เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0769 การไถ่บาป ความตาย และความแค้น

TXV - 0769 การไถ่บาป ความตาย และความแค้น

TXV - 769 การไถ่บาปของศิษย์พี่


TXV - 769 การไถ่บาปของศิษย์พี่

เซี่ยเหล่ยรีบยกหูโทรบอกเลขบัญชีที่เยโมซ่าให้มาไปที่ก่วนหลิงซาน และกำชับให้เธอโอนเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐทันที ห้านาทีต่อมาก่วนหลิงซานก็โทรกลับมาบอกว่าการโอนเงินเสร็จสิ้นแล้ว

แม้จะจ่ายเงินตามข้อตกลงแล้ว แต่ใจของเซี่ยเหล่ยยังคงไม่สงบ เขารู้สึกเหมือนมีหินหนักๆ ถ่วงอยู่ในอก

ทั้งอแมนด้าและปาร์คแทยองต่างเตือนเขาว่าเยโมซ่าเชื่อถือไม่ได้ เขารู้ดีว่าผู้หญิงที่ไร้มนุษยธรรมอย่างเธอนั้นไม่มีความน่าเชื่อถือเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขาไม่มีทางเลือก ต่อให้ต้องโยนเงิน 30 ล้านเหรียญทิ้งลงน้ำเขาก็ยอมทำ เพียงเพื่อซื้อโอกาสรอดชีวิตให้อแมนด้าและปาร์คแทยอง

อแมนด้าและปาร์คแทยองจะกลับมาแบบมีชีวิตได้จริงหรือ?

ในใจของเขาไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย

เหลียงซือเหยาเดินเข้ามาถามเบาๆ "เกิดอะไรขึ้นคะ?"

เซี่ยเหล่ยได้สติกลับมา เขาถอนหายใจยาว "ซือเหยา คุณอย่าถามเลยครับ"

"คุณไม่เชื่อใจฉันเหรอ?"

"พูดเรื่องอะไรน่ะ?" อารมณ์ของเขาเริ่มหงุดหงิด

"ฉันเคยทรยศคุณ แต่ฉันจะไม่ทำมันเป็นครั้งที่สอง"

เซี่ยเหล่ยกล่าวว่า "ซือเหยา มันไม่ใช่เรื่องของการทรยศหรือไม่ ถ้าผมไม่เชื่อใจคุณ ผมจะช่วยคุณกลับประเทศ หรือมานั่งดื่มเหล้ากับคุณแบบนี้ไหม?" ความลับของทีมรบนักษัตรจีนนั้น แม้แต่หลงปิงหรือถังอวี่เยียนเขาก็ไม่ได้บอก และเขาก็ไม่อยากให้เหลียงซือเหยารู้เช่นกัน

"ก็ได้ค่ะ งั้นฉันจะบอกความลับหนึ่งให้คุณฟัง"

เซี่ยเหล่ยส่ายหน้า "ซือเหยา คุณไม่จำเป็นต้อง..."

"ฉันคือสุกรค่ะ" จู่ๆ เหลียงซือเหยาก็พูดขึ้นมา

"หือ?" เซี่ยเหล่ยชะงักกึก "หา! คุณว่าอะไรนะ?"

"ฉันคือสุกรค่ะ" เธอย้ำคำเดิม

เซี่ยเหล่ยจ้องมองเหลียงซือเหยาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ตอนที่เธอพูดครั้งแรกเขาไม่ได้คิดไปทางอื่น แต่พอเธอย้ำเป็นครั้งที่สอง ความรู้สึกเขาก็เปลี่ยนไป เขานึกถึงทีมรบนักษัตรจีน และสถานะของ "สุกร" ที่เขาพยายามสืบหามาตลอด

"คุณหมายความว่ายังไง?" เขาหยั่งเชิง

"ฉันคือสุกร" เธอยังยืนยันคำเดิม

"อย่าล้อเล่นแบบนี้" สีหน้าเซี่ยเหล่ยจริงจังขึ้นมาทันที

เหลียงซือเหยาสวมกอดเขาไว้แน่น "คุณคิดว่าฉันกลับจีนเพียงเพื่อรับใช้ชาติ หรือเพราะไม่มีทางไปจริงๆ งั้นเหรอคะ?"

ร่างกายของเธอช่างนุ่มนวล แต่ร่างกายของเซี่ยเหล่ยกลับแข็งทื่อ

เหลียงซือเหยากระซิบข้างหูเขา "คุณคิดผิดแล้ว ฉันกลับมาที่นี่ก็เพื่อคุณคนเดียว ตอนที่ฉันยังอยู่กับ CIA ฉันได้ติดต่อกับพ่อของคุณ ท่านบอกฉันว่าสถานการณ์ของคุณในประเทศนั้นไม่ปลอดภัย สำนัก 101 ไม่ได้มีแต่เพื่อนของคุณทั้งหมด คุณต้องการ 'ไส้ศึก' ในสำนัก 101 เพื่อที่จะช่วยคุณได้อย่างแท้จริงในยามวิกฤต ฉันรู้ว่านี่คือโอกาสที่ฉันจะได้ไถ่บาปให้ตัวเอง ฉันจึงตกลงกับพ่อของคุณ ฉันกลับมาเข้าสำนัก 101 เพื่อเป็นสายให้คุณ ฉันสวมรอยแทนที่ผู้หญิงรัสเซียคนที่ถูกฉันจัดการไป... ตำแหน่งของ 'สุกร' นั่นเอง ฉันรู้เรื่องการมีอยู่ของทีมรบนักษัตรจีน และรู้ว่ามันสำคัญกับคุณแค่ไหน"

นี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่เธอแปรพักตร์จาก CIA เพื่อกลับมาเข้าสำนัก 101

แต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนการย้ายบริษัท เพราะถ้าเธอถูกจับได้ สิ่งที่รออยู่คือโทษประหารสถานเดียว! และในทางกลับกัน CIA ก็จะออกหมายล่าเธอไปทั่วโลก สายลับและมือสังหารของ CIA จะหาโอกาสลงมือกับเธอทุกเมื่อที่มีโอกาส!

เธอบอกว่านี่คือการไถ่บาป... แต่เธอกำลังใช้ชีวิตของตัวเองเข้าแลก!

เขาเริ่มเข้าใจความหมายของ "สุกร" ในทีมรบนักษัตรจีนแล้ว คนเลี้ยงหมูไว้ก็เพื่อขุนให้อ้วนแล้วฆ่าเอาเนื้อ เยฟเกเนียในอดีตเป็นเช่นนั้น และเหลียงซือเหยาในตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น ทีมรบนักษัตรจีนต้องการบทบาทที่พร้อมจะถูกเสียสละ และ "หมู" ก็คือบทบาทนั้น

หัวใจของเขาอ่อนวูบลงทันที ความบาดหมางในอดีตและกำแพงที่เคยขวางกั้นมลายหายไปสิ้น

"ตอนนี้คุณเข้าใจหรือยังคะ?" เสียงของเหลียงซือเหยาสั่นเครือ "เพื่อคุณ ฉันพร้อมจะเสียสละตัวเองทุกเมื่อ ฉันยินดีตายแทนคุณได้ ฉันให้คุณได้ทุกอย่างรวมถึงชีวิต... แต่คุณกลับไม่ให้แม้แต่โอกาสเดียวให้ฉันกลับมาอยู่เคียงข้างคุณเลยเหรอ?"

"ทำไมถึงเพิ่งมาบอกผมเอาป่านนี้?"

"ถ้าฉันบอกคุณก่อนว่าจะไปเป็นสายลับในสำนัก 101 ให้คุณ คุณจะยอมให้ฉันไปไหมล่ะคะ?"

ถ้าเธอบอกเขาก่อน เขาไม่มีวันยอมให้เธอไปทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนั้นแน่

"พ่อผมก็นะ ทำไมถึงยอมให้คุณไปทำเรื่องอันตรายขนาดนั้น คุณรู้ไหมว่าถ้าถูกจับได้ คุณจะถูกยิงเป้า!"

"ขอแค่คุณปลอดภัย ฉันยอมทำทุกอย่างค่ะ อย่าไปโทษพ่อคุณเลย ตอนนั้นท่านยังไม่ได้รับอภัยโทษ ยังเป็นคนที่สำนัก 101 ตามล่า ท่านเองก็ต้องการคนข้างในเพื่อคอยส่งข่าวให้เหมือนกัน"

"คุณเลิกทำที่สำนัก 101 เถอะ พรุ่งนี้ไปลาออกซะ แล้วมาทำงานอย่างอื่นที่บริษัทผม" เซี่ยเหล่ยสั่ง

"ไม่ค่ะ ศัตรูของคุณมีมากเกินไป ผู้อำนวยการซือป๋อเหรินก็ใกล้จะเกษียณแล้ว ถ้าท่านลงจากตำแหน่ง คุณมั่นใจได้ยังไงว่าผู้อำนวยการคนใหม่จะอยู่ข้างคุณ? ฉันรู้ว่าคุณจะบอกว่าถังอวี่เยียนจะได้เป็นคนต่อไป แต่ในการแย่งชิงอำนาจไม่มีอะไรแน่นอน หลิงฮ่าวกับฟ่านฟานแห่งสำนัก ZN คือตัวอย่างที่ชัดเจน ใครๆ ก็เก็งว่าหลิงฮ่าวจะได้ขึ้น แต่สุดท้ายกลับเป็นฟ่านฟาน นอกจากนี้ ตระกูลถังมีความทะเยอทะยานทางการเมืองสูงมาก ถ้าพวกเขามีทางเลือกที่ดีกว่า ถังอวี่เยียนก็อาจไม่ได้เป็นหัวหน้าสำนัก 101 คุณควบคุมเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าวันหนึ่งสำนัก 101 ไม่ใช่ที่หลบภัยของคุณอีกต่อไป เมื่อนั้นแหละที่คุณค่าของฉันจะปรากฏ"

"ซือเหยา ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจ..."

"ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจทุกอย่าง คนที่ไม่เข้าใจคือคุณต่างหาก คุณรู้จักเรื่อง 'คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก'* ไหม? ความลับที่อยู่ในตัวคุณคือภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุด คุณต้องการฉันในสำนัก 101 ฉันตัดสินใจแล้ว อย่าห้ามฉันเลยค่ะ แล้วก็อย่าไปบอกพ่อคุณนะ ท่านไม่อยากให้คุณรู้ฐานะของฉัน"

เซี่ยเหล่ยพยักหน้าเงียบๆ

"คุณยกโทษให้ฉันหรือยังคะ?" เหลียงซือเหยามองเขาด้วยสายตามีความหวัง เธอประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

จู่ๆ เซี่ยเหล่ยก็ประกบริมฝีปากจูบเธออย่างดูดดื่ม

จูบนี้คือคำตอบของเขา มันทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดใดๆ

ท่ามกลางจูบอันร้อนแรง ภาพการกระทำในอดีตของเธอผุดขึ้นในหัวเขา ที่โซล... เธอเสี่ยงถูกเปิดโปงเพื่อช่วยเขาให้พ้นวิกฤต ที่เยรูซาเล็ม... เธอจงใจล่อศัตรูไปทางอื่น และอีกหลายต่อหลายครั้ง...

แท้จริงแล้วเธอพยายามชดเชยความผิดที่เคยทำมาตลอด และตอนนี้เธอยังใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน เดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งการไถ่บาปที่อันตรายยิ่งยวด หากเขาใจดำผลักไสผู้หญิงแบบนี้ออกไปโดยไม่ให้โอกาสแม้แต่นิดเดียว เขาก็ไม่คู่ควรกับความรักของเธออีกต่อไป

เหลียงซือเหยาคว้าสายคาดเอวของเขา มือของเธอสั่นเทา เสียงของเธอก็สั่นเครือ "ฉันเกือบจะลืมสัมผัสของคุณไปแล้ว"

ประโยคนี้เหมือนเป็นการฉีดอะดรีนาลีนเข้าสู่เส้นเลือดของเซี่ยเหล่ย เขาไม่อาจควบคุมอารมณ์และความปรารถนาที่ระเบิดออกมาได้อีกต่อไป เขาอุ้มเธอขึ้นแล้วก้าวตรงไปยังห้องอาหารทันที...

เพราะมันอยู่ใกล้ที่สุด

เพราะโต๊ะอาหารมันว่าง

เพราะถุงน่องมันขาดรุ่ยอยู่แล้ว

เพราะกางเกงชั้นในผ้าฝ้ายมันเบี้ยวไปหมดแล้ว...

ราตรีที่เคยเงียบสงัดไม่เงียบอีกต่อไป ประตูหน้าต่างที่ปิดสนิทก็ไม่อาจกั้นเสียงที่เกิดจากโต๊ะอาหาร และเสียงละเมอเพ้อพกราวกับคนป่วยหนักของศิษย์พี่หญิง เสียงประหลาดเหล่านั้นดึงดูดให้แมลงกลางคืนส่งเสียงระงม ทั้งกบในบ่อน้ำและจิ้งหรีดในพงหญ้าต่างพากันส่งเสียงขับขานอย่างรื่นเริง ไม่รู้ว่าพวกมันกำลังเลียนแบบศิษย์พี่หญิง หรือกำลังประท้วงเธอกันแน่

เนิ่นนานผ่านไป ห้องอาหารถึงกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง

เหลียงซือเหยาซบอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยเหล่ยอย่างนิ่งเงียบ เธอรู้สึกเกียจคร้านจนไม่อยากทำอะไรและไม่อยากพูดอะไร ในใจของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและการได้กลับมาคืนดีกับชายที่รัก ช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษเหลือเกิน

"ซือเหยา ผมยังไม่อยากให้คุณอยู่ที่สำนัก 101 ต่อไปจริงๆ นะ ลาออกเถอะ ผมพูดจริง" เซี่ยเหล่ยลูบผมดำสลวยของเธอด้วยความกังวล

"อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยได้ไหมคะ? ฉันแค่อยากนอนนิ่งๆ ในอ้อมกอดคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะหงอก จนกว่าฟันจะร่วงหมดปาก" เสียงของเหลียงซือเหยาแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง

เซี่ยเหล่ยไม่ใช่เซี่ยเหล่ยคนเดิมอีกต่อไป ถ้าเปรียบ ‘ลีลา’ ของเซี่ยเหล่ยในวันวานเหมือนนักฟุตบอลทีมชาติจีน เซี่ยเหล่ยในตอนนี้ก็คือนักเตะระดับบาร์เซโลน่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เธอไม่ใช่ว่าไม่อยากรู้ แต่เธออายเกินกว่าจะถามออกมา

เซี่ยเหล่ยคิดในใจ ‘วันหลังค่อยหาโอกาสกล่อมเธออีกที เธอทำแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะไปสู้หน้าอาจารย์ได้ยังไง?’

"ฉันหิวจังเลยค่ะ" เหลียงซือเหยามองเซี่ยเหล่ยด้วยสายตาหยาดเยิ้ม

เซี่ยเหล่ยตอบ "เดี๋ยวผมไปดูที่ตู้เย็นนะว่ามีอะไรกินบ้าง จะเอามาให้"

"ฉันไม่เอาของในตู้เย็นหรอกค่ะ มันเย็นชืด ฉันอยากได้ของร้อนๆ เดี๋ยวฉันจัดการเองนะคะ ตกลงไหม?"

เซี่ยเหล่ย: "..."

ตืดดด ตืดดด...

โทรศัพท์ดาวเทียมในกระเป๋าเสื้อดังขึ้นอีกครั้ง

เซี่ยเหล่ยรีบผละจากโต๊ะอาหาร คว้าโทรศัพท์ออกมาแล้วกดรับสาย

เหลียงซือเหยาเลียริมฝีปากเบาๆ จ้องมองเซี่ยเหล่ยอย่างเงียบๆ

เสียงของเยโมซ่าดังขึ้นตามสาย "เซี่ยเหล่ย ฉันได้รับเงินค่าไถ่ของคุณแล้ว คุณตรงเวลาดีมาก"

"อย่าพล่ามมาก เงินก็ได้ไปแล้ว พรุ่งนี้พาคนมาที่เปศวาร์ซะ แล้วคนของคุณจะได้รับเงินอีก 20 ล้านเหรียญที่เหลือ ผมรับรองว่าการแลกตัวครั้งนี้จะไม่มีปัญหาอะไร ผมแค่ต้องการคนของผมคืน" เซี่ยเหล่ยพยายามข่มโทสะที่อยากจะฉีกเยโมซ่าเป็นชิ้นๆ ไว้ แต่น้ำเสียงที่พูดออกไปกลับเต็มไปด้วยความจริงใจ

เขายอมจ่ายเงิน ยอมลดตัวลงต่ำ ทั้งหมดก็เพื่อช่วยอามันด้าและปาร์คแทยองกลับมา

"หึๆๆ..." เยโมซ่าหัวเราะ เสียงหัวเราะของเธอดูพิศวงพิกล

เซี่ยเหล่ยลางสังหรณ์ใจไม่ดี หัวใจของเขาดิ่งวูบลงทันที

"เซี่ยเหล่ยเอ๋ยเซี่ยเหล่ย จะให้ฉันพูดกับคุณยังไงดีนะ? คุณคือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ฉันเคยเจอ แต่คุณก็เป็นคู่ต่อสู้ที่ไร้เดียงสาที่สุดที่ฉันเคยเจอเหมือนกัน ฉันได้เงินมา 30 ล้านเหรียญแล้ว ทำไมฉันยังต้องแลกตัวกับคุณอีกล่ะ?"

"แกอย่าเล่นตลกนะ ฆ่าพวกเขาไปแกก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร!"

"ทำไมจะไม่ได้ประโยชน์? ฉันฆ่าพวกเขาตอนนี้ เท่ากับว่าในอนาคตตอนที่ฉันต้องจัดการกับคุณ ฉันก็จะลดคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งไปได้ถึงสองคน"

"แกกล้าเหรอ!" เซี่ยเหล่ยคำราม

"ความรู้สึกตอนที่ยั่วโมโหคุณได้นี่มันวิเศษจริงๆ ฉันเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เดี๋ยวจะส่งรูปไปให้ดู ถ้าอยากจะมาล้างแค้นล่ะก็ ยินดีต้อนรับนะ ฉันอยู่ที่ค่ายฝึกในไซบีเรีย"

เซี่ยเหล่ยกัดริมฝีปากจนเลือดซึมออกมาตามซอกฟัน

ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของเยโมซ่าก็ดังมาจากโทรศัพท์ "แกไม่ควรฆ่ากู้เค่อเหวิน! แกรู้ไหมว่าเธอมีค่ากับฉันแค่ไหน? ไอ้สารเลว! แกฆ่ากู้เค่อเหวินไปแล้ว แกยังกล้าหวังจะเอาคนของแกคืนจากมือฉันอีกเหรอ! ฉันจะส่งพวกมันลงนรกเดี๋ยวนี้แหละ— ปัง! ปัง!"

เสียงปืนดังขึ้นสองนัด

แล้วปลายสายก็เงียบกริบไป

น้ำตาสองหยดร่วงเผาะออกมาจากเบ้าตาของเซี่ยเหล่ย

ไม่นานนัก โทรศัพท์ดาวเทียมก็ได้รับรูปถ่ายหนึ่งรูป... อแมนด้าและปาร์คแทยองจากไปแล้ว ที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่านั้นคือ เยโมซ่าไม่ได้เพียงแค่ใช้ปืน แต่ยังตัดศีรษะของทั้งคู่ด้วย กองเลือดสีแดงฉานกินพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของรูปถ่าย

"ฝีมือการถ่ายรูปของฉันไม่เลวใช่ไหมล่ะ?" เสียงของเยโมซ่าปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เซี่ยเหล่ยสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบดุจคมมีด "ฉันจะเฉือนเนื้อแกทีละชิ้นเอาไปสับให้หมากิน และฉันจะหาที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์กร FA ให้เจอ... แล้วฉันจะฆ่าพวกแกทุกคนที่นั่น!"

เยโมซ่ากดตัดสายไป

เซี่ยเหล่ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนคนไร้วิญญาณ

"เหล่ย… ฉัน..." เหลียงซือเหยาอยากจะปลอบใจ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ในเวลานี้คำพูดใดๆ ก็ดูไร้น้ำหนักไปหมด

จู่ๆ เซี่ยเหล่ยก็เอ่ยขึ้น "ซือเหยา ช่วยหาทางติดต่อกับภาคีอัศวินฮอสพิทัลเลอร์ให้ผมหน่อย"

เหลียงซือเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง "คุณหมายถึงคณะอัศวินแห่งมอลตาใช่ไหมคะ?"

"มันคือกลุ่มเดียวกันครับ"

"คุณ... จะหาพวกเขาไปทำไม?"

"ล้างแค้น" เซี่ยเหล่ยเค้นคำสองคำนี้ออกมาจากซอกฟัน

หมายเหตุ :

*“คนไม่ผิด ผิดที่ครองครองหยก” สำนวนจีนทีมีต้นกำเนิดมาจากพงศาวดารจีนยุคชุนชิว ในหนังสือ จั่วจ้วน ซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์รัฐฉู่

ในบันทึกได้เล่าถึงบุรุษคนหนึ่งที่ได้ครอบครองหยกมีค่ามหาศาลที่มีชื่อว่า “หยกเหอซื่อปี้” ซึ่งเป็นของหายากและเป็นที่ต้องการของผู้มีอำนาจ ซึ่งถึงแม้ตัวบุรุษผู้นั้นจะไม่ได้ทำความผิดหรือไปขโมยหยกมา ดังสำนวน “คนไม่ผิด” แต่การที่เขามีของมีค่าเกินตัวไว้ในครอบครอง กลับนำภัยอันตรายมาสู่ตัว ดังสำนวน “ผิดที่ครองครองหยก” เพราะผู้อื่นอยากได้หยกชิ้นนั้น จึงหาเรื่องกำจัดเขาเพื่อให้ได้หยกมาครอบครอง

จบบทที่ TXV - 0769 การไถ่บาป ความตาย และความแค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว