เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ขยันฝึกซ้อม

บทที่ 6 - ขยันฝึกซ้อม

บทที่ 6 - ขยันฝึกซ้อม


บทที่ 6 - ขยันฝึกซ้อม

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ตอนนี้คนในครัวยังมากันไม่ครบ แต่พวกเด็กฝึกงานกว่าสิบชีวิตก็มากันเกือบหมดแล้ว

การจะเป็นเด็กฝึกงานและอยากทำงานที่นี่ต่อ สิ่งสำคัญคือต้องมีฝีมือทำอาหารที่ได้มาตรฐาน ซึ่งหมายความว่าต้องตื่นเช้ามาทำงาน กลับบ้านดึก และตั้งใจฝึกซ้อมอยู่ที่นี่

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ การมาเช้าแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท คนอื่นอาจจะไม่จำหรอกว่าใครมาเช้า แต่รับรองว่าต้องจำได้แม่นว่าใครมาสายหรือมาแบบเฉียดฉิว

"พี่หวัง คนมีรถนี่มันดีจริงๆ เลยนะ ไม่ต้องตื่นเช้ามาก แต่ก็ยังมาถึงพอๆ กับผมเลย"

เจ้าทึ่มจู้เห็นหวังเจี้ยนเย่ก็เดินเข้ามาทักทาย

แต่น้ำเสียงกลับฟังดูหมั่นไส้อยู่นิดๆ

ก็บ้านเขาไม่มีจักรยานนี่นา ต้องพึ่งพาสองขาเดินมาตลอดทาง ทั้งเหนื่อยทั้งเสียเวลา

จากตรอกหนานหลัวกู่เซียงมาถึงถนนใหญ่จูซื่อโข่วตะวันตกตั้งหกกิโลเมตรเชียวนะ

"นายก็ให้ลุงเหอซื้อให้สักคันสิ เวลาไปกลับทำงานจะได้สะดวกๆ"

"ผมก็อยากได้เหมือนกันแหละ บอกแกไปตั้งหลายรอบแล้ว แต่แกก็ไม่ยอมซื้อให้สักที ผมจะทำยังไงได้ล่ะ เฮ้อ ผมก็คงต้องเดินต่อไปนั่นแหละ รอให้สอบผ่านได้ขึ้นเงินเดือนเมื่อไหร่ ผมจะเก็บเงินซื้อจักรยานเองเลยคอยดู"

เจ้าทึ่มจู้ก็จนปัญญาเหมือนกัน

ตอนนี้เขายังเป็นแค่เด็กฝึกงาน เงินเดือนก็น้อยนิด การจะหวังพึ่งตัวเองเก็บเงินซื้อจักรยานมันดูจะเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ถ้าเขามีฝีมือ สอบผ่านการประเมินแล้ว เขาก็จะได้รับเงินเดือนก้อนโตจากเฟิงเจ๋อหยวน แถมวันหยุดยังไปรับจ้างทำอาหารตามงานเลี้ยงได้อีก หาเงินได้เยอะกว่าตอนนี้เป็นไหนๆ

เจ้าทึ่มจู้ก็เลยตั้งตารอให้ถึงวันนั้นไวๆ จะได้มีเงินซื้อจักรยานมาปั่นเท่ๆ สักคัน

ไปกลับทำงานจะได้สบายๆ หน่อย

"เยี่ยม เป็นลูกผู้ชายมันต้องมีความมุ่งมั่นแบบนี้แหละ พี่นับถือใจนายเลย"

หวังเจี้ยนเย่เอ่ยชมไปสองสามประโยค ทำเอาเจ้าทึ่มจู้ถึงกับเขินไปเลย

ก็แหงล่ะ ตอนนี้เจ้าทึ่มจู้เพิ่งจะอายุสิบห้าสิบหก ยังละอ่อนอยู่เลย โดนชมเข้าหน่อยก็ต้องมีเขินกันบ้างเป็นธรรมดา

ถึงจะอายุยังน้อย แต่หน้าตาของเขาไม่ได้ดูเด็กตามอายุเลยสักนิด

เผลอๆ ดูหน้าแก่กว่าหวังเจี้ยนเย่เสียอีก

เจ้าทึ่มจู้เดินเลี่ยงไปคุยจิปาถะกับคนอื่นต่อ

หวังเจี้ยนเย่ถือโอกาสช่วงที่ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน ค่อยๆ ถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วหยิบกุยช่ายกำเล็กๆ กับเต้าหู้แห้งออกมาจากตะกร้าผักที่ล้างเตรียมไว้แล้ว

เขาตั้งใจจะฝึกทำเต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายเพื่อเก็บค่าประสบการณ์

ในฐานะเด็กฝึกงานของภัตตาคาร เขาสามารถใช้วัตถุดิบราคาถูกในครัวมาฝึกทำอาหารได้

เรื่องนี้ไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้ว แถมผู้จัดการในครัวก็ยังชอบสนับสนุนให้ทำแบบนี้ด้วยซ้ำ ขอแค่อย่าให้เป็นการสิ้นเปลืองวัตถุดิบจนเกินไปก็พอ

ก็เด็กฝึกงานจะเก่งขึ้นได้ยังไงถ้าไม่ลงมือฝึกทำบ่อยๆ ล่ะ

ต้องฝึกเยอะๆ ฝีมือทำอาหารถึงจะพัฒนาจะได้ทำประโยชน์ให้เฟิงเจ๋อหยวนได้มากขึ้นในอนาคต

หวังเจี้ยนเย่ล้างมือจนสะอาด แล้วหยิบมีดหั่นผักบนเขียงขึ้นมา

เขาเริ่มจากหั่นกุยช่ายเป็นท่อนสั้นๆ จากนั้นก็หั่นเต้าหู้แห้งเป็นเส้นเล็กๆ ให้มีความยาวพอๆ กับกุยช่าย

ตามด้วยการซอยต้นหอมและสับกระเทียม

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน

หวังเจี้ยนเย่ใส่ต้นหอมซอยและกระเทียมสับลงไปผัดให้หอมก่อน ตามด้วยเต้าหู้แห้งผัดให้เข้ากัน แล้วจึงใส่กุยช่ายตามลงไป

กุยช่ายสุกเร็วมาก ผัดพลิกไปมาสองสามทีพอมันสลดก็ใช้ได้แล้ว

หวังเจี้ยนเย่เหยาะเกลือกับซีอิ๊วลงไปปรุงรสตามความเหมาะสม แล้วผัดให้เข้ากันอีกครั้ง

เพียงเท่านี้เต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายแสนง่ายก็เสร็จสมบูรณ์

[ติ๊ง ได้รับค่าประสบการณ์ +2]

หลังจากตักใส่จานแล้ว หวังเจี้ยนเย่ก็หยิบตะเกียบคีบขึ้นมาชิมคำหนึ่ง

"ไฟแรงไปนิดนึง ฝีมือก็ยังเหมือนเดิมตอนที่เคยทำเป๊ะเลย กะจังหวะไฟได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

"เต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายจานนี้ของฉันยังอยู่แค่ระดับชำนาญ ถ้าอยากจะอัปเกรดให้ถึงระดับเตาสาม ต้องใช้ค่าประสบการณ์อีกสามแต้ม"

หวังเจี้ยนเย่เหลือบมองหน้าจอข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง

"ตอนนี้ฉันมีค่าประสบการณ์ทั้งหมดสิบเก้าแต้ม จะใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ฉันต้องไปหลอกถามอาจารย์ก่อนว่าการสอบประเมินคราวนี้จะมีเมนูอะไรบ้าง แล้วค่อยเอาค่าประสบการณ์ไปอัปเกรดเมนูพวกนั้น"

หวังเจี้ยนเย่รู้ตัวดีว่าค่าประสบการณ์ของเขายังมีไม่มาก ต้องใช้ให้ถูกจุดที่สุด

เมื่อคิดทบทวนวางแผนไว้ในใจแล้ว หวังเจี้ยนเย่ก็วางจานเต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายไว้ข้างๆ แล้วเริ่มลงมือฝึกทำเมนูต่อไป

อาหารที่เขาผัดแต่ละกระทะมีปริมาณน้อยมาก ผู้ใหญ่กินแค่ห้าหกคำก็หมดแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองวัตถุดิบแต่อย่างใด

พ่อครัวของเฟิงเจ๋อหยวนทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นก็ฝากท้องไว้กับครัวหลังร้านนี่แหละ โดยปกติแล้วพวกเด็กฝึกงานจะเป็นคนทำอาหารให้กิน ส่วนพวกพ่อครัวระดับสูงจะไม่ลงมือทำเอง

วิธีนี้จะช่วยฝึกปรือฝีมือให้พวกเด็กฝึกงานได้เป็นอย่างดี แถมอาหารที่ทำออกมาก็ยังให้พวกอาจารย์ช่วยติชมข้อบกพร่องได้อีกด้วย และตราบใดที่อาหารไม่ได้รสชาติแย่จนกินไม่ได้ ก็รับรองว่าไม่มีเหลือทิ้งแน่นอน

[ติ๊ง ได้รับค่าประสบการณ์ +2]

[ติ๊ง ได้รับค่าประสบการณ์ +2]

ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาที หวังเจี้ยนเย่ก็ทำเต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายแบบเดียวกันนี้เสร็จไปอีกสองจาน ค่าประสบการณ์ของเขาก็ขยับเพิ่มขึ้นมาเป็นสิบเก้าแต้มแล้ว

"กระทะนี้คุมไฟได้ดีกว่ากระทะแรกนิดหน่อยแฮะ แถมในหน้าจอข้อมูลส่วนตัว ระดับของเมนูเต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายก็ขยับจากระดับชำนาญขั้น 13 มาเป็น 14 แล้วด้วย ดูท่าถึงจะไม่ใช้ระบบช่วย ขอแค่ฉันตั้งใจฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ ฝีมือทำอาหารก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นได้เหมือนกันสินะ"

"แต่ก็นั่นแหละ มันช้าเกินไป เทียบกับการใช้ค่าประสบการณ์จากระบบอัปเกรดปรู๊ดปร๊าดรวดเดียวไม่ได้เลย"

เช้านี้หวังเจี้ยนเย่เพิ่งจะได้ลิ้มรสความหอมหวานของการใช้ค่าประสบการณ์อัปเกรดฝีมือทำอาหารไปหมาดๆ ตอนนี้เขาจึงอยากจะใช้มันอัปเกรดระดับแบบก้าวกระโดดใจจะขาด

แต่น่าเสียดายที่เขาต้องเก็บค่าประสบการณ์เอาไว้ใช้กับเมนูที่จะออกสอบ จึงไม่สามารถเอามาใช้ผลาญเล่นได้ตามใจชอบ

"ฝึกต่อดีกว่า ฉันต้องรีบกอบโกยค่าประสบการณ์ตุนไว้ให้เยอะๆ ถึงเวลาต้องใช้จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียด"

หวังเจี้ยนเย่ล้างกระทะ แล้วเริ่มฝึกทำเต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายเมนูเดิมต่อไป

เขาทำเมนูนี้จนชำนาญแล้ว ทุกครั้งที่ทำก็รวดเร็วฉับไว ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ตักใส่จานได้แล้ว

ในครัวไม่ได้มีแค่หวังเจี้ยนเย่คนเดียวที่กำลังฝึกทำอาหาร ยังมีเด็กฝึกงานอีกหลายคนที่กำลังฝึกซ้อมอย่างขะมักเขม้นเช่นกัน

แต่มีเด็กฝึกงานอยู่คนหนึ่งที่รอบตัวเขามีคนมายืนมุงดูตอนทำอาหารอยู่หลายคน

เขาเป็นเด็กฝึกงานเหมือนกัน แต่สาเหตุที่มีคนมามุงดูเยอะขนาดนี้ ก็เพราะฝีมือของเขานับว่ายอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาเด็กฝึกงานทั้งหมด

เขาชื่อเฉาเสี่ยวตง เมื่อสามปีก่อนเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ให้นายหน้าพาเข้ามาเป็นเด็กฝึกงานที่เฟิงเจ๋อหยวนพร้อมกับหวังเจี้ยนเย่

ทว่าพรสวรรค์ของเฉาเสี่ยวตงนั้นทิ้งห่างหวังเจี้ยนเย่ไปไกลลิบ หลังจากเข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน เขาก็ฉายแววพรสวรรค์อันโดดเด่นออกมาให้เห็น แถมยังมีนิสัยดี รู้จักเคารพและเชื่อฟังอาจารย์

ซุนฉวีผู้เป็นอาจารย์ของเขาจึงรู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้ลูกศิษย์ดีๆ แบบนี้ จึงทุ่มเทสั่งสอนอย่างสุดความสามารถ

การสอบประเมินในวันเสาร์หน้า ไม่ได้มีแค่หวังเจี้ยนเย่คนเดียวที่ต้องเข้าร่วม เฉาเสี่ยวตงเองก็ต้องเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

และแทบทุกคนก็ฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า เฉาเสี่ยวตงจะต้องสอบผ่านฉลุยอย่างแน่นอน

นั่นก็เพราะเมื่อครึ่งปีก่อน เขาได้พัฒนาฝีมือการทำอาหารหลายๆ เมนูจนถึงขั้นที่สามารถยืนประจำเตาได้แล้ว ซึ่งก็คือระดับเตาสามนั่นเอง

จังหวะนั้นเฉาเสี่ยวตงก็ส่งเสียงตะโกนบอกว่าเสร็จแล้ว ก่อนจะตักเซี่ยงจี๊ผัดไฟลุกในกระทะใส่จาน

ถึงเขาจะเป็นเด็กฝึกงานเหมือนกับหวังเจี้ยนเย่ แต่เขามีสิทธิ์เบิกวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์ในครัวมาทำอาหารคาวได้

ผิดกับหวังเจี้ยนเย่ที่ทำได้แค่หยิบจับพวกผักราคาถูกมาทำอาหาร อย่างเช่นเต้าหู้แห้งผัดกุยช่ายที่เพิ่งทำไปเมื่อกี้ ซึ่งเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ขยันฝึกซ้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว