- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0768 ค่าไถ่ตัวประกัน
TXV - 0768 ค่าไถ่ตัวประกัน
TXV - 768 ค่าไถ่ตัวประกัน
TXV - 768 ค่าไถ่ตัวประกัน
ราตรีลึกสงัด เข้าสู่ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ลมกลางคืนพัดพาความเย็นเยือกมาจางๆ
แสงไฟสีส้มสลัว ไวน์แดงหนึ่งขวด และคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากัน การกินอะไรนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือคน และบรรยากาศที่อบอุ่นโรแมนติกในขณะนี้
เหลียงซือเหยาไม่อาจเก็บซ่อนรอยยิ้มได้ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสุข เมื่อมองดูเซี่ยเหล่ยภายใต้แสงไฟ เธอรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาที่อยู่เมืองไห่จู ตอนนั้นธุรกิจของเซี่ยเหล่ยเพิ่งจะเริ่มต้น เขายังไม่มีเงินมากนักและไม่กล้าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่เขากลับเต็มใจพาเธอไปทานอาหารตะวันตกหรูๆ และซื้อรถบีเอ็มดับเบิลยู M6 ราคาคันละกว่า 2 ล้านหยวนให้เธอ ตอนนั้นเขารักเธอสุดหัวใจ ทะนุถนอมเธอ ไม่เพียงแต่จะอ่อนโยนและใส่ใจ แต่ยังพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เธอมีความสุข ทว่า ตอนนี้...
เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ในปัจจุบันของเธอกับเซี่ยเหล่ย รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายไป กลายเป็นความว้าวุ่นและโศกเศร้าแทน เธออยากจะกลับมาคืนดีกับเขา แต่มันจะง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร? เธอรู้ดีว่าเซี่ยเหล่ยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนบ้าง ปัญหาแรกที่เธอต้องเผชิญคือ เซี่ยเหล่ยจะยอมตัดขาดกับผู้หญิงเหล่านั้นเพื่อเธอหรือไม่? หลงปิง, ถังอวี่เยียน, เซินถูเทียนอิน, เจียงหรูอี้ รวมถึงผู้หญิงเยอรมันสองคนนั้น ผู้หญิงทุกคนล้วนมีเรื่องราวกับเซี่ยเหล่ย ความสำคัญของพวกเธอที่มีต่อเขานั้นไม่ได้น้อยไปกว่าเธอเลย หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรที่จะให้เซี่ยเหล่ยละทิ้งพวกเธอเพื่อมาอยู่กับตน?
ไวน์แดงหมดไปครึ่งขวด ใบหน้าของเหลียงซือเหยาเริ่มแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเริ่มมีความฉ่ำปรือจากการมึนเมาเธอมองจ้องไปที่เซี่ยเหล่ย สายตาหยาดเยิ้มนั้นราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว
เซี่ยเหล่ยถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูก "คุณดื่มมาพอสมควรแล้ว เราเลิกดื่มกันเถอะ ดื่มแล้วก็อย่าขับรถกลับเลย คืนนี้ค้างที่นี่สักคืนนะ"
เหลียงซือเหยาเม้มปากยิ้ม "นี่คุณกำลังบอกใบ้อะไรฉันหรือเปล่าคะ?"
