- หน้าแรก
- บัญญัติสยองต้องสาป
- บทที่ 3 - เรียกผี (2)
บทที่ 3 - เรียกผี (2)
บทที่ 3 - เรียกผี (2)
บทที่ 3 - เรียกผี (2)
༺༻
แม้แต่ผู้โดยสารที่ขึ้นขบวนรถไฟมานานและเคยผ่านภารกิจมาแล้ว รวมถึงรู้ซึ้งถึงความอันตรายของภารกิจของขบวนรถไฟ ในตอนนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนสีหน้า
ระยะเวลาของภารกิจมีเพียง 12 ชั่วโมง อย่าว่าแต่ในทีมจะมีผู้ชายอยู่เลย ต่อให้เป็นผู้หญิง ก็ไม่สามารถครอบครองสถานะ "หญิงมีครรภ์" ได้ภายในเวลา 12 ชั่วโมง
ไม่มีใครอยากตาย ดังนั้น จึงไม่มีใครอยากจะสุ่มได้ภารกิจนั้น
สิ่งที่ทำให้ลู่จินเจารู้สึกโชคดีเล็กน้อยคือ ขบวนรถไฟกำหนดให้ต้อง [สุ่มเลือก] อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าเพราะเป็นเด็กใหม่จึงถูกแบ่งภารกิจที่ยากที่สุดให้
บรรยากาศค่อนข้างเยือกเย็น เด็กใหม่ที่สวมแว่นตาทำสีหน้าที่ดูแย่เหมือนคนใกล้จะร้องไห้ เขามองไปทางทุกคนอย่างไร้ที่พึ่ง: "นี่มันไม่ได้ให้พวกเราไปตายหรอกเหรอครับ?!"
เจียงอิ้งจือได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้ว ลู่จินเจาลอบถอนหายใจเงียบๆ ในใจ แน่นอนว่า เมื่อคนเราตกอยู่ในความหวาดกลัว สติปัญญามักจะหลุดลอยไป เด็กใหม่ที่ชื่อ โจวเหวินป๋อ คนนี้ได้ลืมคำเตือนที่เจียงอิ้งจือเคยย้ำไว้ไปจนหมดสิ้น:
—ต่อให้เนื้อหาของภารกิจจะชัดเจนว่าส่งไปตาย ก็ต้องทำ
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งกลุ้มใจว่าขบวนรถไฟจะส่งคนไปตายหรือไม่ แต่ควรคิดว่า หากตัวเองสุ่มได้ภารกิจนี้ จะหาทางคลี่คลายสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะจบชีวิตลงนี้ได้อย่างไร?
ลู่จินเจาสอดส่ายสายตาไปรอบๆ เยาวราชแห่งนี้ไม่รู้ทำไมถึงดูค่อนข้างเงียบเหงา วังเวงและแฝงไปด้วยกลิ่นอายของภูตผีเล็กน้อย แต่โชคดีที่ยังมีคนอาศัยอยู่ที่นี่ ร้านค้าต่างๆ ก็ยังเปิดอยู่ หากมีความจำเป็นต้องซื้อของก็ยังสามารถหาสถานที่ที่เหมาะสมได้
"จริงด้วย การทำภารกิจให้สำเร็จต้องใช้อุปกรณ์บ้าง แล้วเงินสำหรับซื้อของจะทำยังไงคะ?" ลู่จินเจายืนถามอยู่ที่ริมถนน
"จ่ายด้วยตั๋วรถไฟ เงินซื้อชีวิตมันแพงมากนะ" เจียงอิ้งจือไม่ได้ตอบคำพูดของโจวเหวินป๋อคนใส่แว่น แต่กลับตอบคำถามของลู่จินเจาแทน
ลู่จินเจาพยักหน้า เข้าใจความหมายแฝงของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราบนตั๋วรถไฟกับเงินตราภายในดันเจี้ยนภารกิจชานชาลาจะไม่เท่ากัน
โจวเหวินป๋อทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักที่ถูกเมิน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก คนข้างๆ ก็ไม่ได้สนใจคำถามของเด็กใหม่นัก เพียงแต่มองไปทางหลินซูเย่ว์แล้วถามว่า:
"สุ่มเลือก เราจะสุ่มกันยังไง?"
"จับฉลากเถอะ เขียนกระดาษเลข 1-10 จับได้ใบไหนก็ใบนั้น" หลินซูเย่ว์เอ่ยตอบ เมื่อเธอพูดจบก็ไม่มีใครคัดค้าน หลังจากตัดสินลำดับการจับฉลากได้แล้ว หลินซูเย่ว์จึงเดินไปที่ร้านโชห่วยข้างๆ เพื่อขอยืมปากกาและกระดาษมาทำใบฉลากและวางไว้ในฝ่ามือ
"พวกเธอควรจะรู้ว่า ด้วยกฎของขบวนรถไฟที่บังคับอยู่ มันเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะโกงให้ตัวเอง ดังนั้น เริ่มเถอะ"
ลำดับการจับฉลากของลู่จินเจาคือคนที่สี่ ไม่ดีไม่ร้าย เธอไม่ได้สนใจสีหน้าตอนจับฉลากของคนไม่กี่คนก่อนหน้านัก อย่างไรเสียมันก็ไม่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ในมือของเธอได้
ในขณะที่ใบฉลากอยู่ในมือและยังไม่ได้เปิดออก ลู่จินเจาสัมผัสได้ถึงความชื้นเล็กน้อยในฝ่ามือ เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพราะเธอตื่นเต้นเกินไป
ขอแค่ไม่ใช่เลข 9 ผลลัพธ์อย่างอื่นเธอก็ยอมรับได้ทั้งนั้น เมื่อคิดได้ดังนี้ ลู่จินเจาจึงไม่ลังเลอีกต่อไป รีบเปิดใบฉลากในมือออกทันที
[8]
ลู่จินเจาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เลข 8 เปลี่ยนกระจกตาคนตาย ถือเป็นวิธีที่ค่อนข้างแย่หนึ่งในบรรดาวิธีทั้งหมด แต่เมื่อเทียบกับหญิงมีครรภ์ฆ่าตัวตายแล้วเห็นได้ชัดว่าดีกว่ามาก
ลำดับถูกจับจนครบ คนที่ว่างเว้นคือการกางร่มในบ้าน ส่วนคนที่สุ่มได้หญิงมีครรภ์ฆ่าตัวตายคือ... เจียงอิ้งจือ
มีคนบางคนแสดงสีหน้าโล่งอกออกมาอย่างชัดเจน และยังมีอีกสองสามคนที่มองเจียงอิ้งจือด้วยความกังวลและเวทนาเล็กน้อย ในสายตาของพวกเขา เจียงอิ้งจือคงเป็นคนตายไปแล้วคนหนึ่ง
ตอนนี้ลู่จินเจาไม่มีเวลาไปสนใจอารมณ์ของคนอื่น เพราะภารกิจที่เธอสุ่มได้นี้ในสายตาของเธอเอง ถือเป็นภารกิจที่ยากที่สุดรองลงมาจากหญิงมีครรภ์ฆ่าตัวตาย
ต้องทำอย่างไร ถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจได้อย่างราบรื่น?
เพื่อนร่วมทางข้างกายกำลังหารือเรื่องลำดับกันอยู่ ดูเหมือนทุกคนไม่ได้เตรียมตัวที่จะแยกกันเคลื่อนไหว แต่เป็นการทำพิธีกรรมเรียกผีไปทีละคนตามลำดับ
เมื่อถามมาถึงลู่จินเจา เธอมีท่าทางเหมือนกำลังเหม่อลอยอยู่
"เป็นอะไรไป?" หลินซูเย่ว์หันมามองเธอ ไม่เข้าใจว่าทำไมในเวลาแบบนี้เด็กใหม่คนนี้ถึงยังเหม่อลอยอยู่ได้
ลู่จินเจาดึงสติกลับมาเล็กน้อย: "เอ่อ... ฉันแค่กำลังคิดเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาของฉันน่ะค่ะ"
"นั่นสินะ อันของเธอค่อนข้างลำบากเหมือนกัน" หลินซูเย่ว์ได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ภารกิจที่เธอสุ่มได้คือผีถ้วยแก้ว ขั้นตอนการเตรียมการง่ายมาก การเปลี่ยนกระจกตาคนตายของลู่จินเจาจึงถือว่าลำบากที่สุดในบรรดาพวกเธอทุกคนยกเว้นเจียงอิ้งจือ
"น่าเสียดายที่ฉันเองก็ไม่มีไอเดียอะไรเหมือนกัน..." เธอส่ายหน้าอย่างเสียดาย และไม่ได้โกหกเพียงเพราะกลัวความลำบาก
ลู่จินเจาไม่ได้หวังว่าคนอื่นจะให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลืออะไรแก่เธอได้ เธอไม่ได้ตอบคำถามอีก เพียงแต่ครุ่นคิดต่อจากเมื่อสักครู่ สายตาสอดส่ายไปรอบๆ อย่างไม่หยุดหย่อน
ร้านอาหารจีน ร้านขายทอง ร้านขายยาจีน ร้านก๋วยเตี๋ยว อาคารที่พักอาศัย ป้าที่ถือตะกร้าผัก ป้ายสีแดงที่มีให้เห็นทั่วไป เด็กที่ชะโงกหน้าออกมามองพวกเธอด้วยความสงสัย ลูกหมาที่บ้านใครไม่รู้เพิ่งจะออกลูกอยู่ริมถนน และร้านหนังสือที่อยู่ไม่ไกล
ดวงตาของลู่จินเจาเป็นประกาย เธอรีบก้าวเข้าไปใกล้หลินซูเย่ว์และถามด้วยน้ำเสียงเร่งร้อนเล็กน้อย: "พี่ซูเย่ว์คะ พี่เคยบอกว่าขบวนรถไฟจะไม่ใช้วิธีสื่อสารไม่รู้เรื่องมาลำบากผู้โดยสาร ถ้าอย่างนั้น ที่นี่ก็ต้องมีหมอที่สามารถผ่าตัดให้ฉันได้แน่นอนใช่ไหมคะ?"
หลินซูเย่ว์ได้ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าอย่างมั่นใจ: "ใช่แล้ว ปกติขบวนรถไฟจะไม่ลำบากพวกเราในจุดพวกนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นี่ต้องมีเงื่อนไขที่รองรับการผ่าตัดของเธอแน่นอน"
ปกติ?
ลู่จินเจาพิจารณาสองคำนี้ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก หลังจากมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองแล้วเธอก็กล่าวกับหลินซูเย่ว์อย่างเด็ดขาด: "รุ่นพี่คะ รอสักครู่ ฉันจะไปซื้อของที่ร้านหนังสือ แป๊บเดียวค่ะ"
แล้วเธอก็รีบวิ่งไปทางทิศเดิมทันที นั่นคือร้านหนังสือที่ซื้อ "10 วิธีเห็นผี" มา
ใช้เวลาไม่นานนัก ไม่ถึงสิบนาที ลู่จินเจาล็เดินออกมาจากร้านหนังสือ เมื่อเห็นเธอ หลินซูเย่ว์จึงถามด้วยความสงสัย: "เธอไปซื้ออะไรมาเหรอ?"
ลู่จินเจาได้ยินดังนั้นจึงหยิบนามบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ: "ซื้อที่อยู่ของหมอเถื่อนที่กล้าทำทุกการผ่าตัดมาใบหนึ่งค่ะ"
"อะไรนะ?" มีคนไม่เข้าใจ: "เธอไปซื้อมันมาได้ยังไง?"
ปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากภารกิจหญิงมีครรภ์ฆ่าตัวตายแล้ว หนึ่งในพิธีกรรมเรียกผีที่คนอื่นไม่อยากสุ่มได้ที่สุด ก็คืออันของลู่จินเจานี่เอง นอกจากอันตรายแล้ว ประเด็นสำคัญคือมันลำบากเกินไป มีเวลาแค่ 12 ชั่วโมง จะไปเปลี่ยนกระจกตาคนตายให้ราบรื่นได้ยังไง?
เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กใหม่ที่สุ่มได้ภารกิจนี้ อันที่จริงมีไม่กี่คนที่ลอบคิดในใจไปแล้วว่าลู่จินเจาคงจะตายไปเพราะทำภารกิจไม่สำเร็จแน่ๆ
แต่ตอนนี้ เด็กใหม่ที่ดูไม่โดดเด่นคนนี้กลับได้ไอเทมสำคัญในการทำภารกิจมาครอบครองอย่างเงียบเชียบ?
"เพราะขบวนรถไฟจะไม่ลำบากพวกเราในจุดพวกนี้ไงคะ" ลู่จินเจาเอ่ยตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผล
"แล้วมันยังไงล่ะ?" โจวเหวินป๋อขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจความสัมพันธ์เชิงเหตุผลในเรื่องนี้
ลู่จินเจามองเขา พลางคิดว่าถ้าไม่ลงจากรถ ผู้ชายคนนี้ก็คงไม่ใช่คนที่น่าจะอายุยืนนัก แต่ในพริบตาต่อมา ก็เห็นคนอื่นๆ มองมาที่เธอด้วยความสงสัยเช่นกัน คนที่เข้าใจสิ่งที่เธอพูดเห็นได้ชัดว่ามีเพียงสองสามคนเท่านั้น
เธอจึงอธิบายไปเลยว่า: "ในเมื่อจะไม่ใช้วิธีแบบนั้นมาลำบากฉัน สถานที่นี้ก็ต้องมีเงื่อนไขในการผ่าตัดอยู่แน่นอน เวลาจำกัด คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ฉันไปงมเข็มหาเอง"
"มันต้องมีเบาะแสแน่นอน ลองคิดสักนิดก็น่าจะคิดออกแล้วค่ะ เจ้าของร้านหนังสือไงคะ"
"ตอนที่เราซื้อหนังสือ เขาก็บอกแล้วว่า พวกวัยรุ่นกลุ่มล่าสุดที่มาซื้อหนังสือจากเขาน่ะตายไปหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขารู้อะไรบางอย่าง"
"แค่นี้เหรอ?" โจวเหวินป๋อขมวดคิ้ว น้ำเสียงดูไม่เข้าใจอย่างมาก
"แค่นี้ล่ะค่ะ" ลู่จินเจาพยักหน้า
ในสายตาของเธอ นี่เป็นคำใบ้ที่ชัดเจนมากแล้ว
ความจริงก็คือ เธอประสบความสำเร็จในการใช้เงินซื้อชีวิต 5 แต้ม ซื้อที่อยู่และข้อมูลติดต่อของหมอมาจากเจ้าของร้านหนังสือ
หลินซูเย่ว์ฟังคำพูดของลู่จินเจาจบก็เหลือบมองเล็กน้อย และเริ่มพิจารณาเด็กใหม่ที่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ใส่ใจนักคนนี้เสียใหม่
ฉลาดมาก ความจำดีมาก จุดสำคัญคือปฏิกิริยาตอบสนองเร็วมาก สามารถคิดวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากคำพูดที่เธอเคยหลุดปากพูดออกมาได้ นี่คือไหวพริบที่จำเป็นมากสำหรับการเอาตัวรอดบนขบวนรถไฟ
"โชคดีชะมัด" โจวเหวินป๋อบ่นพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง ลู่จินเจาได้ยินประโยคที่เขาพึมพำกับตัวเองซึ่งไม่นับว่าเบานักประโยคนั้น เธอจึงปรายสายตามองผู้ชายที่ไม่สนิทกันคนนี้ด้วยความรู้สึกแปลกๆ
ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่าคนคนนี้เริ่มจะ "แข่งขัน" กับเด็กใหม่อีกสองคนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และไม่รู้ว่าจะแข่งไปเพื่ออะไร รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาเด็กใหม่อย่างนั้นเหรอ?
ตอนนี้เป็นเวลาที่ควรจะมาใส่ใจเรื่องพวกนี้เหรอ?
ทั้งที่หวาดกลัวมาก แต่ยังจะมาถือสาหาความในเรื่องที่ไร้ความหมายอีก รู้สึกว่า... ค่อนข้างไร้ค่าทีเดียว
ลู่จินเจาถอนสายตากลับมา บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร และไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
"เอาล่ะ ปัญหาของเสี่ยวลู่เธอแก้ได้ด้วยตัวเองแล้ว พิธีกรรมเรียกผีที่พวกเราต้องทำก็ล้วนต้องเตรียมของบางอย่างด้วย ตอนนี้ให้ทุกคนแยกย้ายไปซื้อของที่จำเป็น อีกสี่สิบนาทีมาเจอกันที่นี่"
ลู่จินเจาใช้เวลานี้หาตัวหมอเพื่อนัดหมายเวลาผ่าตัด เมื่อมีคนแนะนำและมี "เงิน" หมอก็ตกลงรับปากอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ของอย่างกระจกตาต้องใช้เวลาเตรียมการเล็กน้อย เธอต้องรออีกหกชั่วโมงถึงจะเริ่มการผ่าตัดได้
หลังจากออกมาจากคลินิก เงินซื้อชีวิตบนตั๋วรถไฟเหลือเพียง 45 หมอเอาไปโดยตรงถึง 150
เงินซื้อชีวิตที่ลดฮวบลงทำให้ลู่จินเจารู้สึกถึงวิกฤต แต่ในตอนนี้เธอก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อม พิธีกรรมเรียกผีก็กำลังจะเริ่มขึ้นในที่สุด
หลินซูเย่ว์เป็นหน่วยหน้ากล้าตาย หนึ่งคือสิ่งที่เธอสุ่มได้นั้นไม่ได้ยาก สองคือเพื่อทดสอบความตื้นลึกหนาบางของชานชาลาในครั้งนี้
เกม [ผีถ้วยแก้ว] นี้ลู่จินเจาเคยได้ยินมาบ้าง คล้ายกับผีปากกา และไม่ต่างกับผีจานหมุน ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นด้วยกันหลายคน แต่ก็ใช่ว่าจะเล่นคนเดียวไม่ได้
ตอนนี้ หลินซูเย่ว์กำลังจะเข้าร่วมพิธีกรรมนี้เพียงลำพัง
แสงไฟสีส้มสลัวภายในห้องสาดส่องลงบนร่างของหลินซูเย่ว์ ใบหน้าที่ดูมีอำนาจมากกว่าคนปกติของเธอในตอนนี้ดูเคร่งเครียดเป็นพิเศษ เธอนั่งตัวตรงอยู่ที่หน้าโต๊ะ บนหน้าโต๊ะที่ดูเก่าเขรอะมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ปูไว้ บนนั้นมีถ้วยกระเบื้องเคลือบใบหนึ่งวางคว่ำอยู่ ข้างๆ ยังมีกระดาษเปล่าและปากกา นี่คือของทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับพิธีกรรม
หลินซูเย่ว์นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะประมาณสองนาที ทุกคนยืนล้อมอยู่ข้างหลังเธอในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล ยืนอยู่อย่างเงียบงันโดยไม่มีใครเอ่ยปากพูด เงาทอดยาวไปตามแสงไฟสลัวจนถึงมุมห้อง
จากนั้น ในที่สุดเธอก็เริ่มเคลื่อนไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ วางนิ้วหนึ่งนิ้วลงที่ก้นถ้วย จากนั้นก็หลับตาลง แล้วขานเรียกเสียงดังว่า:
"ผีถ้วยแก้ว ผีถ้วยแก้ว โปรดปรากฏตัวด้วยเถิด..."
"ผีถ้วยแก้ว ผีถ้วยแก้ว โปรดปรากฏตัวด้วยเถิด!"
༺༻