- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 424 โกรธจนกระอักเลือด
ตอนที่ 424 โกรธจนกระอักเลือด
ตอนที่ 424 โกรธจนกระอักเลือด
"หุบปาก!"
เสิ่นเยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
และในวินาทีที่สิ้นเสียง ร่างของผู้นำตระกูลเสิ่นก็ถูกพลังขุมหนึ่งซัดกระเด็นลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา เสียง 'ตึง' ดังสนั่น เขาล้มลงไปและไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก
"หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของเสิ่นเทียนฮ่าวผู้เป็นบิดาบุญธรรม เจ้าคิดหรือว่าตระกูลเสิ่นจะยังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้? ผู้นำตระกูลเสิ่น เจ้ามีคุณสมบัติอันใดมากล่าวโทษบิดาบุญธรรมของข้า? เขาดีต่อพวกเจ้ามากพอแล้ว!"
ตั้งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เสิ่นเทียนฮ่าวก็แอบส่งคนมาคอยคุ้มครองตระกูลเสิ่นอย่างลับๆ
มิเช่นนั้น ตระกูลเสิ่นจะอยู่รอดปลอดภัยมาได้อย่างไร?
"บิดาบุญธรรมไม่เคยทำเรื่องใดที่ผิดต่อพวกเจ้าเลยแม้แต่คนเดียว!"
สีหน้าของเสิ่นเยียนเย็นชาและมืดครึ้ม
น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปทันควัน
"แต่ในหมู่พวกเจ้า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดค้างข้า! ผู้ใดที่ฉวยโอกาสใช้ชื่อเสียงของข้าไปกระทำเรื่องเลวทราม ล้วนต้องตาย!"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ผู้คนของตระกูลเสิ่นต่างก็เผยสีหน้าหวาดกลัวและกระวนกระวายใจ
เสิ่นเยียนได้รับข้อมูลข่าวสารมาจากเวินอวี้ชูไม่น้อย ดังนั้น ตอนนี้นางจึงรู้กระจ่างแจ้งว่าคนตระกูลเสิ่นอาศัยชื่อนางไปทำเรื่องอันใดไว้บ้าง
"ผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลเสิ่น ตอนที่อยู่ในงานประมูล เจ้าได้ลงมือสังหารองค์ชายสี่แห่งแคว้นหมิงชิงเพื่อแย่งชิงของประมูล หลังจากที่แคว้นหมิงชิงสืบทราบความจริง เพื่อหลีกหนีความผิด เจ้ากลับเอาชื่อของข้ามาอ้างและหันไปข่มขู่แคว้นหมิงชิงแทน ซ้ำยังฉวยโอกาสบีบบังคับให้แคว้นหมิงชิงมอบผลประโยชน์ให้แก่เจ้า นี่คือเรื่องที่หนึ่ง ส่วนเรื่องที่สองคือ..."
ยิ่งเสิ่นเยียนพูด ผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลเสิ่นก็ยิ่งรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ
เขาคิดจะหลบหนี!
ทว่าวินาทีต่อมา ประกายกระบี่ก็สว่างวาบ ศีรษะของเขาก็ร่วงหล่นลงมา
เมื่อผู้คนตระกูลเสิ่นเห็นภาพฉากนี้ รูม่านตาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง บางคนถึงกับอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมา
เสิ่นเยียนมีสีหน้าเย็นชาไร้ความปรานี
"ข้าต้องการให้พวกเจ้า ตายอย่างกระจ่างแจ้ง"
มีคนของตระกูลเสิ่นอดไม่ได้ที่จะร้องเสียงหลงออกมา
"พวกเราต้องลุกขึ้นสู้ ถึงจะมีทางรอด!"
เสียงนี้ปลุกปั่นคนตระกูลเสิ่นส่วนหนึ่งได้จริงๆ ทว่าพวกเขายังไม่ทันได้ขยับตัว ก็ถูกแรงกดดันที่ทรงพลังจนน่าหวาดกลัวขุมหนึ่ง บดขยี้ลงไปกองกับพื้นเสียงดัง 'ตู้ม'
คนตระกูลเสิ่นจำนวนไม่น้อยกระอักเลือดออกมา
และในยามนี้ ผู้นำตระกูลเสิ่นที่ฝืนยันตัวลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นคนของตระกูลเสิ่นถูกเสิ่นเยียนสังหารไปทีละคน ก็เบิกตาจนหางตาแทบฉีกขาด ตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงข่มขู่ว่า
"เสิ่นเยียน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง เสิ่นเยียนก็สะบัดปราณกระบี่ออกไป ฟาดฟันจนผู้นำตระกูลเสิ่นลอยกระเด็นลงไปกองกับพื้นโดยตรง แม้จะไม่ได้เอาชีวิตของเขา แต่ก็ทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ
ร่างของเสิ่นเยียนวูบไหว มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าผู้นำตระกูลเสิ่น
เมื่อต้องเผชิญกับไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเสิ่นเยียน ผู้นำตระกูลเสิ่นก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว ราวกับถูกภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่งกดทับเอาไว้ ในตอนนั้นเองที่เขาได้สัมผัสถึงความแข็งแกร่งของเสิ่นเยียนอย่างแท้จริง
สายตาอันเย็นเยียบของเสิ่นเยียนทำให้เขาราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง ความหวาดกลัวในใจลุกลามออกไปไม่หยุดหย่อน
ทันใดนั้น ประกายแสงเย็นเยียบก็ตวัดวูบเข้ามา ปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ด้านข้างลำคอของผู้นำตระกูลเสิ่น
นางหัวเราะเบาๆ
"ผู้นำตระกูลเสิ่น ท่านยังจำได้หรือไม่ว่า ในตอนนั้นท่านก็มองข้าจากที่สูงส่งเช่นนี้ ตอนนี้ ท่านได้ลิ้มรสชาติเช่นนี้แล้วหรือยัง?"
ผู้นำตระกูลเสิ่นนึกขึ้นได้ สีหน้าก็พลันซีดเผือดในพริบตา
เขาแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ข่มความเจ็บปวดบนร่างกายเอาไว้ รักษาศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายเอาไว้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เจ้าอยากฆ่าก็ฆ่า ไม่จำเป็นต้องมาหยามเกียรติข้า!"
เสิ่นเยียนแย้มยิ้ม
"ข้าไม่ฆ่าท่านหรอก เพราะข้าอยากจะเห็นกับตาว่าตระกูลเสิ่นภายใต้การควบคุมของท่าน จะเดินเข้าสู่ความเสื่อมถอยได้อย่างไร"
"เจ้า”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ แรงกดดันของเสิ่นเยียนก็กดทับลงมาดุจสายฟ้าฟาดในพริบตา กระแทกเขาจนอวัยวะภายในบาดเจ็บสาหัส ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นอย่างทุลักทุเล ไม่อาจขยับเขยื้อนได้
ผู้นำตระกูลเสิ่นโกรธจนถึงขีดสุด ทว่าก็ทำได้เพียงถลึงตาใส่นาง ในใจเกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาขุมหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกโชคดีผุดขึ้นมา เป็นความโชคดีที่ตนเองไม่ถูกฆ่าตาย
สุดท้าย เสิ่นเยียนก็สังหารคนตระกูลเสิ่นไปทั้งสิ้นยี่สิบเจ็ดคน
ทั้งยี่สิบเจ็ดคนนี้ล้วนไม่ใช่นกที่ดีอะไร
เมื่ออูหม่าชิงเห็นว่าเสิ่นเยียนจัดการธุระเสร็จสิ้นแล้ว จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม
"ฟังให้ดี คนตระกูลเสิ่น หากพวกเจ้ายังกล้าป่าวประกาศว่านายน้อยเทียนเหมินของพวกเราเป็นบุตรสาวตระกูลเสิ่นอีกละก็ ไม่เพียงแต่จะถูกสังหารอย่างไร้การปรานี ทว่าแม้แต่ตระกูลเสิ่นก็ไม่มีความจำเป็นต้องคงอยู่อีกต่อไป! นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย!"
น้ำเสียงของเขาเย็นชาและเด็ดขาด ทำให้ทุกคนในที่นั้นล้วนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มิอาจต่อต้านได้
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ผู้คนตระกูลเสิ่นมองอูหม่าชิงและเสิ่นเยียนด้วยความหวาดผวา พวกเขารู้ดีว่าหากฝ่าฝืนคำเตือนนี้อีก ผลลัพธ์ที่จะตามมาคงเกินกว่าจะจินตนาการได้
เสิ่นเยียนเก็บดาบเทวะหงส์วิญญาณ สีหน้าเย็นชากล่าวว่า
"ออกเดินทาง กลับแดนกลาง!"
น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม ทำให้จิตใจของผู้คนสั่นสะท้าน
ยอดฝีมือนับพันที่ปิดล้อมตระกูลเสิ่นขยับร่างพริบตาเดียวก็กลับขึ้นไปบนเรือเหาะวิญญาณแล้ว
ส่วนฝูงชนนั้นรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งร่าง ในที่สุดก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ได้เสียที
ก่อนที่เสิ่นเยียนจะขึ้นเรือเหาะวิญญาณ นางได้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"ข้าขอย้ำเป็นครั้งสุดท้าย ข้าเสิ่นเยียนไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลเสิ่นแม้แต่น้อย และจะไม่มีวันเกี่ยวข้องกันตลอดไป! หากพวกเจ้าหูเบาหลงเชื่อผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ตนเองต้องสูญเสีย ผลที่ตามมาทั้งหมดนี้ย่อมไม่เกี่ยวกับข้าเสิ่นเยียน! แต่หากมีผู้ใดกล้าเอาชื่อเสียงของข้าไปแอบอ้าง ก็อย่าหาว่าข้าลงมือสังหารอย่างไร้ความปรานี!"
สายตาของนางกวาดมองผู้คนโดยรอบ ราวกับกำลังตักเตือนผู้ที่คิดไม่ซื่อว่าอย่าได้พยายามท้าทายขีดจำกัดความอดทนของนาง
เมื่อผู้คนสบประสานกับสายตาของนาง ก็รู้สึกเพียงความหนาวเหน็บสายหนึ่งพุ่งปราดจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อม ทำให้ในใจของพวกเขาเกิดความตื่นตระหนกและลุกลน
ไม่นาน เสิ่นเยียนและอูหม่าชิงก็ขึ้นไปบนเรือเหาะวิญญาณ
เมื่อเรือเหาะวิญญาณแล่นจากไปไกลลิบ ผู้คนต่างก็มองหน้ากันไปมา ภายในใจยังคงมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่
ยามนี้ ตระกูลเสิ่นมีแต่ความเละเทะยับเยิน
สิ่งปลูกสร้างมากมายพังทลาย ซากศพยี่สิบกว่าร่างล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเสิ่นแทบจะได้รับบาดเจ็บสาหัสกันถ้วนหน้า ส่วนผู้นำตระกูลเสิ่นเองก็บาดเจ็บสาหัส เขาถูกคนพยุงให้ลุกขึ้น ใบหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย
"น่าขันชะมัด ที่แท้ตระกูลเสิ่นก็เที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋นผู้คนมาตลอด นึกว่าเสิ่นเยียนจะเป็นคนที่รังแกได้ง่ายๆ งั้นสิ? นึกไม่ถึงล่ะสิว่าตอนนี้นางคือบุตรสาวของเสิ่นเทียนเหมินแล้ว!"
"คราวก่อนตอนที่เสิ่นเยียนตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่น ข้าก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ดังนั้นข้าถึงได้สงสัยในความจริงที่บอกว่าเสิ่นเยียนเป็นฝ่ายมาขอคืนดีมาตั้งนานแล้ว ข้ายังบอกเลยว่าตอนนั้นเสิ่นเยียนเด็ดขาดถึงเพียงนั้น จะกลับมาตระกูลเสิ่นอีกได้อย่างไร?"
