- หน้าแรก
- เป็นศัตรูกับอุจิฮะงั้นหรอ อย่ามาเสียใจที่อุจิฮะทั้งตระกูลหันหลังให้โคโนฮะ
- บทที่ 38 : พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
บทที่ 38 : พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
บทที่ 38 : พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
บทที่ 38 : พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
เพื่อเป็นการแสดงน้ำไมตรี พื้นที่พำนักของตระกูลอุจิฮะจึงถูกจัดสรรให้อยู่ติดกับเขตของตระกูลโยสึกิ ในฐานะที่เป็นตระกูลนินจาที่ใหญ่ที่สุดในคุโมะงาคุเระ สถานะของตระกูลโยสึกินั้นชัดเจนในตัวเอง เพราะตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านเป็นต้นมา ไรคาเงะทุกรุ่นต่างก็ถือกำเนิดมาจากตระกูลโยสึกิทั้งสิ้น
สำหรับการให้เกียรติอย่างสูงเช่นนี้ สมาชิกตระกูลอุจิฮะต่างแสดงความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง และด้วยการแสดงความเคารพซึ่งกันและกันนี้เอง ตระกูลอุจิฮะจึงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในคุโมะงาคุเระอย่างเป็นทางการ
เวลาล่วงเลยไปอีกหนึ่งเดือน ข่าวเรื่องตระกูลอุจิฮะเข้าร่วมกับคุโมะงาคุเระได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกนินจา แม้เบื้องหน้าจะดูเหมือนไม่มีคลื่นลมรุนแรงใดๆ แต่ดุลอำนาจทางการเมืองของโลกนินจาที่หยุดนิ่งมานานแสนนาน กลับเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ
ณ อาคารที่ทำการไรคาเงะ
ภายใต้การนำของไรคาเงะรุ่นที่สาม ยูซึรุได้เดินเยี่ยมชมอาคารที่ทำการไรคาเงะ
เมื่อมองดูภาพของไรคาเงะรุ่นก่อนๆ ที่แขวนเรียงรายอยู่บนผนัง ไรคาเงะรุ่นที่สามก็แนะนำทีละภาพ พร้อมกับเล่าประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านคุโมะงาคุเระโดยสังเขป และเมื่อเขาพูดถึงช่วงการก่อตั้งหมู่บ้าน แววตาแห่งความถวิลหาก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ยูซึรุ... ในอดีต อุจิฮะ มาดาระ ผู้ครอบครอง เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา และเซ็นจู ฮาชิรามะ ได้ร่วมกันสยบยุคสงครามระหว่างแคว้น ในตอนนั้นโลกนินจามียอดฝีมือมากมาย แต่กลับไม่มีใครเทียบชั้นพวกเขาสองคนได้เลย"
"พวกเขาใช้พลังอันมหาศาลสยบทุกสิ่งให้ต้องก้มหัวสยบยอม..."
"แม้ฉันจะเป็นไรคาเงะแห่งคุโมะงาคุเระ แต่ฉันก็นับถือพวกเขาสองคนจากใจจริง"
"ความฝันสูงสุดของฉันคือการเป็นอย่างเซ็นจู ฮาชิรามะ และอุจิฮะ มาดาระ... ที่จะนำพาหมู่บ้านของตัวเองขึ้นเป็นหมู่บ้านนินจาที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี"
พูดจบ ไรคาเงะรุ่นที่สามก็หันมามองยูซึรุแล้วเอ่ยว่า "ตอนนี้ตระกูลเซ็นจูสูญสิ้นไปแล้ว หากคุโมะงาคุเระและตระกูลอุจิฮะร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง นายว่ามันเป็นไปได้ไหมที่เราจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดที่ฮาชิรามะและมาดาระเคยไปถึง?"
"เมื่อถึงตอนนั้น คุโมะงาคุเระจะเป็นหมู่บ้านที่แข็งแกร่งที่สุด เราก็ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องทรัพยากรหรือสงครามอีกต่อไปใช่ไหม?"
ยูซึรุได้ฟังดังนั้นจึงตอบกลับเรียบๆ "เรื่องที่คุโมะงาคุเระจะกลายเป็นหมู่บ้านนินจาที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการจะหลุดพ้นจากวังวนของสงครามล่ะก็...ลำพังแค่ความแข็งแกร่งมันยังไม่พอหรอกนะ"
"โอ้?" ไรคาเงะรุ่นที่สามมองยูซึรุด้วยความสนใจ "นายมีความเห็นยังไงล่ะ?"
"ในอดีต โคโนฮะที่มีทั้งเซ็นจู ฮาชิรามะ และอุจิฮะ มาดาระ คือหมู่บ้านนินจาที่ทรงพลังที่สุด แต่ทันทีที่พวกเขาตาย สงครามโลกนินจาก็ปะทุขึ้นมาทันที"
"หากต้องการสันติภาพที่แท้จริง เราต้องทำลายโครงสร้างปัจจุบันทิ้งซะ"
"เมื่อทุกแผ่นดินในโลกนินจามีผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียว นายคิดว่าสงครามจะยังมีที่ยืนอยู่อีกงั้นเหรอ?"
หลังจากได้ยินสิ่งที่ยูซึรุพูด รูม่านตาของไรคาเงะรุ่นที่สามก็ขยายกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหู
นี่เขากำลังหมายถึง การรวมโลกนินจาให้เป็นหนึ่งเดียวงั้นเหรอ?!
แม้เขาจะถูกมองว่าเป็นพวกสายเหยี่ยวที่ดุดันที่สุดในคุโมะงาคุเระมาตลอด แต่ไรคาเงะรุ่นที่สามก็ไม่เคยคิดไปไกลถึงขั้นจะรวมโลกนินจาให้เป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะมองมุมไหน ความคิดนี้มันก็ดูบ้าบิ่นเกินไปจริงๆ
"ยูซึรุ การรวมโลกนินจามันไม่ใช่เรื่องง่าย" ไรคาเงะเอ่ยเสียงเข้ม "ต่อให้ทำสำเร็จ แต่มันก็แค่เปลี่ยนรูปแบบความขัดแย้งจากระหว่างหมู่บ้าน ไปเป็นความขัดแย้งระหว่างภูมิภาคแทนอยู่ดี"
"พวกที่อยู่ในดินแดนอุดมสมบูรณ์ ก็จะยังถูกพวกที่อยู่ในดินแดนทุรกันดารจ้องเล่นงานอยู่เหมือนเดิม"
ยูซึรุยิ้มตอบอย่างมั่นใจ "ข้อแรก การรวมโลกนินจาน่ะไม่ยากหรอก ขอเพียงมีอำนาจทางการทหารที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งเรื่องนี้ฉันมั่นใจ"
"ข้อสอง... ทรัพยากรน่ะมันจัดสรรกันได้ เหมือนที่หมู่บ้านคอยดูแลครอบครัวที่ยากจนนั่นแหละ เมื่อโลกนินจาถูกรวมเป็นหนึ่ง ทรัพยากรทั้งหมดก็จะถูกจัดการและกระจายออกจากศูนย์กลางโดยหมู่บ้านเพียงแห่งเดียว"
ไรคาเงะรุ่นที่สามรู้สึกเหมือนมีประตูบานใหม่เปิดออกในใจ ความคิดที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงเริ่มแล่นพล่านอยู่ในหัว สุดท้ายเขาก็มองยูซึรุด้วยสายตาที่ซับซ้อน
"ยูซึรุ... ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าการยอมให้นายมาอยู่ที่คุโมะงาคุเระเนี่ย มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า..."
ความคิดของยูซึรุมันบ้าคลั่งเกินไป แต่ลึกๆ แล้วมันกลับทำให้เลือดในกายของเขาสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น
ถ้าหมอนี่ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ ล่ะก็... เขาจะไม่ได้เป็นแค่คนเก่ง แต่วีรกรรมของเขาจะเหนือล้ำยิ่งกว่า เซ็นจู ฮาชิรามะ และ อุจิฮะ มาดาระ เสียอีกไม่ใช่เรอะ?
จังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคนผิวเข้มผมขาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
"มาบูมะ มีอะไรเหรอ?"
"ท่านไรคาเงะ! ท่านนี่คือสุดยอดนักยุทธศาสตร์ของโลกนินจาจริงๆ ครับ! ตั้งแต่พวกอุจิฮะย้ายมาอยู่กับเรา ลูกค้าจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันแห่มาจ้างวานนินจาหมู่บ้านเราจนล้นมือ... ตอนนี้เราทำกำไรมหาศาลเลยครับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยูซึรุก็ยกยิ้มที่มุมปาก "เพื่อตอบคำถามของเมื่อครู่ อย่างน้อยในตอนนี้ การรับพวกเราอุจิฮะเข้าหมู่บ้าน ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของนายแล้วล่ะ"
ณ หมู่บ้านคุโมะงาคุเระ
ในหอภารกิจ เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างเหงื่อท่วมกายจากการรับมือกับงานที่ล้นมือ ทว่าแถวของผู้คนที่มารอจ้างงานตรงช่องหน้าต่างกลับยังยาวเหยียดราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ใบหน้าของนินจาคุโมะแต่ละคนล้วนอิ่มเอิบไปด้วยความสุข
กี่ปีมาแล้วนะ? ที่พวกเขาไม่เคยเห็นภารกิจไหลมาเทมาขนาดนี้! งานมีให้เลือกทำเยอะจนรับแทบไม่หวาดไม่ไหว และคนที่บันดาลความเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดขึ้น ก็คือตระกูลอุจิฮะที่เพิ่งย้ายเข้ามานั่นเอง
"พวกนินจาในโคโนฮะต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ไล่ตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างอุจิฮะออกจากหมู่บ้านได้ลงคอ"
"นั่นสิ ไอ้พวกตาถั่วเอ๊ย อุจิฮะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งโคโนฮะแท้ๆ แต่พวกมันกลับไม่มีความกตัญญูเลยสักนิด"
"แต่ถ้าพวกมันไม่โง่ คุโมะงาคุเระของเราก็คงไม่มีโอกาสได้รับความแข็งแกร่งจากอุจิฮะหรอกจริงไหม?"
"ฮ่าๆๆๆๆ...ฉันล่ะอยากจะเห็นสีหน้าของไอ้พวกโคโนฮะตอนนี้จริงๆ เลยแฮะ"
ณ โคโนฮะงาคุเระ หอภารกิจกลับเงียบเหงาวังเวง
แม้จะมีการประกาศลดค่าธรรมเนียมการจ้างนินจาลงเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย แม้จะมีลูกค้าหน้าใหม่โผล่มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นภารกิจระดับ C ที่ได้ค่าตอบแทนน้อยนิดจนน่าเวทนา
เหล่านินจาไม่ได้ทำอาชีพเกษตรกรรมหรือผลิตสินค้า แต่ค่าใช้จ่ายรายวันกลับสูงลิบลิ่ว พวกเขาต้องกินเนื้อปริมาณมากเพื่อฟื้นฟูกำลังกาย และต้องซื้ออุปกรณ์นินจาต่างๆ เพื่อรักษาศักยภาพในการต่อสู้ ไหนจะค่าฝึกซ้อม ค่าสมุนไพรแช่ตัว และค่ารักษาพยาบาล ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น
ดังนั้น จำนวนภารกิจจึงเป็นเส้นเลือดใหญ่ ในการอยู่รอดของหมู่บ้าน
เมื่อโจนินเริ่มลดตัวลงมาแย่งงานระดับ B และ C ส่วนจูนินก็ต้องลงไปแย่งงานระดับ C และ D พวกเกะนินจึงกลายเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ไม่มีใครเหลียวแล เพราะในราคาที่เท่ากัน ใครล่ะจะไม่ยากจ้างนินจาที่เก่งกว่า?
ภายใต้การแย่งชิงภายในเช่นนี้ เกะนินจำนวนมากจึงไม่มีงานทำ เกะนินจบใหม่หลายคนถึงขั้นต้องประทังชีวิตด้วยเงินสงเคราะห์ ที่หมู่บ้านแจกจ่ายให้
หมู่บ้านโคโนฮะที่เคยรุ่งเรืองพลันตกอยู่ในบรรยากาศที่เงียบเหงาและซบเซา ตามท้องถนนและตรอกซอกซอย กระแสวิพากษ์วิจารณ์เริ่มเปลี่ยนทิศทางไปอย่างเงียบๆ
"ถ้าตระกูลอุจิฮะยังอยู่ในหมู่บ้าน พวกเราคงไม่ต้องมานั่งอดตายแบบนี้หรอกใช่ไหม?"
"เมื่อก่อนฉันไม่เคยคิดเลยนะ ว่าชื่อเสียงของตระกูลใหญ่อย่างอุจิฮะจะสำคัญในสายตาของลูกค้าขนาดนี้"
"ถ้าท่านรุ่นที่สามยังหาทางออกไม่ได้ ฉันคงไม่มีปัญญาหาข้าวใส่ท้อง อย่าว่าแต่จะเลี้ยงดูครอบครัวเลย!"
"พูดก็พูดเถอะ ต่อให้มีความขัดแย้งที่คุยกันไม่ได้จริงๆ ท่านรุ่นที่สามไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้เลยเหรอ? ตอนนี้เรื่องบานปลายไปถึงขั้นอุจิฮะย้ายไปอยู่กับคุโมะ หมู่บ้านที่ฆ่าโฮคาเงะรุ่นที่สองเนี่ยนะ! โคโนฮะของเรากลายเป็นตัวตลกของโลกนินจาไปแล้ว!"
"โฮคาเงะรุ่นที่สามต้องรับผิดชอบเรื่องนี้! พวกเราต้องมานั่งอดตายเพราะการตัดสินใจของท่านหรือไง?!"
เมื่อการจากไปของตระกูลอุจิฮะเริ่มส่งผลกระทบต่อปากท้องของตัวเอง ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เคยสะใจและดูแคลนอุจิฮะในตอนแรก ต่างก็เริ่มรู้สึกเสียใจและเสียดาย
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร อย่างน้อยตอนที่อุจิฮะยังอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ไม่เคยต้องกังวลเลยว่าจะไม่มีข้าวสุกให้กิน