- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0761 ก้นของท่านผู้อำนวยการ
TXV - 0761 ก้นของท่านผู้อำนวยการ
TXV - 761 ก้นของท่านผู้อำนวยการ
TXV - 761 ก้นของท่านผู้อำนวยการ
อวี๋ซานเหอมองฟ่านฟานด้วยสายตาเย็นชา "คุณมาทำไม?"
"เอ๊ะ ฉันมีธุระจะคุยกับเซี่ยเหล่ยนิดหน่อยค่ะ" ฟ่านฟานตอบพร้อมรอยยิ้ม "ท่านอวี๋ก็มีธุระกับเซี่ยเหล่ยเหมือนกันเหรอคะ?"
อวี๋ซานเหอเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย วางท่าทางเป็นผู้หลักผู้ใหญ่อย่างเต็มที่ ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปจริงๆ แต่แค่ต้องการกดดันเซี่ยเหล่ย เขารู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างฟ่านฟานกับเซี่ยเหล่ย หากวันนั้นไม่ได้เซี่ยเหล่ยช่วยไว้ ฟ่านฟานไม่มีทางได้นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสำนัก ZN แทนที่หลิงฮ่าวแน่ๆ การที่ฟ่านฟานปรากฏตัวในจังหวะวิกฤตแบบนี้ ทำให้เขาไม่อยากจากไปง่ายๆ
อวี๋ซานเหอส่งสายตาให้ซ่งไป่เฉิงอีกครั้ง ซ่งไป่เฉิงรับลูกทันที เขาหยิบเอกสารที่เพิ่งแย่งคืนจากมือเซี่ยเหล่ยไปเมื่อครู่วางลงบนโต๊ะน้ำชาอีกครั้ง "คุณเซี่ย ช่างเถอะครับ แม้จะเลยกำหนดเวลามาแล้ว แต่ท่านอวี๋ของเราเป็นคนใจอ่อน เห็นแก่ที่คุณทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมาไม่น้อย งั้นจะให้เวลาคุณอีกสักหน่อยแล้วกัน คุณบอกว่าอยากอ่านให้จบก่อนเซ็นไม่ใช่เหรอ? เชิญอ่านเถอะครับ พวกเราจะรอ"
อวี๋ซานเหอกลับลงไปนั่งบนโซฟา ไม่พูดไม่จา และไม่แสดงสีหน้าใดๆ
ทว่าเซี่ยเหล่ยกลับไม่ชายตามองเอกสารฉับนั้นอีกเลย เมื่ออวี๋ซานเหอนั่งลง เขาก็ลุกขึ้นเดินไปหาฟ่านฟาน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง "ที่แท้ก็ท่านผู้นำฟ่านนี่เอง ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ครับ?"
ท่านผู้นำฟ่าน? ฟ่านฟานค้อนเซี่ยเหล่ยขวับหนึ่ง ไม่ใช่ว่าตำแหน่งเธอไม่คู่ควรกับคำว่า "ท่านผู้นำ" แต่การที่เซี่ยเหล่ยเรียกแบบนั้นมันทำให้เธอดูแก่ อย่างไรก็ตาม เธอรู้ดีว่าการที่เซี่ยเหล่ยเรียกเธอแบบนี้ต่อหน้าอวี๋ซานเหอ คือเจตนาที่จะยกย่องเธอและข่มอวี๋ซานเหอไปในตัว
"ท่านผู้นำฟ่าน เชิญนั่งครับ เดี๋ยวผมไปชงชามาให้" เซี่ยเหล่ยปรนนิบัติอย่างกระตือรือร้น และเดินไปชงชาให้เธอจริงๆ
เมื่อครู่อวี๋ซานเหอมา เลขาเป็นคนชงชาให้ แต่พอฟ่านฟานมา เซี่ยเหล่ยกลับไปชงให้ด้วยตัวเอง แม้มันจะเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่มันบาดตาอวี๋ซานเหอจนเขารู้สึกหงุดหงิดในใจ
"คุณฟ่าน คุณมีธุระอะไรกับเซี่ยเหล่ย?" อวี๋ซานเหอเอ่ยหยั่งเชิง
ฟ่านฟานย้อนถาม "ท่านอวี๋ล่ะคะ มีธุระอะไรกับเซี่ยเหล่ย?"
อวี๋ซานเหอขมวดคิ้วทันที
ฟ่านฟานกล่าวต่อ "ไม่สะดวกบอกเหรอคะ? ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ใช่คนขี้สงสัยขนาดนั้น"
เธอไม่ให้หน้าอวี๋ซานเหอเลยแม้แต่นิดเดียว และเธอก็ไม่จำเป็นต้องให้ ผู้อำนวยการสำนัก ZN ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ต้องเกรงใจอวี๋ซานเหอ?
