- หน้าแรก
- ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- บทที่ 27 การฝึกซ้อมครั้งแรกกับเอฟซี ปอร์ตู จูเนียร์ส
บทที่ 27 การฝึกซ้อมครั้งแรกกับเอฟซี ปอร์ตู จูเนียร์ส
บทที่ 27 การฝึกซ้อมครั้งแรกกับเอฟซี ปอร์ตู จูเนียร์ส
บทที่ 27 การฝึกซ้อมครั้งแรกกับเอฟซี ปอร์ตู จูเนียร์ส
“ไม่คุ้นหน้าเลยแฮะ”
ชายหนุ่มผมดำเอ่ยกับเจสันเป็นภาษาโปรตุเกส หลังจากเดินเข้ามาใกล้พอที่จะได้ยินชัดเจน
“ใช่ ผมเพิ่งเข้าร่วมทีมน่ะ”
เจสันตอบกลับเป็นภาษาโปรตุเกสอย่างน่าประหลาดใจ
หนึ่งในลีกที่เขาเคยค้าแข้งเมื่อชาติก่อนคือ กังเปโอนาตูบราซีเลย์รูแซรียีอา ในประเทศบราซิล และภาษาโปรตุเกสก็บังเอิญเป็นภาษาที่ใช้แพร่หลายที่สุดในบราซิล เขาจึงได้เรียนรู้ภาษานี้มาโดยปริยาย
“มาจากอะคาเดมีเหรอ?”
หนุ่มผมดำถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เปล่า”
เจสันตอบพลางงัดลูกบอลขึ้นสู่อากาศ ก่อนจะเริ่มเดาะมันอีกครั้ง
“ในเมื่อนายเป็นนักเตะคนเดียวที่ฉันเห็นอยู่แถวนี้ จะรังเกียจไหมถ้าฉันจะขอซ้อมด้วยจนกว่าคนอื่นจะมา ฉันเล่นให้ทีมปอร์ตู เบ น่ะ”
หนุ่มผมดำเอ่ยกับเจสันขณะยืนดูเขาเดาะบอล
“เอาสิ”
เจสันตอบรับพร้อมกับผ่านบอลไปให้ชายคนนั้น การที่อีกฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งของทีมปอร์ตู เบ หมายความว่าเขาคือสมาชิกทีมสำรองของทีมชุดใหญ่
“อ้อ ฉันชื่อฟาบิโอ วิเอรา นะ”
หนุ่มผมดำแนะนำตัวขณะรับลูกพาสและเดาะมันอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะส่งคืนให้เจสัน โดยรักษาจังหวะไม่ให้ลูกบอลตกถึงพื้นเลยแม้แต่น้อย
“ฟาบิโอ งั้นเหรอ...”
เจสันพึมพำ นึกสงสัยว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนหรือเปล่า ขณะยื่นขาขวาไปรอรับตำแหน่งที่ลูกบอลกำลังจะตก งัดมันขึ้นสู่อากาศ พักอกรับบอล ก่อนจะดันขึ้นไปที่ไหล่ และใช้ไหล่เดาะลูกบอลให้ลอยโด่งพอที่จะใช้ศีรษะโหม่งต่อได้
“ผมเจสัน”
เขาหาจังหวะแนะนำตัวกลับไปบ้างขณะเดาะบอลด้วยศีรษะสองสามครั้ง ก่อนจะโหม่งส่งคืนให้ฟาบิโอ
เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จสรรพ ทั้งสองก็เล่นรับส่งบอลกันต่อไปจนกระทั่งผู้คนเริ่มทยอยมาถึง ซึ่งถึงตอนนั้นฟาบิโอก็ผละจากสนามซ้อมไปสมทบกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีแล้ว
เจสันกล่าวลาอย่างรวดเร็วและกลับมาซ้อมต่อโดยไม่ได้สนใจผู้มาใหม่ จนกระทั่งได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อเขา เขาหันไปมองและเห็นไมโลกำลังวิ่งจ็อกกิงเข้ามาหา ก่อนจะเตะส่งลูกบอลให้หมุนคว้างพุ่งแหวกอากาศเข้าหาไมโลที่ยังอยู่ห่างออกไปพอสมควร
