- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1694 เปิดฉากสงครามวันสิ้นโลก (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1694 เปิดฉากสงครามวันสิ้นโลก (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1694 เปิดฉากสงครามวันสิ้นโลก (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1694 เปิดฉากสงครามวันสิ้นโลก
[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]
บรรยากาศหน้าประตูสวรรค์ตึงเครียดจนถึงขีดสุด กองทัพเทพเจ้าที่นำโดย แม่ทัพสวรรค์แห่งพิภพสวรรค์ หลี่จิ้ง ผู้ถือครองเจดีย์ปราบมาร ขุนพลเทพหกติง และเหล่านักรบสวรรค์ในชุดเกราะเงินแวววาว ยืนเรียงรายอยู่เหนือเมฆมงคลที่ทอแสงศักดิ์สิทธิ์ จ้องมองลงมายังกองทัพปีศาจที่ปกคลุมท้องฟ้าประดุจเมฆดำวันสิ้นโลกเบื้องล่าง
หลี่จิ้งก้าวออกมาข้างหน้า มือหนึ่งประคองเจดีย์ทองคำที่ส่องรัศมีกดข่มวิญญาณ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งครัดตามกฎระเบียบสวรรค์ เขามองลงมาที่หลี่ฉิงซานแล้วตวาดด้วยเสียงกัมปนาท
"หลี่ฉิงซาน! เจ้าผู้เป็นเพียงมดปลวกจากโลกเบื้องล่าง ได้รับวาสนาจนบรรลุเทพปีศาจ แต่กลับไม่รู้สำนึกในความเมตตาของสวรรค์ บัดนี้ยังบังอาจระดมพลพวกหนูโสโครกมาประชิดประตูสวรรค์ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิถีอสูราจะก้าวข้ามเต๋าสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ปกครองจักรวาลมานับล้านปีได้?"
หลี่ฉิงซานยังไม่ทันได้ตอบ เทพปีศาจพยัคฆ์เหินก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง "เกี๊ยก!...ก๊ะ ก๊ะ ก๊ะ ก๊ะ สวรรค์ช่างมีเมตตานัก เช่นนั้นหนูน้อยตัวนี้ก็จะตอบแทนอย่างสาสม"
"บังอาจ! เป็นเพียงหนูท่อระบายน้ำกลับกล้าส่งเสียงเจี้ยวจ้าว เข้าไปสำนึกผิดในเจดีย์ปราบมารของข้าซะ!" หลี่จิ้งตวาด
พยัคฆ์เหินทำท่าเหมือนผู้หญิงถอนสายบัว กล่าวด้วยใบหน้าที่กลายเป็นวิกลจริตและดัดเสียงเป็นสตรีที่น่าขนลุก "รับดีรับใช้เจ้าค่ะ นายท่าน"
อีกด้านหนึ่ง เฉาเทียนเจียวในชุดเกราะทองคำก้าวออกมาข้างหน้า นางมองหลี่ฉิงซานด้วยสายตาพร่าเลือน ตกอยู่ในภวังค์ของตน โดยไม่อาจเอ่ยถ้อยคำใด เขากลายเป็นตัวตนที่นางไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองตรงๆ ได้อีกต่อไป หลังจากชั่วครู่ นางก็ส่ายหน้าเบาๆ ปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่าน และเบือนสายตาไปทางหลี่หลายฮัว อดีตสหายร่วมรบที่นางตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ แววตาของนางสั่นไหวด้วยความไม่อยากเชื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเปลวเพลิงที่รุนแรงกว่าเดิมนับสิบเท่า
"หลี่หลายฮัว! เจ้าคนโง่เขลา เจ้าเลือกที่จะจมปลักอยู่ในโคลนตมของพิภพปีศาจ แทนที่จะก้าวขึ้นสู่สวรรค์อันเที่ยงธรรม บัดนี้ยังบังอาจนำพาสัตว์เดรัจฉานมาเหยียบย่ำดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคิดว่าลำพังเพลิงป่าของเจ้าจะต้านทานเพลิงสวรรค์ได้หรือ?" เฉาเทียนเจียวตวาดลั่น
หลี่หลายฮัวหัวเราะเสียงดังสนั่น แววตาของเขาไม่มีความสับสนอีกต่อไป "เฉาเทียนเจียว โอ้ เฉาเทียนเจียว เพลิงสวรรค์ของพวกเจ้าน่ะหรือ? มันก็แค่ดวงไฟที่ถูกเลี้ยงไว้ในตะเกียง เป็นไฟที่ไร้ชีวิตและจิตวิญญาณ แต่ไฟของข้า... คือไฟที่แผดเผาอย่างอิสระเสรี! วันนี้ข้าไม่ได้มาพูดคุย แต่มาเพื่อเผาเกราะทองของพวกเจ้าให้กลายเป็นเศษเหล็ก!"
ด้านข้าง อดีตราชันจักรพรรดิกระบี่เมฆาม่วง หรือควรเรียกว่า เทพกระบี่สวรรค์พิภพ อวี๋จื่อเจี้ยน ก็ถูกท้าทายด้วยสายตาจากเทพอาวุโสแห่งพิภพสวรรค์ เทพกระบี่ม่อเยวียน ผู้ถือครองกระบี่เซวียนหยวน
"อวี๋จื่อเจี้ยน เจ้าผู้มีกายาหยางพิสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง กลับเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับดาวปีศาจ ช่างน่าเสียดายพรสวรรค์ที่สวรรค์มอบให้!"
อวี๋จื่อเจี้ยนเพียงยิ้มบาง มือเรียวบางกระชับกระบี่สวรรค์พิภพ "สวรรค์มอบพรสวรรค์ให้ข้าเพื่อปกป้องผู้คน ไม่ใช่เพื่อเป็นทาสของพวกท่าน หากสวรรค์ที่พวกท่านพิทักษ์มันมืดบอดนัก ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้เปิดตาพวกท่านเอง"
เมื่อคำพูดไม่อาจยุติความขัดแย้ง หลี่ฉิงซานเพียงสะบัดมือเบาๆ เป็นสัญญาณสั่งตาย!
"ฆ่า!!!"
อาปังหัววัว คำรามลั่นพุ่งตัวออกไปเป็นคนแรก ขวานยักษ์ในมือเหวี่ยงออกไปสร้างคลื่นพลังทำลายล้าง ตัดผ่านแนวป้องกันของนักรบสวรรค์ระดับล่างจนแตกกระจายประดุจใบไม้ร่วง ขณะที่เทพปีศาจฮุ่นตุ้นในร่างก้อนเนื้อกลมโตพุ่งเข้าใส่กลางวงล้อม ปลดปล่อยพลังความโกลาหลบดขยี้เกราะศักดิ์สิทธิ์จนแหลกละเอียด
ฝ่ายสวรรค์ไม่ยอมน้อยหน้า เทพนักรบนับร้อยควบอาชาสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานเข้าปะทะ หอกและกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งลงมาประดุจห่าฝน ทว่าพวกเขากลับต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า
เสี่ยวหลันเช่อ อสูรกลืนห้วงมิติในร่างมนุษย์กึ่งโปร่งใสเพียงอ้าปากกว้าง ห้วงมิติเบื้องหน้าพลันบิดเบี้ยว อาวุธและพลังเทพทั้งหมดถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างมืดมิดประดุจหลุมดำของมันทันที
"นี่มันปีศาจชนิดใดกัน!" เทพนักรบร้องอย่างขวัญเสีย
"รวมพลัง จับทัพ!" หัวหน้าหน่วยเทพนักรบตะโกนออกคำสั่ง
กองทัพเทพนักรบเร่งจัดขบวนศึก หลอมรวมเจตจำนง สร้างภาพฉายของเทพสงครามร่างกายใหญ่โตถือหอกยาวควบขี่อาชาสวรรค์สี่ปีกขึ้นกลางอากาศ
เจตจำนงกองทัพ!
ดวงตาของเทพสงครามผู้สง่างาม น่าเกรงขาม และองอาจส่องประกายสว่างไสว อาชาสวรรค์สี่ปีกกรีดร้องคำรามกู่ก้อง แรงกดดันของเทพสงครามปกคลุมกลืนกินฟ้าดินทั้งผืน
"เจตจำนงกองทัพ? น่าคิดถึงจริงๆ" หลี่ฉิงซานเผยรอยยิ้มและยกมือขึ้น
พลันนั้น สายตาของเหล่าทหารปีศาจก็กลายเป็นแดงก่ำดุจอสูรกาย พวกมันคำรามอย่างดุร้าย ภายใต้เจตจำนงของราชาเทพปีศาจ เจตจำนงของกองทัพปีศาจหลอมรวมเป็นหนึ่ง สร้างเงาร่างใหญ่โตของปีศาจสงครามที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนหลี่ฉิงซานขึ้นมา
เจตจำนงกองทัพ ปะทะ เจตจำนงกองทัพ!!
สมรภูมิหน้าด่านกลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ขนาดมหึมา เลือดสีทองของเทพและสีดำของปีศาจผสมปนเปกันไปทั่วชั้นเมฆ ความรุนแรงระลอกแรกนี้ทำเอาซุ้มประตูมังกรหยกสั่นคลอนและปริร้าว
"เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!!"
แรงกดดันจากเจตจำนงกองทัพของทั้งสองฝ่ายบีบอัดมวลอากาศจนเกิดเสียงปริแตกดุจแก้วร้าว เทพสงครามขี่อาชาสวรรค์สี่ปีกชูหอกศึกซัดพุ่งเข้าใส่ปีศาจสงครามที่มีใบหน้าละม้ายหลี่ฉิงซาน
ตูมมมมมมมมม!!!
การปะทะกันของเจตจำนงระดับเคลื่อนภูผาระเหยมหาสมุทรทำให้นักรบสวรรค์และทหารปีศาจระดับล่างที่อยู่ใกล้เคียงร่างระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดทันที หอกทองคำแทงทะลวงหัวไหล่ปีศาจสงคราม ทว่าปีศาจสงครามกลับคำรามลั่น ใช้มือมหึมาทั้งสองข้างคว้าศีรษะและลำคอของอาชาสวรรค์สี่ปีกแล้วฉีกกระชากมันออกจากร่างอย่างป่าเถื่อน! ความบ้าคลั่งของกองทัพปีศาจที่ไร้ความหวาดกลัวต่อความตายเริ่มข่มขวัญกองทัพนักรบสวรรค์ที่ยึดติดกับความเป็นอมตะ เจตจำนงสีดำทมิฬค่อยๆ กลืนกินรัศมีสีทองจนหมองหม่น
.....
"ระบำกระบี่สวรรค์พิภพ ปฐพีตื่นรู้!"
อวี๋จื่อเจี้ยนวาดกระบี่เป็นวงกลม ก่อเกิดคลื่นพลังหนาหนักประดุจขุนเขานับหมื่นลูกพุ่งเข้าใส่เทพกระบี่ม่อเยวียน ทว่าผู้เฒ่าเคราขาวกลับแค่นเสียงเย็นชา สะบัดกระบี่เซวียนหยวนในมือเพียงเบาๆ รังสีกระบี่สีทองสายหนึ่งพลันตัดผ่านคลื่นพลังของอวี๋จื่อเจี้ยนประดุจมีดโกนตัดเนย
"นังหนู... กระบี่เซวียนหยวนของข้าคือรากฐานแห่งมนุษย์และสวรรค์ เพียงความคิดตื้นเขินของเจ้าจะมาท้าทายกฎแห่งสวรรค์ได้อย่างไร!" เทพกระบี่ม่อเยวียนคำรามพร้อมพุ่งตัวประดุจสายฟ้าฟาด
"ข้าไม่สนว่าจะตื้นเขินหรือไม่ แต่ข้าไม่สามารถยืนดูคนบริสุทธิ์ต้องพบกับความทุกข์ทรมานเพราะความบ้าอำนาจของบางคน กฎสวรรค์แล้วอย่างไร แม้แต่ราชาสวรรค์ ข้าก็จะฟันมันให้ขาด!"
"สามหาว!! ไร้ทางเยียวยา!!!"
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงปะทะของสองยอดกระบี่ดังก้องไปทั่วสมรภูมิ อวี๋จื่อเจี้ยนอาศัยกายาหยางพิสุทธิ์เคลื่อนไหวประดุจประกายแสง นางไม่ได้ใช้เพียงกำลังดิบเถื่อน แต่ใช้เจตจำนงแห่งแสงเข้าฟาดฟันกฎอันเที่ยงแท้ของเทพกระบี่ม่อเยวียน ทุกครั้งที่กระบี่สบกัน ประกายไฟที่กระเด็นออกมาพุ่งลงไปเบื้องล่างเผาผลาญสิ่งมีชีวิตทั้งหมดจนมอดไหม้ นางกดดันจนเทพกระบี่ม่อเยวียนต้องถอยร่น แววตาของผู้เฒ่าเริ่มฉายแววตระหนกเมื่อพบว่า เต๋าของนางนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก
.....
"ไปสยบมัน! เจดีย์ปราบมารแปดทิศ!"
แม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งปล่อยเจดีย์ทองคำออกจากฝ่ามือ อาวุธวิเศษขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังแสงมงคลของสวรรค์ รัศมีศักดิ์สิทธิ์สีทองสว่างจ้าแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับเสียงสวดคาถาที่ดังกึกก้อง พลังกดข่มวิญญาณทำให้ปีศาจระดับต่ำที่อยู่รายรอบถึงกับร่างแตกสลายกลายเป็นไอสีดำ ทว่าเบื้องหน้าแรงกดดันที่สามารถสยบขุนเขาได้นั้น เทพปีศาจพยัคฆ์เหินกลับยืนบิดกายไปมาด้วยท่าทางอ้อนแอ้นประดุจสตรีในหอโคมเขียว
"ว้าย! ว้าย!! น่ากลัวจังเลย เจดีย์ใหญ่โตขนาดนี้... จะยัดร่างน้อยๆ ของข้าลงไปไหวหรือ?"
