เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1696 สงครามตัดสินชะตาสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1696 สงครามตัดสินชะตาสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1696 สงครามตัดสินชะตาสวรรค์ (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1696 สงครามตัดสินชะตาสวรรค์

[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]

เสียงระเบิดกัมปนาททลายโลกแผ่ซ่านไปทั่วชั้นฟ้า ประตูสวรรค์ชั้นในสุดแตกกระจายเป็นเศษหยกปลิวว่อนประดุจใบไม้ร่วง กองทัพปีศาจทมิฬหลั่งไหลทะลักเข้าสู่โถงกลางแห่งจักรวาล ทิ้งรอยเท้าเปื้อนเลือดไว้บนพื้นหยกขาวที่เคยบริสุทธิ์ ณ สุดปลายโถงอันอ้างว้าง จักรพรรดิสวรรค์ยังคงประทับนิ่งบนบัลลังก์มังกรเก้าตัว แย้มสรวลบางเบาราวกับรอคอยสหายเก่า ทว่ากลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมากลับแช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้สั่นสะท้าน

"หลี่ฉิงซาน... ในที่สุดเจ้าก็มาจนได้" สุรเสียงราบเรียบทว่าแฝงอำนาจกดทับจักรวาล "เจ้าพาพี่ใหญ่ของเจ้ามาด้วย ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากนัก ข้าควรจัดสุราทิพย์ต้อนรับ... หรือจะใช้เลือดของพวกเจ้าดับกระหายดีเล่า?"

หลี่ฉิงซานไม่เสียเวลาต่อคำ เขาเพียงกระชับดาบเทพปีศาจแน่น ทว่าก่อนจะทันได้เข้าถึงบัลลังก์ รัศมีห้าประการพลันปะทุขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้าบัลลังก์มังกร กดทับกลิ่นอายปีศาจของกองทัพทมิฬให้ถอยร่นไปหลายจั้ง

เทพองค์แรกก้าวออกมาพร้อมกับเสียงคลื่นคำราม นั่นคือ เทพมังกรอวิ๋นเยว่ ในร่างมนุษย์สวมอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ ขลิบทองลายเมฆาพริ้วไหว ทุกจังหวะการหายใจของเขาทำให้มวลอากาศควบแน่นเป็นหยาดน้ำค้างศักดิ์สิทธิ์ ดวงตาสีเงินจ้องเขม็งไปยังศัตรูคู่แค้นโดยธรรมชาติ คุนเผิง ด้วยแววตาที่เย็นเยียบประดุจหิมะบนยอดเขาบรรพกาล

ถัดมาคืออาวุโสผู้ถือแส้ปัดฝุ่น มหาเทพไท่อี้ ร่างของเขาดูเลือนลางประดุจภาพสะท้อนบนผิวน้ำ กลิ่นอายเต๋าอันบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจนทำให้มิติรอบข้างสงบนิ่งอย่างประหลาด เขาไม่ได้พกพาอาวุธร้ายแรง ทว่าเพียงการขยับปลายนิ้ว โลกธาตุก็ดูเหมือนจะหมุนวนไปตามเจตจำนงของเขา

จากนั้น เปลวเพลิงหลากสีพลันลุกโชนขึ้นกลางอากาศ เผยให้เห็นนักพรตเฒ่าผู้มีใบหน้าอมชมพูประดุจทารก เต้าเต๋อเทียนจุน หรือรู้จักกันในนาม ไท่ซ่างเหล่าจวิน เขานั่งอยู่บนเมฆอัคคี มือหนึ่งถือพัดขนนกโบกเบาๆ ทว่าทุกครั้งที่พัดขยับ กลับเกิดแรงดันมหาศาลที่สามารถหลอมละลายศัสตราวุธทุกชนิดให้กลายเป็นของเหลวได้ในพริบตา

อีกด้าน แสงเจิดจ้าจากสมบัตินับหมื่นประการส่องประกายจนแสบตา หลิงเป่าเทียนจุน ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกงล้อศักดิ์สิทธิ์ที่หมุนวนอยู่เบื้องหลัง ดาบ กระบี่ ทวน ระฆังทองคำ และศาสตราวุธนับไม่ถ้วนส่งเสียงหึ่งๆ ประดุจฝูงผึ้งที่กระหายเลือด พร้อมจะพุ่งเข้าฉีกกระชากศัตรูตามคำบัญชา