"บอกใบ้กะผีน่ะสิ เดี๋ยวผมจะให้คนจัดห้องพักให้" เซี่ยเหล่ยพูดพลางทำท่าจะลุกขึ้น
ทันใดนั้น เรียวขาเนียนสวยของเหลียงซือเหยาก็ยื่นมาจากใต้โต๊ะอาหาร แล้วเหยียบลงบนหลังเท้าของเซี่ยเหล่ยเบาๆ เท้าของเธอไม่ได้สวมรองเท้า มีเพียงถุงน่องสีดำบางเฉียบดุจปีกจักจั่นปกคลุมไว้ ฝ่าเท้าที่นุ่มนวลกับผิวสัมผัสลื่นละเอียดของถุงน่อง เมื่อรวมกันแล้วมันเหมือนกับอาหารเลิศรสที่ทำให้ผู้ชายอดไม่ได้ที่จะเกิดความอยากรับประทาน... ในอีกความหมายหนึ่ง
ขาของศิษย์พี่หญิงยังคงเป็นขาที่สวยที่สุดเท่าที่เซี่ยเหล่ยเคยเห็นมา เขาเคยทำเรื่อง "ไม่ดี" กับขาคู่นี้มาไม่น้อย พอโดนรุกแบบกะทันหันแบบนี้ สมองของเขาก็พาลนึกถึงเรียวขาคู่นั้นที่อวบอิ่มกำลังดี ยาวเรียวตรง ผิวขาวผุดผ่องดั่งหยกขาว และเมื่อหนีบเข้าหากันก็ไม่มีช่องว่างแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเมื่อสวมถุงน่องสีดำ มันคือสุดยอดของความงามบนโลกมนุษย์ชัดๆ
เหล้าทำให้สารอะดรีนาลีนในตัวผู้ชายพลุ่งพล่าน และทำให้ฮอร์โมนในตัวผู้หญิงหลั่งออกมามากเกินไป เหลียงซือเหยาเป็นอย่างหลัง ส่วนเซี่ยเหล่ยกลับกลายเป็นอย่างแรก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มเต็มไปด้วยความยั่วยวน แม้ทั้งคู่จะไม่ได้พูดอะไรและดูสงบนิ่ง แต่ระหว่างพวกเขากลับมีกระแสความปรารถนาไหลเวียนอยู่ มันเหมือนกับประกายไฟที่พร้อมจะลามเลียทุ่งหญ้า หรือก้นบุหรี่ที่ยังแดงวาบ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะปะทุเป็นไฟกองมหึมา
ถ่านไฟเก่าจะคุขึ้นมาอีกครั้ง... มันยากแค่ไหนกันเชียว?
บางครั้งมันต้องการเพียงแค่การเขี่ยเบาๆ เท่านั้น
เหมือนเช่นตอนนี้ เรียวขาเนียนเริ่มขยับไต่ขึ้นไปตามหน้าแข้งของเซี่ยเหล่ยอย่างช้าๆ แล้วเลื้อยต่อไปตามต้นขา เท้าเปล่าของเธอเหมือนกับงูสาวที่กำลังตามหาโพรงงู มันเลื้อยผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้อย่างไร้เสียง ก่อนจะไปซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า...
เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้วทันที แต่นี่ไม่ใช่การขมวดคิ้วเพราะความอึดอัด ทว่าสืบเนื่องมาจากร่างกายของเขาเริ่มเข้าสู่โหมด "ตัดสินใจเอง" และบางส่วนก็เริ่มไม่ยอมฟังคำสั่งจากสมองอีกต่อไปเขารู้ดีว่า "เจ้านั่น" มีนิสัยยังไง มันต้องอยากทำอะไรบางอย่างแน่ๆ แต่นี่คือสิ่งที่สมองและสติสัมปชัญญะของเขาไม่อนุญาต สถานการณ์นี้ทำให้เขาขัดเขินและลำบากใจยิ่งนัก
เหลียงซือเหยานึกว่าเซี่ยเหล่ยจะห้ามเธอ แต่เขากลับนิ่งเงียบเป็นท่อนไม้ การตอบสนองแบบนี้คือสิ่งที่เธอชอบ เธอถือว่านั่นคือการอนุญาตเงียบๆ และเป็นโอกาสที่จะได้กลับมาคืนดีกับเขา งูสาวตัวนั้นจึงเริ่มรุกรานอย่างย่ามใจยิ่งกว่าเดิม
"ซือเหยา อย่าทำแบบนี้ เรา..." เซี่ยเหล่ยพยายามรักษาเศษเสี้ยวแห่งสติไว้ แต่ร่างกายกลับกำลังยอมสยบต่อผู้หญิงตรงหน้า
"เหล่ย ตั้งแต่เลิกกับคุณ ฉันทรมานมาก ถ้ามีโอกาสให้เริ่มใหม่ได้อีกครั้ง ฉันจะไม่มีวันทรยศคุณเลย ให้โอกาสฉันเถอะนะคะ... เอาฉันเถอะ" ดวงตาของเธอมีไฟปรารถนาลุกโชน
"ซือเหยา ขอเวลาผมอีกหน่อยเถอะนะ"
"ไม่ค่ะ ฉันไม่ให้ ฉันต้องการคุณตอนนี้เลย"
เซี่ยเหล่ย: "..."
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาขอแต่งงาน ไม่ได้ขอให้คุณแต่งงานกับฉัน ฉันแค่ไม่อยากมีชีวิตที่โดดเดี่ยวแบบนี้ แค่นี้ก็ไม่ได้เหรอคะ?" ในดวงตาของเธอนอกจากจะมีไฟแห่งตัณหาแล้ว ยังมีน้ำตาคลอเบ้าอีกด้วย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำสารภาพที่ดูน่าสงสารของเธอที่ทำให้ใจเขาอ่อนลง หรือเพราะงูสาวที่กำลังซุกซนตัวนั้นพิชิตร่างกายของเขาได้กันแน่ ในวินาทีนั้น กำแพงในใจของเขาพังทลายลงอย่างราบคาบ เขาลุกพรวดขึ้นมาแล้วกวาดจานและขวดไวน์บนโต๊ะลงพื้นอย่างแรง
เพล้ง! จาน ขวด และแก้วไวน์แตกกระจายเกลื่อนพื้น
จู่ๆ เหลียงซือเหยาก็ลุกขึ้นแล้วปีนขึ้นไปบนโต๊ะอาหาร ระยะห่างระหว่างทั้งสองหายไปทันที ริมฝีปากที่นุ่มนวลและอ่อนละมุนประกบเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงความปรารถนาที่ลุกโชนดั่งไฟ และภาษาทางกายที่เงอะงะทว่าบ้าคลั่ง...
ถุงน่องสีดำขาดวิ่น
ชุดชั้นในผ้าฝ้ายสีดำบิดเบี้ยว
ตืดดด ตืดดด...
ในช่วงเวลาสำคัญ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะ ร่างกายของเซี่ยเหล่ยหยุดชะงักทันที เขารู้ดีว่ามือถือเครื่องไหนที่ดังอยู่ มันคือโทรศัพท์ดาวเทียมที่ใช้ติดต่อกับ ทีมรบนักษัตรจีน
"ขะ... ขอโทษนะ ผมต้องไปรับโทรศัพท์" เซี่ยเหล่ยหันหลังเดินออกมา แต่เดินไปได้เพียงสองก้าว กางเกงของเขาก็หลุดลงไปกองที่หลังเท้า เขาคว้ากางเกงขึ้นมาสวมอย่างลนลาน แล้วเดินออกจากห้องอาหารไปอย่างขัดเขิน
ผู้หญิงที่นอนอยู่บนโต๊ะอาหารจ้องมองแผ่นหลังของเซี่ยเหล่ยตาปริบๆ ในใจของเธอแทบอยากจะวิ่งเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อเดินออกมาจากห้องอาหาร เซี่ยเหล่ยก็กดรับสาย "ผมเอง"
"เซี่ยเหล่ย" เสียงของ เยโมซ่า ดังมาจากโทรศัพท์ดาวเทียม "เตรียมเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐไว้พร้อมหรือยัง?"
"เตรียมไว้ตั้งนานแล้ว จะแลกตัวเมื่อไหร่?"
"พรุ่งนี้"
"ที่ไหน?"
"รัสเซีย ไซบีเรีย"
เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้วทันที "ทำไมต้องไปแลกตัวที่ไซบีเรีย?"
"ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับคุณ พรุ่งนี้ก่อนหกโมงเย็นคุณต้องมาคนเดียว ถ้าพาใครมาเพิ่มแม้แต่คนเดียว ฉันจะฆ่าอแมนด้ากับปาร์คแทยองทิ้งซะ"
เซี่ยเหล่ยเงียบไป เยโมซ่าสั่งให้เขาไปแลกตัวเพียงคนเดียว และสถานที่ยังเป็นไซบีเรียที่ไร้ผู้คน นี่มันคือการวางกับดักรอให้เขาไปติดกับชัดๆ ถ้าเขาไป สิ่งที่รอเขาอยู่ย่อมเป็นแผนสังหารที่อันตรายยิ่งกว่าที่มณฑลทางตะวันตกเสียอีก!
เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "เปลี่ยนเวลาและสถานที่ ให้คนของผมไปแลกตัวกับคนของคุณ เงิน 50 ล้านเหรียญ ผมไม่หักแม้แต่เซ็นเดียว ผมรับรองว่าคุณจะได้เงินจำนวนนี้แน่นอนและจะไม่มีปัญหาอะไรตามมาทั้งสิ้น"
"แบบนั้นก็ได้" เยโมซ่ากล่าว "เวลาและที่ตั้งคุณเป็นคนกำหนดมา แต่ต้องไม่ใช่ในเขตประเทศจีน"
"ตกลง งั้นเราไปแลกตัวกันที่ปากีสถาน เมืองเปศวาร์ พรุ่งนี้ตอนหกโมงเย็น"
"ตกลง แต่ตอนนี้ฉันต้องได้รับเงินค่าไถ่ล่วงหน้าก่อน 30 ล้านเหรียญ"
"ได้ยังไงกัน!" เซี่ยเหล่ยปฏิเสธทันควัน "ผมแสดงความจริงใจถึงที่สุดแล้ว คุณอย่ามาได้คืบจะเอาศอก!"
"นี่คุณกำลังขู่ฉันเหรอ?" เยโมซ่าหัวเราะ เสียงหัวเราะของเธอเย็นเยียบ "เซี่ยเหล่ย ฉันให้เวลาคุณ 10 นาทีในการโอนเงิน 30 ล้านเหรียญเข้าบัญชีที่ฉันกำหนด ถ้าช้าไปแม้แต่นาทีเดียว การแลกตัวครั้งนี้จบสิ้นลงทันที ฉันจะตัดหัวคนของคุณทิ้งซะ แต่จะส่งหูของพวกเขาไปให้คุณเป็นที่ระลึกแทน"
"แกกล้าเหรอ!" เซี่ยเหล่ยกัดฟันกรอด
"คุณเหลือเวลาอีก 9 นาที" เสียงของเยโมซ่าดังขึ้น "หรือว่าคุณไม่ต้องการเวลาพวกนี้ จะให้ฉันฆ่าอแมนด้ากับปาร์คแทยองเดี๋ยวนี้เลยไหม?"
คำขู่ของเซี่ยเหล่ยไม่มีน้ำหนักเลยแม้แต่น้อย แต่คำขู่ของเยโมซ่านั้นคือเรื่องจริง เพราะชีวิตของอแมนด้าและปาร์คแทยองอยู่ในกำมือของเธอ เซี่ยเหล่ยจะพูดจาร้ายกาจแค่ไหน เขาก็ทำอันตรายเยโมซ่าไม่ได้แม้แต่ปลายผม แต่เยโมซ่าเพียงแค่เหนี่ยวไกปืนก็สามารถปลิดชีวิตอแมนด้าและปาร์คแทยองได้แล้ว!
"ก็ได้ ดูเหมือนคุณจะหวงเงินของคุณมาก งั้นฉันก็คร้านจะแลกตัวด้วยแล้ว ฉันจะจัดการพวกเขาทั้งคู่เดี๋ยวนี้เลย" เสียงเยโมซ่าสั่งการดังมาตามสาย "พาตัวไอ้สองคนนั่นออกมา ตัดหัวมันซะ!"
"เดี๋ยว!" เซี่ยเหล่ยระงับโทสะในใจ "ส่งเลขบัญชีมา ผมจะโอนเงิน 30 ล้านเหรียญให้ แต่ผมต้องได้คุยกับอแมนด้าและปาร์คแทยองก่อน"
"ไม่มีปัญหา" เยโมซ่าตอบ
เหลียงซือเหยาเดินออกมาจากห้องอาหาร เธอมองดูเซี่ยเหล่ยอยู่ไกลๆ โดยไม่ได้เดินเข้าไปหา แสงจันทร์ที่เยือกเย็นสาดส่องลงบนตัวเธอ
ร่างกายของเธอมีกลิ่นอายและเสน่ห์ความงามแบบนักสู้ที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มี เพียงแต่เธอดูเหมือนจะไม่รู้ตัวว่า คอเสื้อของเธอเปิดกว้างจนเห็นเสื้อชั้นในโผล่ออกมา รวมถึงถุงน่องที่ขาดรุ่ยยาวไปจนถึงต้นขาด้านใน เผยให้เห็นผิวขาวเนียนดุจหยกประจักษ์แก่สายตา สภาพของเธอในตอนนี้แม้จะดูสวยงาม แต่มันก็เหมือนกับคนที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์รุนแรงมาหมาดๆ
เซี่ยเหล่ยไม่ได้สังเกตเห็นเหลียงซือเหยาที่อยู่ข้างหลัง เขาเฝ้ารอเสียงของอแมนด้าหรือปาร์คแทยองในโทรศัพท์ดาวเทียมอย่างใจจดใจจ่อ เงินมัดจำค่าไถ่ 30 ล้านเหรียญไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่เขาไม่สน และเขาไม่ได้อยากได้ยินเสียงอแมนด้ากับปาร์คแทยองเพียงเพื่อความมั่นใจในเรื่องเงิน แต่เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขาจริงๆ
หนึ่งนาทีต่อมา เสียงของอแมนด้าด้าก็ดังขึ้น "บอส... ฉันเองค่ะ"
น้ำเสียงของเธออ่อนระโหยโรยแรง เหมือนในปากจะได้รับบาดเจ็บทำให้พูดไม่ชัดนัก
เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมาเบาๆ "คุณไม่เป็นไรนะ?"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดีใจที่ได้ทำงานกับคุณจริงๆ ช่วงเวลานั้นคือช่วงที่ฉันมีความสุขที่สุดแล้ว" อแมนด้าเอ่ย
"ไม่ต้องกังวลนะ ผมจะช่วยพวกคุณออกมาให้ได้"
"ไม่... อย่าไปเชื่อผู้หญิงคนนี้ เธอไม่มีสัจจะหรอก" อแมนด้าเตือน
จากนั้นก็มีเสียงเหมือนคนถูกเตะ และเสียงร่างกระแทกกับกำแพงจนล้มลง
แม้เซี่ยเหล่ยจะมองไม่เห็น แต่เขาก็รู้ว่ามีคนทำร้ายอแมนด้า เขาโกรธจนฟันแทบหัก แต่กลับช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย
จากนั้นก็มีเสียงของปาร์คแทยองดังขึ้น "บอส... แค่กๆ... ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอกครับ พวกเราเตรียมใจไว้แล้ว"
"อย่าคิดฟุ้งซ่าน ผมจะช่วยพวกคุณกลับมาให้ได้แน่นอน เชื่อใจผมนะ!"
"คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ยัยนี่ไม่มีทาง..."
เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้า
"บอส ถ้าผมตาย อย่าลืมเผารถแลมโบกินีมาให้ผมสักคันด้วยนะครับ ได้ไหม?"
"กลับมาเถอะ เดี๋ยวผมซื้อคันจริงให้เลย!"
"ฮ่าๆ... คุณดีจริงๆ ได้ทำงานกับคุณคือเรื่องที่มีความสุขที่สุดของผมเลย"
"อย่าเพิ่งยอมแพ้!" เซี่ยเหล่ยตะโกนใส่โทรศัพท์ดาวเทียม
เสียงของเยโมซ่าแทรกขึ้นมา "ฉันทำตามคำขอของคุณแล้ว อีกเดี๋ยวคุณจะได้รับเลขบัญชี ภายใน 10 นาทีฉันต้องเห็นเงินโอนเข้าบัญชี"
เซี่ยเหล่ยกัดฟันพูด "แกจะได้เงินแน่ แต่ถ้าแกกล้าทำร้ายพวกเขาแม้แต่นิดเดียว ฉันจะเฉือนเนื้อแกทีละชิ้นเอาไปให้หมากิน!"
แต่เยโมซ่ากดวางสายไปแล้ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา เลขบัญชีของเยโมซ่าก็ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์ดาวเทียม