"ฮ่าๆๆ คราวนี้ตระกูลเสิ่นซวยแล้ว! หากขุมกำลังอื่นรู้ว่าตระกูลเสิ่นเที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋นมาตลอด พวกเขาไม่มีทางปล่อยตระกูลเสิ่นไปแน่! ทีนี้ก็ดีเลย ไม่เพียงแต่ผูกมิตรกับขุมกำลังอื่นไม่ได้ กลับกลายเป็นหาเรื่องใส่ตัวจนมีศัตรูเพิ่มขึ้นเป็นกอง"
"เฮ้อ ข้ากล้าฟันธงเลยว่า ไม่ช้าตระกูลเสิ่นจะต้องเสื่อมถอย และเลือนหายไปจากแคว้นหนานเซียวตั้งแต่นี้เป็นต้นไป"
"สะใจเป็นบ้า คนตระกูลเสิ่นที่เคยรังแกข้า ถูกเสิ่นเยียนฆ่าตายหมดแล้ว!"
"คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเสิ่นเยียนจะเป็นบุตรสาวของเสิ่นเทียนเหมิน ถ้าเช่นนั้น... เสิ่นหวยก็เป็นสายเลือดของเสิ่นเทียนเหมินด้วยไม่ใช่หรือ?"
"นั่นมันแน่อยู่แล้ว พวกเขาเป็นฝาแฝดมังกรหงส์กันนี่นา"
ความตื่นตะลึงในใจของผู้คนแคว้นหนานเซียวยังคงไม่จางหายไปเป็นเวลานาน และเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ ก็แพร่สะพัดไปยังแคว้นรอบๆ อย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ ผู้นำตระกูลเสิ่นมีสีหน้าย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ขณะที่เขากำลังจะสั่งให้เหล่าศิษย์ปิดประตูให้สนิท กลับคาดไม่ถึงว่าจะมีศิษย์บางส่วนเอ่ยปากออกมาตรงนั้นเลยว่าจะขอแยกตัวออกจากตระกูลเสิ่น
เพราะพวกเขารู้ดีว่า ภัยพิบัติที่แท้จริงของตระกูลเสิ่นยังอยู่ข้างหลัง
เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา จะต้องมีขุมกำลังมากมายที่โกรธเกรี้ยวเพราะความอับอาย แล้วพากันมาจัดการกับตระกูลเสิ่นของพวกเขาแน่
หากไม่หนีตอนนี้ แล้วจะรอให้ถึงเมื่อใดเล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังหนุ่มยังแน่น ยังไม่อยากตาย!
ศิษย์คนหนึ่งตัดพ้อขึ้นมาว่า
"ท่านผู้นำตระกูล หากไม่ใช่เพราะท่านและเหล่าผู้อาวุโสลำเอียง ทำไม่ดีกับเสิ่นเยียน นางจะมาตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นของเราได้อย่างไร? หากไม่ใช่เพราะพวกท่าน ตระกูลเสิ่นของเราก็คงจะเจริญรุ่งเรืองเพราะเสิ่นเยียนไปตั้งนานแล้ว!"
ศิษย์อีกคนกล่าวว่า
"ท่านผู้นำตระกูล หากในตอนที่เสิ่นเยียนตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่นของเรา ท่านยอมคุกเข่าขอโทษนาง ตระกูลเสิ่นก็คงไม่ตกต่ำมาจนถึงจุดนี้หรอก"
เหล่าศิษย์ต่างพากันต่อว่าต่อขานคนละประโยคสองประโยค
เรื่องนี้ทำเอาผู้นำตระกูลเสิ่นโกรธจนกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว
"พรวด"
เขาตาเหลือก กำลังจะหมดสติล้มลงไปกองกับพื้น
"ท่านผู้นำตระกูล ท่านผู้นำตระกูล..."
ผู้คนของตระกูลเสิ่นต่างส่งเสียงร้องเรียกด้วยความตกใจ
และในแคว้นหนานเซียวก็มีขุมกำลังบางส่วน ฉวยโอกาสนี้โยนหินลงบ่อเช่นกัน
ตระกูลเสิ่นในปัจจุบัน ล้วนตกอยู่ในสภาวะง่อนแง่นอันตรายยิ่ง