เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1693 เงาทมิฬทาบสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1693 เงาทมิฬทาบสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1693 เงาทมิฬทาบสวรรค์ (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1693 เงาทมิฬทาบสวรรค์

[แฟนฟิค เขียนโดย iPAT]

ณ ยอดสูงสุดของสวรรค์ทั้งเก้า วังสวรรค์อันเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลทั้งมวลที่เคยสงบเงียบและศักดิ์สิทธิ์มานับล้านปี บัดนี้กลับถูกสั่นคลอนด้วยคลื่นพลังที่ดำมืดและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ แสงสีทองแห่งมรรคาสวรรค์ที่เคยเจิดจ้ากลับถูกย้อมด้วยสีแดงโลหิตและสีดำทมิฬที่ลามมาจากขอบฟ้าประดุจน้ำหมึกที่ทำลายภาพวาดอันวิจิตร

ตึง... ตึง... ตึง...

เสียงย่ำเท้าของกองทัพขนาดมหึมาดังกึกก้องสอดประสานกับเสียงกลองศึกที่ตีจากหนังอสูรบรรพกาล ไม่ใช่เพียงแค่กองทัพปีศาจ แต่เป็นกองทัพที่รวมเอาเจตจำนงจากทั้งหกภพภูมิและพิภพสัตว์อสูรเข้าด้วยกัน สัตว์ยักษ์จากขุมนรก นักรบอสุราผู้บ้าคลั่ง ปีศาจวิปริต และผีดิบนานาชนิด ต่างแห่แหนตามหลังบุรุษผู้หนึ่งมาประดุจคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะกลืนกินสวรรค์ทั้งผืน

ที่หน้าสุดของทัพใหญ่นั้น หลี่ฉิงซานยืนตระหง่านอยู่บนศีรษะมังกรดำเนตรทอง ผมยาวสีแดงสดของเขาลอยขึ้นสู่อากาศอย่างโอหังราวกับกองเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ แผ่บารมีแห่งมหาเทพที่กดข่มสวรรค์ทั้งเก้าทั้งหมด

ขนาบข้างกายเขาคือเหล่าสหายร่วมรบที่ฝ่าฟันกันมานับพันศึก เริ่มตั้งแต่สี่เทพสวรรค์ข้างกายราชาปีศาจ

เสี่ยวอัน ในชุดขาวบริสุทธิ์ทว่าเยือกเย็นถือกระบี่กระดูกขาวที่เคลือบไว้ด้วยเพลิงสีขาวซีด ดวงตาของนางสงบนิ่งไร้อารมณ์ใดๆ หลังจากกลืนกินวิญญาณะอมตะและผีดิบอมตะทั้งหมดของพิภพวิญญาณ นางเปลี่ยนพิภพวิญญาณให้กลายเป็นนรกเพลิงสีขาว แต่นางมิได้ทำลายล้างเหล่าวิญญาณเร่ร่อนและผีดิบทั้งมวล นางเพียงปรับแต่งพวกมันให้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดีที่สุด ขณะที่นางก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งแปดภายใต้ความช่วยเหลือของกองทัพภูตผี และกลายเป็นมหาเทพกระดูกขาว ผู้ที่จะเปลี่ยนสวรรค์ให้กลายเป็นสุสานกระดูกขาว

เสี่ยวหมิง เทพอสูรราหู หลังจากเอาชนะมารดาของตน และได้รับพลังของเทพอสูรเกตุจากมารดา เขากลายเป็นตัวตนบนจุดสูงสุดแห่งพิภพอสูร มันทำให้เขาสามารถก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่แปด และกลายเป็น มหาเทพอสูรสงคราม เจ้าเหนือหัวแห่งพิภพอสูร โดยธรรมชาติแล้วเขาย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมสงครามครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขายืนด้วยความภาคภูมิใจอยู่เคียงข้างหลี่ฉิงซาน

กู่เยี่ยนหยิน ในร่างมนุษย์ สง่างาม ไร้กังวล ราวกับวิหคที่หลุดจากกรง และสามารถโบยบินไปสุดขอบฟ้าได้อย่างอิสระดังใจปรารถนา แววตาของนางส่องประกายสว่างไสว ไม่มีกฎเกณฑ์ใดสามารถพันธนาการนางได้ ย้อนกลับไป หลังจากเข่นฆ่ามังกรทั้งฝูงในพิภพสัตว์อสูร ในเวลานั้น นางค้นพบว่า พิภพสัตว์อสูรแท้จริงแล้วคือคุนเผิงบรรพกาลที่กลายร่างเป็น พิภพสัตว์อสูรหรือคุนเผิงบรรพกาลยอมรับนางและส่งมอบมรดกที่สมบูรณ์ของคุนเผิงให้แก่กู่เยี่ยนหยิน นางกลายเป็นคุนเผิงอย่างสมบูรณ์แบบ และก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่แปดจนกลายเป็น มหาเทพล่องนภา

หลี่เฟิงหยวน วิหคเพลิงอมตะหนุ่มหัวโล้น หลังจากก้าวเข้าสู่เส้นทางสายพุทธะ ในที่สุดเขาก็บรรลุเป็นอรหังต์ภายใต้การสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เขาสามารถก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่เจ็ดและกลายเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง สำหรับภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่แปด เขายังห่างไกลนัก แต่ธรรมะสอนให้เขาวางลง เขาปลงแล้ว แม้จะไม่สามารถตามหลี่ฉิงซาน เสี่ยวอัน เสี่ยวหมิง และกู่เยี่ยนหยินได้ทัน ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา แต่เพียงได้ยืนอยู่เคียงข้างพวกเขาและทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

รวมถึงเหล่าขุนพลและคนสนิทของหลี่ฉิงซาน ทุกคนต่างแผ่กลิ่นอายความยโสที่พร้อมจะท้าทายบัลลังก์เทพ

อดีตราชันจักรพรรดิกระบี่เมฆาม่วง อวี๋จื่อเจี้ยน นางยืนอย่างองอาจ สง่างาม และส่องประกายเจิดจ้าด้วยกายาหยางพิสุทธิ์ในฐานะมนุษย์อมตะที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์หกครั้ง แต่ด้วยกระบี่สวรรค์พิภพในมือ พลังรบของนางกลับไม่ด้อยไปกว่าเทพเจ้าที่แท้จริงเลย

เฉียนหรงจื่อ งูพิษตัวนี้ยังอยู่ และอยู่ได้ดีเสียด้วย หลังจากก่อตั้งลัทธิแห่งแสงให้หลี่ฉิงซานในพิภพปีศาจ ในนามบาทหลวงศักดิ์สิทธิ์ นางก็ได้รับแรงศรัทธาไม่น้อย รวมกับความโปรนปรานจากสวรรค์ปีศาจ นางกลายเป็นปีศาจอมตะที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่หกมาได้อย่างง่ายดาย หลังจากหลี่ฉิงซานหลอมรวมความว่างเปล่าเข้ากับเต๋าและกลายเป็นมหาเทพที่วัฎสงสารทั้งหกต้องก้มกราบ ภายใต้เจตจำนงของเขา พิภพปีศาจสามารถรองรับการดำรงอยู่ของเทพปีศาจได้มากขึ้น เฉียนหรงจื่อในฐานะสาวกผู้ภักดีและสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้เขาจึงได้รับผลประโยชน์มหาศาล ตอนนี้นางก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่เจ็ดจนกลายเป็นเทพปีศาจที่แท้จริงไปแล้ว

จักรพรรดินีจิ้งจอกเก้าหาง ซูหมี่หรัน ด้วยพรสวรรค์และความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากหลี่ฉิงซาน นางก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่หก กลายเป็นปีศาจอมตะหัวกบฎ เดิมทีเพราะคำสั่งจากตัวตนระดับสูงของเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง นางจึงถูกส่งไปยังโลกของเก้ามณฑลเพื่อรอคอยการปรากฎตัวของหลี่ฉิงซาน การอยู่ในโลกของเก้ามณฑลสำหรับนางเหมือนการติดคุก แม้นางจะมีพรสวรรค์โดดเด่น แต่การบ่มเพาะของนางกลับติดอยู่ที่ภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่สามเป็นเวลาหลายร้อยปีเนื่องจากข้อจำกัดของโลก นั่นทำให้นางสั่งสมความเกลียดชังไว้ในใจและต้องการอิสรภาพ

นางไม่ต้องการเป็นหมากบนกระดานที่ถูกคนระดับสูงควบคุม นางจึงปลดปล่อยตัวเองด้วยการก่อกบฎต่อเผ่าจิ้งจอกเก้าหางตระกูลโหยว่ซูแห่งอาณาจักรเขาเขียว โค่นล้มผู้อาวุโสสูงสุด และสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดินี

แต่หากนางต้องการรอดชีวิตไปจากมหันตภัยวันสิ้นโลก นางก็ยังต้องแสดงท่าที และต้องเป็นท่าทีที่ถูกต้อง มิฉะนั้นนางจะร่วงหล่นลงจากบัลลังก์อย่างง่ายดาย จิ้งจอกเก้าหางตระกูลโหยว่ซูมีชื่อเสียงด้านการพยากรณ์มาตลอด และเผ่าจิ้งจอกเก้าหางก็เลือกฝ่ายของหลี่ฉิงซานมาตั้งแต่แรก แม้นางจะไม่รู้ผลลัพธ์ของสงคราม แต่นางก็ยังตัดสินใจที่จะยืนเคียงข้างหลี่ฉิงซานในสงครามใหญ่ครั้งนี้

หลี่หลายฮัว นักรบแห่งเปลวเพลิง มนุษย์อมตะที่ผ่านภัยพิบัติสวรรค์หกครั้ง ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ หลังจากแปรพรรคไปยังพิภพปีศาจ ไฟในใจของเขาลุกโชติช่วงยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ได้เลือกผิด เพราะหากเขาไปยังสวรรค์ทั้งเก้าและอยู่ภายใต้การชี้นำของเทพเตาเพลิง ไฟในใจของเขาคงถูกกดข่มด้วยกฎเกณฑ์มากมาย เขาคงเป็นได้เพียงกองไฟกองเล็กๆ ในเตาถ่าน และไม่มีวันบรรลุระดับที่สูงขึ้นไปได้

แต่ภายใต้การตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวของหลี่หลายฮัว และเจตจำนงอันแรงกล้าของพิภพปีศาจ การบ่มเพาะของเขาจึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่นาน เขาก็บรรลุถึงจุดสูงสุดของขอบเขตมนุษย์อมตะแล้ว หากต้องสู้กับผู้นำขุนพลเทพหกติงเช่นเฉาเทียนเจียวอีกครั้ง ฝ่ายหลังไม่มีทางเทียบเขาได้เลย สำหรับเรื่องนี้ เฉาเทียนเจียวทำได้เพียงถอนหายใจ โดยเฉพาะหลังจากที่ได้รู้ว่าหลี่ฉิงซานก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่แปดและกลายเป็นมหาเทพ นางยิ่งสับสนและงงงวย กล่าวได้ว่า นางถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างสมบูรณ์ และไม่มีวันก้าวไปข้างหน้าได้อีก

อาปังหัววัว อดีตนักรบทรยศของเผ่าเสิ่นหนง ยมทูตจากพิภพนรก ในวันนี้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะสู้จนตัวตาย แต่จะไม่ทำสิ่งที่จะเสียใจภายหลังดังเช่นในอดีตอีกต่อไป เขาถือขวานศึกยืนตระหง่านอยู่ที่นั่นอย่างห้าวหาญด้วยร่างกายกำยำ

แน่นอนว่า เทพปีศาจทั้งสิบสองล้วนติดตามราชาของพวกมันมาออกรบ เทพปีศาจฮุ่นตุ้นถูกหลี่ฉิงซานกดปราบโดยตรง และได้รับสติสัมปชัญญะกลับคืนมาแล้ว ตอนนี้มันจึงกลายเป็นหอกที่แหลมคมที่สุดของหลี่ฉิงซาน

นอกจากนี้ยังมีอสูรกลืนห้วงมิติ เจ้าตัวอ้วนเสี่ยวหลันเช่อ ด้วยเจตจำนงของหลี่ฉิงซาน มันผ่านกระบวนการวิวัฒนาการอย่างไม่น่าเชื่อ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษที่มาพร้อมสติปัญญา สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจปรารถนา ตอนนี้มันอยู่ในรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ ร่างกายโปร่งใส มืดมิดเหมือนจักรวาล แต่มีจุดแสงนับไม่ถ้วนส่องประกายระยิบระยับเหมือนทะเลดาวในห้วงสุญญะ แม้จะไม่มีการบ่มเพาะ แต่ความสามารถในการกลืนกินของมันยังอยู่ และเป็นสิ่งที่แม้แต่เทพเจ้าก็ยังหวั่นเกรง

หลี่ฉิงซานก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงของเขาไม่ได้ตะโกน ทว่ามันกลับดังชัดเจนก้องไปทั่วสวรรค์ทั้งเก้า ทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเทพทุกองค์ และสั่นสะเทือนไปถึงบัลลังก์ของจักรพรรดิสวรรค์

"สวรรค์ทั้งเก้า... ข้า หลี่ฉิงซาน มาแล้ว!"

สิ้นคำประกาศ สายฟ้าสีเลือดหมื่นเส้นพลันฟาดลงบนซุ้มประตูมังกรหยกจนแตกกระจาย พลังกดดันมหาศาลพุ่งเข้าปะทะกับมรรคาสวรรค์โดยตรง เกิดเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่กลางท้องฟ้าสีคราม

"วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อเจรจา และไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตา" หลี่ฉิงซานชูดาบเทพปีศาจขึ้นชี้ไปยังยอดวังสวรรค์ "ข้ามาเพื่อทวงคืนหนี้เลือดให้พี่น้องข้า มาเพื่อพังคุกที่พวกเจ้าเรียกว่ากฎเกณฑ์ และมาเพื่อพิสูจน์ว่า... บัลลังก์ที่พวกเจ้านั่งอยู่นั้น มันก็เป็นเพียงก้อนหินที่รอวันถูกบดขยี้!"

เหล่าทวยเทพบนกำแพงสวรรค์ต่างหน้าถอดสี หลายองค์ถึงกับทำอาวุธหลุดมือด้วยความหวาดกลัว นี่ไม่ใช่การกบฏของลิงตัวเดียว แต่นี่คือ การล้างแค้นของโลกทั้งใบ ที่นำโดยดาวปีศาจผู้กุมชะตาหกวัฏสงสารไว้ในมือ!

หลี่ฉิงซานนำทัพใหญ่บุกถึงหน้าประตูสวรรค์พร้อมกับเหล่าคนสำคัญ ประกาศศึกครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินชะตากรรมของทุกสรรพสิ่ง

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1693 เงาทมิฬทาบสวรรค์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว