เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1695 คำสัญญาใต้เงาสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1695 คำสัญญาใต้เงาสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1695 คำสัญญาใต้เงาสวรรค์ (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1695 คำสัญญาใต้เงาสวรรค์

[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องของกองทัพหกภพภูมิ และกลิ่นอายสงครามที่คละคลุ้งไปทั่วสวรรค์ทั้งเก้า ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลที่กดทับสวรรค์ทั้งเก้ากลับถูกแทรกแทรงด้วยกลิ่นอายที่แสนจะคุ้นเคย กลิ่นอายที่เรียบง่าย มั่นคงดุจผืนปฐพี และเก่าแก่ยิ่งกว่ากาลเวลาใดๆ

"ฟิ้ว..."

สายลมแผ่วเบาสายหนึ่งพัดมา มันไม่ได้รุนแรงเหมือนสายฟ้าฟาด แต่มันกลับทำให้หัวใจของหลี่ฉิงซานสั่นสะท้านยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทัพใหญ่ที่กำลังเคลื่อนพลพลันชะงักงันโดยมิได้นัดหมาย มวลอากาศรอบกายหลี่ฉิงซานเริ่มม้วนตัวเป็นเกลียวแห่งแสงสีนวล

ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่กำยำสีน้ำเงินเข้มพลันปรากฎขึ้นอย่างกะทันหันจากที่ใดไม่รู้ ยืนหันหลังอยู่ตรงหน้าหลี่ฉิงซาน แม้จะยังไม่ได้หันหน้ากลับมา เขาก็รู้ทันทีว่าเป็นผู้ใด

"พี่วัว..."

เสียงของหลี่ฉิงซานสั่นเครือ ดาบเทพปีศาจที่เคยถืออย่างมั่นคงบัดนี้ลดต่ำลงเล็กน้อย ความยโสโอหังต่อหน้าเหล่าเทพเจ้าพลันมลายหายไป เหลือเพียงเด็กหนุ่มคนเดิมที่เคยเดินเคียงคู่วัวแก่ตัวหนึ่งในวันวาน

หยาดน้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานาน บัดนี้กลับคลอเบ้าและร่วงหล่นลงบนเกราะสีดำทมิฬของเขา มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาแห่งการบรรลุคำสัญญา... คำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ว่าจะติดตามพี่วัวมาให้ถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก เพื่อดูว่าทัศนียภาพที่นี่เป็นเช่นไร คำสัญญาที่จะมายืนเคียงข้างพี่วัวบนสวรรค์ทั้งเก้าแห่งนี้

"ฉิงซาน... เจ้าไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวัง" เสียงของพี่วัวทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา เขาค่อยๆ หันหน้ากลับมา "ทางที่เจ้าเดินมานั้นลำบากยิ่งนัก แต่เจ้าก็ไม่เคยทิ้งตัวตนของเจ้าไป"

เขาเผยรอยยิ้มบางให้หลี่ฉิงซาน

แม้จะมีคำพูดมากมายที่อยากกล่าว แต่ตอนนี้หลี่ฉิงซานกลับไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด

ราชาเทพปีศาจหนุ่มกระโดดลงจากศีรษะมังกรดำเนตรทอง ไปยืนเคียงข้างพี่วัว และกล่าวว่า "พี่วัว! ข้ามาแล้ว!"

"ดี!"

หลี่ฉิงซานยืนเคียงข้างพี่วัว ไหล่ชนไหล่ประดุจขุนเขาที่วางซ้อนกัน บารมีของพี่วัวพุ่งทะยานขึ้นจนบดขยี้รัศมีของเทพเซียนทุกคนบนสวรรค์ให้ดับวูบลง บัดนี้ความลึกลับของพี่วัวถูกเปิดเผยอย่างชัดแจ้ง นี่คือหนึ่งในตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์สวรรค์ และบัดนี้เขากลับมาเพื่อทวงถามความยุติธรรมเคียงข้างศิษย์และน้องชายของเขาแล้ว

หลี่ฉิงซานปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว แววตาของเขากลับมาดุดันและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ความโศกเศร้าจากการสูญเสียพี่น้องมหาเทพในกาลก่อนหน้าถูกเติมเต็มด้วยความหวังอันไร้ขีดจำกัดจากการปรากฏตัวของบุรุษผู้นี้

เสี่ยวอัน เสี่ยวหมิง กู่เยี่ยนหยิน และกองทัพทั้งหมด ต่างเกิดความรู้สึกฮึกเหิมอย่างมหาศาลจากการปรากฏตัวของมหาเทพสูงสุดผู้นี้ เจตจำนงกองทัพยิ่งทรงพลังภายใต้ผู้นำที่ทรงอำนาจ

พี่วัวพยักหน้าเบาๆ พลางมองไปยังวังสวรรค์ที่อยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ "ไปเถอะฉิงซาน... ไปปิดบัญชีเลือด และเปิดศักราชใหม่ให้แก่ทุกชีวิต"

"รบ!!!"

