เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 NZNT: บทที่ 18

บทที่ 18 NZNT: บทที่ 18

บทที่ 18 NZNT: บทที่ 18


บทที่ 18 NZNT: บทที่ 18

“รุ่นพี่ยูสึเกะปฏิเสธครับ”

ชิซุยกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปหาชิซุยที่คุกเข่าอยู่ และถอนหายใจ

“ดูเหมือนว่าถึงแม้เขาจะค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่เขากลับไม่มีคุณสมบัติที่จะแบกรับภาระแห่งสันติภาพของหมู่บ้านเอาไว้ได้เลย!”

ชิซุยพยายามอธิบาย

“ท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ครับ ผมคิดว่ารุ่นพี่ยูสึเกะแค่ยังไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนเท่านั้นเองครับ ถ้าผมลอง...”

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ตบไหล่ชิซุยเบาๆ

“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ชั้นมีภารกิจใหม่ให้นายแล้ว”

“เชิญสั่งมาได้เลยครับ ท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 3”

ชิซุยกล่าว

“นายคิดยังไงกับความแข็งแกร่งของอุจิวะ ยูสึเกะ? นายคิดว่าจะเอาชนะเขาได้ไหม?”

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ถาม

ชิซุยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า

“รุ่นพี่ยูสึเกะแข็งแกร่งมากครับ ด้านอื่นผมไม่แน่ใจ แต่ในแง่ของความเร็วของวิชาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา รุ่นพี่ยูสึเกะทำได้ดีเกือบจะเท่าผมเลยทีเดียว”

ชิซุยหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“แต่ผมเชื่อว่าในแง่ของการประยุกต์ใช้วิชาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา รุ่นพี่ยูสึเกะเทียบผมไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้แล้ว ผมเชื่อว่ารุ่นพี่ยูสึเกะไม่น่าจะเป็นคู่มือของผมครับ”

แม้ว่าอุจิวะ ชิซุย จะเป็นคนใจดี อ่อนโยนกับผู้อื่น และดูถ่อมตัวมาก แต่ในฐานะอัจฉริยะที่แท้จริง ลึกๆ แล้วชิซุยก็มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงมากเช่นกัน

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“ชิซุย นายเป็นลูกน้องที่ไว้ใจได้จริงๆ ภารกิจใหม่ที่ชั้นจะมอบให้นายก็คือ การท้าดวลกับอุจิวะ ยูสึเกะ และเอาชนะเขาให้ได้ จงก้าวขึ้นเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลอุจิวะ ไม่สิ... ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลอุจิวะต่างหาก!”

“เอ่อ ท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ครับ แบบนี้มันจะไม่ดู...”

ชิซุยกังขาเล็กน้อย

ชิซุยไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาท และเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องตำแหน่งอะไรพวกนี้เลย

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ถอนหายใจ

“ที่จริงแล้ว ภารกิจนี้ไม่ได้ให้นายไปตั้งตัวเป็นศัตรูกับอุจิวะ ยูสึเกะหรอก แต่มันคือการสร้างบารมีของนายภายในตระกูลอุจิวะ เพื่อให้นายกลายเป็นกระบอกเสียงของพวกเขาต่างหาก”

“เมื่อนายมีอิทธิพลมากพอในตระกูลอุจิวะ นายก็จะสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับตระกูลของนายได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นสถานการณ์ที่วิน-วินทั้งสองฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ชั้นเชื่อว่านายเป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถแบกรับความรับผิดชอบนี้ได้!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิซุยก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ที่เปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจและความคาดหวัง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น ราวกับว่าสันติภาพของหมู่บ้านและอนาคตของตระกูลอุจิวะล้วนขึ้นอยู่กับเขาแต่เพียงผู้เดียว เขาให้คำมั่นเสียงดังฟังชัด

“ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะทำภารกิจที่ท่านมอบหมายให้สำเร็จอย่างแน่นอน!”

