- หน้าแรก
- ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- บทที่ 26 บททดสอบบางอย่าง
บทที่ 26 บททดสอบบางอย่าง
บทที่ 26 บททดสอบบางอย่าง
บทที่ 26 บททดสอบบางอย่าง
เจสันแทบจะเดินโซเซเข้าไปในบ้าน และหาทางกลับเข้าห้องของตัวเองได้ในที่สุด ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงทั้งที่ขาทั้งสองข้างไร้ความรู้สึกราวกับไม่ใช่ของตัวเอง ทว่าแม้จะเหนื่อยล้าแทบขาดใจ เขากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจนี้มาจากสิ่งที่ราฟาเอลบอกเขาในรถตู้ขณะเดินทางกลับจากซีทีเอฟดี ปอร์ตูไกยา หลังจากการตรวจร่างกายเสร็จสิ้น
ราฟาเอลบอกว่าเขาจะได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมกับทีมเยาวชนเอฟซี ปอร์ตู และจะได้ลงเล่นในนัดที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์นี้
ราฟาเอลยังบอกอีกว่าผู้จัดการทีมชุดใหญ่ของเอฟซี ปอร์ตู จะคอยจับตาดูผลการแข่งขันนัดนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมันถือเป็นบททดสอบบางอย่างสำหรับตัวเขา
เรื่องที่สองนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้เจสันตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
หากผู้จัดการทีมชุดใหญ่ถือว่าการแข่งขันนัดหน้าเป็นเสมือนบททดสอบจริง ๆ นั่นไม่ได้หมายความว่าตราบใดที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เขาก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้หรอกหรือ?
เลือดในกายของเขาเดือดพล่านด้วยความคาดหวังเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ทว่าร่างกายกลับไม่แยแสต่อความคิดของเขาเลยสักนิด มันยังคงหนักอึ้งราวกับตะกั่วขณะที่เขานอนแผ่หลาอยู่บนเตียง เหนื่อยล้าเกินกว่าจะขยับกล้ามเนื้อแม้แต่มัดเดียว
ความคิดฟุ้งซ่านของเขาค่อย ๆ เลือนรางจมดิ่งสู่ความมืดมิดขณะที่เขาผล็อยหลับไปช้า ๆ จนกระทั่งเหลือเพียงความคิดเดียวที่หลงเหลืออยู่
“ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันกินข้าวมาแล้ว”
เขาคิดในใจก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
เจสันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกริ่งจากโทรศัพท์ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและคว้าโทรศัพท์มาดูว่าทำไมมันถึงดัง ก่อนจะตระหนักได้ว่ามันคือเสียงนาฬิกาปลุก
เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าเมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลับไปข้ามคืนเพราะความอ่อนเพลียจากการตรวจร่างกาย แต่เขาก็รีบดีดตัวลุกจากเตียงและออกกำลังกายยามเช้าเล็กน้อย ก่อนจะไปอาบน้ำและแต่งตัวด้วยชุดกีฬา จากนั้นจึงลงมือจัดกระเป๋ากีฬาเป็นลำดับสุดท้าย
เขาหยิบเสื้อผ้าที่ใส่ไปตรวจร่างกายเมื่อวานออก แล้วจัดการยัดเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เตรียมไว้ใส่หลังซ้อมเสร็จลงไปแทน จากนั้นจึงรูดซิปกระเป๋าปิดทันทีที่แน่ใจว่าของจำเป็นทุกอย่างอยู่ครบถ้วน เขาตวัดกระเป๋าขึ้นสะพายบ่าก่อนจะย่องออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ เพราะไม่อยากทำเสียงดังเนื่องจากตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงกว่าเท่านั้น
เจสันมีกำหนดการต้องเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับทีมเยาวชนเอฟซี ปอร์ตู เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเขาวางแผนที่จะวิ่งจ็อกกิงไปยังซีทีเอฟดี ปอร์ตูไกยา เพื่อทดแทนการวิ่งจ็อกกิงยามเช้าตามปกติของเขา เนื่องจากระยะทางจากอพาร์ตเมนต์ไปยังศูนย์ฝึกอยู่ห่างออกไปเพียงหกถึงเจ็ดไมล์
เขาเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบนมสักขวด แต่ก็อดสังเกตไม่ได้ว่าจำนวนขวดนมมันน้อยกว่าที่เขาคาดไว้
“ไมโลคงเอาไปกินบ้างแล้วล่ะ”
เขาตระหนักได้และไม่ใส่ใจจะคิดอะไรให้มากความ เขาคว้านมมาหนึ่งขวดและจัดการกระดกรวดเดียวหมดก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ประตู
เขาหันขวับกลับไปมองหลังจากเดินถึงประตู พลันนึกขึ้นได้ว่าในเมื่อเขากำลังจะไปศูนย์ฝึกซีทีเอฟดี ปอร์ตูไกยา ไมโลก็น่าจะไปพร้อมกับเขาได้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่ตื่น
เจสันไม่อยากเดินไปที่ห้องเพื่อปลุกและลากเขาไปซ้อมด้วย เพราะตอนนี้มันค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าการที่เขายังไม่ตื่นในเวลานี้ ย่อมหมายความว่าพวกเขาไม่ใช่คนประเภทเดียวกันในเรื่องของระเบียบวินัย และเจสันก็จะไม่บังคับให้อีกฝ่ายต้องมาเป็นเหมือนเขา
อย่างมากเขาก็ทำได้แค่ให้คำแนะนำกับไมโล หลังจากนั้นการกระทำของไมโลก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง
นอกจากนี้ เจสันก็ไม่อยากเดินไปที่ห้องของไมโลแล้วต้องมาแปดเปื้อนสายตากับ “สิ่งสกปรก” บางอย่าง เพราะตอนที่เขาเดินไปที่ตู้เย็นก่อนหน้านี้ หางตาเขาดันเหลือบไปเห็นเสื้อผ้ากองระเกะระกะอยู่กลางห้องนั่งเล่น ซึ่งในนั้นมีเสื้อผ้าผู้หญิงรวมถึงชุดชั้นในของเธอปะปนอยู่ด้วย
ดูเหมือนไมโลจะหิ้วผู้หญิงคนอื่นมา... หรืออาจจะเป็นคนเดิม แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่หยุดเจสันไม่ให้ไปที่ห้องของไมโลหรอก สิ่งที่หยุดเขาคือความคิดน่าสงสัยง่าย ๆ ที่ว่า “ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่มาหา ถ้าเสื้อผ้าและชุดชั้นในของเธอถูกถอดทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่น มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอคงไม่ได้ใส่อะไรเลยอยู่ข้างในห้องของไมโล”
เจสันอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงมากนัก แต่เขารู้ดีว่าไม่มีทางที่ผู้หญิงเปลือยเปล่าจะใช้เวลาอยู่ในห้องกับผู้ชายที่ใส่เสื้อผ้าครบชุด และเจสันก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเอาสายตาไปปะทะกับ “แขก” เปลือยกายของไมโล หรือแม้แต่ตัวไมโลที่แก้ผ้าอยู่หรอก
ภาพพรรค์นั้นมีแต่จะทำให้เสียสายตาเปล่า ๆ
“กันไว้ดีกว่าแก้”
เขาพึมพำกับตัวเองขณะก้าวออกจากอพาร์ตเมนต์ ปิดประตูตามหลังและล็อกมันให้เรียบร้อย
“ฉันไม่อาจท้าทายความมุ่งมั่นในการหิ้วสาวของเพื่อนร่วมห้องได้จริง ๆ”
เขาคิดในใจพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ขณะมุ่งหน้าไปยังทางเดิน พลางยืดกล้ามเนื้อขาที่ยังคงรู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อยจากการตรวจร่างกายเมื่อวันก่อน
“อย่างน้อยหมอนั่นก็มีความมุ่งมั่นในบางเรื่องล่ะนะ”
เจสันพึมพำขณะออกตัวและเริ่มวิ่งจ็อกกิงไปตามทางเท้าที่เริ่มมีผู้คนพลุกพล่าน มุ่งหน้าสู่ศูนย์ฝึกซีทีเอฟดี ปอร์ตูไกยา ด้วยความเร็วเฉลี่ยแปดนาทีนิด ๆ ต่อไมล์ และไปถึงศูนย์ฝึกก่อนเวลาแปดโมงเช้า
เขามุ่งตรงไปยังสนามที่ราฟาเอลบอกว่าเป็นสนามซ้อมของทีมเยาวชนเอฟซี ปอร์ตู พร้อมกับหยิบลูกฟุตบอลออกจากกระเป๋าและวางกระเป๋าทิ้งไว้ข้างสนาม
เนื่องจากสตาฟฟ์โค้ชยังไม่มา สนามจึงยังว่างเปล่าปราศจากอุปกรณ์การฝึกซ้อมใด ๆ แต่นั่นไม่ได้กวนใจเจสันเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเพียงแค่อยากจะเดาะบอลเล่นสักหน่อย เนื่องจากลูกฟุตบอลไม่ได้สัมผัสเท้าเขามาหลายวันแล้ว
เขาเดาะบอลมาได้กว่าสิบนาทีแล้วตอนที่ได้ยินเสียงพูดเป็นภาษาโปรตุเกสว่า
“ส่งบอลมาหน่อย”
สายตาของเจสันมองตามทิศทางของเสียง ไปเห็นชายหนุ่มผมดำชี้ฟูยืนห่างออกไปราว ๆ ยี่สิบเมตร ก่อนที่เขาจะงัดลูกบอลส่งลอยโด่งไปทางชายคนนั้นด้วยการวอลเลย์
หมอนั่นรับบอลด้วยการตวัดขา ส่งให้ลูกบอลลอยโด่งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวอลเลย์สวนกลับมาหาเจสัน ซึ่งก็สามารถดึงบอลลงพื้นได้อย่างแนบเนียนทันทีที่ลูกพุ่งมาถึง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═