เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 04 - อัปเกรดเพลงดาบ

บทที่ 04 - อัปเกรดเพลงดาบ

บทที่ 04 - อัปเกรดเพลงดาบ


บทที่ 04 - อัปเกรดเพลงดาบ

ชายวัยกลางคนเดาะลิ้นเบาๆ ท่าทางเหมือนยังติดลมอยากจะดื่มต่ออีกสักหน่อย

ลู่ชิงปั้นหน้าเคารพนบนอบแล้วเอ่ยว่า "เรียนท่านผู้คุมใหญ่ ยาเม็ดแปดสมบัติอุ่นวิญญาณหากกินแบบเป็นเม็ดจะได้ผลดีกว่า แต่พอนำมาต้มเป็นยาถ้วย ฤทธิ์ยาจะอ่อนโยนลงมาหน่อยขอรับ"

ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองลู่ชิง เจ้าหนุ่มนี่วางตัวดีไม่แข็งกระด้างไม่อ่อนข้อจนเกินไป สายตาก็เฉียบแหลม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาคือผู้คุมใหญ่

"ไม่เลว เหมาะจะเอาไว้บำรุงจิตใจจริงๆ ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกเรา เอามาใช้ก็ได้ผลดีทีเดียว"

ชายวัยกลางคนหยิบชามอีกใบที่ใส่ผงหวงหยางเสริมปราณขึ้นมา ดื่มรวดเดียวจนหมดชาม ผ่านไปครู่หนึ่งก็เอ่ยชมว่า "ยานี่ก็ใช้ได้ ฤทธิ์ยาแล่นตรงเข้าสู่เส้นลมปราณหลัก สรรพคุณเสริมสร้างรากฐานยอดเยี่ยมมาก"

เขาหันไปมองชายหนุ่มสองคนที่นำใบสั่งยามามอบให้ น้ำเสียงทุ้มลึกทรงพลัง "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะถ่ายทอด 'เพลงดาบตัดเมฆา' ซึ่งเป็นวิชาที่ผู้ฝึกยุทธ์ของหอโอสถสี่ฤดูทุกคนต้องฝึกให้พวกเจ้าก็แล้วกัน ตามข้ามา"

ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำไปยังห้องถ่ายทอดวรยุทธ์

หวังหู่ถลึงตาใส่ลู่ชิงหนึ่งทีก่อนจะรีบสาวเท้าตามไป

ส่วนลู่ชิงลอบพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ก้าวตามไปติดๆ ไม่กล้าทิ้งห่างแม้แต่ก้าวเดียว

เพียงแต่ตอนที่เดินผ่านผู้ดูแลสวี่ ลู่ชิงกลับเหลือบไปเห็นดวงตาที่มักจะเจือรอยยิ้มอยู่เป็นนิจ ทว่ายามนี้กลับทอประกายเย็นเยียบจนน่าขนลุก

นอกเหนือจากนี้ สายตาของหวังหย่วนเฮ่อก็พุ่งตรงมาราวกับเส้นไฟสองสาย แผดเผาแผ่นหลังของเขาจนร้อนผ่าว

ลู่ชิงรู้ดีอยู่แก่ใจว่าการกระทำของตัวเองในวันนี้ ได้ไปกระตุกหนวดเสือทำให้ผู้ดูแลสวี่กับหวังหย่วนเฮ่อโกรธเกี้ยวเข้าให้แล้ว

หวังหย่วนเฮ่อยังพอทน เพราะถึงอย่างไรเรื่องที่ช่วยให้หวังหู่ได้สิทธิ์เรียนวรยุทธ์ก็สำเร็จลุล่วงไปแล้ว แต่ผู้ดูแลสวี่ที่จ้องจะฉวยโอกาสกินเปล่ามาตลอดกลับต้องชวดไปทุกอย่าง ป่านนี้ในใจคงเคียดแค้นเขาจนแทบกระอัก

ลู่ชิงกำหมัดแน่น ฝีเท้าที่ก้าวเดินยิ่งมั่นคงขึ้นกว่าเดิม

ผู้ดูแลสวี่จะเกลียดขี้หน้าเขาแค่ไหนก็ช่างเถอะ ยุคสมัยนี้มันวุ่นวายจะตายชัก ภัยธรรมชาติภัยจากน้ำมือมนุษย์เกิดไม่เว้นวัน ภูตผีปีศาจออกอาละวาดไปทั่ว หากไม่รีบหาทางทำให้ตัวเองมีเขี้ยวเล็บมากพอ เกรงว่าแค่จะเอาชีวิตรอดก็ยังยากเลย

หวังหย่วนเฮ่อมอมองแผ่นหลังของลู่ชิงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ไอเด็กนี่ ดันเขียนใบสั่งยาออกมาได้ถึงสองใบเชียวหรือ แถมยังปิดบังได้มิดชิดขนาดนี้ ช่างรอบคอบและใจกล้าบ้าบิ่นนัก

ทว่า...

หวังหย่วนเฮ่อหันไปมองผู้ดูแลสวี่ที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาแล้วก็แค่นหัวเราะในใจ ไปแหย่จิ้งจอกเฒ่าจอมงกที่ไม่เคยรู้จักพอเข้า ลู่ชิงเอ๋ยลู่ชิง หลังจากนี้เจ้าคงได้เจอดีแน่

...