เมื่อเห็นคำมั่นสัญญาของชิซุย โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“แน่นอน ภารกิจนี้ไม่ได้ให้นายลงมือทำทันทีหรอกนะ นายไปเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเถอะ ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้ ชั้นจะจัดคนไปคอยปูทางสร้างชื่อเสียงให้นาย เมื่อนายเอาชนะเขาได้ เกียรติยศทั้งหมดก็จะเป็นของนาย ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกตั้งโฮคาเงะรุ่นที่ 4 กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ชั้นไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในเวลานี้”

“เข้าใจแล้วครับ”

ชิซุยตอบรับ

“เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว นายไปได้”

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 กล่าว

“ครับ”

ชิซุยลุกขึ้นเตรียมตัวจะจากไป เมื่อเดินมาถึงประตู เขาก็ได้ยินคำสั่งเสียของโฮคาเงะรุ่นที่ 3

“นายแวะไปหาดันโซเพื่อดูว่าเขามีคำแนะนำอะไรบ้างก็ดีนะ เขาน่าจะพอรู้เรื่องความแข็งแกร่งของอุจิวะ ยูสึเกะอยู่บ้าง”

“แกอีกแล้วรึ หายหน้าหายตาไปพักหนึ่ง ตอนนี้กลับมากวนใจอาจารย์โอโรจิมารุอีกแล้วนะ!”

อังโกะบ่นอุบเมื่อเห็นยูสึเกะปรากฏตัวขึ้น

“ท่านโอโรจิมารุไม่อยู่รึ?”

ยูสึเกะเมินเฉยต่ออารมณ์เสียของอังโกะและลองสัมผัสบรรยากาศรอบๆ เขาไม่พบร่องรอยจักระของโอโรจิมารุเลย

“ชิ! อาจารย์โอโรจิมารุกำลังยุ่งอยู่กับการหาเสียงเลือกตั้งเป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 4 อยู่ย่ะ ไม่มีเวลามาสนใจแกหรอก”

อังโกะพูดพลางกอดอก จากนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นโกรธเคือง

“ใครๆ ก็บอกว่าประกายแสงสีเหลืองจะได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 4 แน่ๆ หมอนั่นเก่งสู้อาจารย์โอโรจิมารุไม่ได้สักหน่อย”

“ให้ตายสิ ไม่มีใครเห็นความเก่งกาจของอาจารย์โอโรจิมารุเลยรึไงนะ?”

มองดูอังโกะที่ทำแก้มป่องด้วยความโมโห ยูสึเกะก็ส่ายหัวพร้อมกับยิ้มและพูดแหย่ว่า

“ในเมื่อเธอไม่ค่อยพอใจที่ท่านมินาโตะจะได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 4 งั้นเธอลองบอกข้อเสียของท่านมินาโตะมาสักข้อสิ ให้เวลาหนึ่งนาที”

เมื่อได้ยินคำพูดของยูสึเกะ อังโกะก็เริ่มคิดอย่างหนักทันที แต่เธอก็หาข้อเสียของประกายแสงสีเหลืองไม่เจอเลย ในที่สุดเธอก็ขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย

“อ๊ากกกก! ยังไงซะหมอนั่นก็เก่งสู้อาจารย์โอโรจิมารุไม่ได้ก็แล้วกัน!”

เมื่อมองดูอังโกะที่ดูสติแตกเล็กน้อย ยูสึเกะก็รู้สึกว่ามันตลกดี

“ยูสึเกะคุง ช่วงนี้ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ดีนะ ถึงมานั่งคุยเล่นกับอังโกะอยู่ที่นี่ได้”

เสียงอันเย็นเยียบดังขึ้น เป็นโอโรจิมารุที่เพิ่งกลับมาถึงฐานทัพนั่นเอง

“ท่านโอโรจิมารุก็พูดเป็นเล่นไป ผมเพิ่งมาถึงนี่เองครับ เห็นอังโกะอยู่ที่นี่ก็เลยคุยเล่นด้วยนิดหน่อย”

ยูสึเกะกล่าว

โอโรจิมารุเปิดทางเข้าห้องลับในฐานทัพของเขาและนำยูสึเกะเข้าไปข้างใน โดยบอกให้อังโกะรออยู่ข้างนอก

เมื่อมองดูแผ่นหลังของยูสึเกะขณะที่เขาเดินตามโอโรจิมารุเข้าไปในห้องลับ อังโกะก็แลบลิ้นปลิ้นตาทำหน้าทะเล้นใส่

แต่ในวินาทีนั้น ยูสึเกะก็หันขวับกลับมาและยิ้มบางๆ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอังโกะแข็งค้างกลางอากาศ

“แปลกนะที่เธอตั้งใจมารอชั้นที่นี่โดยเฉพาะ ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญอยากจะถามชั้นสินะ”

โอโรจิมารุพูดขึ้น ดวงตาเรียวประดุจงูของเขาจับจ้องไปที่ยูสึเกะหลังจากประตูห้องลับปิดลง

“ครับ ผมมีไอเดียบางอย่างเกี่ยวกับอักขระสาปที่ท่านกำลังวิจัยอยู่”

ยูสึเกะกล่าวอย่างช้าๆ

“โอ้?”

โอโรจิมารุมีสีหน้าสงสัยและส่งสัญญาณให้ยูสึเกะพูดต่อ

“ผมอยากจะพัฒนาอักขระสาปรูปแบบใหม่ โดยต่อยอดจากอักขระสาปที่ท่านเคยพัฒนามาก่อนหน้านี้ อักขระสาปนี้ต้องสามารถกักเก็บจักระคาถาหยินจำนวนมหาศาล และอนุญาตให้โฮสต์ดึงออกมาใช้ได้ตลอดเวลา”

ยูสึเกะกล่าว

ที่จริงแล้ว ยูสึเกะแอบกังวลเล็กน้อยในเวลานี้ เขาพบกุญแจสำคัญในการเบิกเนตรวงแหวนและเพิ่มพลังให้ดาบฟันวิญญาณ ริวจินจักกะ ของเขาแล้ว นั่นก็คือ คาถาหยิน

แต่การจะให้ได้กุญแจดอกนี้มาอย่างรวดเร็วและสามารถนำไปใช้งานได้ เขาต้องการความช่วยเหลือจากโอโรจิมารุ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวิชาต้องห้าม

ยิ่งไปกว่านั้น โฮคาเงะรุ่นที่ 4 กำลังจะเข้ารับตำแหน่งในไม่ช้า และโอโรจิมารุก็จะถอนตัวออกจากหมู่บ้านหลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้ง เปลี่ยนสถานะจากนินจาโคโนฮะไปเป็นบุคคลธรรมดาโดยสมบูรณ์ หากรอให้ถึงตอนนั้น การจะตามตัวเขามาช่วยพัฒนาอักขระสาปคงเป็นเรื่องยากมาก

“ก่อนหน้านี้เธอไม่เห็นจะสนใจวิชาอักขระสาปเลยนี่ ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจล่ะ?”

โอโรจิมารุหัวเราะอย่างมีเลศนัย

“‘อักขระสาปฟ้า’ ของท่านมีจุดบกพร่องเยอะเกินไปครับ ยิ่งไปกว่านั้น ผมดูออกนะว่าท่านซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในนั้นด้วย ท่านโอโรจิมารุ”

ยูสึเกะกล่าวอย่างใจเย็น

อักขระสาปฟ้าคืออักขระสาปที่โอโรจิมารุใช้เป็นภาชนะสำหรับ “คาถาสัมภเวสีคืนชีพ” มันซ่อนไพ่ตายของโอโรจิมารุเอาไว้

ยิ่งไปกว่านั้น อักขระสาปฟ้าหรืออักขระสาปดินแบบดั้งเดิมนั้น พัฒนามาจากพลังงานธรรมชาติที่โอโรจิมารุสกัดมาจากจูโกะ มันเป็นเวอร์ชันลดทอนประสิทธิภาพของ “โหมดเซียน” ซึ่งยูสึเกะไม่ค่อยให้ราคาเท่าไหร่นัก

“สมกับเป็นยูสึเกะคุงจริงๆ มองเรื่องนี้ออกด้วยสินะ แล้วจุดประสงค์ของเธอในการวิจัยอักขระสาปที่สามารถผนึกคาถาหยินได้คืออะไรล่ะ?”

โอโรจิมารุถาม

“ผมหาวิธีเบิกเนตรวงแหวนเจอแล้วครับ ผมจำเป็นต้องกักเก็บจักระคาถาหยินจำนวนมหาศาลไว้เพื่อใช้ในการทะลวงขีดจำกัด”

ยูสึเกะหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สบตากับโอโรจิมารุ และโยนเหยื่อล่อออกไป

“ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไอเดียของผมสำเร็จ มันจะช่วยให้โฮสต์สามารถกักเก็บจักระคาถาหยินจำนวนมหาศาลไว้ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางวิญญาณหรือจิตใจของโฮสต์ทางอ้อม ทำให้โฮสต์มีความต้านทานต่อคาถาลวงตาเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

“คาถาสัมภเวสีคืนชีพ” เป็นวิชาต้องห้ามที่ไร้เทียมทาน แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ร้ายแรง นั่นคือ การคืนชีพแต่ละครั้งจะบั่นทอนความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้ใช้อย่างมาก ซึ่งส่งผลให้ความต้านทานต่อคาถาลวงตาของผู้ใช้ลดลงอย่างมากเช่นกัน

แม้ว่าโอโรจิมารุจะยังพัฒนา “คาถาสัมภเวสีคืนชีพ” ไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่เขาก็น่าจะค้นพบจุดบกพร่องที่ร้ายแรงนี้แล้ว ยูสึเกะเชื่อว่าด้วยเหยื่อล่อชิ้นนี้ โอโรจิมารุคงไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอของเขาได้อย่างแน่นอน

โอโรจิมารุมองยูสึเกะด้วยแววตาครุ่นคิด พลางคิดในใจ

“เด็กนี่รู้จุดอ่อนของ ‘คาถาสัมภเวสีคืนชีพ’ ที่ชั้นกำลังพัฒนาอยู่งั้นรึ? หรือว่ามันแค่บังเอิญกันแน่?”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง โอโรจิมารุก็เอ่ยอย่างช้าๆ

“ชั้นตกลง แต่ในช่วงนี้เธอต้องใช้เวลาอยู่ในห้องวิจัยของชั้นให้มากขึ้นหน่อยนะ”

ยูสึเกะพยักหน้า

“ไม่มีปัญหาครับ ผมเองก็หวังว่าจะทำวิชานี้ให้เสร็จเร็วๆ เหมือนกัน พรุ่งนี้ผมจะพาผู้ช่วยมาด้วยคนนึง จะได้ช่วยงานพวกเราได้”

“ผู้ช่วยงั้นรึ?”

โอโรจิมารุมีสีหน้าสนใจ

“ครับ พรสวรรค์ของเขาจะต้องทำให้ท่านประหลาดใจแน่!”

หลังจากตกลงกับโอโรจิมารุเรียบร้อย ยูสึเกะก็เตรียมตัวกลับไปที่ตระกูลเพื่อจัดตารางการฝึกซ้อมให้กับอิทาจิและอิซึมิในช่วงสองสามวันข้างหน้า คาบูโตะจะไปร่วมงานพัฒนาอักขระสาปที่ห้องวิจัยของโอโรจิมารุกับเขาด้วย ดังนั้นเขาจึงจะไม่ได้ฝึกซ้อมร่วมกับอิทาจิและอิซึมิในช่วงนี้

ขณะที่เดินไปตามถนน ยูสึเกะกำลังคิดหาวิธีจัดการเรื่องต่างๆ ทันใดนั้น เขาก็เห็นร่างของใครบางคนอยู่ตรงหน้า สวมเสื้อกั๊กนินจาและที่คาดหน้าผากสีน้ำเงิน

“หมอนั่นไง! ให้หมอนั่นมาช่วยก็แล้วกัน!”

ยูสึเกะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วรีบเดินตรงไปยังเป้าหมายตรงหน้าทันที

นารา ชิคาคุ เพิ่งจะดื่มชาและคุยเล่นกับเพื่อนๆ เสร็จ เขากำลังเดินเล่นไปตามถนนในโคโนฮะอย่างสบายใจ ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกหนักที่ไหล่ซ้าย พร้อมกับมีมือข้างหนึ่งวางแหมะลงมา

“ชิคาคุ ช่วงนี้นายดูสบายใจจังเลยนะ”

ยูสึเกะกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ชิคาคุหันหน้ามาและเห็นว่าเป็นยูสึเกะ เขาอ้าปากที่คาบเข็มเซ็มบงอยู่เสมอแล้วพูดว่า

“โย่ ยูสึเกะ นานๆ จะเจอนายออกมาเดินเล่นแบบนี้นะเนี่ย ปกติเห็นยุ่งอยู่แต่กับการฝึกซ้อมไม่ก็คิดค้นวิชาไม่ใช่รึ?”

“ก็ใช่อยู่หรอก แต่ช่วงนี้ชั้นเพิ่งรับลูกศิษย์มาสองสามคนน่ะ แล้วชั้นก็มีวิชาสำคัญที่ต้องพัฒนาด้วย เลยไม่มีเวลาจัดตารางฝึกให้พวกเด็กๆ เลยอยากจะรบกวนให้นายมาช่วยชี้แนะการฝึกคาถานินจาให้ลูกศิษย์ชั้นสักพักน่ะ”

ยูสึเกะพูดพร้อมรอยยิ้ม

แม้ว่าชิคาคุในตอนนี้จะเป็นแค่จูนิน แต่เขาก็เชี่ยวชาญด้านการควบคุมจักระและการใช้วิชานินจาเป็นอย่างมาก

ในหนังสือ “ข้อมูลตัวละครนารูโตะ” ค่าพลังคาถานินจาของชิคาคุอยู่ที่ระดับ 9 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเก่งกาจด้านคาถานินจามาก

เมื่อได้ยินคำพูดของยูสึเกะ ชิคาคุก็โบกมือปฏิเสธพัลวัน

“ไม่ๆๆ ชั้นไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอกน่า นายนี่กะจะใช้งานชั้นให้คุ้มเลยหรือไง”

ชิคาคุไม่มีความสนใจที่จะไปชี้แนะการฝึกซ้อมให้ใครเลยสักนิด เขาเอาเวลานั้นไปเดินเล่นตามท้องถนนยังจะดีซะกว่า

ยูสึเกะยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ

“ไม่เป็นไร ถ้านายไม่อยากทำ ชั้นก็ไม่บังคับหรอก”

“แต่ว่านะ ท่านโอโรจิมารุเพิ่งถามชั้นมาน่ะ ว่าช่วงนี้ได้ยินข่าวลืออะไรเกี่ยวกับท่านบ้างไหม ชั้นก็กำลังคิดอยู่ว่าจะตอบท่านไปยังไงดี วันนี้ชั้นดันบังเอิญไปได้ยินนายคุยเรื่องท่านโอโรจิมารุกับเพื่อนๆ ที่ร้านชาพอดีเลย ตอนนี้ชั้นรู้แล้วล่ะว่าจะเอาอะไรไปตอบท่านโอโรจิมารุดี”

เมื่อมองดูยูสึเกะที่กำลังยิ้มแย้ม ชิคาคุก็สัมผัสได้ถึงประกายแสงเย็นเยียบที่ซ่อนอยู่ในดวงตาที่หรี่แคบของอีกฝ่าย

ชิคาคุถอนหายใจอย่างขมขื่น

“ยูสึเกะ พวกเราก็เป็นสหายเก่ากันนะ อย่าทำแบบนี้สิ”

ยูสึเกะตบไหล่ชิคาคุเบาๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม

“พรุ่งนี้ตอนเที่ยง อิซึมิกับลูกศิษย์ของชั้น อุจิวะ อิทาจิ จะไปรอนายอยู่ที่ลานฝึกซ้อมทางใต้สุดในอาณาเขตตระกูลอุจิวะ อย่ามาสายล่ะ ตอนเช้าชั้นจะจัดคนไปสอนกระบวนท่าให้พวกเขาก่อน นายแค่รับผิดชอบสอนคาถานินจาตอนบ่ายก็พอ”

มองดูยูสึเกะที่เดินจากไปอย่างช้าๆ รอยยิ้มขมขื่นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชิคาคุ

“ปากหนอปาก ปากพาซวยแท้ๆ”

หลังจากจัดการเรื่องชิคาคุเรียบร้อย ยูสึเกะก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ไมโตะ ไก มักจะไปฝึกซ้อมเป็นประจำ สำหรับคนที่จะมาชี้แนะการฝึกกระบวนท่าให้กับอิซึมิและอิทาจิ ยูสึเกะตัดสินใจเลือกไก เขามั่นใจว่าไกผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับกระบวนท่า จะไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างแน่นอน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

จบบทที่ บทที่ 18 NZNT: บทที่ 18

คัดลอกลิงก์แล้ว