- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 91 เผ่าเถา
ตอนที่ 91 เผ่าเถา
ตอนที่ 91 เผ่าเถา
ตอนที่ 91 เผ่าเถา
อสูรยักษ์วิ่งด้วยความเร็วสูงมาก จนหมู่บ้านเผ่าเหลียนหายลับไปจากสายตา เมื่อเห็นผู้คนที่มาส่งเลือนหายไปจากขอบฟ้า อี้อวิ๋นก็ได้แต่ส่ายหน้าและทอดถอนใจ ชาวบ้านในดินแดนรกร้างช่างถูกหลอกได้ง่ายเสียจริง
พวกเขานั้นซื่อบริสุทธิ์ แต่ก็หาได้มีความเมตตาไม่ ในทางกลับกันพวกเขากลับมีนิสัยเสียและความน่ารังเกียจซ่อนอยู่ บางทีนี่อาจจะเป็นธาตุแท้ของมนุษย์ก็เป็นได้...
อี้อวิ๋นเลิกคิดเรื่องเหล่านั้น เขาจ้องมองทิวทัศน์ที่พุ่งผ่านไปทั้งสองข้างทาง สัมผัสถึงเสียงลมที่พัดผ่านยามอสูรยักษ์วิ่งห่อ อี้อวิ๋นอดไม่ได้ที่จะตะโกนก้องในใจว่า 'ดินแดนรกร้าง ข้ามาแล้ว!'
นี่เป็นครั้งแรกที่อี้อวิ๋นได้ก้าวออกจากเผ่าเหลียน มุ่งสู่ดินแดนรกร้างที่กว้างใหญ่ไพศาล และจะเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้รู้ว่า นอกเหนือจากเขตคุ้มครองของเผ่าเหลียนแล้ว ดินแดนรกร้างที่แท้จริงนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร!
อสูรยักษ์วิ่งเร็วปานสายฟ้า ในแต่ละก้าวที่มันเหยียบลงไปจะทิ้งรอยเท้าขนาดใหญ่เอาไว้ อสูรยักษ์ตัวนี้สามารถเดินทางได้หลายพันลี้ต่อวัน การนั่งบนหลังของมันจะมีความสั่นสะเทือนที่รุนแรงมาก หากไม่มีกำลังที่เพียงพอย่อมไม่อาจทนรับได้ หากนั่งทั้งวันกระดูกอาจจะแตกกระจายเอาได้
แม้แต่คนจากค่ายเตรียมทหารเองก็ยังต้องอดทนอย่างหนัก
แต่ในยามนี้ อี้อวิ๋นกลับจับบังเหียนแล้วลุกขึ้นยืนบนหลังอสูรยักษ์เพื่อมองดูทิวทัศน์รอบกาย
เมื่ออสูรยักษ์วิ่งออกจากเขตคุ้มครองของเผ่าเหลียน ในที่สุดอี้อวิ๋นก็ได้เห็นดินแดนรกร้างที่แท้จริง!
ดินแดนอวิ๋นหวงช่างกว้างใหญ่ไพศาลและไร้ร่องรอยของผู้คน ที่นี่เต็มไปด้วยป่าไม้และมีสภาพภูมิประเทศที่ดั้งเดิมอย่างยิ่ง
อันที่จริง อี้อวิ๋นไม่แน่ใจว่าควรเรียกมันว่าป่าหรือไม่ เพราะป่าแห่งนี้แตกต่างจากป่าดิบชื้นบนโลกมนุษย์โดยสิ้นเชิง
ป่าดิบชื้นบนโลกนั้นทั้งชื้นและร้อน พื้นป่าเต็มไปด้วยกิ่งไม้ใบไม้ที่แห้งตาย ต้นไม้ขึ้นเบียดเสียดกันแน่นขนัด มีไม้พุ่มอยู่ใต้ไม้ใหญ่ อย่าว่าแต่การขี่อสูรยักษ์เลย แม้แต่คนจะเดินในป่าก็ยังทำได้ยากลำบากยิ่งนัก
แต่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ ต้นไม้แต่ละต้นขึ้นห่างกันมากพอที่อสูรยักษ์จะวิ่งได้อย่างเต็มกำลัง และต้นไม้เหล่านั้นก็สูงใหญ่จนน่าเหลือเชื่อ บางต้นสูงนับร้อยเมตร หรืออาจจะหลายร้อยเมตร ยอดไม้พุ่งตรงสู่หมู่เมฆ!
และต้นไม้ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ กลับเติบโตขึ้นบนผืนดินที่แห้งแล้งและทุรกันดาร ผืนดินในดินแดนรกร้างนั้นเต็มไปด้วยโขดหิน ภูเขา และทะเลทราย!
บางครั้งต้นไม้ก็หยั่งรากลึกลงไปในก้อนหินเหล็กดำเสียด้วยซ้ำ!
ภาพของต้นไม้เทพสูงหลายร้อยเมตรที่เติบโตขึ้นจากก้อนหินขนาดยักษ์ ช่างเป็นภาพที่สง่างามเหนือคำบรรยาย!
และภาพเช่นนี้ไม่ได้มีให้เห็นเพียงประปราย แต่มันมีอยู่ทั่วไปหมด! ผืนดินในดินแดนรกร้างนั้นมีดินเพียงน้อยนิด พื้นผิวส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยหิน ต้นไม้กว่าเก้าในสิบส่วนจึงต้องเติบโตขึ้นบนหินผา
หินที่นี่มีลักษณะหยาบกร้านและทรงพลัง มีหน้าผาสูงชันนับพันฟุตอยู่ทุกหนแห่ง แม้แต่วานรก็ยากจะปีนป่าย!
ยอดเขาที่นี่ บางลูกก็พุ่งโดดเดี่ยวขึ้นมา บางลูกก็ทอดยาวหมื่นลี้ ภูเขาสูงไม่กี่พันเมตรถือว่าเตี้ยมากสำหรับที่นี่ ยอดเขาที่สูงหมื่นเมตรก็หาใช่เรื่องแปลก บนยอดเขามีหิมะที่ไม่มีวันละลายมานับหมื่นปี ชั้นน้ำแข็งแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า!
และระหว่างยอดเขาเหล่านั้น ก็เต็มไปด้วยหน้าผาที่ลึกนับหมื่นฟุต ก้นเหวที่มองไม่เห็นก้น และหุบเขาที่ยากจะค้นหาจุดสิ้นสุด...
นี่คือดินแดนรกร้าง อย่าว่าแต่พวกสัตว์อสูรที่ซ่อนตัวอยู่และพร้อมจะเขมือบนักรบเข้าไปเลย ต่อให้ที่นี่ไม่มีอสูรร้ายหรือสัตว์อสูรอยู่เลย นักรบทั่วไปก็อย่าหวังว่าจะข้ามผ่านดินแดนรกร้างนี้ไปได้ เพราะเส้นทางที่นี่ช่างยากลำบากเหลือเกิน
ต้องปีนหน้าผาสูงชัน กระโดดข้ามเหวที่ลึกสุดหยั่ง ต้องเผชิญกับพายุหิมะและหิมะถล่มบนภูเขาสูง รวมถึงหลุมน้ำแข็งที่มองไม่เห็น...
แม้แต่นักรบระดับโลหิตม่วง หากต้องเดินผ่านพื้นที่เหล่านี้ก็ยังต้องคิดทบทวนให้ดี
อสูรยักษ์ขององครักษ์มังกรทอง แม้จะมีร่างกายใหญ่โต แต่มันกลับวิ่งบนเส้นทางภูเขาที่ขรุขระได้อย่างราบเรียบราวกับเดินบนพื้นราบ มันวิ่งไปตามหุบเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งหุบเขานี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเผ่าเถาและเผ่าเหลียน
ระหว่างทาง อสูรยักษ์ได้วิ่งข้ามภูเขาลูกใหญ่ไปสองลูก และในที่สุดอี้อวิ๋นก็ได้เห็นเผ่าเถาในตำนานเสียที
สิ่งก่อสร้างที่นี่ตั้งเรียงรายกันเป็นทอดๆ ตามท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ ร้านรวงต่างๆ ดูเจริญรุ่งเรืองยิ่งนัก
แม้แต่ใจกลางเผ่าเถา ก็ยังมีตึกสูงและหอคอยหลายแห่งตั้งอยู่
ในเผ่าเถา ผู้ที่มีสิทธิ์อาศัยในหอคอยสูงนั้น ล้วนเป็นนักรบระดับโลหิตม่วงทั้งสิ้น พวกเขาคือเทพผู้คุ้มครองของเผ่า
"พวกเจ้าพักอยู่ที่นี่เถอะ"
เผ่าเถาได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้แก่ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกจากเผ่าเล็กๆ ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว
รอบๆ เผ่าเถามีเผ่าเล็กๆ อยู่หลายสิบเผ่า แต่ละเผ่าส่งมาสิบคน รวมแล้วก็มีหลายร้อยคน และยอดเยาวชนของเผ่าเถาเองก็มีจำนวนมากกว่าเผ่าเล็กๆ ทั้งหมดรวมกันเสียอีก ดูท่าว่าการคัดเลือกในครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันนับพันคนเลยทีเดียว
ที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกถูกแบ่งออกเป็นสามเขตใหญ่
ทั้งสามเขตมีคุณภาพของสิ่งก่อสร้างที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เขตแรกประกอบไปด้วยบ้านพักหลังเล็กๆ ที่แยกจากกัน บ้านแต่ละหลังถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ดูคล้ายกับบ้านพักตากอากาศที่อี้อวิ๋นเคยเห็นในชาติก่อน
เขตที่สองเป็นบ้านหลังใหญ่ที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราเท่าเขตแรก แต่ก็ก่อด้วยอิฐสีเขียวและมุงกระเบื้องที่ดูสะอาดตา สัมผัสได้ถึงความสะดวกสบาย
และเขตที่สาม เป็นกระท่อมไม้ที่สร้างขึ้นชั่วคราว กระท่อมไม้ดูสั่นคลอนเล็กน้อย สิ่งของเครื่องใช้ภายในก็เรียบง่ายยิ่งนัก มีเพียงโต๊ะหนึ่งตัวและเตียงสี่หลัง พักอาศัยร่วมกันสี่คนต่อหนึ่งห้อง ดูคล้ายกับหอพักนักศึกษาในโลกก่อนของอี้อวิ๋น
เขตแรกนั้นจัดเตรียมไว้ให้สำหรับลูกหลานสายตรงของเผ่าเถา ศิษย์สายตรงแต่ละคนจะได้ครองบ้านพักหนึ่งหลังเพียงลำพัง
เขตที่สองจัดไว้ให้สำหรับผู้นำของเผ่าเล็กๆ เช่นเหลียนเฉิงอวี้ พวกเขาจะได้อาศัยในบ้านอิฐที่กว้างขวางคนละหนึ่งห้อง
ส่วนเขตที่สามที่มีผู้อาศัยมากที่สุด ก็คือที่พักสำหรับอี้อวิ๋นและสมาชิกค่ายเตรียมทหารที่เป็นเพียง "ผู้ติดตาม" นั่นเอง เมื่อผู้นำเผ่าเล็กๆ มาเข้าร่วมการคัดเลือก ก็มักจะพาผู้ติดตามมาด้วยเสมอ เพราะอย่างไรเสียก็มีสิทธิ์ถึงสิบที่นั่ง
ในสายตาของผู้อื่น ผู้ติดตามเหล่านี้เปรียบเสมือนบ่าวไพร่ แม้จะเข้าร่วมการคัดเลือกเหมือนกัน แต่ฐานะของบ่าวและนายนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว จะให้พักอาศัยในที่แบบเดียวกันได้อย่างไร?
ในโลกที่แตกต่างแห่งนี้ มีแนวคิดเรื่องชนชั้นที่เคร่งครัดยิ่งนัก เช่นเดียวกับในจีนสมัยโบราณ
อี้อวิ๋นเดินมาถึงที่พักของตน และพบกับเพื่อนร่วมห้องสามคนที่พักอยู่ที่นี่ พวกเขามีอายุราวสิบสี่สิบห้าปี ซึ่งแก่กว่าเขาไม่มากนัก
เมื่อมองดูเสื้อผ้าของพวกเขา ก็เป็นผ้าป่านเนื้อหยาบเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เตรียมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
ในดินแดนรกร้าง ผู้คนที่ต้องทนทุกข์ยากลำบากก็ยังคงมีอยู่มากมายนัก!
'ลองออกไปดูเสียหน่อยว่า ยอดอัจฉริยะจากเผ่าต่างๆ ในดินแดนรกร้างแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นอย่างไร'
อี้อวิ๋นคิดเช่นนั้นแล้วจึงเดินออกจากกระท่อมไม้