หลี่ฉิงซานคำรามลั่น นำทัพก้าวไปข้างหน้าโดยมีพี่วัวเดินเคียงข้าง

ท่ามกลางความโกลาหลที่หน้าประตูสวรรค์ การปะทะกันระหว่างแม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งกับเทพปีศาจพยัคฆ์เหินทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด เจดีย์ปราบมารที่เคยเปล่งรัศมีสีทองศักดิ์สิทธิ์บัดนี้กลับหม่นแสงลง รอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดจากกรงเล็บอสูรของพยัคฆ์เหินเริ่มลุกลามประดุจใยแมงมุมที่ชั่วร้าย

"เจ้าแมวผี! บังอาจทำลายสมบัติสวรรค์!" หลี่จิ้งคำราม ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและตระหนก มือที่ประคองเจดีย์สั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังย้อนกลับที่กัดกินวิญญาณ

พยัคฆ์เหินหัวเราะร่า ร่างกายที่ไหม้เกรียมกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วประดุจสายฟ้าสีดำ มันพุ่งวนรอบตัวหลี่จิ้ง ทิ้งรอยกรงเล็บไว้บนชุดเกราะเงินที่เคยไร้มลทิน "แหม... ท่านแม่ทัพ ของเล่นชิ้นนี้ของท่านดูจะเปราะบางเกินไปหน่อยนะ เกี๊ยก เกี๊ยก เกี๊ยก เกี๊ยก..."

ในขณะที่หลี่จิ้งกำลังจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อปลดปล่อยเพลิงสวรรค์สยบอสูร ทันใดนั้น... บรรยากาศรอบด้านพลันเปลี่ยนไป กลิ่นอายปฐพีอันเก่าแก่และหนักแน่นแผ่กระจายเข้ามาปกคลุมสมรภูมิ พลังนั้นรุนแรงและลึกล้ำจนแม้แต่เทพนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดยังรู้สึกเหมือนปอดถูกบดขยี้

หลี่จิ้งชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อหันไปเห็นร่างสีน้ำเงินเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่เคียงข้างหลี่ฉิงซาน ภายในใจของแม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับล้านปีพลันเกิดความหนาวเหน็บอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขารู้ดีว่าตัวตนที่ปรากฏตัวออกมานี้ไม่ใช่สิ่งที่กองทัพสวรรค์หน้าด่านจะต้านทานได้อีกต่อไป

เขามองเห็นเทพกระบี่ม่อเยวียนเริ่มถอยร่น และเห็นเฉาเทียนเจียวร่วงหล่นจากฟากฟ้าราวว่าวสายป่านขาด

"สถานการณ์พินาศแล้ว..." หลี่จิ้งพึมพำกับตัวเอง ความจงรักภักดีต่อสวรรค์ยังคงอยู่ แต่สัญชาตญาณของแม่ทัพบอกเขาว่า หากดึงดันสู้ต่อไป กองทัพสวรรค์ที่นี่จะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น และประตูสวรรค์จะกลายเป็นสุสานไร้ชื่อ

"ถอย! ถอยกลับไปที่ตำหนักชั้นใน!" หลี่จิ้งออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น เขาซัดเจดีย์ปราบมารออกไปเบื้องหน้าเพื่อปิดกั้นพยัคฆ์เหินชั่วคราว "พยัคฆ์เหิน! วันนี้เจ้าโชคดีที่มีกำลังเสริมแข็งแกร่ง แต่จำไว้เถิดว่า... สวรรค์ทั้งเก้านั้นกว้างใหญ่และลึกลับกว่าที่พวกเจ้าเห็น บัญชีแค้นนี้ข้าจะทวงคืนในไม่ช้า!"

ร่างของหลี่จิ้งทะยานถอยกรูดหายไปในม่านเมฆมงคลที่กำลังแตกพ่าย ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะวิกลจริตของพยัคฆ์เหินที่ดังไล่หลังไปอย่างเย้ยหยัน

"รีบไปฟ้องเจ้านายของท่านเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ! บอกเขาด้วยว่า... นรกกำลังจะย้ายขึ้นมาอยู่บนสวรรค์แล้ว! ก๊าก...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"

กองทัพสวรรค์ถูกกดดันอย่างรุนแรง ยากที่จะแบกรับ แม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งตัดสินใจออกคำสั่งถอยอย่างไม่เต็มใจ

เทพสงครามที่ก่อร่างขึ้นจากเจตจำนงกองทัพแตกสลาย กองทัพเทพสวรรค์แตกขบวน แย่งกันหลบหนีกลับไปอย่างตื่นตระหนก

การปรากฏตัวของพี่วัว ไม่เพียงแต่สั่นคลอนมรรคาสวรรค์ แต่มันคือการทำลายขวัญกำลังใจของเหล่าเทพเจ้าจนไม่เหลือหลอ ทันทีที่เจตจำนงของมหาเทพสูงสุดแผ่ซ่าน กองทัพสวรรค์ที่เคยหยิ่งยโสกลับรู้สึกราวกับแบกภูเขาจักรวาลไว้บนบ่า

เทพกระบี่ม่อเยวียนที่เคยร่ายรำกระบี่เซวียนหยวนอย่างสง่างาม บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย กระบี่ในมือสั่นระริกไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นความหวาดกลัวที่สลักลึกเข้าถึงจิตวิญญาณ เมื่อเขาจ้องมองไปยังร่างสีน้ำเงินที่ลึกลับ เขาสัมผัสได้ถึงปฐมกาลที่เก่าแก่ยิ่งกว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มใดที่เขารู้จัก

"ตัวตนระดับนี้ยังเหลือรอดอยู่อีกหรือ!" ม่อเยวียนพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า เขาไม่กล้าแม้แต่จะตวัดกระบี่อีกต่อไป ยอดนักรบเฒ่าตัดสินใจสะบัดแขนเสื้อ ปล่อยรังสีกระบี่ชุดสุดท้ายเพื่อพรางตัว ก่อนจะทะยานร่างถอยกรูดกลับเข้าสู่ม่านพลังของวังสวรรค์อย่างรวดเร็วประดุจดาวตกที่ร่วงหล่น ทิ้งศักดิ์ศรีของเทพกระบี่อันดับหนึ่งไว้เบื้องหลังอย่างหมดท่า

อีกด้านหนึ่งของสมรภูมิ เพลิงป่าที่โหมกระหน่ำของหลี่หลายฮัวได้แผดเผาจนหน้าขาวๆ ของเฉาเทียนเจียวดำไปหมดแล้ว เส้นผมก็ถูกเผา กระทั่งมีควันดำลอยขึ้นจากศีรษะ สภาพน่าอนาถมาก

ตูมมมม!!!

หอกอัคคีของหลี่หลายฮัวกระแทกเข้ากลางอกของเฉาเทียนเจียวอย่างจัง ส่งร่างของนางปลิวละลิ่วกระแทกกับเสาหยกของประตูสวรรค์อย่างแรง นางกระอักเลือดออกมาเป็นสาย ชุดเกราะแตกกระจายเปิดให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกเพลิงโลหิตแผดเผาจนเนื้อสุก กลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

"ฮืม... เจ้ามันก็แค่อดีตที่ข้าก้าวข้ามไปแล้ว เฉาเทียนเจียว!" หลี่หลายฮัวยืนตระหง่านท้าทาย

เฉาเทียนเจียวพยายามยันกายลุกขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา ลมหายใจของนางติดขัดและโรยริน ทว่าดวงตากลับยังคงฉายแววอาฆาตและเย่อหยิ่งอย่างถึงที่สุด นางถ่มน้ำเลือดทิ้งพลางแค่นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

"หลี่หลายฮัว... เจ้าคิดว่าการชนะหมากตัวเล็กๆ อย่างข้า แล้วมีปีศาจชั่วหนุนหลัง จะหมายถึงชัยชนะของพวกเจ้าจริงๆ หรือ?" นางสำลักเลือดออกมาอีกคำ แต่ยังคงเชิดหน้าขึ้น "สวรรค์ทั้งเก้ายิ่งใหญ่กว่าที่พวกเจ้าจินตนาการนัก แม้ข้าจะตาย... แต่จักรพรรดิสวรรค์จะจองจำพวกเจ้าไปชั่วนิรันดร์! พวกเจ้ามันก็แค่... เดรัจฉานที่คิดจะบินไปหาดวงอาทิตย์ สุดท้ายก็ต้องมอดไหม้เป็นจุล!"

พูดจบ เฉาเทียนเจียวก็เรียกใช้อาคมเคลื่อนย้ายหลบหนีสุดท้ายของนาง ร่างโชกเลือดของนางระเบิดแสงสีเงินเย็นเยียบก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในวังสวรรค์ ทิ้งไว้เพียงคำเย้ยหยันที่ว่างเปล่าท่ามกลางเสียงโห่ร้องของกองทัพปีศาจที่กำลังบุกตะลุยเข้าไป

หลี่ฉิงซานไม่ได้สนใจการหลบหนีของมดปลวกเหล่านั้น เขาเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพี่วัว พลังของทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นเงาทมิฬแผ่ขยายไปทาบทับยอดสูงสุดของวังสวรรค์

"ไปเถอะพี่วัว... ถึงเวลาดับไฟวังสวรรค์นี่เสียที"

"ไป!"

สองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ก้าวเดินไปบนทางลาดสีขาวบริสุทธิ์ ทิ้งรอยเท้าที่เปื้อนเลือดและเขม่าไฟไว้เบื้องหลัง มุ่งตรงสู่จุดศูนย์กลางของจักรวาล... วังสวรรค์!

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1695 คำสัญญาใต้เงาสวรรค์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว