- หน้าแรก
- ยุคแห่งทวยเทพ เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์ระดับเทพ ข้าปั้นอารยธรรมไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 19 การเตรียมตัว (1)
บทที่ 19 การเตรียมตัว (1)
บทที่ 19 การเตรียมตัว (1)
บทที่ 19 การเตรียมตัว (1)
พอการ์ดในมือมีมากขึ้น ตัวเลือกสำหรับการสลายกับฟิวชันก็จะหลากหลายขึ้น และยังมีโอกาสฟิวชันออกมาเป็นการ์ดทรงพลังระดับสูง ทำให้พลังโดยรวมพุ่งทะยานขึ้นไปอีก หากพลังแข็งแกร่งขึ้น ก็ไม่แน่ว่าจะคว้าอันดับหนึ่งทั้งห้อง อันดับห้าในทั้งโรงเรียนได้อีกครั้ง ถึงตอนนั้นความเป็นเทพก็คงกลับมาเป็นของเขาเองอยู่ดีไม่ใช่หรือ?
เอาของคนอื่นมาขัดเกลาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น แบบนี้ถือว่าทำได้อยู่แล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มแล้วพูดว่า
“ความเป็นเทพส่วนนี้หลุดออกมาก็เพราะฉัน ดังนั้นฉันจะได้สิทธิ์ก่อนก็สมควรแล้ว พวกนายแต่ละคนล้วนติดหนึ่งในห้าอันดับแรกของห้องมาตลอด มีโอกาสได้มันสูงมาก ส่วนฉัน ถึงการทดสอบวัดระดับครั้งนี้จะได้ที่หนึ่งก็จริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล การสอบปลายภาคจะยังทำผลงานได้ดีหรือเปล่ายังไม่แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอันดับหนึ่งทั้งห้องหรือท็อปเท็นทั้งชั้น ดังนั้นโดยหลักการแล้ว ฉันจะพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม มองเรื่องนี้เป็นการซื้อขายครั้งหนึ่ง”
เขายกนิ้วชี้ขึ้นแล้วว่า
“หยวนหง นายแข็งแกร่งที่สุด โอกาสได้ก็สูงที่สุด เพราะงั้นฉันจะเอาการ์ดห้าดาวหนึ่งใบจากนาย นายไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”
สีหน้าของหยวนหงมืดลงทันที ริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ไม่เปล่งเสียง
หลินเซียวไม่สนใจสีหน้าบูดบึ้งของเขา ใครใช้ให้เมื่อกี้มาใช้ท่าทีข่มขู่กันเล่า เขาหันไปมองอีกคนในห้องแล้วพูดว่า
“ว่านชวน ผลการสอบของนายกับหยวนหงพอๆ กัน อันดับอาจจะด้อยกว่าเขานิดหน่อย แต่โอกาสก็ยังสูงเหมือนกัน เพราะงั้นฉันจะเอาการ์ดสี่ดาวหนึ่งใบจากนาย ตกลงไหม?”
ว่านชวนร่างสูงใหญ่เหลือบมองสีหน้าดำมืดของหยวนหงแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างตอบว่า
“ไม่มีปัญหา!”
หลินเซียวพยักหน้า แล้วหันไปมองเพื่อนอีกสามคนที่มักติดหนึ่งในห้าอันดับแรกของห้องเช่นกัน เอ่ยต่อว่า
“ส่วนพวกนายการ์ดสองดาวคนละหนึ่งใบ ไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
สามคนนี้ศักยภาพในการแย่งอันดับยังด้อยกว่าหยวนหงกับว่านชวนอยู่บ้าง ถ้าขอมากกว่านี้คงยากจะได้ การ์ดสองดาวถือว่ากำลังดี แค่พวกเขายังมีความคิดจะเสี่ยงดวงในสอบปลายภาค ก็น่าจะยอมตกลง
ทว่าทำให้เขาแปลกใจอยู่บ้าง ทั้งสามสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพร้อมใจกันส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“เรื่องนี้ไม่เอาดีกว่า พวกเราไม่สนใจ”
“โธ่เว้ย!”
คำนวณพลาดเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะพวกเขาไม่มั่นใจในตัวเอง หรือไม่ยอมตกหลุมกันแน่ เอาเป็นว่าพวกเขาไม่ตกลง เขาก็ทำอะไรไม่ได้
ดีที่ว่าความจริงแล้วสามคนนั้นจะไม่ตกลงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่สองคนนี้ยอมก็พอแล้ว ศักยภาพของหยวนหงกับว่านชวนต่างกันไม่มาก ปกติอันดับหนึ่งของการทดสอบวัดระดับในห้องก็มักจะสลับกันไปมาอยู่ระหว่างสองคนนี้ เพียงแต่หยวนหงได้ที่หนึ่งบ่อยกว่านิดหน่อยเท่านั้น
พลังที่แข็งแกร่งย่อมหล่อหลอมความมั่นใจ ว่านชวนเองก็มั่นใจว่าจะชิงที่หนึ่งจากหยวนหงได้อีกครั้ง
จากนั้นต่อหน้าครูและเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่เป็นพยาน หยวนหงกับว่านชวนต่างหยิบการ์ดห้าดาวหนึ่งใบและการ์ดสี่ดาวหนึ่งใบส่งให้หลินเซียว เพื่อแลกกับโอกาสลงสนามแข่งขันอย่างยุติธรรมอีกครั้ง
ส่วนจะเป็นการ์ดใบไหนนั้นก็แล้วแต่ดวง ถึงฐานะของทั้งคู่จะไม่เลว แต่ก็ไม่มีทางพกการ์ดห้าดาวไว้กับตัวหลายใบได้
อย่างไรก็ตาม การ์ดที่ทั้งคู่พกติดตัวมาคงไม่มีใบไหนห่วยแตกแน่นอน อย่างน้อยก็ไม่ใช่การ์ดขยะ
เมื่อการแลกเปลี่ยนจบลง บนมือหลินเซียวก็มีการ์ดทรัพยากรหนึ่งใบกับการ์ดสายพันธุ์หนึ่งใบเพิ่มขึ้นมา
การ์ดทรัพยากรสี่ดาว ฝูงกระทิงหายาก: ใช้ครั้งเดียว เรียกวัวกระทิงป่าจำนวน 100 ตัว หมายเหตุ: เพศผู้เพศเมียสุ่ม
การ์ดสายพันธุ์ห้าดาว เผ่าก็อบลินระดับธรรมดา: ใช้ครั้งเดียว ได้รับก็อบลินธรรมดา 500 ตัว หมายเหตุ: มีหมีก็อบลิน 10 ตัว เพศผู้เพศเมียอย่างละครึ่ง
การ์ดก็อบลินนั้นออกจะไร้ค่าไปสักหน่อย ตรงกันข้าม การ์ดฝูงกระทิงกลับดูดีไม่เลว ตรงหมายเหตุที่ว่าเพศผู้เพศเมียสุ่ม นั่นหมายความว่าหากในฝูงมีตัวเมียอยู่จำนวนหนึ่ง ก็สามารถใช้เป็นฐานในการขยายพันธุ์ต่อไปได้
ที่สำคัญที่สุดคือ วัวกระทิงป่าสามารถฝึกให้เชื่องได้ ใช้ไถนาได้ ใช้ลากของได้ ยามขาดแคลนเสบียงก็เชือดกินได้ หรือจะเอาไปใช้เป็นกำลังชนแนวหน้าก็ยังได้ ประโยชน์หลากหลายมหาศาล
ออกจากแคปซูลแดนศักดิ์สิทธิ์กลับสู่ความเป็นจริง หลินเซียวล้างหน้าเสร็จแล้วก็กลับมาที่หน้าแคปซูล เขายื่นมือเข้าไปหยิบการ์ดทั้งสี่ใบออกมาจากด้านใน ได้แก่การ์ดแดนศักดิ์สิทธิ์ การ์ดทรัพยากรฝูงกระทิง การ์ดสายพันธุ์เผ่าก็อบลิน และการ์ดปลาค็อดสองดาวหนึ่งใบ
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนำการ์ดที่ได้มาจากว่านชวนกับหยวนหงซ่อนไว้เสียก่อน จากนั้นหยิบสายรัดข้อมือขึ้นมา ส่งข้อความไปหาพ่อกับแม่
ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีการตอบกลับ แสงดาวสีฟ้าอ่อนโปรยลงมา ภาพฉายของมารดาผู้เลอโฉม น่ารักอ่อนเยาว์ราวสาวน้อยปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เอ่ยถามเสียงนุ่มนวลว่า
“เซียวเอ๋อร์ มีอะไรรึเปล่าลูก? แม่จำได้ว่าวันนี้เป็นการทดสอบวัดระดับครั้งสุดท้ายของเทอมนี้ ผลสอบเป็นยังไงบ้าง?”
บนใบหน้าหลินเซียวพลันเผยรอยยิ้มจริงใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาเอามือไพล่หลัง เอนศีรษะเล็กน้อยแล้วว่า
“ลองทายดูสิครับ?”
สายตาจินหยุนจูไล่กวาดบนใบหน้าลูกชาย ก่อนจะยิ้มตาหยีแล้วพูดว่า
“ดูท่าทางแล้ว ผลสอบคงไม่เลว ที่ลูกซ่อนไว้หลังมือคืออะไรนั่น?”
“ฮะๆ ถูกต้องแล้วครับ แท่นแท่นแท๊น~”
เขายื่นมือทั้งสองที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา โชว์การ์ดแดนศักดิ์สิทธิ์ใบหนึ่งต่อหน้าแม่
“ดูครับ รอบนี้ในการทดสอบวัดระดับ ลูกชายของแม่คว้าที่หนึ่งมาได้ แถมยังผ่านการทดสอบพิเศษเพิ่มเติมของครูด้วย ครูเลยให้รางวัลเป็นการ์ดแดนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งใบ”
จินหยุนจูมองการ์ดแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับหายากเหนือสามัญระดับห้าดาวใบนี้ด้วยสีหน้าทั้งแปลกใจทั้งยินดี เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อปนดีใจว่า
“นี่ของจริงเหรอลูก? ครั้งนี้ลูกถึงขั้นคว้าที่หนึ่งมาได้เลยหรือ?”
“ยอดเยี่ยมมาก แม่ดีใจจริงๆ”
นางไม่คิดจะถามเลยว่าเขาได้ที่หนึ่งมาได้อย่างไร เพียงแต่มองเขาด้วยแววตาเปี่ยมความสุข แล้วพึมพำต่อว่า
“เป็นเรื่องดีจริงๆ เดี๋ยวแม่จะบอกพ่อของลูก ให้เขาเตรียมรางวัลให้หน่อย”
หลินเซียวเห็นดังนั้นก็หัวเราะแหะๆ ถูมือไปมาแล้วว่า
“แม่ก็รู้ใช่ไหมครับ เดือนหน้าก็สอบปลายภาคแล้ว ผลสอบรอบนั้นจะมีผลต่อการจัดห้องเรียนเทอมหน้า ถึงตอนนี้ผลการเรียนของลูกจะเริ่มไล่ตามคนอื่นทันแล้วก็จริง แต่ก่อนหน้านี้ก็เสียเวลาไปมาก แถมตอนนี้ยังเหลือช่องโหลดการ์ดว่างอยู่อีกหลายช่อง แม่ช่วยคุยกับพ่อให้หน่อยได้ไหมครับ ดูว่าจะสนับสนุนการ์ดดีๆ ให้ลูกสักสองสามใบ ถ้าผลสอบลูกออกมาดี เทอมหน้าถ้าถูกจัดเข้าห้องเรียนหัวกะทิหรือห้องพิเศษอะไรทำนองนั้น ก็ถือว่าได้ช่วยเชิดหน้าชูตาให้พ่อกับแม่ด้วยนะครับ”
ไม่มีใครรู้ใจลูกเท่าแม่ จินหยุนจูแค่เห็นสีหน้าของเขาก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวคิดจะอ้อนอะไร นางยกมือปิดปากยิ้มตาหยีแล้วว่า
“ถ้าลูกรู้จักคิดแบบนี้แต่แรกก็ดีแล้ว พ่อของลูกเตรียมชุดการ์ดห้าดาวไว้ให้ตั้งนานแล้ว เป็นลูกเองไม่ใช่หรือที่พูดว่าจะพึ่งพาความสามารถของตัวเอง แล้วเป็นยังไงล่ะตอนนี้!”
หลินเซียวเกาศีรษะด้วยสีหน้าเก้อเขิน
“เมื่อก่อนลูกก็แค่ยังไม่รู้จักโตเองครับ ตอนนี้คิดได้แล้ว ลูกไม่อยากลำบากเองแล้ว อยากเกาะขาพ่อกับแม่ต่างหาก”
“รู้อย่างนี้ แล้วเมื่อก่อนไปดื้อทำไมกัน”
จินหยุนจูยื่นนิ้วเรียวสวยมาจิ้มหน้าผากเขาเบาๆ แล้วส่งเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก
หลินเซียวรีบยกมือประสาน ก้มหัวยิ้มแหยไม่หยุด
“ครับๆ ลูกชายสำนึกผิดแล้วครับ”
“งั้นรอก่อน แม่จะไปคุยกับพ่อให้”
“ได้เลยครับ ขออัญเชิญเสด็จแม่กลับวัง”
“ปากดีจริง!”
พอส่งมารดาผู้ทรงเกียรติกลับไปแล้ว หลินเซียวก็ฮัมเพลงเบาๆ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เรื่องนี้เขาไม่ได้กังวลเท่าไรอยู่แล้ว พ่อแม่ของเขาวางแผนเส้นทางชีวิตให้เขามานาน ต่อให้เขาไม่มีพรสวรรค์อะไรโดดเด่น สุดท้ายก็ยังสามารถกลายเป็นกึ่งเทพได้ด้วยการสนับสนุนของพวกท่าน
แม้จะเป็นเพียงกึ่งเทพระดับธรรมดา ก็ยังมีอายุขัยยืนยาวนับหมื่นปี เพียงพอให้เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายสุดเหวี่ยง
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าได้เกิดมาดีมันช่างสบายใจ มีพ่อที่ภายนอกดูเข้มงวดแต่แท้จริงแล้วห่วงใยเขาอย่างลึกซึ้ง มีแม่ที่เรียกได้ว่าออกจะตามใจเขามากเป็นพิเศษ ชีวิตแบบนี้
เทียบกับสภาพของเหล่าตัวเอกข้ามภพคนอื่นๆ แล้ว นี่มันเส้นทางชีวิตของผู้ชนะชัดๆ!
หลินเซียวรู้สึกพอใจกับครอบครัวชาติภพนี้ของตัวเองอย่างถึงที่สุด