เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 418 ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไป

ตอนที่ 418 ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไป

ตอนที่ 418 ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไป


ในไม่ช้า ผู้คนต่างก็พากันนึกขึ้นมาได้

นี่คือคุณหนูรองตระกูลเสิ่นแห่งแคว้นหนานเซียว ผู้อัญเชิญเสิ่นเยียน! และยังเป็นอัจฉริยะที่คว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบเข้าเรียนของสถาบันแดนประจิมเมื่อปีที่แล้วด้วย!

ทันใดนั้น เสิ่นเยียนก็เอ่ยขึ้นประโยคหนึ่ง

"ลงมากันให้หมดเถิด"

ในขณะที่ผู้คนกำลังสงสัยงุนงง จู่ๆ ร่างสี่ร่างก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูโถงใหญ่ สิ่งที่สะกดสายตาผู้คนคือเด็กหนุ่มรูปงามสี่คน

หญิงสาวหลายคนถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวเร็ว

เด็กหนุ่มรูปงามที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองเจียงเสียนเยวี่ยพลางเอ่ยถามกลั้วรอยยิ้ม

"เล่นพอแล้วหรือยัง?"

เจียงเสียนเยวี่ยมีสีหน้าเย็นชา

"ยัง"

เวินอวี้ชูหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นประสานกัน คารวะท่านย่าตระกูลเจียงอย่างผู้น้อย

"องค์รัชทายาทแห่งแคว้นจื่อซาง เวินอวี้ชู คารวะท่านย่าเจียงขอรับ"

"นายน้อยสำนักเทียนฟาง เผยซู่ คารวะท่านย่าเจียงขอรับ"

"ผู้น้อยเซียวเจ๋อชวน คารวะท่านย่าเจียงขอรับ"

"ท่านย่า"

ฉือเยว่เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงงัวเงีย จากนั้นศีรษะของเขาก็เอนซบลงบนไหล่ของเสิ่นเยียน แล้วหลับตาลงดื้อๆ เสียอย่างนั้น

ผู้คนต่างมีสีหน้าตกตะลึง เผยให้เห็นแววตาไม่อยากจะเชื่อ

นี่คือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นระดับหนึ่งอย่างแคว้นจื่อซาง เวินอวี้ชู? นายน้อยสำนักเทียนฟาง เผยซู่?!

ท่านย่าตระกูลเจียงมีสีหน้าประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าตกตะลึงเช่นกัน จู่ๆ นางก็รู้สึกได้รับเกียรติอย่างไม่คาดคิด กระแอมไอเบาๆ แล้วรีบพยักหน้ารับ

"ดีๆๆ"

ที่แท้เยวี่ยเอ๋อร์ก็มีสหายมากมายถึงเพียงนี้ เช่นนั้นนางก็วางใจแล้ว

คนตระกูลเจียงและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงตาค้าง

ส่วนหลงเฉิงเจ๋อและคนแคว้นหลงหยาต่างก็ใจหายวาบ แย่แล้ว เหตุใดพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ด้วย? เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาเพื่อเป็นแผงหลังให้เจียงเสียนเยวี่ย!

จบสิ้นแล้ว แคว้นหลงหยาของพวกเขากำลังจะจบสิ้นแล้วงั้นหรือ?!

แคว้นหลงหยาของพวกเขาไม่อาจล่วงเกินกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้ได้เลย!

อันที่จริง ระดับความแข็งแกร่งของสมาชิกทุกคนในกลุ่มอสูรในยามนี้ ก็เพียงพอที่จะทัดเทียมกับขุมกำลังขนาดใหญ่ในแดนประจิมผิงเจ๋อได้แล้ว

ความแข็งแกร่งต่างหากที่เป็นที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา ผู้หนุนหลังของพวกเขาหาใช่เพียงกองกำลังของตระกูลเท่านั้น แต่ยังมีเหล่าสหายร่วมกลุ่มอสูรอีกด้วย

หลงเฉิงเจ๋อหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ระดับพลังของเขาเดิมทีก็ครึ่งๆ กลางๆ อยู่แล้ว จะเทียบความแข็งแกร่งก็สู้ไม่ได้ จะเทียบอิทธิพลก็สู้ไม่ได้อีก เช่นนั้นเขายังจะมีสิ่งใดให้พึ่งพิงเพื่อโอหังได้อีกเล่า?

ในใจของเขาเกลียดชังตระกูลเจียงเข้าไส้

เขาคุกเข่าอยู่บนพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยว ร้องขอชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว เป็นข้าที่ไม่คู่ควรเอง! แม่นางเจียง ท่านอยากจะให้ข้าทำสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น!"

