- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 417 มิกล้า มิกล้า
ตอนที่ 417 มิกล้า มิกล้า
ตอนที่ 417 มิกล้า มิกล้า
"ไม่ๆๆ!"
หลงเฉิงเจ๋อตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบเอ่ยปากทันที
"อยากแต่งงานกับข้างั้นหรือ?"
"ไม่ๆๆ! มิกล้าๆ!"
"เช่นนั้นเจ้าจะไสหัวไปหรือไม่?"
หลงเฉิงเจ๋อตอบกลับตามสัญชาตญาณ
"ไม่ๆ..."
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้สติ เจียงเสียนเยวี่ยก็ยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่หัวเข่าทั้งสองข้างของเขาโดยตรง! ลูกถีบนี้ทั้งรวดเร็วและหนักหน่วง ส่งผลให้หัวเข่าของหลงเฉิงเจ๋อกระแทกเข้ากับพื้นอันแข็งกระด้างและเย็นเยียบอย่างแรง
"อ๊าก"
หลงเฉิงเจ๋อร้องโหยหวน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด กระดูกขาของเขาต้องถูกถีบจนร้าวแล้วอย่างแน่นอน
ภายในใจของเจียงเสียนเยวี่ยไร้ซึ่งความเวทนาสงสาร นางจ้องมองหลงเฉิงเจ๋อที่กุมหัวเข่ากลิ้งเกลือกไปมาบนพื้นด้วยสายตาเย็นชา ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมาอย่างเย็นเยียบ
"ไม่อยากไสหัวไป เช่นนั้นก็รั้งอยู่เพื่อตายเสียที่นี่!"
ถ้อยคำนี้ ทำให้บรรดายอดฝีมือแห่งแคว้นหลงหยาที่ติดตามหลงเฉิงเจ๋อมาพลันหน้าถอดสี พวกเขาต่างพากันอยากจะลงมือจัดการกับเจียงเสียนเยวี่ย
ทว่าในตอนนั้นเอง กลับถูกประมุขเจียงขัดจังหวะเสียก่อน
"องค์รัชทายาท!"
ประมุขเจียงพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ประคองหลงเฉิงเจ๋อให้ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หันขวับไปตวาดใส่เจียงเสียนเยวี่ยด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว
"เจียงเสียนเยวี่ย เจ้ายังจะนำพาหายนะมาสู่ตระกูลเจียงของเราอีกมากเท่าใด? นี่คือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหลงหยาเชียวนะ เป็นคนที่เจ้าล่วงเกินได้หรือ?!"
แววตาของเจียงเสียนเยวี่ยหม่นวูบ นางยกมือขึ้นรวบรวมพลังวิญญาณแล้วซัดฝ่ามือออกไปโดยตรง พลังฝ่ามืออันแข็งแกร่งนี้ซัดกระเด็นทั้งประมุขเจียงและหลงเฉิงเจ๋อจนปลิวไปกองกับพื้นในพริบตา สิ้นเสียง 'ปัง' ที่ดังสนั่น เส้นประสาทของผู้คนในลานจัดงานก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที รูม่านตาหดเกร็งเล็กน้อย
เห็นเพียงประมุขเจียงและหลงเฉิงเจ๋อทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บจากพลังฝ่ามือ จนกระอักเลือดสดๆ ออกมา
"ว้าย!"
นายหญิงตระกูลเจียงเห็นเช่นนั้นก็ร้องอุทาน นางพุ่งเข้าไปประคองประมุขเจียงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยสีหน้าหวาดกลัว
"ท่านพี่!"
ในใจของนายหญิงตระกูลเจียงทั้งตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยว ใบหน้าที่ได้รับการบำรุงดูแลมาอย่างดีของนางบิดเบี้ยว นางหันขวับกลับมา จ้องมองเจียงเสียนเยวี่ยอย่างดุร้าย
"เจียงเสียนเยวี่ย นังหมาป่าตาขาวเจ้าถึงกับกล้าทำร้ายท่านพ่อของตัวเองเชียวหรือ! พวกเราล้วนทำไปเพื่อความหวังดีต่อเจ้า แต่เจ้ากลับดื้อรั้นไม่รู้จักความเช่นนี้ เจ้ามันก็แค่พวกจิตใจดั่งหมาป่าปอดดั่งสุนัข ไร้ความเป็นคน! เกือบจะลืมไปแล้วสิ ว่าเดิมทีเจ้าก็ไม่ใช่..."
คำพูดทิ้งท้ายยังไม่ทันขาดคำ บนร่างของเจียงเสียนเยวี่ยก็ระเบิดแรงกดดันอันแข็งแกร่งออกมาในพริบตา แรงกดดันขุมนี้ราวกับภูเขาไฟระเบิด โดยมีนางเป็นศูนย์กลางแผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง
ผู้คนที่ถูกแรงกดดันครอบงำต่างรู้สึกราวกับว่าตนเองถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นจับรัดเอาไว้แน่นจนไม่อาจขยับเขยื้อน
เมื่อแรงกดดันเพิ่มสูงขึ้น สีหน้าของคนเหล่านี้ก็ค่อยๆ ซีดเผือด หยาดเหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมเต็มหน้าผาก พวกเขารู้สึกราวกับมีหินก้อนยักษ์กดทับอยู่บนหน้าอก หายใจติดขัด แม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจก็เริ่มรัวเร็ว
ทันใดนั้น บางคนก็ไม่อาจทนฝืนได้อีกต่อไป สองขาอ่อนยวบ ทรุดเข่าลงกับพื้นโดยตรง พวกเขามองดูเจียงเสียนเยวี่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ความแข็งแกร่งของนาง...
เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้?!
บรรดายอดฝีมือที่เดินทางมาจากแคว้นหลงหยาต่างก็หน้าเปลี่ยนสี ระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาคือขั้นปฐพี แม้พวกเขาจะมองระดับการบำเพ็ญเพียรของเจียงเสียนเยวี่ยไม่ออก แต่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าระดับการบำเพ็ญเพียรของเจียงเสียนเยวี่ยได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสวรรค์แล้ว!
ยอดฝีมือขั้นสวรรค์วัยสิบแปดปี!
แย่แล้ว!
หากนางต้องการจะเอาชีวิตของพวกเขาจริงๆ ผู้คนในที่นี้ก็ไม่มีใครหนีรอดไปได้
ใบหน้าซีดเซียวของหลงเฉิงเจ๋อเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัว เขาไม่อยากแต่งงานกับเจียงเสียนเยวี่ยแล้ว ตอนนี้เขาเพียงแค่อยากจะหนี!
เจียงเสียนเยวี่ยมีสีหน้าเย็นชา
"พวกท่านหนวกหูเกินไปแล้ว"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็เงียบเชียบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว
ขณะเดียวกัน เสิ่นเยียนและอวี๋ฉางอิงได้หาที่นั่งลงแล้ว เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ พวกนางไม่อาจขัดจังหวะความสนุกของเยวี่ยเยวี่ยได้
ส่วนพวกเวินอวี้ชู ในยามนี้กำลังอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา ซึ่งก็คือตำแหน่งบนหลังคา
เจียงเสียนเยวี่ยกระดิกนิ้วไปทางสองสามีภรรยาตระกูลเจียง
"มานี่ คุกเข่าขอโทษข้า แล้วข้าจะละเว้นชีวิตพวกท่าน"
สองสามีภรรยาตระกูลเจียงถึงกับชะงักงัน
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้สติ หลงเฉิงเจ๋อก็เดินกะเผลกพุ่งเข้ามาตรงหน้าเจียงเสียนเยวี่ย จากนั้นก็คุกเข่าลงอย่างเด็ดเดี่ยว ทันทีที่คุกเข่าลง เขาก็เจ็บปวดจนแยกเขี้ยวเหยเก เหงื่อเย็นแตกพลั่ก
เขาฝืนทนความเจ็บปวด เงยหน้ามองเจียงเสียนเยวี่ยพลางเอ่ยร้องขอชีวิต
"แม่นางเจียง ปล่อยข้าไปเถิด! ก่อนจะถึงงานมงคลสมรส ข้าไม่รู้เลยจริงๆ ว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้ ข้าเองก็ถูกหลอกลวงเช่นกัน!"
"จริงหรือ?"
เจียงเสียนเยวี่ยแย้มยิ้ม
เมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มของเด็กสาว ก้นบึ้งหัวใจของเขาก็พลันบังเกิดความหนาวเหน็บ
"จริงแท้แน่นอน! ขอเพียงท่านปล่อยพวกเราไป พวกเราจะไปจากตระกูลเจียง ออกจากแคว้นเสวียนอู้เดี๋ยวนี้เลย! สินสอดและผลประโยชน์ต่างๆ พวกเราก็ไม่เอาแล้ว..."
น้ำเสียงของเจียงเสียนเยวี่ยแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เอ่ยอย่างเข้าอกเข้าใจยิ่ง
"ไม่เอาได้อย่างไร? เจ้าไม่ได้แต่งงานกับคุณหนูตระกูลเจียง ข้าวของเหล่านี้ พวกเจ้าเอากลับไปจะดีกว่านะ"
หลงเฉิงเจ๋อมีสีหน้ายินดี
"ขอบคุณแม่นางเจียง!"
ส่วนสองสามีภรรยาตระกูลเจียงเมื่อได้ยินบทสนทนาเช่นนี้ ก็รู้สึกเจ็บปวดใจราวกับถูกเฉือนเนื้อ เจียงเสียนเยวี่ยนังหมาป่าตาขาวคนนี้ ถึงกับกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาได้!
มีผลประโยชน์แล้วไม่เอา เช่นนั้นมิใช่คนโง่หรอกหรือ?
หลงเฉิงเจ๋อเอ่ยถามด้วยความกระวนกระวายใจ
"แม่นางเจียง ข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่?"
"ไม่ได้สิ"
เจียงเสียนเยวี่ยหัวเราะ
หลงเฉิงเจ๋อหน้าซีดเผือด ทว่าวินาทีถัดมาเสียงของนางก็ดังขึ้น
"เจ้าจงมองดูคุณหนูทั้งสิบของตระกูลเจียงให้ชัดเจน หากในภายภาคหน้าพวกนางเกิดเรื่องอันใดขึ้นเพราะแคว้นหลงหยาของพวกเจ้า ข้าก็จะกวาดล้างแคว้นหลงหยาของพวกเจ้าให้สิ้นซาก"
หลงเฉิงเจ๋อชะงักไปเล็กน้อย กวาดสายตามองคุณหนูทั้งสิบของตระกูลเจียง แม้ในใจจะไม่ยินยอมพร้อมใจ ทว่าเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ เขาจึงรีบละล่ำละลักรับคำ
"ได้ๆๆ!"
เสียงนุ่มนวลของหญิงสาวอีกคนหนึ่งดังแว่วมา
"เหล่าน้องสาวช่างน่ารักกันเสียจริงนะ"
เมื่อมองตามเสียงไป ก็เห็นเพียงสาวใช้ที่เอ่ยปากเรียกร้องตั้งแต่แรกค่อยๆ ยืนขึ้น นางปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามสะคราญโฉมอย่างยิ่ง หว่างคิ้วและดวงตาของนางเจือไปด้วยรอยยิ้ม ทุกรอยยิ้มทุกการขมวดคิ้วล้วนดึงดูดอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนโดยไม่รู้ตัว
อวี๋ฉางอิงมองไปทางท่านย่าตระกูลเจียง พลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ
"วันนี้มาอย่างรีบร้อน ยังไม่ทันได้คารวะท่านย่าเจียงเลยเจ้าค่ะ ผู้น้อยอวี๋ฉางอิง เป็นบุตรสาวของเจ้าเมืองซีอวี้ และเป็นสหายสนิทของเยวี่ยเยวี่ยเจ้าค่ะ"
เมื่อผู้คนได้ยินดังนั้น ต่างก็เบิกตาโต สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
บุตรสาวเจ้าเมืองซีอวีื้องั้นหรือ?!
แคว้นระดับสามอย่างแคว้นหลงหยา สำหรับพวกเขาก็นับว่าเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ดุจยักษ์ปักหลั่นแล้ว เช่นนั้น เมืองซีอวี้ ก็คือสถานที่ซึ่งรวบรวมยอดฝีมือมากมายแห่งแดนประจิมผิงเจ๋อ เมืองเพียงเมืองเดียวก็สามารถต่อกรได้นับร้อยแคว้น
หลงเฉิงเจ๋อหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะจดจำอวี๋ฉางอิงได้
หากบอกว่าเจียงเสียนเยวี่ยไร้อำนาจไร้อิทธิพล เช่นนั้น อวี๋ฉางอิงก็คือตัวตนที่มีทั้งอำนาจและอิทธิพลล้นฟ้า!
หลงเฉิงเจ๋อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันขวับไปมอง 'สาวใช้' อีกคนหนึ่งที่ยืนขึ้นแล้ว นางเอื้อมมือไปกระชากผ้าคลุมหน้าออก
รูปโฉมของเด็กสาวงดงามจนชวนให้ตื่นตะลึงอย่างยิ่ง นางมีใบหน้าที่งดงามเย้ายวนดุดันอย่างเหลือล้น ผิวกายของนางขาวผ่องดุจหิมะ เนียนละเอียดดั่งแพรไหม เปล่งประกายเงางามจางๆ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามโดยที่ไม่ต้องแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา ทำให้ผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้
ผู้คนต่างตกตะลึงในความงาม อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่านางคือผู้ใดกันอีก
เสิ่นเยียนมองไปทางท่านย่าตระกูลเจียง แย้มยิ้มบางเบา
"ท่านย่าเจียง ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะเจ้าคะ"
ท่านย่าตระกูลเจียงก็จำเสิ่นเยียนได้เช่นกัน
เพราะก่อนหน้านี้ เจียงเสียนเยวี่ยเคยพาเสิ่นเยียนมาพบตนในห้องส่วนตัวของโรงเตี๊ยมแล้ว
แววตาของท่านย่าตระกูลเจียงอ่อนโยนและเมตตา พยักหน้าให้พวกนางทั้งสอง
"เสิ่นเยียน!"
หลงเฉิงเจ๋อรูม่านตาหดเกร็งเล็กน้อย นี่คืออันดับหนึ่งของการทดสอบเข้าเรียนในสถาบันแดนประจิม!
เมื่อผู้คนได้ยินชื่อ 'เสิ่นเยียน' ต่างก็รู้สึกคุ้นหูเป็นอย่างยิ่ง