- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 419 ออกจากตระกูลเจียง
ตอนที่ 419 ออกจากตระกูลเจียง
ตอนที่ 419 ออกจากตระกูลเจียง
"เจ้าบ่าวอยู่ที่ใด?!"
จูเก่อโย่วหลินมีสีหน้ามืดครึ้ม กวาดสายตามองไปรอบๆ ถึงเพิ่งพบว่าบนพื้นมีคนจำนวนมากกำลังกลิ้งไปมา และที่สะดุดตาที่สุด ก็คือชายหนุ่มที่สวมชุดมงคลสมรสสีแดงผู้นั้น
เวลานี้เขาไม่อาจวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างใจเย็นได้ ทันทีที่เห็นเจ้าบ่าว เขาก็ควบคุมเส้นด้ายวิญญาณทันที หมายจะเชือดหลงเฉิงเจ๋อทิ้งเสีย!
หลงเฉิงเจ๋อสบเข้ากับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันดุดันของจูเก่อโย่วหลิน ก็พลันตกใจจนเหงื่อเย็นแตกพลั่ก ร้องอุทานออกมา
"อย่า"
วินาทีที่เส้นด้ายวิญญาณกำลังจะบาดลึกลงไปในเลือดเนื้อของเขา ข้อมือของจูเก่อโย่วหลินกลับถูกเจียงเสียนเยวี่ยคว้าหมับเอาไว้ นางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
"หยุดนะ!"
เมื่อจูเก่อโย่วหลินได้ยินดังนั้น ก็มองนางด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"หรือว่าเจ้าอยากจะแต่งงานกับเขาจริงๆ?"
น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความตึงเครียดที่ยากจะสังเกตเห็น
"ข้าไม่ได้แต่งงานกับเขา"
เจียงเสียนเยวี่ยขมวดคิ้ว
หลงเฉิงเจ๋อยังคงหวาดผวาไม่หายเขารีบหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ พลางรีบเอ่ยเสริม
"ใช่ๆๆ! คนเช่นข้า จะคู่ควรกับแม่นางเจียงได้อย่างไร! ข้าจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้!"
เอ่ยจบ เขาก็ฝืนกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลก่อนหน้านี้ ออกแรงพลิกตัวกลิ้งข้ามธรณีประตู ทว่ากลับไปกระทบกระเทือนบาดแผลเข้า ทำให้เขาเจ็บปวดจนแยกเขี้ยวเหยเก แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย
หลงเฉิงเจ๋อยังคงกลิ้งต่อไป!
ฮือๆๆ คราวหน้าเขาจะไม่มาแคว้นเสวียนอู้อีกแล้ว!
ส่วนคนของแคว้นหลงหยาเมื่อเห็นองค์รัชทายาทของตนกลิ้งไปเร็วถึงเพียงนี้ ในใจก็หวาดผวายิ่งนัก พวกเขาไม่กล้ารั้งอยู่นาน จึงพากันกลิ้งให้เร็วขึ้นไปอีก
จูเก่อโย่วหลินจ้องมองเจียงเสียนเยวี่ยด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
"เจ้าไม่ได้แต่งงาน!"
"เจ้าอยากให้ข้าแต่งงั้นหรือ?"
เจียงเสียนเยวี่ยมีสีหน้าไม่สบอารมณ์
จูเก่อโย่วหลินตอบอย่างหนักแน่น
"ไม่อยาก!"
หลังจากรู้ว่าเจียงเสียนเยวี่ยยังไม่ได้แต่งงานให้ผู้อื่น หินที่ถ่วงอยู่ในใจของเขาก็ถูกยกออกไป ขณะเดียวกันในส่วนลึกของหัวใจก็มีความปีติยินดีอย่างลับๆ ซ่อนอยู่ ทันใดนั้น เขาก้มหน้ามองชุดมงคลสมรสบนร่างของเจียงเสียนเยวี่ย รู้สึกขัดหูขัดตายิ่งนัก เขาเอื้อมมือไปจับเสื้อผ้าของนาง พลางเอ่ยอย่างรังเกียจ
"ชุดมงคลสมรสนี้อัปลักษณ์เกินไปแล้ว ไม่เหมาะกับเจ้าเลย"
เสียง เพียะ ดังขึ้น
มือของเขาถูกเจียงเสียนเยวี่ยตบอย่างแรง ทำเอาเขาเจ็บจนสูดปากเบาๆ
"เอามือสกปรกของเจ้าออกไป"
"สกปรกที่ใดกัน..."
จูเก่อโย่วหลินโต้แย้งตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อมองเห็นมือทั้งสองข้างของตนเองชัดๆ ก็ต้องหุบปากลงด้วยความกระดากอาย
เนื่องจากรีบร้อนเดินทางมาเร็วเกินไป ทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นและยังมีคราบดินเปื้อนอยู่ มือทั้งสองข้างย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เซียวเจ๋อชวนเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
"จูเก่อโย่วหลิน ในสายตาเจ้าไม่มีพวกเราเลยงั้นหรือ?"
จูเก่อโย่วหลินถึงเพิ่งได้สติ หันไปมองพวกของเสิ่นเยียน
จูเก่อโย่วหลินฉีกยิ้มกว้าง กลับมาร่าเริงอีกครั้ง
"ในสายตาข้า ย่อมต้องมีพวกเจ้าอยู่แล้ว แต่ในสถานการณ์เมื่อครู่นี้ ใจข้ามันละเลยพวกเจ้าไปหมดเลยน่ะสิ"
เหล่าสหายร่วมกลุ่มอสูรต่างพากันเงียบกริบ
ซึ่งก็หมายความว่า ในสถานการณ์เมื่อครู่นี้ พวกเขาทุกคนล้วนเป็นคนที่ไม่สลักสำคัญใดๆ
เสิ่นเยียนมองจูเก่อโย่วหลิน
"ไปคารวะท่านย่าเจียงสิ"
จูเก่อโย่วหลินชะงักไปเล็กน้อย นึกถึง ท่านย่า ที่เจียงเสียนเยวี่ยเคยเล่าให้พวกเขาฟังก่อนหน้านี้ เขาก็หุบรอยยิ้ม เพิ่มความจริงจังขึ้นมาหลายส่วน รีบร่ายเคล็ดวิชาชำระล้างให้ตัวเองทันที จากนั้นก็เดินตามการนำของเจียงเสียนเยวี่ย ยกมือขึ้นประสานกันคารวะท่านย่าตระกูลเจียงอย่างผู้น้อย
"องค์กรซานทง จูเก่อโย่วหลิน คารวะท่านย่าเจียงขอรับ"
เมื่อได้ยินคำว่า 'องค์กรซานทง' สีหน้าของผู้คนในโถงก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาย่อมรู้จักการมีอยู่ของ 'องค์กรซานทง' นั่นมันคือขุมกำลังใต้ดินของแดนประจิมผิงเจ๋อเชียวนะ!
เด็กหนุ่มผมแดงผู้นี้มาจากองค์กรซานทงงั้นหรือ?
ทว่า เส้นผมสีแดงที่สะดุดตาของเขา กลับดูเหมือนคนของแคว้นชื่อเฟิ่งมากกว่า
ท่านย่าตระกูลเจียงพิจารณาเด็กหนุ่มผมแดงตรงหน้าอย่างจริงจัง เหลือบมองเจียงเสียนเยวี่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามจูเก่อโย่วหลินประโยคหนึ่ง
"เจ้าก็เป็นสหายของเยวี่ยเยวี่ยด้วยหรือ?"
"แน่นอนขอรับ!"
จูเก่อโย่วหลินตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างไม่ลังเล
เมื่อท่านย่าตระกูลเจียงได้ยินคำตอบของเขาก็หัวเราะเบาๆ นางมองออกว่าเด็กหนุ่มผมแดงผู้นี้มีความรู้สึกดีๆ ต่อเยวี่ยเอ๋อร์ ทว่าเยวี่ยเอ๋อร์กลับไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่ชัดเจนเป็นพิเศษ
ท่านย่าตระกูลเจียงพยักหน้า ยิ้มอย่างเมตตา
"ดีๆๆ ขอบใจพวกเจ้าที่คอยดูแลเยวี่ยเอ๋อร์นะ"
ในเวลานี้ เจียงเสียนเยวี่ยก้าวเข้าไปข้างหน้า เอื้อมมือไปกุมมือท่านย่าตระกูลเจียง หว่างคิ้วและดวงตาฉายแววจริงจัง
"ท่านย่า เยวี่ยเอ๋อร์ต้องไปแล้วเจ้าค่ะ วันหน้าหากมีเวลาว่าง ข้าจะกลับมาเยี่ยมท่านย่ากับน้องๆ นะเจ้าคะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ขอบตาของท่านย่าตระกูลเจียงก็แดงเรื่อ ภายในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
ท้ายที่สุดแล้ว หากเยวี่ยเอ๋อร์ของนางก้าวออกจากตระกูลเจียงไป เช่นนั้น นับจากนี้นางก็จะไม่ใช่คนตระกูลเจียงอีก ทว่าโชคดีที่นางยังยอมรับตนเป็นย่าอยู่
เหล่าคุณหนูตระกูลเจียงน้ำตาคลอเบ้า พากันก้าวเข้ามาแสดงความอาลัยอาวรณ์ต่อเจียงเสียนเยวี่ย และยังหวังว่าในภายภาคหน้าเจียงเสียนเยวี่ยจะมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น มีอิสระเสรีมากขึ้น ไม่ถูกกฎระเบียบใดๆ มาพันธนาการ
เจียงเสียนเยวี่ยจ้องมองพวกนาง แววตาอดไม่ได้ที่จะอ่อนโยนลงหลายส่วน
นางยกมือขึ้นลูบศีรษะของพวกนางเบาๆ
น้ำเสียงของนางอ่อนโยน
"วันหน้า ข้าจะเป็นคนคอยหนุนหลังให้พวกเจ้าเอง"
ส่วนจูเก่อโย่วหลินที่เห็นภาพฉากนี้ ก็เผยสีหน้าประหลาดใจ หลังจากประหลาดใจ ภายในใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเปรี้ยวฝาดขึ้นมา เหตุใดนางถึงได้อ่อนโยนกับพวกน้องสาวถึงเพียงนี้ ทว่ากับเขาถึงได้ดุร้ายนัก?
เจียงเสียนเยวี่ยมอบหินผลึกสื่อสารก้อนหนึ่งให้แก่ท่านย่าตระกูลเจียง
เพื่อให้นางสามารถส่งข้อความหาตนได้ในวันหน้า
ในขณะที่กุมมือท่านย่าตระกูลเจียงทั้งสองข้าง เจียงเสียนเยวี่ยก็แอบยัดแหวนมิติวงหนึ่งใส่มือนางอย่างลับๆ
ภายในแหวนมิติวงนี้มีโอสถและทรัพย์สินเงินทองอยู่ไม่น้อย ล้วนเป็นสิ่งที่นางตระเตรียมไว้ให้ท่านย่าและน้องสาวทั้งสิบ
"ท่านย่า ข้าไปแล้วนะเจ้าคะ"
"อืม"
ท่านย่าตระกูลเจียงพยักหน้า เสียงสั่นเครือ
เจียงเสียนหมิ่นกัดริมฝีปาก ฝืนกลั้นน้ำตา
"พี่หญิงใหญ่ ในใจของพวกเรา ท่านแข็งแกร่งที่สุดเสมอ!"
น้ำตาของเจียงเสียนชิงเปียกชุ่มใบหน้าอันงดงามอ่อนช้อยของนาง นางจ้องมองเจียงเสียนเยวี่ยด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ สะอึกสะอื้นไห้ ภายในใจหวังเหลือเกินว่าพี่หญิงใหญ่จะพานางจากไปด้วย ต่อให้ต้องเป็นเพียงข้ารับใช้ข้างกายพี่หญิงใหญ่ นางก็ยินยอม
เจียงเสียนตี้กำหมัดแน่น เอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว
"พี่หญิงใหญ่ ข้าจะตั้งใจบำเพ็ญเพียร สักวันหนึ่ง ข้าจะตามรอยเท้าท่านให้ทัน!"
"ต้องหมั่นกลับมาเยี่ยมพวกเราบ่อยๆ นะเจ้าคะ!"
เจียงเสียนเยวี่ยคลี่ยิ้มกว้าง
"อืม"
และในเวลานี้ สองสามีภรรยาตระกูลเจียงก็กระโดดออกมาอีกครั้ง หมายจะอ้อนวอนเจียงเสียนเยวี่ยไม่ให้ตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเจียง ทว่าพวกเขากลับเพิ่งจะอ้าปาก ก็พบว่าตนเองราวกับถูกบีบคอเอาไว้ ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลยแม้แต่น้อย
เหล่าสหายร่วมกลุ่มอสูรกล่าวอำลาท่านย่าตระกูลเจียง
ส่วนเจียงเสียนเยวี่ยก็เอื้อมมือไปกระชากชุดมงคลสมรสสีแดงบนร่าง สิ้นเสียง 'ตู้ม' ชุดมงคลสมรสสีแดงก็แตกสลายในพริบตา ก่อนจะกลายเป็นผุยผง และชุดที่นางสวมอยู่ด้านในก็ยังคงเป็นเสื้อผ้าของนางเอง
คนทั้งแปดก้าวออกจากโถงใหญ่ของตระกูลเจียง
ส่วนผู้คนภายในโถงมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา จ้องมองแผ่นหลังที่จากไปของพวกเขา มีทั้งอิจฉา มีทั้งหวาดระแวง มีทั้งหวาดกลัว มีทั้งถอนหายใจอย่างโล่งอก มีทั้งอาลัยอาวรณ์ และก็มีทั้งไม่ยินยอมพร้อมใจ
หลังจากเดินออกจากโถงใหญ่ตระกูลเจียง เสิ่นเยียนก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมา จึงเอ่ยกับพวกเขา
"พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าจะไปหาเฟิงสิงเหยาสักหน่อย"
"ได้ พวกเราจะรอเจ้าอยู่ข้างนอกนะ"
"เดี๋ยวพวกเราไปหาโรงเตี๊ยมนั่งพักกันสักหน่อยดีหรือไม่?"
เวินอวี้ชูเสนอแนะ
เมื่อเซียวเจ๋อชวนได้ยินดังนั้น ก็ชี้ไปทางจูเก่อโย่วหลินพลางเอ่ย
"เขาเลี้ยง"