เซียวเจ๋อชวนตวัดสายตาเย็นชาปรายมองหลงเฉิงเจ๋อ

"เจ้าเองงั้นหรือ คางคกที่อยากจะกินเนื้อหงส์?"

สีหน้าของหลงเฉิงเจ๋อดูไม่ได้เอาเสียเลย ทว่าเขาก็ไม่กล้าบันดาลโทสะ

ในเวลานี้ เสิ่นเยียนเอ่ยเรียบๆ

"เจ้าถูกตระกูลเจียงหลอกลวงจริงๆ หรือ? หรือว่าเจ้าไม่ได้สนใจความสมัครใจของคนที่เจ้าจะแต่งงานด้วยเลย? เจ้าไม่เคยพูดคุยกับเยวี่ยเยวี่ย แล้วเจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่านางยินยอม? ก่อนจะถึงงานมงคลสมรส เจ้าไม่ได้ส่งคนไปตรวจสอบตระกูลเจียงเลยจริงๆ น่ะหรือ?"

คำถามเป็นชุดทำให้หลงเฉิงเจ๋อรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

ราวกับว่าความคิดเบื้องลึกที่สุดในใจของเขาถูกนางมองทะลุปรุโปร่งไปเสียหมด

เสิ่นเยียนไม่ปล่อยให้สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาคลาดสายตา เอ่ยทำลายความเสแสร้งของเขาอย่างเย็นชา

"เจ้ารู้อยู่เต็มอก แต่เจ้าก็เลือกที่จะเพิกเฉย ดังนั้น เจ้าเองก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องนักหรอกนะ"

หลงเฉิงเจ๋อเหงื่อเย็นแตกพลั่กไปทั้งตัว ทั้งประหม่าและหวาดกลัว

เสิ่นเยียนพูดถูก

ตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นหลงหยามิใช่ใครจะมานั่งก็ได้ง่ายๆ ต้องผ่านการตรวจสอบจากราชวงศ์แคว้นหลงหยาเสียก่อน

เรื่องความยินยอมของเจียงเสียนเยวี่ย เขาย่อมรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เดิมทีเขาคิดว่าตระกูลเจียงจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเรียบร้อย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจความยินยอมของเจียงเสียนเยวี่ยเลย คิดไม่ถึงว่า

...

การต่อต้านของเจียงเสียนเยวี่ยจะรุนแรงถึงเพียงนี้!

เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก

เขาก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าระดับการบำเพ็ญเพียรของเจียงเสียนเยวี่ยจะเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็วถึงเพียงนี้ จนสามารถบดขยี้ยอดฝีมือแคว้นหลงหยาที่ติดตามเขามาได้อย่างราบคาบ

เจียงเสียนเยวี่ยเตะหลงเฉิงเจ๋อไปทีหนึ่งอย่างไม่หนักไม่เบา เอ่ยเสียงขรึม

"ไสหัวออกไป!"

เมื่อหลงเฉิงเจ๋อได้ยินเช่นนั้น ในใจก็ยินดีปรีดา พลางกล่าวขอโทษพลางเตรียมจะลุกขึ้น

เมื่อเจียงเสียนเยวี่ยเห็นเขาลุกขึ้นยืน สีหน้าก็พลันเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม นางเตะเขาจนปลิวไปในคราวเดียว สิ้นเสียง 'ตึง' หลงเฉิงเจ๋อก็ถูกเตะจนล้มกลิ้งไปกับพื้น นางตวาดลั่น

"ข้าบอกให้เจ้า"

"ไสหัวไป!"

หลงเฉิงเจ๋อกระอักเลือดสดๆ ออกมา กระดูกหักไปอีกหนึ่งหรือสองท่อน สภาพของเขาในชุดมงคลสมรสนั้นดูทุลักทุเลเป็นอย่างยิ่ง แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว ราวกับได้พบเห็นสัตว์ร้ายยุคบรรพกาลกระนั้น

"ข้าจะกลิ้ง... ข้าจะกลิ้ง!"

ขณะที่เอ่ยปาก เขาก็รีบล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็ว แล้วกลิ้งไปตามพื้น

คนอื่นๆ ของแคว้นหลงหยาหมายจะแอบหนีไปเงียบๆ ทว่าเมื่อสบเข้ากับสายตาอันโหดเหี้ยมของเจียงเสียนเยวี่ย พวกเขาก็สะดุ้งเฮือก หันมองหน้ากัน ก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วกลิ้งไปตามพื้นอย่างรู้รักษาตัวรอด

เพียงชั่วพริบตา ในโถงจัดงานมงคลสมรส ก็มีคนนับสิบคนกำลังกลิ้งไปตามพื้น

ภาพฉากนี้ทำให้คนตระกูลเจียงและเหล่าแขกเหรื่อหน้าเปลี่ยนสี

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ประมุขเจียงก็ดึงสติกลับมาได้ ประกายตาวูบไหว สีหน้าซีดเซียว เขาเดินโซเซพุ่งเข้าไปหาเจียงเสียนเยวี่ย ก่อนจะทรุดตัวคุกเข่าลงดัง 'ตุบ' ใบหน้าฉายแววสำนึกผิด

"เยวี่ยเอ๋อร์ เป็นพ่อที่ผิดต่อเจ้า ต่อไปพ่อจะตามใจเจ้าทุกเรื่อง เจ้าก็ให้อภัยพ่อเถิด ครั้งนี้พ่อแค่หน้ามืดตามัวไปเท่านั้น"

ส่วนนายหญิงตระกูลเจียงก็โอนเอนตามกระแสลมราวกับยอดหญ้าบนกำแพง นางร้องห่มร้องไห้คุกเข่าลงตรงหน้าเจียงเสียนเยวี่ย เอื้อมมือไปคว้าชายกระโปรงของเจียงเสียนเยวี่ยเอาไว้

"เป็นแม่ที่ไม่ดีเอง ทำให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจแล้ว"

บรรดาผู้อาวุโสตระกูลเจียงพากันเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม

"เยวี่ยเอ๋อร์ ประมุขกับนายหญิงก็คุกเข่ารับผิดต่อเจ้าแล้ว เจ้าก็ให้อภัยพวกเขาเถิด เจ้าเป็นเด็กดีรู้ความมาตลอด เป็นเด็กดีของครอบครัวนะ..."

เซียวเจ๋อชวนแค่นหัวเราะ

"เปลี่ยนหน้าเร็วจริงๆ"

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของคนตระกูลเจียงก็แข็งค้างไป

อวี๋ฉางอิงอุทาน 'อ๊ะ' ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะบุ้ยปาก เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย

"พี่ชายเจ๋อชวน เหตุใดท่านถึงไปว่าพวกเขาเช่นนั้นเล่า? ท่านลุงท่านป้าเหล่านี้จะเสียใจเอานะ อีกอย่าง ท่านพูดเช่นนี้ จะให้พวกเขาเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ถึงแม้ว่า... พวกเขาจะเสแสร้ง เห็นแก่ตัว เผด็จการ แล้วก็ยังชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่ท่าทีในการยอมรับผิดก็ยังถือว่าใช้ได้อยู่นะ"

ถ้อยคำเหล่านี้ราวกับตบหน้าประมุขเจียงและคนอื่นๆ ฉาดใหญ่ ทำให้สีหน้าของพวกเขายิ่งดูอัปลักษณ์ทนดูไม่ได้

"ข้า เจียงเสียนเยวี่ย ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเจียงของพวกท่านแล้ว เมื่อครู่นี้พวกท่านไม่ได้ยินหรอกหรือ? หรือต้องให้ข้าย้ำอีกรอบ?"

เจียงเสียนเยวี่ยแค่นหัวเราะเยาะ

"เยวี่ยเอ๋อร์..."

ประมุขเจียงยังอยากจะเอ่ยอันใดอีก ทว่ากลับถูกเจียงเสียนเยวี่ยเอ่ยขัดเสียงเย็น

"หุบปาก!"

ในเวลานี้ ท่านย่าตระกูลเจียงมีสีหน้าซับซ้อน ทอดถอนใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะก้าวออกมายืนอย่างมั่นคง จ้องมองประมุขเจียงพลางเอ่ยเสียงหนักแน่น

"มั่วเฟิง อย่าได้ทำขายหน้าไปมากกว่านี้เลย! ยกเลิกงานมงคลสมรสครั้งนี้เสีย นำสินสอดและของหมั้นต่างๆ ไปคืนแคว้นหลงหยา! แล้วก็ เยวี่ยเอ๋อร์ไม่ใช่คนของตระกูลเจียงเราอีกต่อไปแล้ว หากพวกเจ้ายังกล้าพูดผิดแม้แต่ครึ่งคำ หรือทำเรื่องผิดพลาดแม้แต่เรื่องเดียว นางจะฆ่าพวกเจ้า ก็ถือว่าพวกเจ้าหาเรื่องใส่ตัว"

"แล้วก็ ลูกหลานสตรีตระกูลเจียงของเรา จะไม่มีวันเป็นอนุ! หากข้ารู้ว่าพวกเจ้าย่ำยีชิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ ข้าจะ..."

เจียงเสียนเยวี่ยตวัดสายตาขึ้น เอ่ยเสียงเย็นเยียบ

"แจ้งข้ามา ข้าจะมาสังหารตัวการให้สิ้น! ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ใช่คนของตระกูลเจียงแล้ว แต่ชิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ ล้วนเป็นน้องสาวบุญธรรมของข้า หากข้ารู้ว่าพวกนางถูกรังแก แล้วตระกูลเจียงของพวกท่านนิ่งดูดาย ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี!"

เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ปลายจมูกของเหล่าคุณหนูตระกูลเจียงก็พานแสบพร่า ภายในใจตื้นตัน ขอบตายิ่งแดงก่ำกว่าเดิม

"พี่หญิงใหญ่..."

สีหน้าของคนตระกูลเจียงดำทะมึนเล็กน้อย โกรธแต่ก็ไม่กล้าพูด

พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจียงเสียนเยวี่ยจะยอมรับเพียงแค่เจียงเสียนชิงกับพวกนางเท่านั้น!

พวกเขาเสียใจแล้ว หากรู้แต่แรกว่าความแข็งแกร่งของเจียงเสียนเยวี่ยจะเพิ่มสูงขึ้นถึงเพียงนี้ ทั้งยังได้รู้จักกับสหายที่มีเบื้องหลังแข็งแกร่งมากมาย พวกเขาจะไม่มีวันบังคับให้เจียงเสียนเยวี่ยแต่งงานกับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหลงหยาอย่างเด็ดขาด!

ประมุขเจียงและนายหญิงตระกูลเจียงหันมองหน้ากัน ทั้งสองหน้าเขียวปัด ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม

ทันใดนั้น เจียงเสียนเยวี่ยก็โน้มตัวลงมา จ้องมองนายหญิงตระกูลเจียงด้วยแววตาอำมหิต เอ่ยข่มขู่กลั้วรอยยิ้ม

"อย่าได้ทุบตีน้องสาวบุญธรรมของข้าส่งเดช มิเช่นนั้น ตระกูลเจียงก็คง... ไร้ผู้สืบสกุล"

เมื่อพูดจบ สายตาของเด็กสาวก็มองไปยังเจียงเสียนเป่า

นายหญิงตระกูลเจียงเบิกตาโพล่ง ก้นบึ้งแววตาฉายแววหวาดผวา ภายในใจแตกตื่นอย่างหนัก นางเอื้อมมือไปกระชากชายกระโปรงของเด็กสาว เอ่ยอย่างร้อนรน

"อย่าทำร้ายเป่าเอ๋อร์นะ!"

ทว่าเด็กสาวกลับเตะนางออกไปโดยตรง

เด็กสาวโลลิที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ กลับทำให้ผู้คนรู้สึกขนหัวลุก นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

"เอาล่ะ จบเรื่องแล้ว"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก้อนหินยักษ์ที่แขวนลอยอยู่ภายในใจของผู้คนก็ร่วงหล่นลงมาในที่สุด เส้นประสาทที่ตึงเครียดมาตลอดก็ได้รับการผ่อนคลายลงชั่วขณะ

ทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พักหายใจ เหตุไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น!

พื้นดินที่เดิมทีสงบนิ่งพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีพลังอันมหาศาลกำลังปะทุอยู่ใต้ดิน แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้พวกเขารับมือไม่ทัน พวกเขามองดูทุกสิ่งรอบตัวที่เริ่มสั่นไหวและพังทลายลงมาด้วยความหวาดกลัว

"เจียง—เสียน—เยวี่ย!"

ในขณะเดียวกัน เสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรนก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งตระกูลเจียง นั่นคือเสียงตะโกนอันสดใสของเด็กหนุ่ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนใจ

เด็กหนุ่มผมแดงที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นและดูทุลักทุเลเล็กน้อย พุ่งเข้ามาดุจสายลม

สายตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กสาวในชุดมงคลสมรสสีแดง หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ เขาเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของนางเอาไว้แน่น

"เจียงเสียนเยวี่ย เจ้าแต่งงานไปแล้วจริงๆ หรือ?!"

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย

ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะตอบ แววตาของเขาก็หม่นลง หายใจหอบถี่ ก่อนจะพูดขึ้นมาเองว่า

"ไม่เป็นไร ข้าสับร่างเจ้าบ่าวเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว! ถือว่างานแต่งครั้งนี้เป็นโมฆะ!"

ส่วนหลงเฉิงเจ๋อที่เกือบจะกลิ้งไปถึงประตูแล้วนั้น

"!!!"

จบบทที่ ตอนที่ 418 ข้าบอกให้เจ้าไสหัวไป

คัดลอกลิงก์แล้ว