- หน้าแรก
- พ่อมดสายมิกซ์
- บทที่ 2 - ศาสตราจารย์ออลด์
บทที่ 2 - ศาสตราจารย์ออลด์
บทที่ 2 - ศาสตราจารย์ออลด์
บทที่ 2 - ศาสตราจารย์ออลด์
༺༻
บนระเบียงทางเดินสถาบัน
ล็อคกำลังครุ่นคิดถึงวิธีคลี่คลายสถานการณ์ ในตอนนั้นเอง ออลด์ แฟรงคลิน อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ของสถาบัน ก็ก้าวเข้ามาที่ระเบียงทางเดินพอดี
ออลด์ แฟรงคลิน อายุประมาณหกสิบกว่าปี ตาบอดหนึ่งข้าง ตาซ้ายคาดผ้าปิดตาสีดำ ส่วนตาขวาสวมแว่นตากรอบทอง
ข้างกายชายชราผู้นี้ยังมีนักเรียนคนหนึ่งเดินตามมาด้วย
ล็อคมองปราดเดียวก็จำได้ว่า นักเรียนคนนี้ก็เป็นคนจากอาณาจักรแองจูเหมือนกัน เธอคือแองเจิล เมลินเคน ลูกสาวคนเล็กของไวเคานต์เมลินเคนจากพื้นที่ทางใต้ของอาณาจักรแองจู
ก่อนหน้านี้ เธอเคยอยู่ในกลุ่มเดียวกับเจ้าของร่างเดิมในสถาบันแห่งนี้
ในเวลานี้ แองเจิลกำลังเดินไปคุยไปกับชายชราผู้นี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนศาสตราจารย์ออลด์ก็กำลังพูดคุยกับเธอด้วยรอยยิ้ม
"แองเจิล ฉันรู้ว่าเธอไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมเทอมนี้ และฉันก็ยกเว้นค่าเทอมให้เธอไม่ได้ แต่ฉันสามารถมอบโอกาสในการหาเงินให้เธอได้นะ ทุกวันหลังเลิกเรียนวิชาสุดท้ายในช่วงเช้า เธอสามารถมาที่ห้องทำงานของฉันเพื่อคัดลอกเอกสารประวัติศาสตร์ให้ฉันได้ คัดแค่ชั่วโมงเดียวในช่วงเที่ยงของทุกวันก็พอ"
ศาสตราจารย์ออลด์กล่าวด้วยรอยยิ้มใจดี "ค่าตอบแทนครั้งละสิบเหรียญทอง"
สีหน้าของแองเจิลดูมีความหวังขึ้นมาทันที
การหาเงินได้วันละสิบเหรียญทอง เงินเพียงเท่านี้แน่นอนว่าไม่พอจ่ายค่าเทอมหนึ่งภาคการศึกษาของสถาบันออเรเลียนหรอก
แต่ตั้งแต่อำนาจทางการเงินของครอบครัวเธอขาดช่วงไป ลำพังแค่การรักษาระดับการใช้ชีวิตแบบเดิมก็เป็นปัญหาแล้ว เพื่อนๆ ที่เคยอยู่รอบข้างเธอก็ล้วนหันหลังให้เธอหมด
ดังนั้น ตอนนี้เธอจึงขาดแคลนเงินจำนวนนี้จริงๆ
แองเจิลกล่าวว่า "ศาสตราจารย์คะ ฉันยินดีค่ะ ขอบคุณที่มอบโอกาสนี้ให้ฉัน"
"ท่านเป็นคนดีจริงๆ ค่ะ"
"เมื่อก่อนฉันไม่ยักษ์กะรู้เลยว่าท่านจะใจดีขนาดนี้"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของศาสตราจารย์ออลด์ เขาเงยหน้าขึ้นเห็นล็อค ออกัสติน ทันใดนั้นก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ แววตาไหววูบไปครู่หนึ่ง
"แปลกแฮะ ผ่านมาสัปดาห์กว่าแล้วนี่นา"
"หรือว่า..."
รอยยิ้มบนใบหน้าของศาสตราจารย์ออลด์ยิ่งกว้างขึ้น เขาเอ่ยกับล็อคว่า "ล็อค นายไม่ได้ไปที่ห้องทำงานของฉันสามวันแล้วนะ ประสบปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
"ฉันยังยินดีต้อนรับนายมาคัดลอกเอกสารประวัติศาสตร์ให้ฉันวันละหนึ่งชั่วโมงอยู่นะ งานที่นายทำก่อนหน้านี้ดีมากเลยล่ะ"
"นายเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย"
ล็อคขมวดคิ้ว พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยในใจดังสนั่น
เพราะเขารู้ดีว่า สาเหตุที่เขามาเกิดใหม่ที่นี่ ก็เพราะเจ้าของร่างเดิมคัดลอกเอกสารให้ชายชราคนนี้ ผลคือไม่ถึงสัปดาห์ก็ตายไป จากนั้นดวงวิญญาณของเขาจึงข้ามภพมาสวมร่าง
แต่ประเด็นสำคัญคือ ไม่ว่าล็อคจะเปิดดูความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอย่างไร เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า แค่คัดลอกหนังสือประวัติศาสตร์ให้ชายชราคนนี้ จะทำให้ถึงแก่ความตายได้อย่างไร
แต่ในช่วงก่อนที่เจ้าของร่างเดิมจะตาย ทุกๆ วันเขามักจะรู้สึกอ่อนเพลียและหมดเรี่ยวแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงวันสุดท้าย เขาคัดลอกหนังสือประวัติศาสตร์ในห้องทำงานของศาสตราจารย์ออลด์ด้วยสติที่เลือนลาง เมื่อกลับมาถึงห้องพักในหอพัก เขาก็ตายลงกะทันหัน และตัวเขาก็ข้ามภพมาแทนที่
ล็อคยังไม่รู้ว่าทำไมการคัดลอกเอกสารประวัติศาสตร์ให้ชายชราคนนี้ถึงได้อันตรายนัก ดังนั้นเขาจึงไม่มีวันยอมไปทำงานให้ศาสตราจารย์ออลด์เด็ดขาด
มันอันตรายเกินไป
ล็อคฝืนยิ้มออกมา พยายามทำให้น้ำเสียงดูเป็นปกติ "ศาสตราจารย์ออลด์ ขอบคุณสำหรับคำชมครับ"
"เพียงแต่ช่วงนี้ผมอยากจะหางานพาร์ทไทม์อย่างอื่นดูบ้าง..."
ศาสตราจารย์ออลด์โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "งั้นก่อนจะหาได้ ก็สามารถทำงานให้ฉันต่อได้นี่"
"เริ่มเที่ยงวันนี้เลยจะดีที่สุด"
"ฉันจะรอนายที่ห้องทำงาน งานที่นายทำน่ะฉันพอใจมากเลยนะ"
ล็อคใจกระตุก ชัดเจนเลยว่าตาแก่นี่ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ
การที่อีกฝ่ายเลือกคนจากอาณาจักรแองจูไปทำงานให้ น่าจะเป็นการเจาะจงเลือกไว้แล้ว
ล็อครีบปฏิเสธทันที "ศาสตราจารย์ออลด์ ผมต้องขอบคุณอีกครั้งที่ท่านให้เกียรติประเมินผมไว้สูงขนาดนี้ แต่ช่วงนี้ผมรู้สึกร่างกายไม่ค่อยสบายครับ"
ศาสตราจารย์ออลด์หัวเราะ "ร่างกายไม่สบายก็ไม่ส่งผลกระทบต่องานนี่นา วัยรุ่นน่ะนะ ต้องผ่านความยากลำบากและอุปสรรคกันบ้าง ฉันรู้ว่าช่วงนี้นายอารมณ์ไม่ดี ฉันเข้าใจดี แต่เพราะเหตุนี้แหละ นายถึงยิ่งต้องพยายามให้มากขึ้น"
"ดูสิ แองเจิลเที่ยงนี้เธอก็จะไปคัดลอกเอกสารประวัติศาสตร์ที่ห้องทำงานของฉันเหมือนกัน"
แองเจิลกล่าวขอบคุณศาสตราจารย์ออลด์ "ขอบคุณมากค่ะ ศาสตราจารย์"
"ฉันไม่คิดเลยค่ะว่า ในช่วงที่ฉันลำบากขนาดนี้ จะมีอาจารย์ในสถาบันยื่นมือมาช่วย"
ในขณะเดียวกัน แองเจิลยังมองมาที่ล็อคด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและระแวง
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมล็อคถึงต้องปฏิเสธความปรารถนาดีของศาสตราจารย์ออลด์
เห็นๆ อยู่ว่าพวกเขาต่างก็สูญเสียการสนับสนุนจากตระกูลไปแล้ว ตอนนี้แม้แต่เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็แทบจะหมดเกลี้ยง ค่าใช้จ่ายรายวันในสถาบันก็สูงลิบลิ่ว หากไม่ยอมรับความหวังดีจากศาสตราจารย์ พวกเขายังจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกเหรอ?
ศาสตราจารย์ออลด์พยักหน้าด้วยความพอใจ
ล็อคมองไปยังยัยบื้อแองเจิลแวบหนึ่ง ก่อนจะยังคงยืนกรานปฏิเสธต่อไป "ขออภัยครับ ศาสตราจารย์"
"ช่วงนี้ผมปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ ครับ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของศาสตราจารย์ออลด์เลือนหายไปทันที เปลี่ยนเป็นสีหน้าแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน เขาจ้องมองล็อคด้วยสายตาเย็นชา "ถ้าอย่างนั้นล็อค วิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาบังคับของสถาบัน นอกจากค่าเทอมแล้ว นายควรจะรีบชำระค่าเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของภาคการศึกษานี้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดจะดีกว่านะ"
"ฉันหวังว่าครั้งหน้าที่เราเจอกัน นายจะชำระค่าเรียนวิชาประวัติศาสตร์จำนวนหกร้อยเหรียญทองให้ครบ"
"มิฉะนั้น นายก็ไม่ต้องมาเข้าเรียนอีก"
วิชาประวัติศาสตร์ วิชาภาษา และวิชาดาบ สามวิชานี้คือวิชาบังคับหลักของสถาบันออเรเลียน หากเขาไม่ชำระค่าเรียนของสามวิชานี้ให้ครบ คาดว่าคงจะถูกไล่ออกจากสถาบัน
ศาสตราจารย์ออลด์เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็นิ่งคิดแล้วกล่าวว่า "แน่นอนว่า ถ้าถ้านายทำงานให้ฉันต่อไป ฉันอาจจะยอมให้พวกนายรอจ่ายค่าเรียนวิชานี้ไปได้อีกสักเดือน"
"ถ้าคิดได้แล้วนะล็อค ก็ไปหาฉันที่ห้องทำงานได้"
"ฉันยังรู้สึกว่างานที่นายทำน่ะมันยอดเยี่ยมมากจริงๆ"
ศาสตราจารย์ออลด์แสร้งทำเป็นโกรธ ก่อนจะหมุนตัวสะบัดมือเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว
แองเจิลรีบเดินตามไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอหันกลับมาวิ่งมาหยุดตรงหน้าล็อค แล้วอดไม่ได้ที่จะตำหนิและต่อว่า "ล็อค นายเป็นอะไรไปน่ะ!"
"นายทำให้ศาสตราจารย์โกรธซะแล้ว"
"ศาสตราจารย์น่ะหวังดีนะ ไม่งั้นใครจะมอบโอกาสแบบนี้ให้คนแองจูอย่างเรากัน นายเนี่ยมันไม่รู้จักดีชั่วจริงๆ"
"นายน่ะรีบไปขอโทษศาสตราจารย์ซะเถอะ ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ นายไม่ใช่ลูกชายท่านเอิร์ลคนเดิมแล้ว และฉันก็ไม่ใช่ลูกสาวท่านไวเคานต์อะไรนั่นแล้วเหมือนกัน"
แองเจิลพูดจบก็รีบวิ่งตามศาสตราจารย์ออลด์ไปทันที
ล็อคมองตามเธอไปแล้วยักไหล่
เดิมทีแองเจิลก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนักเรียนในสถาบันของเขา เพราะเป็นเพียงลูกสาวของไวเคานต์ ดังนั้นปกติเธอจึงมักจะรายล้อม... ประจบประแจงเจ้าของร่างเดิมอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ เมื่ออาณาจักรแองจูล่มสลายไปแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่จำเป็นต้องมาประจบประแจงเขาอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม เดิมทีเขายังคิดจะเตือนเธอด้วยความหวังดีตามหลักมนุษยธรรมอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว
นิสัยเป็นตัวกำหนดโชคชะตา
ท่าทีของอีกฝ่ายแบบนี้ หากเขาเตือนไป ก็คงถูกเธอหันมาแว้งกัดเอาไปบอกศาสตราจารย์ออลด์เสียมากกว่า
ล็อคเริ่มขบคิด "วิชาประวัติศาสตร์ เรียนสัปดาห์ละสองครั้ง ถ้าจะเรียนครั้งต่อไปก็น่าจะเป็นอีกสามวันข้างหน้า"
"ถ้าฉันยังคิดหาทางออกไม่ได้ คาบวิชาประวัติศาสตร์ครั้งหน้า คาดว่าคงจะถูกไล่ออกจากสถาบัน หรือไม่ก็ต้องจำใจรับปากไปคัดลอกหนังสือประวัติศาสตร์ให้ศาสตราจารย์ออลด์ต่อ"
"ฉันต้องรีบคิดวิธีคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้ หรือไม่ก็ต้องเตรียมแผนไว้ว่าหลังจากออกจากสถาบันไปแล้วจะเอายังไงต่อ จะกลับอาณาจักรแองจูก็ไม่ได้ ที่นั่นอันตรายเกินไป"
"จะต้องไปเป็นขุนนางเร่ร่อนเหรอ?"
ล็อคเหลือบมองลูกบาศก์สังเคราะห์ตรงหน้า บนนั้นแสดงว่าเหลือเวลาอีกสี่สิบห้านาทีการสังเคราะห์จะเสร็จสมบูรณ์
"ใกล้จะได้เวลาเรียนวิชาภาษาแล้ว ไปเรียนวิชาภาษาก่อนดีกว่า"
"วิชาที่สำคัญที่สุดของสถาบันออเรเลียน น่าจะเป็นวิชาบังคับทั้งสามวิชา แต่ในสามวิชานั้นก็ยังมีลำดับความสำคัญสูงต่ำต่างกัน"
"ที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นวิชาภาษา"
"รองลงมาคือวิชาประวัติศาสตร์ และตามด้วยวิชาดาบ"
ล็อคย้อนความจำดู หากเป็นในสถาบันอื่นหรือที่อื่น อาจารย์ที่สอนไวยากรณ์ย่อมมีสถานะค่อนข้างต่ำ
เพราะอย่างไรเสีย ยุคนี้ก็เป็นยุคที่คล้ายกับยุคกลาง
ในชนชั้นอัศวิน พลังฝีมือนั้นสำคัญกว่าความรู้ทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ดังนั้นวิชาดาบจึงควรจะสำคัญกว่าวิชาประวัติศาสตร์และวิชาภาษา
แต่ในสถาบันออเรเลียน กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
ในสถาบันแห่งนี้ อาจารย์วิชาภาษาไม่เพียงแต่จะเป็นอธิบดีของสถาบันควบตำแหน่งด้วย แต่ยังมีสถานะสูงส่งมาก คำพูดถือเป็นที่สุด และในบางครั้งยังไปแย่งคาบสอนของวิชาอื่นมาสอนด้วย
ดังนั้น หากโควตาบัณฑิตดีเด่นของสถาบันมีความเกี่ยวข้องกับวิชาใดวิชาหนึ่งล่ะก็ ตามหลักเหตุผลแล้ว ก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับวิชาภาษามากที่สุด
นั่นอาจจะเป็นทิศทางในการคลี่คลายสถานการณ์ของเขา
༺༻