พยัคฆ์เหินจีบปากจีบคอพูด แววตาวิกลจริตของมันฉายประกายสีม่วงเข้มชวนขนลุก ทันทีที่ส่วนฐานของเจดีย์กระแทกลงมาหมายจะกักขังมันไว้ภายใน พยัคฆ์เหินพลันระเบิดเสียงหัวเราะแหลมสูงประดุจเข็มเย็บผ้าที่ทิ่มแทงโสตประสาท
"เกี๊ยก... ก๊ะ ก๊ะ ก๊ะ ก๊ะ!"
ร่างของมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่ากฎใดๆ พยัคฆ์เหินไม่ได้ถอยหนี แต่กลับพุ่งตัวเข้าหาเจดีย์ทองคำโดยตรง! เล็บมือที่แหลมคมขยายยาวออกเป็นสีดำขลับประดุจเหล็กกล้า มันใช้นิ้วมือทั้งสิบจิกลงไปบนตัวเจดีย์ที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ เสียงเล็บขูดกับโลหะดังแสบแก้วหูจนเทพสวรรค์หลายองค์ต้องยกมือขึ้นปิดหู
"เจ้าสัตว์เดรัจฉาน! บังอาจแตะต้องอาวุธประทานจากจักรพรรดิ!" หลี่จิ้งหน้าเปลี่ยนสี รีบรวบรวมพลังขับเคลื่อนเจดีย์ปราบมารเพื่อแผดเผาปีศาจร้ายตรงหน้า
ทว่าเพลิงสวรรค์ที่ปะทุออกมาจากเจดีย์กลับทำสิง่ใดพยัคฆ์เหินไม่ได้แม้แต่น้อย มันยังคงเกาะอยู่บนตัวเจดีย์ประดุจแมลงมุมพิษ "ร้อนจริง ร้อนจัง... ร้อนเหมือนไฟราคะในใจข้าเลย เกี๊ยก ก๊ะ ก๊ะ ก๊ะ ก๊ะ" พยัคฆ์เหินหัวเราะด้วยเสียงประหลาด ก่อนจะแลบลิ้นเลียขอบหลังคาทองคำอย่างพิลึกพิเรนราวกับต้องการลิ้มรสชาติของเจ้าสิ่งนี้ "ถุย ถุย ถุย ถุย รสชาติน่าขยะแขยง...อัปลักษณ์เหมือนหน้าตาของเจ้าไม่มีผิด! เห้อ...ก็โทษเจ้าไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้ข้าหล่อเหลาเกินไปเล่า ก๊าก...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"ฮืม เดรัจฉานวิปริต! ตาย!!!"
เปรี้ยง!!!
เจดีย์ปราบมารระเบิดสายฟ้าสีทองออกมา
"บึม!!!!!!!"
ขณะเดียวกัน พยัคฆ์เหินก็สะบัดกรงเล็บ พลังปีศาจสีม่วงทมิฬปะทุออกมาจากปลายนิ้ว กระแทกเข้ากับอักขระศักดิ์สิทธิ์บนเจดีย์จนแตกกระจาย
ร่างของพยัคฆ์เหินถูกสายฟ้าสวรรค์เผาจนไหม้เกรียมและยังมีควันดำลอยขึ้นสู่อากาศ ทว่า แม่ทัพสวรรค์หลี่จิ้งก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ร่างของเขากระตุกวูบ พลางกระอักเลือดทองคำออกมาคำใหญ่ เจดีย์วิเศษที่เป็นดั่งชีวิตของเขาเริ่มปรากฏรอยร้าวรุกรามประดุจใยแมงมุม
"เป็นไปไม่ได้! เจดีย์ปราบมารของข้า..." หลี่จิ้งอุทานด้วยความตระหนก แววตาที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นใบหน้าไหม้เกรียมและเต็มไปด้วยความวิกลจริตของพยัคฆ์เหินลอยเข้ามา
.....
ท่ามกลางความนัวเนียของสงคราม หลี่ฉิงซานยังคงนิ่งสงบ เขาจ้องมองไปยังเบื้องลึกของวังสวรรค์ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเขาสัมผัสได้ว่า แรงกดดันที่แท้จริงกำลังเคลื่อนตัวออกมาจากวังสวรรค์
และในจังหวะที่คลื่นลูกแรกกำลังจะสงบลงนั่นเอง บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบสงัดลงอย่างประหลาด กลิ่นอายปฐพีอันคุ้นเคยเริ่มแทรกซึมเข้ามา เป็นสัญญาณการปรากฏตัวของบุรุษที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์สวรรค์ไปตลอดกาล...