จังหวะนั้นเซี่ยเหล่ยยกชาแดงมาวางตรงหน้าฟ่านฟาน เขาหัวเราะร่า "ท่านผู้นำทั้งสองกำลังทายปริศนาธรรมกันอยู่เหรอครับ? ให้ผมพูดเองดีกว่า ท่านอวี๋เอาเอกสารมาให้ผมเซ็นเพื่อล้างหนี้เงินกู้ แต่แลกกับการส่งผู้ชี้แนะด้านการบริหารมาที่เรย์มาร์กรุ๊ป ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่เลยครับ ลำบากใจจัง แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว"
"เรื่องแค่นี้เองเหรอคะ?" ฟ่านฟานแสร้งทำท่าตกใจ "แล้วคุณตัดสินใจยังไงล่ะ?"
เซี่ยเหล่ยแบมือ "ก็บอกแล้วไงครับว่าปวดหัว ปวดหัวแล้วจะไปคิดออกได้ยังไง?"
อวี๋ซานเหอแค่นเสียงเหอะ "พอได้แล้ว พวกคุณสองคนกำลังเล่นงิ้วคู่กันอยู่หรือไง? ฟ่านฟาน ฉันรู้ว่าเธอก็มาเพราะเรื่องนี้ ในเมื่อมาแล้ว งั้นวันนี้เรามาสรุปเรื่องนี้ให้จบกันไปเลย"
ฟ่านฟานยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วขมวดคิ้ว "ร้อนจัง"
เซี่ยเหล่ยรีบบอก "เพิ่งชงเสร็จก็ต้องร้อนสิครับ วางไว้พักหนึ่งค่อยดื่ม เดี๋ยวลวกลิ้นจะแย่เอา"
ใบหน้าอวี๋ซานเหอเขียวปัดด้วยความโกรธ เขาคุยเรื่องงานคอขาดบาดตาย แต่ฟ่านฟานกับเซี่ยเหล่ยกลับคุยเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง คุยไปเรื่อยเปื่อยแบบไม่เห็นหัวเขาเลยสักนิด!
"ฟ่านฟาน!" เสียงของอวี๋ซานเหอเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว "ฉันขอเตือนเธอนะ ตั้งสติให้ดี อย่าทำตัวผิดพลาดทางการเมือง!"
"เอ๊ะ?" ฟ่านฟานวางถ้วยชาลง ทำท่าประหลาดใจสุดขีด "ท่านอวี๋คะ การดื่มชาร้อนๆ นี่ถือเป็นความผิดพลาดทางการเมืองด้วยเหรอคะ? ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ที่วุฒิภาวะทางการเมืองของฉันไม่สูงส่งเท่าท่าน แต่ก็ขอบคุณที่เตือนค่ะ ฉันว่าวางทิ้งไว้สักพักให้เย็นลงหน่อยค่อยดื่มดีกว่า"
"เธอ..." อวี๋ซานเหอสำลักความโกรธจนพูดไม่ออก
เซี่ยเหล่ยลอบยิ้มในใจ “แม่ยอดหญิงคนนี้ฝีปากร้ายจริงๆ ด่าคนแบบไม่มีคำหยาบสักคำ อย่าริอ่านไปมีเรื่องกับผู้หญิงเชียว คำพูดนี้เป็นความจริงแท้แน่นอน”
ซ่งไป่เฉิงแทรกขึ้นมา "ฟ่านฟาน คุณพูดจาแบบนี้ได้ยังไง?"
สายตาของฟ่านฟานเลื่อนไปที่ซ่งไป่เฉิง แววตาของเธอเย็นเยียบขึ้นมาทันที "ฟ่านฟานคือชื่อที่นายควรเรียกงั้นเหรอ? อย่าคิดว่าย้ายไปอยู่กรมสรรพาวุธแล้วจะลอยนวลนะ ฉันจะบอกให้นะ เรื่องที่นายเคยก่อไว้ที่โรงงานทหารเรย์มาร์คราวที่แล้ว ฉันจะสั่งรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนเมื่อไหร่ก็ได้ ถึงตอนนั้น นายคิดว่าท่านอวี๋ของนายจะปกป้องนายได้เหรอ?"
ใบหน้าของซ่งไป่เฉิงซีดเผือดทันที ริมฝีปากสั่นระริกเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่คำเดียว
ฟ่านฟานในตอนนี้นั้นไม่ใช่คนที่เขาจะกล้าตอแยด้วยอีกต่อไปแล้ว
"หึๆๆ" จังหวะนั้น อวี๋ซานเหอกลับหัวเราะออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เซี่ยเหล่ยขยับไปนั่งข้างฟ่านฟานแล้วกระซิบเสียงเบา "เรื่องล่ะ?"
"เรียบร้อยค่ะ" คำตอบของฟ่านฟานฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก
เซี่ยเหล่ยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันที
อวี๋ซานเหอหยุดหัวเราะ "ฟ่านฟาน เธอประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ฉันจะไม่ถือสาเธอแล้วกัน ส่วนเธอจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นได้นานแค่ไหน ฉันจะไม่วิจารณ์ แต่ฉันจะพูดตามเนื้อผ้า ฉันรู้ว่าเธอมาเพื่อช่วยเซี่ยเหล่ย แต่ฉันขอเตือนด้วยความหวังดี เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ เบื้องบนมีคำสั่งลงมา และนี่ก็เป็นเรื่องดีต่อการพัฒนาของเรย์มาร์กรุ๊ปด้วย ถ้าเธอเข้ามาแทรกแซง เท่ากับเธอกำลังยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผลประโยชน์ของชาติ ฉันหวังว่าเธอจะไม่ทำผิดพลาดทางการเมืองเช่นนี้"
ฟ่านฟานแค่นหัวเราะ "ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผลประโยชน์ของชาติ? ช่างเป็นข้อหาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ท่านอวี๋คะ ฉันก็ขอพูดตรงๆ เลยแล้วกัน ฉันมาเพื่อช่วยเซี่ยเหล่ยจริงๆ และเรื่องนี้ฉันต้องช่วยให้ถึงที่สุดด้วย"
"เธอช่วยไม่ได้หรอก!"
"งั้นก็ต้องลองดูค่ะ"
"เหอะ! วิสาหกิจเอกชนจะมากุมเส้นเลือดใหญ่ทางทหารของประเทศได้ยังไง มันจะเป็นไปได้ยังไง?" อวี๋ซานเหอใช้น้ำเสียงดุดัน "แค่จุดนี้เธอก็ช่วยไม่ได้แล้ว! รัฐวิสาหกิจทหารตั้งมากมาย ผู้คนตั้งเท่าไหร่ พวกเขาต่างหากที่เป็นรากฐานอุตสาหกรรมทหารของชาติ เธอกับเซี่ยเหล่ยจะไปท้าทายคนตั้งมากมายขนาดนั้นได้ยังไง? ช่างไม่เจียมตัว!"
เซี่ยเหล่ยเอ่ยขึ้นนิ่มๆ "ท่านอวี๋ครับ เรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วย ทำไมอุตสาหกรรมทหารของยุโรปและอเมริกาถึงเจริญรุ่งเรืองนัก? บริษัทไรน์เมทัลของเยอรมนีเป็นบริษัทเอกชน ล็อกฮีด มาร์ตินของอเมริกาก็เป็นบริษัทเอกชน และยังมีบริษัทเอกชนอีกมากมายที่ผมไม่ได้ยกตัวอย่าง บริษัทเอกชนพวกนั้นค้ำจุนการป้องกันประเทศของพวกเขาได้ แล้วทำไมที่นี่ถึงจะทำไม่ได้ล่ะครับ?"
"ตะวันตกก็คือตะวันตก เราก็คือเรา ถ้านายชอบระบบแบบพวกนั้น ทำไมไม่ไปเจริญรอยตามที่นั่นล่ะ? ฉันว่านายไม่ใช่ไม่อยากไปหรอก แต่ไปแล้วคงเอาตัวไม่รอดมากกว่า นายเสวยสุขจากทรัพยากรที่รัฐมอบให้ แต่ในหัวกลับมีแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง แบบนี้มันใช้ไม่ได้ มันผิด และต้องได้รับการแก้ไข!"
"พอที" เซี่ยเหล่ยแค่นเสียงเย็น "ท่านอวี๋ครับ ผมมองออกทะลุปรุโปร่งแล้ว เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลอื่นเลย นอกจากเหตุผลเดียวคือ ผมไปขัดผลประโยชน์ของใครบางคนเข้าใช่ไหมล่ะ? ใครบางคนกลัวว่าเรย์มาร์กรุ๊ปจะเติบโตขึ้นจนเบียดพวกเขาตกขอบตลาดใช่ไหม? ในสายตาผม คนที่มีแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวในหัวจนลืมผลประโยชน์ของชาติไปน่ะ ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็นคนกลุ่มนั้นต่างหาก"
"สามหาว!" อวี๋ซานเหอเดือดจัด ตบโต๊ะดังปัง!
โต๊ะน้ำชาสั่นสะเทือนตามแรงตบ
แต่ยังไม่ทันที่โต๊ะจะนิ่ง เซี่ยเหล่ยก็ตบลงบนโต๊ะน้ำชาอย่างแรงจนโต๊ะทั้งตัวกระโดดขึ้นมา ถ้วยชาและข้าวของบนโต๊ะร่วงกราวลงพื้นจนหมด
อวี๋ซานเหอถึงกับตะลึงงัน ไม่ใช่ว่าเขาตกใจกลัวเซี่ยเหล่ย แต่เขารู้สึกเหลือเชื่อ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าของกิจการเอกชนกล้ามาตบโต๊ะต่อหน้าเขา? ไม่เคยมีเลย เซี่ยเหล่ยคือคนแรกที่เป็นปรากฏการณ์!
ซ่งไป่เฉิงชี้หน้าเซี่ยเหล่ย "แก... แกกล้าดียังไง—"
เซี่ยเหล่ยพูดขัดขึ้นทันที "ทำไมผมจะไม่กล้า? นี่มันโต๊ะของผม เจ้านายคุณตบโดยไม่ขออนุญาตผมก่อน แล้วทำไมผมจะตบบ้างไม่ได้?"
ซ่งไป่เฉิงใบ้รับประทาน เซี่ยเหล่ยพลิกหน้าทันควัน ขนาดอวี๋ซานเหอยังไม่เห็นอยู่ในสายตา แล้วจะเห็นซ่งไป่เฉิงอยู่ในสายตาได้อย่างไร?
เซี่ยเหล่ยกล่าวต่อ "คุณอวี๋ ผมรู้ว่าคุณเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มในอุตสาหกรรมทหารภายในประเทศ คุณถึงจ้องจะกดดันเรย์มาร์กรุ๊ปนัก แต่ผมจะบอกให้รู้ไว้ ประเทศของเรากำลังพัฒนา ความคิดบางอย่างของคุณมันล้าสมัยไปนานแล้ว ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าย่อมอยู่รอด นี่คือสัจธรรมของธรรมชาติและคือกฎของตลาด รัฐวิสาหกิจทหารบางแห่งเอาแต่แบมือรับเงินอุดหนุนจากรัฐ แต่วิจัยและผลิตแต่อาวุธเก่าๆ ล้าสมัย ส่วนผมผลิตอาวุธที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกให้ประเทศนี้ แม้แต่ยุโรปหรืออเมริกาก็ยังสู้ไม่ได้ ของที่ล้าสมัยกลับไม่ถูกคัดออก แต่ของที่ล้ำสมัยกลับถูกกดดัน พวกคุณมีแผนการอะไรกันแน่? อย่ามาอ้างเรื่องผลประโยชน์ของชาติเลย มันน่าสะอิดสะเอียน ผมจะบอกให้เรย์มาร์กรุ๊ปยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งต่างหากคือผลประโยชน์สูงสุดของชาติ ด้วยเหตุผลข้อนี้เพียงข้อเดียว คุณก็ไม่มีทางกดหัวผมได้ ทางที่ดีคุณรีบถอยไปซะเถอะ"
"ดี ไอ้หนู นายมันแน่มาก" อวี๋ซานเหอลุกขึ้น ชี้หน้าเซี่ยเหล่ย "ฉันก็จะบอกนายไว้เหมือนกัน ธนาคารจะปรับอัตราดอกเบี้ยนายเป็นอัตราที่สูงที่สุดในตลาด นายก็ก้มหน้าก้มตาใช้หนี้ไปเถอะ แล้วอย่าคิดว่าใช้หนี้หมดแล้วเรื่องจะจบ ตราบใดที่ฉันยังนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ นายกับเรย์มาร์กรุ๊ปไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขแน่"
เซี่ยเหล่ยเอ่ยอย่างไม่แยแส "ถ้าคุณแน่จริงก็อย่ามาซื้ออาวุธของผมสิ คอยดูว่าผมจะขายหมดไหม"
"งั้นเราก็คอยดูกันไป" อวี๋ซานเหอเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปข้างนอก
"เดี๋ยวก่อนค่ะ" จู่ๆ ฟ่านฟานก็เรียกอวี๋ซานเหอไว้ "ท่านอวี๋คะ เมื่อกี้ท่านถามฉันไม่ใช่เหรอว่ามาทำไม? ฉันนึกออกแล้วค่ะ เดี๋ยวจะบอกให้ฟังตอนนี้เลย"
อวี๋ซานเหอหันกลับมามองฟ่านฟานด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ฟ่านฟานเปิดกระเป๋าเอกสาร หยิบเอกสารตราครุฑแดงฉบับหนึ่งออกมาส่งให้เซี่ยเหล่ย "ฉันได้ไปคุยกับเบื้องบนมาแล้วค่ะ เบื้องบนเห็นพ้องว่าการสนับสนุนเรย์มาร์กรุ๊ปอย่างเต็มที่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติสูงสุด ประเทศของเรายังไม่มีบริษัททหารระดับโลกอย่างไรน์เมทัลหรือล็อกฮีด มาร์ตินเลย เบื้องบนฝากคำพูดมาถึงคุณว่า ให้ตั้งใจทำงาน พยายามพัฒนาเรย์มาร์กรุ๊ปให้กลายเป็นสุดยอดบริษัททหารระดับโลกที่เทียบชั้นหรือเหนือกว่าไรน์เมทัลและล็อกฮีด มาร์ติน เพื่อสร้างชื่อเสียงและทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ"
เซี่ยเหล่ยยิ้มกว้าง "ฝากบอกท่านผู้นำด้วยครับ รับรองว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วง!"
ฟ่านฟานค้อนเซี่ยเหล่ยขวับหนึ่ง "ไม่ต้องมาเล่นลิ้นกับฉัน ฉันจะบอกคุณให้นะ เบื้องบนได้อนุมัติงบประมาณรางวัลพิเศษให้คุณก้อนหนึ่ง ซึ่งจำนวนมันพอดีกับยอดหนี้ที่คุณต้องชำระพอดี รีบไปเคลียร์กับธนาคารซะ จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยฟรีๆ" จากนั้นเธอหันไปมองอวี๋ซานเหอ "ท่านอวี๋คะ นี่แหละค่ะธุระที่ฉันมาคุยกับเซี่ยเหล่ย ทีนี้ท่านเข้าใจหรือยังคะ?"
"เหอะ! เธอทำได้ดีมาก" อวี๋ซานเหอโกรธจนตัวสั่น เขาชี้หน้าฟ่านฟานก่อนจะสะบัดหน้าจากไป เขาเสียหน้าอย่างรุนแรงที่นี่ จนไม่อยากจะอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
ซ่งไป่เฉิงก้มลงเก็บเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาและเดินตามไปอย่างหัวซุกหัวซุน
เยเลน่าก็เดินออกไปเช่นกัน
เซี่ยเหล่ยดูเอกสารในมือแล้วถามอย่างสงสัย "คุณไปของบประมาณรางวัลพิเศษก้อนนี้มาได้ยังไงเนี่ย?"
ฟ่านฟานยิ้มหวาน "ใช้ความน่ารักไงคะ คุณไม่คิดว่าฉันน่ารักเหรอ?"
เซี่ยเหล่ย: "..."
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เขาก็รู้ดีว่าในเมื่ออวี๋ซานเหอใช้อำนาจกดดันเขาได้ ฟ่านฟานย่อมมีช่องทางที่จะขอ "งบประมาณรางวัล" นี้มาได้ คำว่า "เบื้องบน" แท้จริงแล้วเป็นมโนทัศน์ที่กว้างขวางมาก มีคนไม่สนับสนุน ย่อมมีคนสนับสนุน การชิงไหวชิงพริบเรื่องผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นระดับครอบครัว หมู่บ้าน หรือระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกหรือตะวันตก ความจริงแล้วมันก็เหมือนกันทั้งนั้น
"คำถามสุดท้าย ทำไมโทรศัพท์คุณถึงปิดเครื่องล่ะ?"
"ตายจริง โทรศัพท์ฉันยังปิดอยู่เหรอคะ? นึกออกแล้วค่ะ ตอนไปพบท่านผู้นำฉันปิดเครื่องไว้ พอมาหาคุณก็ดันลืมเปิดเครื่องน่ะสิ"
เพียะ!
เซี่ยเหล่ยฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง ก้อนเนื้อขาวผ่องของฟ่านฟานสั่นไหวเป็นระลอกคลื่นทันที
การได้ตีตูดผู้อำนวยการสำนัก ZN ความรู้สึกนั้นมันช่างแตกต่างจากการตีตูดผู้หญิงคนอื่นจริงๆ