และสุดท้าย ตัวตนที่ทำให้แม้แต่กองทัพอสูรยังต้องหยุดหายใจ หยวนซื่อเทียนจุน ก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า ร่างกายของเขาราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ไร้ซึ่งกลิ่นอายสังหาร ไร้ซึ่งพลังกดดัน ทว่าทุกย่างก้าวกลับทำให้รากฐานของสวรรค์ทั้งเก้าสั่นสะท้าน เขาคือจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ยืนตระหง่านดั่งขุนเขาที่ไม่มีวันพังทลาย

มหาเทพทั้งห้ายืนเรียงแถวหน้ากระดาน ขวางกั้นเส้นทางสู่บัลลังก์อย่างสมบูรณ์แบบ ประดุจกำแพงนิรันดร์ที่ไม่มีวันข้ามผ่านได้!

หลี่ฉิงซานกวาดตามองมหาเทพบรรพกาลทั้งหมดที่มีชื่อเสียงไปทั่วทุกภพทุกภูมิ กระทั่งโลกมนุษย์ในชีวิตก่อนหน้าของเขา ชื่อของตัวตนเหล่านี้ก็ยังโลดแล่นอยู่ในตำนานมากมาย เขาเผยรอยยิ้มราวกับได้ชื่นชมตำนานที่มีชีวิต "เป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่จริงๆ สมกับที่เป็นวังสวรรค์"

เขาสะบัดดาบเทพปีศาจลงข้างกาย พลางแหงนหน้ามองจักรพรรดิสวรรค์ที่อยู่บนจุดสูงสุด "หัวหน้าเผ่า ท่านช่างใจดีกับข้านัก... อุตส่าห์ส่งนางรำเหล่านี้ออกมาต้อนรับข้า แต่รสนิยมของท่านค่อนข้างน่ากลัวไปหน่อย ท่านรู้ไหมว่าในที่ที่ข้าจากมา ชื่อของท่านกับตาแก่พวกนี้ขลังขนาดไหน? ข้าเคยนึกว่าพวกท่านจะเป็นยอดมนุษย์ที่เท่กว่านี้เสียอีก แต่ดูแล้ว นี่มันชมรมผู้สูงอายุชัดๆ! แต่งตัวจัดเต็มกันขนาดนี้ จะเปิดคณะงิ้วรับงานแถวไหนงั้นหรือ ถ้าจะให้ดี ส่งสาวๆ ออกมาดีกว่า ข้าจะได้จัดเต็มให้พวกนางสักหลายยก..."

จักรพรรดิสวรรค์จ้องมองลงมา แววตาสีทองนิ่งสงบประดุจน้ำนิ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงรอยหยันในที "หลี่ฉิงซาน... เจ้าปีนป่ายขึ้นมาจนถึงจุดที่สูงที่สุดเพียงเพื่อจะมาพ่นวาจาไร้สาระเช่นนี้เองหรือ? ช่างเป็นเรื่องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์จริงๆ"

"เสียเวลา?" หลี่ฉิงซานยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "สำหรับข้า การได้เห็นหน้าบูดๆ ของท่านตอนเห็นบัลลังก์ตัวเองสั่นเนี่ย มันคุ้มยิ่งกว่าดื่มสุราพันไหเสียอีก! ดูท่านสิ นั่งอยู่บนนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว? ก้นไม่ชาบ้างหรือไง? หรือว่าบัลลังก์นั่นมันทากาวไว้ ท่านเลยลุกไม่ขึ้น?"

จักรพรรดิสวรรค์หรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วที่เคาะบัลลังก์หยุดชะงัก "วาจาสุนัข... เจ้ามันก็แค่คนเลี้ยงวัวที่โชคดีได้คาบดาบมาแกว่งเล่นไปมาเท่านั้น"

"คนเลี้ยงวัวแล้วอย่างไร?" หลี่ฉิงซานสวนกลับทันควันพลางหัวเราะร่า "อย่างน้อยวัวของข้าก็มีค่าน่าคบหากว่าเทพหน้าขาวพวกนี้เยอะ! ดูตาแก่เหล่าจวินนั่นสิ หน้าแดงยังกับลูกตำลึงสุก สงสัยจะแอบซดเหล้าในเตาหลอมจนเมาค้างล่ะมั้ง? ส่วนท่านน่ะ... ถ้าเหงามากนักก็ลงมาเตะบอลกับข้าข้างล่างนี่มา นั่งเก๊กหน้าตึงอยู่บนนั้นน่ะ มันดูเหมือนคนปวดขี้แต่หาห้องน้ำไม่เจอมากกว่านะ!"

"ดี..." จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยเสียงเย็น "ในเมื่อเจ้าอยากตายอย่างน่าขันนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!"

"เข้ามาเลย ท่านพี่ น้องรอแทบไม่ไหวแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่า" หลี่ฉิงซานหัวเราะ และกระทืบเท้าลงบนพื้นหยกจนแตกร้าว แววตาฉายแววบ้าคลั่ง "ข้าจะทุบบ้านเจ้าให้เละ แล้วจะรอดูว่าตอนไม่มีบัลลังก์หนุนก้น เจ้าจะยังเก๊กท่าเทพบุตรนิ่งสงบนี่ได้อยู่อีกไหม!"

โดยไม่รอให้จักรพรรดิสวรรค์ออกคำสั่ง เทพมังกรขาวอวิ๋นเยว่ที่จ้องเขม็งไปยังกู่เยี่ยนหยินตลอดเวลาตามสัญชาตญาณของศัตรูโดยธรรมชาติระหว่างมังกรกับคุนเผิง แทบจะรอไม่ไหว เขาระเบิดพลังจนมวลอากาศบิดเบี้ยวทันที และเอ่ยกับกู่เยี่ยนหยินด้วยสำเนียงเย้ยหยันโดยตรง "คุนเผิงน้อย ริอาจมาผยองต่อหน้าข้า แม้แต่คุนเผิงบรรพกาลก็อย่าหวังจะรอดชีวิต!" หลังกล่าวจบคำ เทพมังกรขาวสะบัดมือควบรวมเมฆมงคลเป็นมังกรเมฆาขนาดยักษ์พุ่งออกไป

กู่เยี่ยนหยินคลี่ยิ้มบาง สงบนิ่งอย่างสมบูรณ์ "เช่นนั้นก็ลองมาจับข้าสิ" นางพุ่งทะลวงผ่านฝูงมังกรเมฆา ร่างกายกลายเป็นเส้นแสงที่ตัดผ่านทุกสรรพสิ่ง ขนนกแสงนับหมื่นส่องประกายระยิบระยับราวกระบี่ตัดมิติ ทิ่มแทงเข้าปะทะร่างที่ปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรขาวจนสร้างเสียงเหมือนโลหะปะทะกันดังไปทั่ววิมาน

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารอันเย็นเยียบของจักรพรรดิสวรรค์ มหาเทพไท่อี้ก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาวาดแส้ปัดฝุ่น ก่อเกิดวงล้อไท่จี๋หมุนวนดูดกลืนทุกสิ่งสู่ความว่างเปล่า "แม่นางน้อยกระดูกขาว เจ้ากลืนกินชีวิตเพื่อบ่มเพาะ จิตใจชั่วร้ายเกินเยียวยา วันนี้ข้าจะปัดเป่ามหันตภัยให้แก่สรรพชีวิต"

เสี่ยวอันไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิง นางเพียงชูกระบี่กระดูกขาวขึ้นเหนือศีรษะ เงาร่างพระโพธิสัตว์กระดูกขาวปรากฏขึ้นเบื้องหลัง รัศมีแสงสีขาวบริสุทธิ์งดงามส่องประกายเจิดจ้าแต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกสงบอย่างประหลาด "ความว่างเปล่าคือการหลุดพ้น... เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือสัจธรรม เหตุใดต้องยึดติดสังขาร" นางฟันกระบี่ลง เพลิงสีขาวซีดพุ่งออกจากกระบี่ พร้อมเสียงสวดมนต์ลึกลับที่เหมือนดังมาจากขุมนรกสะกดข่มรัศมีของเทพเฒ่าจนหมองหม่น วงล้อไท่จี๋พยายามดูดกลืนเปลวเพลิง แต่ตัวมันเองก็ลุกไหม้ด้วยเพลิงสีขาวเช่นกัน

"เจ้าหนูราหู! ในเมื่อมาแล้ว ก็มาจบสงครามยืดเยื้อระหว่างพิภพสวรรค์กับพิภพอสูรกันเถอะ" หลิงเป่าเทียนจุนร่ายมหาเวทย์ส่งพุ่งศาสตราวุธนับหมื่นเข้าใส่เทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่!

เสี่ยวหมิงหัวเราะร่า กลิ่นอายทรงพลังประทุออกมาจากร่างสง่างาม "ตาแก่! ของเล่นพวกนี้เอาไปหลอกเด็กเถอะ!" เขาเงื้อหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างชกเข้าใส่ห่าฝนอาวุธเทพโดยตรง เสียงปะทะสนั่นหวั่นไหวจนเหล่าเทพหูหนวกทันที ใบหน้าหลิงเป่ากลายเป็นมืดครึ้มมึนตึงที่โดนเด็กเมื่อวานซืนท้าทายอาวุธวิเศษของตน

"หลี่ฉิงซาน เจ้าเด็กสามหาว จงกลายเป็นยาในเตาของข้าเสียเถอะ" ไท่ซ่างเหล่าจวินเห็นช่องว่างพลันสะบัดพัดขนนก เรียกเตาหลอมแปดทิศออกมาลอยหมุนอยู่เหนือโดมสวรรค์ เปลวเพลิงหลากสีใต้เตาร้อนแรงพอจะหลอมดาวเคราะห์ได้ทั้งดวง

ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลพลันแผ่พุ่งเข้ามาหาหลี่ฉิงซาน หมายจะดึงเขาเข้าไปในเตาหลอมยา

ทว่าก่อนที่หลี่ฉิงซานจะทันได้ตอบสนอง วิหคเพลิงอมตะหนุ่มในร่างมนุษย์หัวโล้นสวมจีวรพระก็พุ่งกายเข้ามาขวางไว้ หลี่เฟิงหยวนประสานมือกล่าวด้วยถ้อยคำที่ฟังดูย้อนแย้งขัดแย้งในตัวเอง "อมิตตพุทธ...ในฐานะหนึ่งในสี่เทพสวรรค์ผู้พิทักษ์ราชาปีศาจ เทพสวรรค์ตุ๋นเนื้อ ผู้น้อยขอรับศึกนี้แทนท่านพ่อ!"

หลี่เฟิงหยวนปลดปล่อยแสงสีทองแห่งพุทธะออกมาทำลายแรงดึงดูดของเตาหลอมยา

"นักบวชนอกรีต เช่นนั้นข้าก็จะลงโทษเจ้าแทนพระพุทธเจ้าเอง" ไท่ซ่านเหล่าจวินกล่าวด้วยท่าทีของผู้เที่ยงธรรม

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น หลี่เฟิงหยวนเปลี่ยนร่างเป็นวิหคเพลิงอมตะพุ่งเข้าหาไท่ซ่านเหล่าจวิน ทว่าระดับตบะของเขากับไท่ซ่านเหล่าจวินนั้นห่างชั้นกันเกินไป เผชิญหน้ากับมหาเทพเฒ่า เขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น การปะทะที่เงียบเชียบที่สุดกลับน่าสยดสยองที่สุด หยวนซื่อเทียนจุนสะบัดมือสร้างจักรวาลจำลองนับร้อยเพื่อบดขยี้พี่วัว "พี่ใหญ่... ยอมจำนนเถิด สวรรค์มีวิถีของมัน"

พี่วัวไม่ได้ใช้ท่าร่างวิจิตรใดๆ เขาเพียงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปลี่ยนพื้นหยกศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นดินโคลน พลังปฐมกาลกลืนกินความศักดิ์สิทธิ์ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ "หยวนซื่อ... วัวที่ไถนามานับล้านปีอย่างข้า ย่อมรู้ดีว่าดินที่แข็งที่สุด... ย่อมมิอาจปลูกข้าวให้งดงาม" เขายกมือรับจักรวาลจำลองด้วยมือเปล่าก่อนบีบจนแตกกระจายประดุจลูกแก้ว แรงปะทะทำให้วังสวรรค์ทั้งหลังสั่นไหวจนฐานรากเริ่มทรุดเอียง

จักรพรรดิสวรรค์ยังคงนั่งนิ่ง แววตาสีทองสะท้อนภาพการทำลายล้างเบื้องหน้า เขาไม่ขยับกายแม้แต่น้อย ทว่าปลายนิ้วที่เคาะพนักบัลลังก์หยกกลับเริ่มถี่ขึ้น... ราวกับกำลังรอคอยฉากสุดท้ายของละครเรื่องนี้อย่างใจเย็น

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1696 สงครามตัดสินชะตาสวรรค์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว