- หน้าแรก
- มหาสงครามพ่อมดสายเลือดมังกรข้ามพิภพ
- บทที่ 9 หอคอยห้าวงแหวน
บทที่ 9 หอคอยห้าวงแหวน
บทที่ 9 หอคอยห้าวงแหวน
บทที่ 9 หอคอยห้าวงแหวน
หลังจากกล่าวลาโทนี่แล้ว อัลเลนกเริ่มเดินทอดน่องไปตามค่ายพักอย่างไม่มีจุดหมาย กระโจมรูปร่างแปลกตาทั้งหลายช่วยเปิดหูเปิดตาให้แก่เขาเป็นอย่างยิ่ง
กระโจมเหล่านั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่ดูวิจิตรพิสดารที่สุดเห็นจะเป็นกลุ่มขององค์กรพ่อมดดำ
กระโจมของพวกเขามักถูกจัดตั้งให้ดูวังเวงและน่าสยดสยอง ราวกับตั้งใจจะประกาศให้ผู้อื่นได้รับรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวและมีราชาปีศาจสถิตอยู่ภายใน แต่ละหลังถูกตกแต่งประหนึ่งบ้านผีสิง แม้ว่าพวกเขาจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและไม่มีข้อกำหนดด้านพรสวรรค์ แต่กลับมีผู้คนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่กล้าก้าวเท้าเข้าไป
หลังจากเดินสำรวจและสอบถามข่าวคราวอยู่ครู่หนึ่ง อัลเลนจึงได้ทราบว่าหอคอยห้าวงแหวนนั้นเป็นองค์กรของฝ่ายพ่อมดขาว
ทว่าพ่อมดขาวหาได้เป็นเพียงนักวิชาการผู้ทรงความรู้เท่านั้น มิเช่นนั้นพวกเขคงมิอาจสยบพวกพ่อมดดำให้ยอมศิโรราบปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกศิษย์เช่นนี้ได้ มิฉะนั้นป่านนี้พวกพ่อมดดำคงจะดักซุ่มโจมตีกลางทางเพื่อชิงตัวเหล่าศิษย์ฝึกหัดไปจนหมดสิ้นแล้ว
กระโจมของหอคอยห้าวงแหวนนั้นโดดเด่นด้วยภาพวาดรูปกริฟฟิน และตัวกระโจมเป็นสีฟ้าครามดุจน้ำทะเล
ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน อัลเลนก็ได้กลิ่นหอมของเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่กำลังจุดรมไว้ เขารู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณที่กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที แม้แต่ความคิดความอ่านก็แจ่มใสขึ้นอย่างมาก
ชายชราเคราขาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขากำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านตำราอย่างพินิจพิเคราะห์ จนกระทั่งได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงได้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง
"ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีเลือดใหม่มาเข้าร่วมในวันสุดท้ายเช่นนี้" ชายชราพึมพำกับตนเอง
"สวัสดีครับท่านพ่อมด ข้ามีความประสงค์จะเข้าร่วมกับหอคอยห้าวงแหวน นี่คือหลักฐานยืนยันพรสวรรค์ของข้าครับ"
อัลเลนไม่ได้ดูแคลนอีกฝ่ายเพียงเพราะเห็นว่าเป็นชายชราที่ดูร่วงโรย เขาขยับกายส่งเอกสารให้อย่างนอบน้อม
ชายชราเอื้อมมือมารับไปพลางจ้องมองอัลเลนแล้วเอ่ยว่า "ข้ามีนามว่าเคน"
ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของชายชราหาได้ดูอ่อนแรงเหมือนรูปลักษณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นเดินวนรอบตัวอัลเลนเพื่อสำรวจตรวจสอบ ก่อนจะก้มลงมองเอกสารในมือแล้วพยักหน้า
"เจ้ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เพียงแค่จ่ายหินมาตราห้าก้อนเพื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียน"
"ก่อนจะมาที่นี่ ข้าเชื่อว่าเจ้าคงเข้าใจกฎระเบียบของหอคอยห้าวงแหวนดีแล้ว เจ้าจะปฏิบัติตามนั้นได้หรือไม่?"
"ข้าทำได้ครับ"
"นี่คือสัญญา เมื่อจ่ายหินมาตราห้าก้อนและลงนามในนี้แล้ว เจ้าก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา"
เคนหยิบแผ่นหนังแกะออกมาจากถุงมิติแล้วยื่นให้อัลเลน
"ตามรายละเอียดในสัญญา เมื่อเจ้าเลือกเข้าสู่หอคอยห้าวงแหวนของเรา เจ้าจะได้รับการอบรมวิชาการขั้นพื้นฐานระดับสูง ได้รับชุดวิชาการทำสมาธิระดับต้น และที่พักฟรีในช่วงสามปีแรก หลังจากนั้นเจ้าจะต้องจ่ายปีละสองก้อนหินมาตรา นอกจากนี้เจ้ายังสามารถใช้หินมาตราหรือสิ่งตอบแทนอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับอาจารย์ผู้สอนได้ ห้องสมุดจะเปิดให้เข้าถึงได้ตามขอบเขตที่กำหนด และเจ้าจะได้รับความคุ้มครองความปลอดภัยภายในเขตสถานศึกษา..."
อัลเลนหยิบสัญญาขึ้นมาพิจารณา มันถูกเขียนลงบนหนังแกะชั้นดีด้วยภาษาสามัญของทวีป ในนั้นระบุถึงข้อกำหนดและพันธกิจต่างๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับอย่างชัดเจน
"ชิป ตรวจสอบและเปรียบเทียบดูซิว่ามีกับดักทางภาษาซ่อนอยู่หรือไม่"
"บี๊บ รับคำสั่ง เริ่มการสแกน"
"บี๊บ การสแกนเสร็จสิ้น ผลการสแกนไม่พบกับดักทางภาษาใดๆ"
เมื่ออัลเลนตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหยิบถุงใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ นำหินสีฟ้าครามขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือเล็กน้อยจำนวนห้าก้อนออกมาแล้วกล่าวว่า "ข้าเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้นแล้วครับ นี่คือค่าธรรมเนียมการเข้าเรียนของข้า"
เขายื่นหินมาตราให้ ชายชราเอื้อมมือมารับไปเพียงแค่พลิกฝ่ามือ หินเหล่านั้นก็เลือนหายไป และเมื่อเขาสะบัดมืออีกครั้ง ปากกาขนนกสีเงินก็ปรากฏขึ้น
อัลเลนรับปากกามา มันมีประกายเงางามแบบโลหะทว่ากลับเบาหวิวราวกับขนนกจริงๆ เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ในทีขณะตวัดปลายปากกาลงชื่อของตนที่ท้ายสัญญา แล้วจึงส่งคืนให้แก่เคน
เคนตรวจสอบดูความเรียบร้อยแล้วพยักหน้า ก่อนจะประทับคำว่า หอคอยห้าวงแหวน ลงในแบบฟอร์ม จากนั้นเขาก็หยิบป้ายหมายเลขสามสิบส่งให้อัลเลนอย่างไม่รีบร้อน
"ไปรวมตัวกันที่ท่าเรือในเช้าวันพรุ่งนี้ นี่คือเครื่องหมายยืนยันตัวตนของเจ้า ด้านหลังมีที่พักจัดเตรียมไว้ให้ จำไว้ว่าอย่ามาสาย เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว"
"ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวลาครับท่าน"
อัลเลนโค้งคำนับแล้วเดินออกจากกระโจมไป เขาไม่ได้รั้งรออยู่ตรงนั้นแต่เดินตรงไปยังพื้นที่พักแรมด้านหลังทันที
ที่นั่นมีบ้านไม้แถวหนึ่งที่ดูหรูหราไม่ใช่น้อย มีเด็กหนุ่มเด็กสาวหลายคนเดินเข้าออกสลับกันไปมา คงจะเป็นสถานที่พักอย่างแน่นอน เขาเดินมาถึงหน้าห้องที่ระบุหมายเลขสามสิบ
เมื่อผลักประตูเข้าไปเบาๆ ห้องก็เปิดออก ภายในไม่มีสิ่งของฟุ่มเฟือย มีเพียงเตียงนอน โต๊ะ และเก้าอี้ไม่กี่ตัว ทว่าห้องกลับสะอาดสะอ้านยิ่งนัก เตียงถูกปูด้วยผ้ากำมะหยี่ซึ่งมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะได้สัมผัส มันดูนุ่มนวลชวนให้ลงไปเอนกายเสียเหลือเกิน
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะ
อัลเลนเปิดประตูออกไป พบวัยรุ่นรุ่นราวคราวเดียวกันอายุประมาณสิบสามถึงสิบสี่ปีกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า เขาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พวกเจ้ามีธุระอันใดหรือ?"
"สวัสดี พวกเราเป็นศิษย์ฝึกหัดใหม่ของหอคอยห้าวงแหวน ไม่ทราบว่าเจ้าก็เป็นคนหนึ่งในนั้นด้วยใช่หรือไม่?" เด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ใช่แล้ว" อัลเลนพยักหน้ารับ
"ยอดเยี่ยมไปเลย พวกเรามีเพื่อนใหม่เพิ่มอีกคนแล้ว พวกเรากำลังจะไปร่วมกลุ่มสังสรรค์กัน เจ้าสนใจจะไปด้วยกันไหม?"
อัลเลนซึ่งกำลังต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพ่อมดและหอคอยห้าวงแหวนอยู่พอดี จึงพยักหน้าตกลงในทันที
เมื่อเดินตามกลุ่มไปยังห้องอาหาร เขาพบว่าเป็นรูปแบบที่สามารถตักอาหารได้ตามใจชอบ และอาหารแต่ละอย่างก็ช่างเลิศรสยิ่งนัก สิ่งนี้ทำให้อัลเลนที่ต้องทนเคี้ยวเสบียงแห้งมาตลอดทางรู้สึกเจริญอาหารขึ้นมาทันที
เขารวบรวมอาหารที่ตนเองชอบมาไว้ในจาน แล้วจึงร่วมสนทนากับผู้อื่นไปพร้อมกับรับประทานอาหาร
"พวกเราล้วนเป็นเลือดใหม่ของหอคอยห้าวงแหวน ข้าสิรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าชื่อคาร์ล็อต มาจากราชอาณาจักรจิส ฐานะเดิมของข้าคือขุนนาง แต่นั่นหาใช่เรื่องสำคัญไม่ เพราะพ่อมดย่อมมีเกียรติสูงส่งกว่าขุนนางอยู่แล้ว ข้ามีพรสวรรค์ระดับสี่"
เด็กหนุ่มร่างกำยำแนะนำตนเอง คนอื่นๆ จึงเริ่มแนะนำตัวตามกันไป นอกจากคาร์ล็อตที่มีพรสวรรค์ระดับสี่แล้ว คนที่เหลือล้วนมีพรสวรรค์เพียงระดับสองหรือสามเท่านั้น
หลังจากอัลเลนแนะนำตัวเสร็จสิ้น ทุกคนก็เริ่มลงมือรับประทานอาหารต่อ
"จิล เจ้าบอกว่ามีข่าวคราวเกี่ยวกับทวีปพ่อมดมิใช่หรือ เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ" เด็กสาวอีกคนที่ชื่อโมนิก้าเอ่ยถาม
"อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ รอให้ข้ากินเนื้อย่างชิ้นนี้ให้เสร็จก่อน"
"รีบพูดมาเถอะ เจ้านี่ทำให้พวกเราลุ้นจนใจจะขาดแล้ว" ทุกคนต่างเร่งเร้า
เด็กหนุ่มที่ดูผอมบางจึงกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "เมื่อหลายชั่วอายุคนก่อน บรรพบุรุษในตระกูลของข้าเคยมาศึกษาที่หอคอยห้าวงแหวนแห่งนี้"
"ในบันทึกที่ท่านทิ้งไว้ระบุว่า สถานที่ที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ แท้จริงแล้วมิใช่ทวีปใหญ่ แต่เป็นเพียงหมู่เกาะฟีลีนเท่านั้น หากจะไปยังทวีปพ่อมดจำต้องอาศัยเรือเดินสมุทรขนาดมหึมา"
"ที่นั่นคือดินแดนที่ถูกปกครองโดยเหล่าพ่อมด ทั้งงดงามและมั่งคั่ง ไม่เหมือนกับที่นี่ที่แทบจะไม่พบเห็นสิ่งมีชีวิตหรือพืชพรรณที่กลายพันธุ์ด้วยมนตราเลย ทรัพยากรก็ช่างขัดสนยิ่งนัก"
"ทว่าที่นั่นก็เต็มไปด้วยอันตราย มีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์มากมายที่ความเก่งกาจไม่ด้อยไปกว่าพ่อมดเต็มตัวเลยทีเดียว"
"หอคอยห้าวงแหวนคือผู้ปกครองเหนือดินแดนเสี้ยวจันทร์ การจะก้าวเป็นพ่อมดได้นั้นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคน"
"พรสวรรค์ระดับห้าคือระดับสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ ตราบเท่าที่เจ้าไม่สิ้นชีพไปก่อนวัยอันควร เจ้าย่อมมีโอกาสถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะเลื่อนระดับได้สำเร็จ"
"ระดับสี่มีโอกาสห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ระดับสามคือหนึ่งในสิบ ส่วนระดับหนึ่งและสองนั้น โอกาสมีเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้น"
"ว่ากันว่าผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับสี่และห้าจะถูกรับตัวไปเป็นศิษย์โดยตรงจากอาจารย์หลังจากเข้าสู่สถานศึกษา ส่วนคนอื่นๆ จะถูกจัดสรรไปตามความเหมาะสม"
"หากเจ้าได้พบกับอาจารย์ที่ใจดีและมีความรับผิดชอบก็ถือว่าโชคดีไป แม้เขาจะไม่ได้ดูแลเจ้าเป็นพิเศษ แต่เขาก็จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้อย่างตั้งใจ"
"แต่ถ้าเจ้าไปเจอคนที่มีอารมณ์ร้ายหรือมีนิสัยประหลาดล่ะก็ เจ้าเตรียมตัวรับมือได้เลย พวกเขาจะอธิบายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากเจ้าจำไม่ได้ พวกเขาก็จะไม่ไยดีเจ้าอีก"
"สำหรับการศึกษาเวทมนตร์ นอกจากความรู้พื้นฐานที่ทางสถานศึกษาสอนให้แล้ว หากเจ้าต้องการเรียนรู้วิชาขั้นสูง เจ้าจะต้องมีสิ่งของมาแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม"
"หินมาตราคือสกุลเงินที่ใช้ในหมู่ศิษย์ หากเจ้าปรารถนาความรู้ที่ลึกซึ้งขึ้น เจ้าก็ต้องใช้หินมาตราเหล่านั้นเพื่อซื้อมันมา"