เมื่อออกมาจากห้องถ่ายทอดวรยุทธ์ หวังหู่ก็จงใจเดินชนลู่ชิงที่ขวางทางอยู่จนเซ แล้วแค่นเสียงเหอะ "เจ้านี่หัวหมอไม่เบา แอบไปเขียนใบสั่งยามาอีกใบเงียบๆ แต่แล้วจะทำไมล่ะ เรียนบุ๋นใช้เงินน้อยเรียนบู๊ใช้เงินมาก ด้วยค่าจ้างอันน้อยนิดของเจ้า จะช่วยให้ฝึกไปได้สักกี่น้ำกัน ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีเถอะ"

ลู่ชิงมองหวังหู่ด้วยสายตาเย็นชา พลางสบถในใจ 'ไอ้ชาติหมา ถ้าข้ายอมรับชะตากรรม ข้าจะมีโอกาสแบบวันนี้หรือ คอยดูเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า โดนข้าปั่นหัวได้ครั้งหนึ่ง ก็ต้องโดนข้าปั่นหัวไปตลอดชีวิตนั่นแหละ'

ในหอโอสถ คนที่มีสิทธิ์ฝึกวรยุทธ์จะไม่ต้องทนเบียดเสียดนอนรวมกับพวกแรงงานทาสในห้องนอนรวมอีกต่อไป แต่จะได้ห้องพักส่วนตัวเล็กๆ หนึ่งห้อง

ลู่ชิงไขกุญแจเปิดประตูห้องพัก มองดูห้องที่มีเพียงเตียงนอนแค่หลังเดียวแล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

ถึงจะเป็นแค่นี้ สภาพความเป็นอยู่ก็ถือว่าดีกว่าแต่ก่อนมากนัก

ยิ่งไปกว่านั้น สภาพแวดล้อมที่เป็นส่วนตัวแบบนี้ ยิ่งสะดวกให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรได้อีกเยอะ

หลังจากปิดประตูห้องสนิท เขาก็นั่งลงบนพื้นข้างเตียงทันที เริ่มทบทวนเนื้อหาวิชาวรยุทธ์ที่ผู้คุมใหญ่เมิ่งหรงเพิ่งถ่ายทอดให้

สำหรับคนที่เพิ่งได้รับสิทธิ์ฝึกวรยุทธ์ อันดับแรกผู้คุมใหญ่เมิ่งจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาหลักของ 'เพลงดาบตัดเมฆา' ให้ก่อน จากนั้นจึงค่อยแยกแยะอธิบายแก่นแท้ของวิชาให้ฟัง และทุกๆ สามวันก็จะเรียกพวกหน้าใหม่ไปที่ห้องถ่ายทอดวรยุทธ์เพื่อตรวจสอบความคืบหน้า จนกว่าจะฝึกกระบวนท่าของเพลงดาบตัดเมฆาจนชำนาญ

เพลงดาบชุดนี้มีทั้งหมดสิบสองกระบวนท่า สอดคล้องกับจำนวนของสิบสองนักษัตร

กระบวนท่าที่หนึ่งมีชื่อว่า 'เมฆขาวออกจากยอดเขา' กระบวนท่าที่สอง...

ลู่ชิงทบทวนเพลงดาบทั้งสิบสองกระบวนท่าจนครบหนึ่งรอบ กว่าจะแน่ใจว่าจำได้ขึ้นใจทั้งหมด เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางดึกแล้ว

จิตใจของเขาเบิกบานตื่นเต้นจนยากจะระงับ เพราะเขาได้ก้าวผ่านด่านแรกของการเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังโชคดีกว่าคนอื่นตรงที่เขายังมีหน้าต่างอัปเกรดอยู่ด้วย

เพียงแค่คิด หน้าต่างโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง

เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแงะเศษอิฐปูพื้นที่แตกบิ่นอยู่ข้างตัวขึ้นมา อาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา วาดลวดลายเคล็ดวิชาหลักของเพลงดาบตัดเมฆาลงบนพื้นอิฐอย่างรวดเร็ว

เมื่อขีดเขียนเส้นสุดท้ายเสร็จสิ้น พอหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง ก็เป็นไปตามคาด

[เพลงดาบตัดเมฆา (วิชาวรยุทธ์: สีเขียว)]

[เส้นทางที่สามารถอัปเกรดได้: 3]

[1——ดาบคลั่งตัดเมฆา (สีเขียว)]

[2——สิบสามดาบตัดเมฆา (สีฟ้า)]

[3——คัมภีร์ดาบตัดนภา (สีม่วง)]

ลู่ชิงมองดูเส้นทางการอัปเกรดทั้งสามเส้นทางที่ปรากฏบนหน้าต่าง ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความยินดีอย่างปิดไม่มิด

มีหน้าต่างที่สามารถอัปเกรดทุกสิ่งทุกอย่างได้อยู่แบบนี้ เขาจะต้องก้าวหน้าในเส้นทางสายวรยุทธ์ได้อย่างฉลุยแน่นอน

เพียงแต่ว่า สีพวกนี้มันหมายความว่ายังไงกันนะ

เมื่อนึกทบทวนถึงการใช้หน้าต่างอัปเกรดหลายครั้งที่ผ่านมา จู่ๆ ลู่ชิงก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"ระดับต่ำสุดน่าจะเป็น 'สีเทา' อย่างกระดาษเซวียนจื่อที่เห็นได้ทั่วไปและไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย ถัดมาคือ 'สีขาว' อย่างหญ้าเงินทองที่มีประโยชน์หลากหลายขึ้นมาหน่อย ถัดมาอีกคือ 'สีเขียว' ที่คนทั่วไปยากจะเข้าถึงและค่อนข้างมีค่า ขยับขึ้นไปอีกคือ 'สีฟ้า' ที่หายากยิ่งขึ้น และ 'สีม่วง' อย่างหญ้าไหมทองฟ้าครามที่ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อ เดาว่าน่าจะล้ำค่าแบบสุดๆ ไปเลย"

"หรือว่าถัดจากนี้ไป ยังมีสีอื่นๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่านี้อีก"

ลู่ชิงตื่นเต้นสุดขีด เขากดดูเส้นทางการอัปเกรดแต่ละเส้นทางตามลำดับ เพื่อดูรายละเอียดที่อยู่ด้านล่าง

[ต้องการอัปเกรดเป็นดาบคลั่งตัดเมฆาหรือไม่]

[ทรัพยากรที่ต้องใช้: เพลงดาบตัดเมฆา พลังจิตวิญญาณสิบห้าวัน]

[ระยะเวลาที่ต้องใช้: หนึ่งวัน]

...

[ต้องการอัปเกรดเป็นสิบสามดาบตัดเมฆาหรือไม่]

[ทรัพยากรที่ต้องใช้: เพลงดาบตัดเมฆา พลังจิตวิญญาณหกสิบวัน]

[ระยะเวลาที่ต้องใช้: เจ็ดวัน]

...

[ต้องการอัปเกรดเป็นคัมภีร์ดาบตัดนภาหรือไม่]

[ทรัพยากรที่ต้องใช้: เพลงดาบตัดเมฆา พลังจิตวิญญาณสามพันหนึ่งร้อยห้าสิบวัน]

[ระยะเวลาที่ต้องใช้: เก้าสิบวัน]

ลู่ชิงมองหน้าต่างตาค้าง จากก้นบึ้งของหัวใจ แน่นอนว่าเขาอยากจะเห็นว่าหลังจากเพลงดาบตัดเมฆาอัปเกรดเป็น 'คัมภีร์ดาบตัดนภา' ระดับสีม่วงแล้วมันจะร้ายกาจสักแค่ไหน

แต่พลังจิตวิญญาณและเวลาที่ต้องสูญเสียไปมันช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว พลังจิตของคนเรามีขีดจำกัด ก่อนหน้านี้สูญเสียพลังจิตวิญญาณไปหกวันรวดเพื่ออัปเกรดใบสั่งยา ก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าแทบขาดใจ ราวกับอดหลับอดนอนมาหลายคืนติด นี่ถ้าต้องมาสูญเสียพลังจิตวิญญาณรวดเดียวสามพันกว่าวัน เกรงว่าเขาคงได้ลงไปเฝ้ายมบาลโดยตรงแหละ อีกอย่าง แร่เงินเร้นลับ... มันคือของพรรค์ไหนกัน

ลู่ชิงส่ายหน้า แล้วหันไปมองเส้นทางการอัปเกรดที่เหลืออีกสองเส้นทาง

"สิบสามดาบ... ตัดเมฆางั้นหรือ เพิ่มมาแค่ดาบเดียว แต่กลับต้องสูญเสียพลังจิตมากมายมหาศาลขนาดนี้ ดาบนี้มันจะร้ายกาจถึงขั้นไหนกันเนี่ย" เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจใช้นิ้วจิ้มไปที่เส้นทางการอัปเกรดแรก

หน้าต่างสว่างวาบ ลู่ชิงกุมหน้าอกล้มฟุบลงไปกองกับพื้นทันที

ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่หน้าอก ทำให้เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมออกมาทั่วร่าง

พลังจิตวิญญาณสิบห้าวันถูกสูบออกไปในรวดเดียว ทำให้ลู่ชิงได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการตายเฉียบพลันในเสี้ยววินาที

หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ลู่ชิงรู้สึกได้เลยว่าภาพความทรงจำก่อนตายกำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว

"มารดามันเถอะ..."

เขานอนพักหอบหายใจอยู่นานราวหนึ่งถ้วยชา กว่าจะฝืนตัวลุกขึ้นมาจากพื้นได้

ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เขารีบตะเกียกตะกายขึ้นไปบนเตียง ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนที่นอนเย็นเฉียบและแข็งกระด้าง หอบหายใจฮักๆ

"ดูท่า คงต้องหาทางฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณให้กลับมาเต็มเปี่ยมซะแล้วสิ..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 04 - อัปเกรดเพลงดาบ

คัดลอกลิงก์แล้ว