ไมโลผงะไปเล็กน้อยที่เจสันจู่โจมส่งบอลมาให้กะทันหัน แต่ร่างกายของเขาตอบสนองได้อย่างเหมาะสม เขาพักอกรับบอล ก่อนจะเดาะด้วยเข่าสองสามครั้ง แล้วเตะส่งคืนให้เจสัน
‘ เอาเถอะ อย่างน้อยเข่าหมอนั่นก็ไม่ได้อ่อนยวบหลังจากผ่านศึกบนเตียงมาล่ะนะ ’
เจสันคิดในใจหลังจากทดสอบปฏิกิริยาและการควบคุมบอลของไมโลด้วยลูกพาสที่เขาส่งไปให้ และจากปฏิกิริยาอันรวดเร็วรวมถึงการจับบอลก่อนจะส่งกลับมาในทิศทางของเขาอย่างแม่นยำ ไมโลมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการสำหรับการเป็นกองหน้า
เขาไม่ได้โดดเด่นทะลุเกณฑ์ แต่ก็ไม่ได้แย่ ทว่าเจสันอดคิดไม่ได้ว่าไมโลสามารถเก่งกว่านี้ได้ หากเพียงเขามีวินัยในการฝึกซ้อมมากกว่านี้ และไม่เอาเวลาช่วงเย็นไปวิ่งไล่ตามจีบสาวที่ไหนก็ไม่รู้ แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดประโยคหลังออกไป และทำเพียงรับลูกบอลที่ไมโลส่งคืนมา ก่อนจะรอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้
“เฮ้ย นายออกมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ยเมื่อเช้า”
ไมโลร้องถามทันทีที่เข้ามาใกล้พอ
“ไม่รู้สิ คงประมาณเจ็ดโมงล่ะมั้ง”
เจสันตอบ ใบหน้าเรียบเฉย
“เช้าขนาดนั้นเลย?”
ไมโลร้องอุทานด้วยความประหลาดใจก่อนจะถามต่อ
“แล้วทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ?”
“ผมไม่อยากเห็นสถานที่เกิดเหตุน่ะ”
เจสันตอบ สีหน้ายังคงราบเรียบไม่เปลี่ยน
“สถานที่เกิดเหตุ? เหตุอะไร?”
ไมโลถาม ในหัวเต็มไปด้วยความงุนงงกับคำพูดของเจสัน
“... ผมเห็นชุดชั้นในน่ะ ...”
เจสันพึมพำพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางนวดขมับ
“อ้อ...”
ใบหน้าของไมโลสว่างวาบขึ้นเมื่อตระหนักได้และเข้าใจความหมายของเจสันในที่สุด แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงของหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนก็ดังแทรกขึ้น
“รวมตัวกันหน่อยทุกคน!”
อันโตนิโอ ฟราสโก หัวหน้าผู้ฝึกสอนของเอฟซี ปอร์ตู จูเนียร์ส ตะโกนเรียกบรรดานักเตะด้วยเสียงอันดัง
เหล่านักเตะยุติทุกกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ และกรูกันเข้าไปล้อมวงตรงจุดที่โค้ชยืนอยู่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
“เจสัน โบลู อยู่ไหน?”
โค้ชใหญ่เอ่ยถาม สายตากวาดมองไปทั่วกลุ่มวัยรุ่นที่ล้อมรอบเขาอยู่ราวกับกำลังมองหาใครบางคน
“ผมเองครับ”
เจสันตอบเป็นภาษาโปรตุเกสพร้อมกับยกมือขึ้น เขาก้าวออกจากฝูงชนเพื่อตอบรับเสียงเรียกของหัวหน้าผู้ฝึกสอน และเดินตรงไปหาเขา
“นายพูดโปรตุเกสได้ด้วยเหรอ?”
โค้ชใหญ่ประหลาดใจ เพราะไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ระบุไว้เลย
“ครับ”
เจสันตอบรับ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงว่าเขาเรียนรู้ภาษานี้มาตอนไหนหรืออย่างไร
“แล้วทำไมไม่บอกราฟาเอลล่ะ?”
ในที่สุดโค้ชใหญ่ก็อดถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
“เพราะเขาไม่เคยถามครับ”
เจสันตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพราะเขาไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มันกลายมาเป็นหัวข้อสนทนาได้ยังไง
“อ้อ... อะแฮ่ม...”
โค้ชกระแอมไอเมื่อตระหนักได้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะซักไซ้ไล่เลียงต่อ เพราะมันจะดูเหมือนเขากำลังสอบสวนเจสันมากกว่าจะเป็นการต้อนรับเข้าสู่ทีม
“เอาล่ะพวกเรา นี่คือเจสัน โบลู เขาจะมาร่วมทีมกับเราตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
โค้ชหันไปประกาศกับสมาชิกทีมคนอื่น ๆ ขณะเผชิญหน้ากับกลุ่มวัยรุ่น
“ช่วยต้อนรับและทำให้เขารู้สึกอบอุ่นด้วย เพราะพวกเราที่เอฟซี ปอร์ตู คือครอบครัวเดียวกัน”
โค้ชใหญ่กล่าวปิดท้าย จากนั้นเพื่อนร่วมทีมที่เหลือก็พากันปรบมือให้เจสันเพื่อเป็นการต้อนรับ
เมื่อการแนะนำตัวเสร็จสิ้น ทีมก็เริ่มต้นการฝึกซ้อมหลังจากที่ผู้ช่วยโค้ชและทีมงานนำอุปกรณ์การฝึกซ้อมออกมา
การฝึกซ้อมเริ่มต้นด้วยแบบฝึกหัดที่เน้นสภาพร่างกายของนักเตะ ซึ่งครอบคลุมทั้งความยืดหยุ่น ความคล่องตัว และความอึดทนทาน
เจสันตั้งใจฟังคำแนะนำของสตาฟฟ์โค้ชอย่างละเอียดถึงวิธีปฏิบัติแบบฝึกหัดให้มีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์สูงสุด จากนั้นเขาก็นำคำแนะนำเหล่านั้นไปปรับใช้ทันที และลงมือทำแบบฝึกหัดมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้เสียอีก
หลังจากจบแบบฝึกหัดด้านร่างกาย พวกเขาก็ย้ายไปสู่การฝึกซ้อมแบบทีม ซึ่งเน้นไปที่การครอบครองบอลให้อยู่ในการควบคุมของทีม พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง และต้องต่อบอลไปมาภายในทีมพร้อมกับรักษาบอลให้ห่างจากทีมคู่แข่ง จนกว่าจะสามารถทำประตูที่อีกฝั่งได้
กติกากำหนดให้พวกเขาสัมผัสบอลได้เพียงสองจังหวะเท่านั้น และไม่อนุญาตให้ใช้ทักษะเลี้ยงบอลหวือหวาใด ๆ
เมื่อตั้งกฎกติกาเสร็จสรรพ เหล่าดาวรุ่งก็เริ่มจ่ายบอลหากันด้วยจังหวะต่อบอลสั้นที่ฉับไว ในขณะที่ทีมคู่แข่งก็วิ่งไล่กวดลูกบอล พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อแย่งบอลกลับมา
พวกเขาซ้อมแบบนี้อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนปล่อยตัว และอนุญาตให้ไปแยกซ้อมเดี่ยวเพื่อพัฒนาจุดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละคนได้
การฝึกซ้อมดำเนินต่อไปจนจบวัน จากนั้นอันโตนิโอ ฟราสโก ก็สั่งให้พวกเขารีบมาแต่เช้าในวันพรุ่งนี้ เพราะนั่นคือเวลาที่เขาจะคัดเลือกนักเตะเพื่อจัดเป็น 11 ตัวจริง สำหรับการลงฟาดแข้งกับฟามาลิเคาในวันถัดไป
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═