเลอมาจากไหน ขอแค่เป็นคนซื่อสัตย์และตั้งใจสร้างครอบครัวไปด้วยกัน แค่นี้ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว ทั้งสองครอบครัวตกลงรายละเอียดเรื่องงานแต่งงานกันได้อย่างรวดเร็ว

เรื่องเรือนหอก็ได้รับการจัดสรรเรียบร้อยแล้ว แถมครอบครัวเจียงยังใจป้ำซื้อ "4 ชิ้นใหญ่" เตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ ความจริงใจนี้ทำให้ครอบครัวตระกูลจู้ตื้นตันใจจนพูดไม่ออก

ในส่วนของค่าสินสอด พวกเขาขอเรียกเก็บแค่เป็นพิธีเพียง 100 หยวนเท่านั้น

ส่วนเรื่องของหมั้นและของติดตัวเจ้าสาว แม้ฐานะทางบ้านตระกูลจู้จะไม่สู้ดีนัก แต่พวกเขาก็ตั้งใจว่าจะพยายามเตรียมของที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้จู้จวน

สำหรับเรื่องนี้ จ้านอวี้หมินไม่ได้ติดใจอะไรเลย

สาเหตุหลักก็คือเจียงชิ่นทำงานไวปานกามนิตหนุ่ม ในขณะที่เจียงเต๋อเลี่ยงกับจู้จวนยังไม่ทันจะได้เริ่มเดินซื้อของตามรายการที่แม่ให้มาเลย เจียงชิ่นก็จัดการกว้านซื้อของใช้สำหรับงานแต่งงานทุกอย่างเตรียมไว้ให้พร้อม และสั่งขนไปยัดใส่เรือนหอหลังใหม่จนเต็มเอี้ยดไปหมดแล้ว

ตอนนี้ในเรือนหอหลังใหม่มีของใช้ครบถ้วนทุกระเบียดนิ้ว ถ้าขืนตระกูลจู้ขนของมาเพิ่มอีกล่ะก็ มีหวังคงไม่มีที่ให้วางแน่ ๆ

"ในเรือนหอมีของครบหมดทุกอย่างแล้วนะคะ คุณพี่เตรียมแค่ฟูกที่นอนมาเป็นพิธีสักผืนก็พอแล้วค่ะ" จ้านอวี้หมินเอ่ยบอก

แม่ของจู้จวนแอบรู้สึกกระดากอาย จะให้ลูกสาวแต่งงานออกไปโดยมีแค่ผ้าห่มผืนเดียวได้ยังไง ของหมั้นฝ่ายหญิงน้อยนิดดูซอมซ่อขนาดนี้ เดี๋ยวพอไปอยู่บ้านสามีจะโดนคนเขาดูถูกเอาได้นะ

จ้านอวี้หมินอ่านความคิดนั้นออก จึงรีบพูดแก้ต่างทันที "คุณพี่คะ ฉันไม่ได้พูดตามมารยาทนะ แต่นี่คือความจริงใจเลยล่ะ เอาแบบนี้ไหมคะ เดี๋ยวพวกเราลองแวะไปดูที่เรือนหอกันหน่อยสิ ไหน ๆ พวกคุณพี่ก็ยังไม่เคยไปเห็น จะได้ถือโอกาสไปทำความรู้จักสถานที่ไว้ซะเลย"

ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวเจียงทั้งสามคนจึงพาครอบครัวตระกูลจู้เดินทางไปดูเรือนหอหลังใหม่ด้วยกัน

ทันทีที่ได้เห็นภาพเรือนหอที่อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ใหม่เอี่ยม แม่ของจู้จวนถึงได้เชื่อว่าจ้านอวี้หมินไม่ได้พูดเพื่อรักษามารยาทจริง ๆ

ของมันเยอะแยะมากมายมหาศาลจริง ๆ แถมแค่ดูก็รู้ว่าแต่ละชิ้นล้วนเป็นของเกรดพรีเมียมคุณภาพดีเยี่ยมทั้งนั้น

ของใช้ในชีวิตประจำวันมีครบทุกสิ่งอย่าง แม้แต่ "4 ชิ้นใหญ่" ก็เป็นรุ่นที่แพงที่สุดในท้องตลาด

ครอบครัวตระกูลจู้พึงพอใจจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง แม่ของจู้จวนรู้สึกเกรงใจเอามาก ๆ ที่ฝั่งเจ้าบ่าวทุ่มเทให้ขนาดนี้ ในขณะที่ฝั่งเธอแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย

เธอถึงกับโพล่งบอกจ้านอวี้หมินไปตรง ๆ ว่า สินสอด 100 หยวนนั่น เธอไม่ขอรับเลยแม้แต่แดงเดียว

แต่จ้านอวี้หมินก็ดึงดันไม่ยอม เรื่องไหนก็เรื่องนั้น สินสอดที่ควรให้ก็ต้องให้ตามประเพณี

หลังจากเดินชมเรือนหอเสร็จ จ้านอวี้หมินก็เป็นเจ้ามือพาคณะทั้งหมดไปกินข้าวที่ภัตตาคารของรัฐในละแวกนั้น ถือเป็นการปิดดีลการสู่ขอและการดองกันของสองครอบครัวอย่างเป็นทางการ

ทันทีที่พวกเขากลับถึงบ้าน เสียงโทรศัพท์จากเจียงชิ่นก็ดังขึ้นทันที

เจียงชิ่นเป็นคนสั่งติดตั้งโทรศัพท์บ้านให้พ่อแม่ ช่วงนี้เธออยู่ไฟว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ เลยต้องโทรศัพท์มาเม้าท์มอยกับจ้านอวี้หมินแทบทุกวัน

โดยเฉพาะวันนี้ที่เป็นวันสำคัญที่พี่สามไปสู่ขอสาว เธอจึงยิ่งอยากรู้ใจจะขาดว่าบรรยากาศเป็นยังไงบ้าง

จบบทที่ บทที่ 373 ตบหน้าเพื่อนบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว