- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 102 ยอดฝีมือแห่งกองกำลังองครักษ์มังกรทอง
ตอนที่ 102 ยอดฝีมือแห่งกองกำลังองครักษ์มังกรทอง
ตอนที่ 102 ยอดฝีมือแห่งกองกำลังองครักษ์มังกรทอง
ตอนที่ 102 ยอดฝีมือแห่งกองกำลังองครักษ์มังกรทอง
“ขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นในการสอบคัดเลือกใหญ่แห่งอาณาจักรเทพ!” จางถานเก็บเขาสัตว์นั้นเสีย แล้วผนึกด้วยค่ายกล เสียงของเขากังวานกึกก้องโดยไม่ต้องอาศัยพลังงานกระตุ้นแม้แต่น้อยก็ขจรขจายไปทั่วบริเวณ
ตามกฎการคัดเลือกเบื้องต้น ขอเพียงก้าวเข้าไปในระยะยี่สิบก้าวและยืนหยัดอยู่ได้ครบสิบอึดใจ หลังจากนั้นแม้จะถูกเสียงคำรามของพยัคฆ์เห่าฟ้าซัดกระเด็นออกมา ก็ถือว่าผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น
ผู้คนเช่นนี้มีอยู่เพียงไม่กี่สิบคน
จากคนนับพัน เหลือเพียงไม่กี่สิบคน อัตราการคัดออกเช่นนี้ช่างน่าสังเวชใจนัก
คนจากค่ายเตรียมทหารของเผ่าเหลียนย่อมถูกคัดออกทั้งหมด ไม่ใช่เพียงพวกเขา แม้แต่ผู้เข้าร่วมที่ฝีมือด้อยกว่าของเผ่าเถาเองก็ถูกคัดออกเช่นกัน
การถูกคัดออกนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โต คนของเผ่าเหลียนเตรียมใจไว้แต่แรกแล้วว่าไม่มีทางผ่านการคัดเลือกใหญ่แห่งอาณาจักรเทพได้ ทว่า... เหตุใดอี้อวิ๋นจึงได้เป็นที่หนึ่ง การคัดเลือกนี้ยุติธรรมหรือ?
พวกเขารู้สึกว่าอี้อวิ๋นมีชาติกำเนิดเดียวกับพวกเขา มีโชคชะตาที่ยากไร้เช่นเดียวกัน เหตุใดเขาจึงได้โดดเด่นขึ้นมา?
มนุษย์มักเป็นเช่นนี้ กับผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ก่อนแล้ว ต่อให้เขาเฉิดฉายเพียงใด ผู้อื่นก็ไม่ติดใจริษยา กลับจะร่วมสรรเสริญและพยายามเข้าหาเพื่อเป็นผู้ติดตามด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่าพวกเขาไม่อาจยอมรับคนที่เคยอยู่ในระดับเดียวกับตน หรือกระทั่งเคยด้อยกว่าตน กลับกลายเป็นปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร ขึ้นมาอยู่เหนือหัวของพวกเขาได้ทันควัน
จางถานกล่าวต่อว่า “ตามธรรมเนียมของการคัดเลือกใหญ่แห่งอาณาจักรเทพ ข้าต้องขอถามพวกเจ้าว่า ยินดีจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังองครักษ์มังกรทองหรือไม่? หากยินดี ก็สามารถเข้าร่วมการคัดเลือกรอบสองต่อไปได้ หากไม่ยินดี ก็สามารถจากไปได้ทันที!”
คำถามของจางถานเป็นเพียงพิธีการ ทว่ากฎย่อมเป็นกฎ จึงยังต้องเอ่ยถาม
ไม่มีผู้ใดจากไป รวมถึงอี้อวิ๋นที่ตั้งใจจะเข้าเป็นสมาชิกกองกำลังองครักษ์มังกรทองเช่นกัน
ในนิยายที่อี้อวิ๋นเคยอ่านในชาติก่อน พระเอกหลายคนมักปฏิเสธการชักชวนของขุมกำลังใหญ่ ปฏิเสธเงื่อนไขอันดีเลิศเพื่อดำเนินไปโดยลำพัง
การกระทำเช่นนั้นหากมีโชคหนุนนำย่อมดูสง่างามและน่านับถือยิ่งนัก แต่อี้อวิ๋นรู้ดีว่ายามนี้เขายังไม่อาจเอื้อมถึงระดับนั้น พลังของเขาในโลกใบนี้เป็นเพียงฟองอากาศเล็กๆ ที่ไม่มีความหมาย เพียงจิ้มเบาๆ ก็แตกสลาย
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรการฝึกฝนหรือคัมภีร์ยุทธ์ หากเขาอยู่ตัวคนเดียวย่อมไม่มีทางหามาได้ แม้แต่เรื่องปากท้องก็ยังจะเป็นปัญหา
เขาต้องเข้าร่วมขุมกำลังใหญ่ อาศัยทรัพยากรและการสืบทอดของขุมกำลังนั้น ค่อยๆ ก้าวขึ้นไปเพื่อกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
เมื่อเขามีฐานกำลังที่สั่งสมมาเพียงพอแล้ว เขาจึงจะมีสิทธิ์แสวงหาความสง่างามและอิสรภาพตามใจปรารถนา
“เจ้า! ชื่อเรียงเรียงนามว่ากระไร? ปีนี้อายุเท่าใด?”
สายตาของจางถานจับจ้องมาที่อี้อวิ๋น เป็นสายตาที่คมกล้าและเปี่ยมด้วยอำนาจ
“เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยอี้อวิ๋น ปีนี้อายุสิบสองปีขอรับ” อี้อวิ๋นตอบด้วยท่าทางสุขุมไม่ได้เกรงกลัวแต่ก็ไม่ได้โอหัง
“ดี! บัดนี้ข้าขอประกาศว่า เจ้าคือผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการคัดเลือกเบื้องต้นของอาณาจักรเทพครั้งนี้!”
“ในการคัดเลือกใหญ่ครั้งนี้ หากเจ้าสามารถคว้าอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้สมัครระดับโลหิตปุถุชนได้ ข้าจะประกาศให้เจ้าเป็นนักรบในกองพันยอดฝีมือขององครักษ์มังกรทองโดยตรง!”
คำกล่าวของจางถานสะท้านไปทั่วบริเวณ ผู้คนรอบข้างต่างพากันอิจฉาริษยาและเคียดแค้นยิ่งนัก!
ยอดฝีมือองครักษ์มังกรทอง!
ต้องรู้ว่านักรบในองครักษ์มังกรทองนั้นมีการแบ่งลำดับชั้น ความเป็นอยู่และสวัสดิการย่อมแตกต่างกัน
อย่างเช่นจางอวี่เสียนที่เคยไปยังเผ่าเหลียน เขาก็คือนักรบระดับยอดฝีมือขององครักษ์มังกรทอง
นักรบระดับยอดฝีมือย่อมได้รับสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากร สถานที่ฝึกฝน และคัมภีร์ยุทธ์ที่เหนือกว่านักรบทั่วไปมากนัก
โดยปกติแล้ว นักรบที่ผ่านการคัดเลือกใหญ่แห่งอาณาจักรเทพส่วนมากจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักรบทั่วไป มีเพียงผู้ที่โดดเด่นในระดับโลหิตม่วง เช่น คุณชายคนโตและคนรองของเผ่าเถาในครั้งนี้เท่านั้น ที่อาจจะได้เป็นนักรบระดับยอดฝีมือ
ทว่ายามนี้ เด็กน้อยที่ขนยังไม่ทันขึ้นดี กลับได้รับการหมายตาจากจางถานและจะให้เป็นนักรบระดับยอดฝีมือ พวกเขาจะยอมรับได้อย่างไร?
เด็กคนนี้จะมีฝีมือสักเพียงใด? พลังฝีมือยังไม่ได้สูงส่งเท่าพวกเขาด้วยซ้ำ!
ส่วนการคัดเลือกเบื้องต้นเมื่อครู่ แม้เด็กคนนี้จะได้อันดับหนึ่ง ทว่าในช่วงสุดท้ายเขากลับทำได้เหนือกว่าเถาอวิ๋นเซียวอย่างกะทันหัน ในเรื่องนี้อาจมีเล่ห์กลอันใดแอบแฝง หรือเขาอาจจะใช้ช่องโหว่ก็เป็นได้
ต่อให้ไม่มีเล่ห์กล ต่อให้อี้อวิ๋นระเบิดพลังใจออกมาได้จริง แล้วจะอย่างไร?
พลังใจสามารถนำมาใช้ฆ่าคนได้หรือ?
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพลังใจมีมากมาย พลังฝีมือเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น และในถิ่นทุรกันดารอันยิ่งใหญ่ที่ความตายรออยู่ทุกเมื่อ มีสัตว์ร้ายชุกชุม สิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญที่สุดก็คือพลังฝีมือที่แท้จริง
พลังใจที่เป็นดั่งสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาเหล่านั้น เป็นเพียงแนวคิดที่พวกคนในแผ่นดินกลางของอาณาจักรเทพคิดขึ้นมาเท่านั้น สำหรับนักยุทธ์ในถิ่นทุรกันดาร พลังใจนับเป็นสิ่งใด? กินได้หรือไม?
หลายคนไม่ยอมรับ โดยเฉพาะเหลียนเฉิงอวี้และเถาอวิ๋นเซียวที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างยิ่ง
เหลียนเฉิงอวี้ปรารถนาจะก้าวออกไปคัดค้าน ทว่าแรงกดดันจากจางถานนั้นหนักอึ้งเกินไป บุคคลที่มีระดับพลังเหนือกว่าระดับโลหิตม่วงและมีความแข็งแกร่งเกินกว่าที่เหลียนเฉิงอวี้จะจินตนาการได้ผู้นี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เหลียนเฉิงอวี้กลับไม่มีความกล้าแม้แต่น้อย
หนูตัวเล็กๆ จะกล้าคัดค้านสิงโตได้อย่างไร?
ทว่า เหลียนเฉิงอวี้ไม่กล้าก้าวออกมา แต่ไม่ได้หมายความว่าเถาอวิ๋นเซียวจะไม่กล้า ในโลกนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักประมาณตน อีกทั้งเถาอวิ๋นเซียวอายุเพียงสิบสี่ปี เขาหาใช่นักเดินทางข้ามไม่ติมาไม่ เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีที่มีนิสัยจองหอง ดังนั้นเขามักจะทำสิ่งต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา อยากทำสิ่งใดก็ทำสิ่งนั้น
ขณะที่เถาอวิ๋นเซียวกำลังจะเอ่ยปาก ในตอนนั้นเอง เสียงที่เข้มงวดก็ดังขึ้นข้างหูผ่านกระแสจิตว่า “อวิ๋นเซียว หุบปาก!”
นั่นคือเสียงของบิดาเถาอวิ๋นเซียว เขาจำได้ทันที
“ท่านพ่อ ข้าไม่ยอมรับ การคัดเลือกใหญ่แห่งอาณาจักรเทพนี้จัดกันอย่างไร เหตุใดจึงไม่ประลองพลังฝีมือ? หากประลองพลังย่อมเห็นผลได้ชัดแจ้งไม่ใช่หรือ? ทว่าพวกเขากลับประลองสิ่งไร้ประโยชน์เหล่านี้ ข้าน้อยไม่ยอม!”
ในเรื่องของพลังใจ เถาอวิ๋นเซียวถูกอี้อวิ๋นล้ำหน้าไป เขาจึงเริ่มกล่าวด้อยค่าพลังใจโดยไม่รู้ตัว
“หากเจ้าไม่ยอมรับ ในการคัดเลือกรอบสองเจ้าก็จงเอาชนะเขาให้ได้เสีย!”
บิดาของเถาอวิ๋นเซียวกล่าวสั้นๆ
“เอาชนะเด็กคนนั้นหรือ?” เถาอวิ๋นเซียวพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเย็นชา แน่นอนว่าเขาต้องเอาชนะให้ได้ และต้องเป็นการเอาชนะอย่างขาดลอยและขยี้ให้จมดิน! “ตกลง ข้าน้อยจะเอาชนะเด็กคนนั้น อันดับหนึ่งระดับโลหิตปุถุชนในการคัดเลือกใหญ่แห่งอาณาจักรเทพครั้งนี้ จะต้องเป็นของข้าน้อย!”
เถาอวิ๋นเซียวหมัดกำแน่น จ้องมองอี้อวิ๋นด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความกระหายในการต่อสู้
ทว่าในตอนนั้น บิดาของเถาอวิ๋นเซียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งกระแสจิตบอกบางอย่างแก่เขา
เมื่อเถาอวิ๋นเซียวได้ยิน ดวงตาของเขาก็พลันเป็นประกาย เสียงของเขาถึงกับสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
“ท่านพ่อ ที่ท่านกล่าวมาเป็นความจริงหรือ!? ข้าสามารถใช้สิ่งนั้นได้จริงๆ หรือ? เผ่าของเราจะไม่ซ่อนเร้นมันไว้อีกต่อไปแล้วหรือ?”
“อืม... มั่นใจได้แล้ว การอดทนอดกลั้นเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หนทางในการยืนหยัด ดังนั้น... อวิ๋นเซียว ความหวังของพ่ออยู่ที่เจ้าทั้งหมด การคัดเลือกครั้งนี้เจ้าต้องทำชื่อเสียงให้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าจะได้เป็นยอดฝีมือขององครักษ์มังกรทองเท่านั้น แต่เผ่าเถาของพวกเราก็จะใช้การคัดเลือกใหญ่ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวเข้าสู่แผ่นดินกลางด้วย...”
“ข้าเข้าใจแล้ว!” เถาอวิ๋นเซียวหมัดกำแน่น ตื่นเต้นเป็นที่สุด
นึกไม่ถึงเลยว่าพวกผู้อาวุโสในเผ่าเถาจะมีปณิธานแรงกล้าเพียงนี้ ดีนัก! ข้าจะได้เป็นหนึ่งในบุคคลที่จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเผ่าเถา!
ส่วนเรื่องการเอาชนะอี้อวิ๋นในการคัดเลือกรอบสอง... เหอะ เมื่อมีสิ่งนั้นแล้ว การชนะอี้อวิ๋นจะนับเป็นอย่างไรได้?
ขอเพียงเผ่าไม่ซ่อนเร้นอีกต่อไป ข้าเถาอวิ๋นเซียวจะให้พวกเจ้าทุกคนได้รู้ว่า สิ่งที่เรียกว่ากบในกะลานั้นเป็นเช่นไร!
เถาอวิ๋นเซียวมองไปยังอี้อวิ๋นท่ามกลางฝูงชนอีกครั้ง ในแววตาเพิ่มความดูแคลนและหยอกเย้าขึ้นมาเสียนิดหน่อย การคัดเลือกเบื้องต้นปล่อยให้เจ้าได้หน้าไปเถิด ในการคัดเลือกรอบสอง ข้าจะขยี้เจ้าให้จมธรณี
กับสิ่งที่บิดากล่าวมา เถาอวิ๋นเซียวเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังยิ่งนัก
...