- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 423 เป็นเพียงบิดาบุญธรรม
ตอนที่ 423 เป็นเพียงบิดาบุญธรรม
ตอนที่ 423 เป็นเพียงบิดาบุญธรรม
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว เสิ่นเยียนตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกเราไปตั้งนานแล้ว!"
เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเสิ่นต่างส่งเสียงสนับสนุน
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้นำตระกูลเสิ่นและคนอื่นๆ ผู้คนในที่นั้นต่างก็เผยสีหน้าประหลาดใจ เสิ่นเยียนตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นแล้วหรือ?
ไม่ใช่ว่าเสิ่นเยียนคืนดีกับตระกูลเสิ่นของพวกเขาไปนานแล้วหรอกหรือ?
เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขายังป่าวประกาศอยู่เลยว่าตระกูลเสิ่นมีอัจฉริยะผู้อัญเชิญอย่างเสิ่นเยียนกำเนิดขึ้นมาอีกคน อีกทั้งยังบอกด้วยว่าเสิ่นเยียนได้ผูกมิตรกับสหายที่มีเบื้องหลังแข็งแกร่งมากมายในสถาบันแดนประจิม...
สีหน้าของผู้คนแคว้นหนานเซียวดูแปลกประหลาดไป
ภาพเหตุการณ์ในตอนที่เสิ่นเยียนประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่น มีผู้พบเห็นไม่น้อย เพียงแต่ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องที่เสิ่นเยียนได้อันดับหนึ่งในการทดสอบเข้าสถาบันแดนประจิมก็แพร่สะพัดกลับมา จากนั้นในวันที่สาม ตระกูลเสิ่นก็ประกาศทันทีว่า: เสิ่นเยียนได้เป็นฝ่ายมาขอคืนดีและกลับคืนสู่ตระกูลเสิ่นแล้ว ต่อไปนี้นางก็ยังคงเป็นคุณหนูรองตระกูลเสิ่น
ในตอนนั้น ผู้คนแคว้นหนานเซียวจำนวนไม่น้อยยังคงคลางแคลงใจต่อเรื่องนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสงสัยเหล่านั้นก็ค่อยๆ ลดลง
คนตระกูลเสิ่นมักจะพูดถึงอยู่เสมอในโอกาสต่างๆ ว่าเสิ่นเยียนคือความภาคภูมิใจของตระกูลเสิ่น ทั้งยังอาศัยชื่อของเสิ่นเยียนไปผูกมิตรกับขุมกำลังตระกูลอื่นที่มีอำนาจอย่างไม่ขาดสาย เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ตระกูล
นานวันเข้า การกระทำของคนตระกูลเสิ่นก็ยิ่งกำเริบเสิบสานและกดขี่ข่มเหงผู้อื่นมากขึ้น
ดังนั้น ราษฎรแคว้นหนานเซียวจึงไม่ได้รู้สึกดีต่อตระกูลเสิ่นนัก พลอยทำให้รู้สึกรังเกียจเสิ่นเยียนไปด้วย
หากไม่ใช่เพราะเสิ่นเยียนคอยให้ท้าย ตระกูลเสิ่นจะกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ในบรรดาขุมกำลังที่คบหากับตระกูลเสิ่น ก็มีขุมกำลังบางส่วนส่งคนไปสืบดูผลงานของเสิ่นเยียนในสถาบันแดนประจิม ซึ่งทำให้พวกเขาได้ข้อมูลมาบางส่วนจริงๆ ทำให้พวกเขายิ่งมั่นใจว่าความแข็งแกร่งของเสิ่นเยียนนั้นเป็นของจริง นางไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ระดับเหนือชั้นฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถอัญเชิญฝูงอสูรและหมู่มวลภูตผีได้อีกด้วย ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก!
เพราะผลงานของเสิ่นเยียน จึงทำให้ขุมกำลังมากมายยอมลดตัวลงมาคบค้าสมาคมกับตระกูลเสิ่น ทั้งยังยินดีมอบผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ตระกูลเสิ่นอีกด้วย
มาบัดนี้
ผู้นำตระกูลเสิ่นและพวกกลับบอกว่า เสิ่นเยียนได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นของพวกเขาไปแล้ว!
เมื่อผู้คนได้สติกลับมา ก็รู้สึกได้ถึงรสชาติของการถูกหลอกลวง
"ที่แท้การคืนดีก็เป็นเรื่องหลอกลวง!"
ผู้ที่เคยถูกตระกูลเสิ่นรังแกมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว กัดฟันกรอดพลางเอ่ยขึ้น
เวลานี้ผู้นำตระกูลเสิ่นรับรู้ได้ถึงสายตาของผู้คนในที่นั้น ทว่าเขาก็ไม่มีเวลามาใส่ใจแล้ว เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตระกูลเสิ่นของพวกเขา คืออันตรายอันใหญ่หลวงที่ไม่อาจต่อต้านได้
เขาจำเป็นต้องตัดสินใจเลือก
อูหม่าชิงสีหน้าเคร่งขรึมลง น้ำเสียงเย็นเยียบ
"เสิ่นเยียน ไม่ใช่คนตระกูลเสิ่นพวกเจ้างั้นหรือ?"
ผู้นำตระกูลเสิ่นรู้สึกว่าแรงกดดันของอีกฝ่ายรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้เขาตกใจจนรีบตอบกลับไปว่า
"ใช่ เสิ่นเยียนไม่ใช่คนตระกูลเสิ่นของเรา ท่านผู้สูงส่ง หากท่านต้องการหาตัวนางเพื่อแก้แค้น ก็เชิญไปที่สถาบันแดนประจิมเถิด!"
อูหม่าชิงแค่นหัวเราะเย็นชา
"หากเสิ่นเยียนไม่ใช่คนตระกูลเสิ่นพวกเจ้า แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงต้องอาศัยชื่อเสียงของเสิ่นเยียนไปทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ามากมายถึงเพียงนี้?"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนตระกูลเสิ่นต่างก็มีสีหน้าตื่นตะลึง ค่อยๆ ได้สติกลับมา พวกเขามาที่นี่ ไม่ได้เพื่อตามหาเสิ่นเยียนเพื่อแก้แค้นหรอกหรือ? กลับดูเหมือนว่ามาเพื่อคอยหนุนหลังเสิ่นเยียนเสียมากกว่า!
ผู้นำตระกูลเสิ่นมีสีหน้าตกตะลึง
"ท่านผู้สูงส่ง ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
ทว่าอูหม่าชิงกลับหันไปมองเรือเหาะวิญญาณลำหน้าสุด
ผู้คนมองตามสายตาของอูหม่าชิงไป เห็นเพียงหนุ่มสาวรูปร่างหน้าตางดงามล้ำเลิศยืนอยู่บนเรือเหาะวิญญาณ ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะทอดสายตามองด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ทว่ารูม่านตาของผู้คนตระกูลเสิ่นกลับหดเกร็ง ราวกับเห็นสัตว์ร้ายจากยุคบรรพกาลก็ไม่ปาน
เสิ่นเยียน!
เสิ่นเยียนนางกลับมาแล้ว!
สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเสิ่นแปรเปลี่ยนไปมา ในใจรู้สึกร้อนตัวและหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เด็กสาวกระโดดลงมา ร่วงหล่นลงข้างกายอูหม่าชิงด้วยท่วงท่าสง่างาม ใต้ฝ่าเท้าของนางราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นคอยพยุงเอาไว้ เหยียบย่างอยู่กลางอากาศดุจเดินบนพื้นราบ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีม่วง ชายกระโปรงพลิ้วไหวตามสายลม งดงามจับตาประหนึ่งเทพธิดาจุติลงมาบนโลกมนุษย์
นางจ้องมองผู้นำตระกูลเสิ่นด้วยสีหน้าเย็นชา
"ผู้นำตระกูลเสิ่น ไม่ได้พบกันเสียนานนะ"
ผู้นำตระกูลเสิ่นเบิกตากว้างมองร่างของนาง ที่แท้นางกับคนเหล่านี้ก็เป็นพวกเดียวกัน ขณะที่ในใจเกิดความตื่นตระหนก ก็ยังมีความโกรธแค้นอย่างสุดแสน
นางคิดจะเหยียบย่ำหยามเกียรติตระกูลเสิ่นของพวกเขา!
"เสิ่น...เยียน!"
ก้นบึ้งดวงตาของผู้นำตระกูลเสิ่นราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชน กัดฟันกรอดพลางเอ่ยว่า
"ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง เจ้าคิดจะทำอันใดกัน?! คิดจะล้างบางตระกูลเสิ่นงั้นหรือ? อย่าลืมสิว่าฮ่าวเอ๋อร์คือว่าที่ผู้นำตระกูลเสิ่น ในตัวเจ้ามีสายเลือดตระกูลเสิ่นของเราไหลเวียนอยู่! หากเจ้าคิดจะฆ่าพวกเรา แล้วเจ้ากล้าฆ่าพ่อของเจ้าหรือไม่?"
เขารีบยกเอา 'เสิ่นเทียนฮ่าว' ขึ้นมาอ้างเพื่อพยายามข่มขู่นางในทันที
เสิ่นเยียนมองดูท่าทางคลุ้มคลั่งของผู้นำตระกูลเสิ่น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมา
"เสิ่นเทียนฮ่าวเป็นท่านพ่อของข้าไม่ผิดแน่ ทว่าเขาเป็นเพียงบิดาบุญธรรมของข้าเท่านั้น"
สิ้นเสียง ผู้คนตระกูลเสิ่นต่างก็งุนงงไปตามๆ กัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำตระกูลเสิ่น
"เจ้า...เจ้าพูดว่าอันใดนะ?!"
ผู้นำตระกูลเสิ่นมองนางด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ภายในใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เสิ่นเยียนกล่าวอย่างราบเรียบ
"ข้าตามหาบิดาบังเกิดเกล้าของข้าพบแล้ว บิดาบังเกิดเกล้าของข้าคือปรมาจารย์เทียนเหมินแห่งแดนกลาง... เสิ่นเทียนเหมิน!"
เสิ่นเทียนเหมิน?!
แม้ว่าแคว้นหนานเซียวจะเป็นเพียงแคว้นเล็กๆ บริเวณชายแดนของดินแดนตะวันตกผิงเจ๋อ แต่พวกเขาก็เคยได้ยินชื่อบุคคลระดับตำนานอย่างเสิ่นเทียนเหมิน และรู้ด้วยว่าเทียนเหมินเป็นตัวตนระดับใด!
ชั่วขณะนั้น ไม่เพียงแค่คนตระกูลเสิ่น แต่แม้กระทั่งคนแคว้นหนานเซียว ภายในใจก็หนีไม่พ้นที่จะได้รับความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
เสิ่นเทียนฮ่าวไม่ใช่บิดาบังเกิดเกล้าของเสิ่นเยียน เสิ่นเทียนเหมินต่างหากที่เป็นบิดาที่แท้จริง!
อูหม่าชิงเอ่ยว่า
"ชายชราผู้นี้คืออูหม่าชิง ผู้อาวุโสใหญ่แห่งเทียนเหมินในแดนกลาง จงใจมาเป็นเพื่อนนายน้อยของพวกเราที่นี่ เพื่อจัดการกับความแค้นฝังใจในอดีตบางอย่าง"
นายน้อยเทียนเหมิน?!
ทุกคนต่างตื่นตะลึง
สีหน้าของคนตระกูลเสิ่นเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ในใจหวาดกลัวจนถึงขีดสุด เสิ่นเยียนดันกลายเป็นบุตรสาวของเสิ่นเทียนเหมิน อีกทั้งยังกลายเป็นนายน้อยเทียนเหมินไปแล้ว...
จบสิ้นแล้ว จบสิ้นกัน
เสิ่นเยียนจะต้องล้างแค้นพวกเขาอย่างแน่นอน!
ศิษย์รุ่นเยาว์จำนวนไม่น้อยนึกถึงฉากที่เสิ่นเยียนสังหารคุณหนูใหญ่เสิ่นเสวี่ย ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนหัวลุก พวกเขาแทบอยากจะหนีไปจากตระกูลเสิ่นเสียเดี๋ยวนี้เลย
ทว่าพอพวกเขาขยับตัว ก็ถูกคนนับพันของเทียนเหมินพบเห็น แรงกดดันอันแหลมคมและน่ากลัวพุ่งเข้าบดขยี้ในพริบตา เสียง 'ตู้ม' ดังขึ้น แต่ละคนถูกกระแทกจนกระเด็นลอยไป ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอย่างแรง
ล้มลงกองกับพื้นไม่ยอมลุก
เสิ่นเยียนปรายตามองผู้นำตระกูลเสิ่นอย่างเย็นชา
"ผู้นำตระกูลเสิ่น ข้าเสิ่นเยียนได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นของพวกเจ้าไปตั้งนานแล้ว ทว่าตระกูลเสิ่นของพวกเจ้ากลับอาศัยชื่อเสียงของข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ กระทำเรื่องเลวทราม วันนี้ ข้ามาเพื่อคิดบัญชีแค้นนี้กับตระกูลเสิ่นของพวกเจ้า!"
ใบหน้าชราของผู้นำตระกูลเสิ่นสั่นเทิ้ม สายตาอำมหิตจ้องมองเสิ่นเยียน แทบอยากจะถลกหนังเลาะกระดูกนางออกมา
"หากรู้แต่แรกว่าเจ้าไม่ใช่บุตรสาวของเทียนฮ่าว ผู้นำตระกูลผู้นี้คงจะบีบคอเจ้าให้ตายไปตั้งนานแล้ว! เทียนฮ่าวเลี้ยงหมาป่าตาขาวไว้แท้ๆ ช่างเลี้ยงลูกสาวได้ 'ดี' เสียจริง!"
จากนั้น แววตาของผู้นำตระกูลเสิ่นก็แดงก่ำ ตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า
"เสิ่นเยียน เจ้ามันช่างไร้จิตสำนึกเสียจริง! หากเจ้ามีปัญญาก็ฆ่าข้าสิ! ฆ่าพ่อของเสิ่นเทียนฮ่าวเลย! ฆ่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของบิดาบุญธรรมเจ้าเสีย!"
เขาเอาแต่แผดเสียงตะโกนอย่างไม่หยุดหย่อน
เมื่ออูหม่าชิงเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เขาจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าคนเช่นนี้จะเป็นถึงบิดาของท่านปรมาจารย์ไปได้
"ฮ่าๆๆ..."
ดูเหมือนผู้นำตระกูลเสิ่นจะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางถอยแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"เสิ่นเทียนฮ่าวก็เป็นพวกไร้จิตสำนึกเช่นกัน ที่ปล่อยปละละเลยให้บุตรสาวบุญธรรมของตนมาจัดการกับตระกูลที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเขามา!"