- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0754 ตลกร้าย
TXV - 0754 ตลกร้าย
TXV - 754 ตลกร้าย
TXV - 754 ตลกร้าย
ถังอวี่เยียนยังคงหลับตาแน่น ลมหายใจแผ่วเบา แม้เธอจะไม่ถูกย่ำยี แต่สภาพอากาศที่หนาวเหน็บทำให้สติของเธอเลือนลาง เธอหมดสติไปก่อนที่ภาพลวงตาจะเริ่มทำงานเสียอีก เมื่อเซี่ยเหล่ยมาถึงตัวเธอ เธอจึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
เซี่ยเหล่ยถอดชุดทหารออกจากศพทหารนาวิกโยธินมาสวมให้ถังอวี่เยียน จากนั้นก็ใช้ชุดพรางหิมะห่อหุ้มร่างเธอไว้อีกชั้น และอุ้มขึ้นแนบอก ถังอวี่เยียนในอ้อมแขนของเขาดูราวกับทารกที่กำลังหลับลึก
นับว่าโชคดีที่เธอหมดสติไป มิเช่นนั้นหากต้องมาเห็นภาพหลอนอันสยดสยองขนาดนั้น ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่เธอถึงจะสลัดปมในใจออกไปได้
เซี่ยเหล่ยอุ้มถังอวี่เยียนเดินไปยังจุดที่จูเสวียนเยว่ "ละลาย" หายไป ซึ่งก็คือจุดที่เด็กสาวผมทองปีนขึ้นมาจากลานยอดเขา
เบื้องล่างลานยอดเขามีชะง่อนผาสูงประมาณสองเมตร บนพื้นหิมะใต้ชะง่อนผานั้นมีเด็กสาวผมทองคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ ก้นชี้ฟ้าและหัวฝังลงไปในกองหิมะ มือข้างหนึ่งของเธอยังคงกำไม้เท้า "Made in China" ที่ดูราคาถูกสุดๆ ไม่น่าจะเกินยี่สิบหยวนเอาไว้แน่น
เซี่ยเหล่ยกวาดสายตาไปทางขวาเล็กน้อย เขาเห็นร่มชูชีพพาดอยู่บนหน้าผา และใต้หน้าผานั้นมีร่องรอยความวุ่นวายลากยาวมาจนถึงจุดนี้ แต่มันไม่ใช่รอยเท้า กลับเป็นรอยมือและรอยเท้าที่เกิดจากการ "คลาน" ดูเหมือนเธอจะตะเกียกตะกายอย่างยากลำบากเพื่อมาที่นี่
เซี่ยเหล่ยพลันฉุกคิดบางอย่างได้ เขารีบกระโดดลงจากลานหน้าผาแล้วเข้าไปกระซิบข้างหูเด็กสาว "นี่… มาร์ติน่า? องค์หญิงจู... เสวียนเยว่?"
เด็กสาวคนนั้นยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง
เซี่ยเหล่ยยื่นมือไปจับแขนเพื่อจะพลิกร่างเธอขึ้นมา แต่ทันทีที่สัมผัส เขาก็พบว่ากระดูกแขนของเธอหักละเอียด เขาไล่คลำไปที่หัวเข่าและหน้าแข้ง แล้วเขาก็ต้องชะงักงัน... กระดูกแขน เข่า และหน้าแข้งของเธอหักป่นไปหมดแล้ว
"เธอ..." เซี่ยเหล่ยไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง
เปลือกตาของเด็กสาวขยับเล็กน้อย ริมฝีปากเผยอออกแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา เธออ่อนแรงถึงขีดสุด สภาพของเธอย่ำแย่กว่าถังอวี่เยียนเป็นสิบเท่า
เซี่ยเหล่ยรีบคลำไปที่ซี่โครงของเธอ หัวใจของเขาดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้ง ซี่โครงของเธอหักหลายซี่ และมันแทงลึกลงไปข้างใน
ในที่สุดเปลือกตาของเด็กสาวก็เปิดขึ้น ริมฝีปากที่สั่นเทาเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก "สวัสดี... หนึ่งเดียว..."
‘…หนึ่งเดียว…’
บนโลกนี้มีเพียงคนเดียวที่เรียกเขาแบบนี้ นั่นคือองค์หญิงหยงเม่ย หรือก็คือองค์หญิงจูเสวียนเยว่ในชาติก่อน
"เธอ... เธอคือองค์หญิงจูเสวียนเยว่จริงๆ เหรอ?" เสียงของเซี่ยเหล่ยสั่นเครือ
เด็กสาวผมทองพยักหน้าเบาๆ มุมปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ
"เธอ..." ในใจเซี่ยเหล่ยมีคำพูดนับหมื่นคำ แต่พอจะเอ่ยออกมา กลับเหลือเพียงคำว่า "เธอ" คำเดียว
"ขอโทษนะ แค่กๆ..." องค์หญิงจูเสวียนเยว่สำลักก้อนเลือดออกมา "ฉันโดดร่มครั้งแรก... กะจุดลงไม่ถูก เลยกระแทกเข้ากับหน้าผา... ฉันคลาน... คลานมาเพื่อช่วยนาย..."
เซี่ยเหล่ยรู้สึกเหมือนมีก้อนสำลีจุกอยู่ที่คอจนพูดไม่ออก
เขาเฝ้ารอการกลับมาพบกับเธอมาตลอด เขาจินตนาการถึงฉากที่วิจิตรตระการตา เธอควรจะสวมชุดขาวพลิ้วไหว สวมมงกุฎองค์หญิง และขี่ม้าสีขาวมาปรากฏตัวต่อหน้าเขา
แต่ความจริงล่ะ?
เธอสะพายร่มชูชีพ ถือไม้เท้า "Made in China" ร่วงจากฟ้าลงมาจนสภาพดูไม่ได้แบบนี้
หากมีนักวิจารณ์หนังมาประเมินการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา การพบกันครั้งนี้เริ่มต้นด้วยละครเทพนิยายแนวเหนือจริง ตามด้วยตลกร้ายแนวคอมเมดี้ ต่อด้วยแฟนตาซีตะวันตก และตอนนี้กลับกลายเป็นละครโศกนาฏกรรมน้ำเน่าสไตล์เกาหลีไปเสียได้
"ถ้า... ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายนี้มันพังไปแล้ว ฉันคงลงมือ... แค่ก... ลงมือเองไปแล้ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งควบคุม... คลื่นสมองพวกมันหรอก... ฉัน... ฉันกำลังจะตายแล้ว... แค่กๆ..." องค์หญิงจูเสวียนเยว่กระอักเลือดออกมาอีกคำ
"ฮะ?" เซี่ยเหล่ยอึ้งกิมกี่
เพิ่งเจอกัน เธอก็จะตายแล้วเนี่ยนะ!
โศกนาฏกรรมเกาหลีที่น้ำเน่าที่สุดยังไม่กล้าเขียนบทให้เป็นแบบนี้เลย!
"ร่าง... ร่างกายก็แค่ของนอกกาย ฉันเองก็... ก็ไม่ชอบร่างกายเด็กสาวคนนี้หรอก... เธอ... เธอคือเด็กสาวอิตาลีที่ชื่อมาร์ติน่า พอ... พอถูกนายปลุกขึ้นมา ฉันก็ต้องการร่างด่วน แล้วเธอก็เพิ่งตายพอดี ฉันหาที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้ ก็เลย... ก็เลย... แค่ก... อั๊ก!" องค์หญิงจูเสวียนเยว่พ่นเลือดใส่หน้าเซี่ยเหล่ยเต็มๆ
เซี่ยเหล่ยไม่มีกะจิตกะใจจะเช็ดเลือด เขาถามอย่างร้อนรน "ฉันต้องทำยังไงถึงจะช่วยเธอได้?"
"ไม่ต้อง... ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ฉัน... ฉันจะกลับมาหานายอีก... กึก..." องค์หญิงจูเสวียนเยว่ขาดใจตาย…
"นี่! เฮ้!" เซี่ยเหล่ยเขย่าร่างองค์หญิงจูเสวียนเยว่ แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอีกแล้ว
เธอตายไปทั้งแบบนั้นเอง!
แต่ในใจเซี่ยเหล่ยกลับไม่มีความโศกเศร้าเลยสักนิด มีเพียงความรู้สึกประหลาดและพิลึกพิลั่น เพราะเขารู้ดีว่าเธอคือตัวตนประเภทไหน สำหรับเธอแล้วไม่มีคำว่าตายที่แท้จริง ร่างกายสำหรับเธอก็เป็นแค่ "เสื้อผ้า" เท่านั้น!
เซี่ยเหล่ยนั่งอยู่ข้างศพของสาวน้อยชื่อมาร์ติน่าครู่หนึ่ง ก่อนจะค้นกระเป๋าเสื้อของเธอ
ในกระเป๋ามีแต่ของสัพเพเหระ ช็อกโกแลต ไพ่มายากล และการ์ดเล่นของเด็กผู้หญิงที่เกี่ยวกับการร่ายมนตร์ รวมถึงการ์ดรูปแม่มดด้วย
เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้ว ความคิดประหลาดผุดขึ้นในใจ "องค์หญิงจูเสวียนเยว่เข้าไปอยู่ในร่างสาวน้อยคนนี้ ในเมื่อเป็นแค่ศพ จิตวิญญาณและความจำเดิมก็น่าจะหายไปหมดแล้วนี่นา? งานอดิเรกก็ไม่น่าจะเหลืออยู่ แต่ทำไมเธอถึงพกของพวกนี้ติดตัวมาด้วย? หรือว่าเวลาเธอเข้าร่างใคร ความทรงจำหรืองานอดิเรกของเจ้าของร่างเดิมจะยังหลงเหลือและส่งผลต่อเธอด้วย?"
คำถามนี้คงต้องรอให้จูเสวียนเยว่กลับมาอีกครั้งถึงจะได้คำตอบ
เซี่ยเหล่ยอุ้มถังอวี่เยียนขึ้นมา เขาหันไปมองศพเด็กสาวผมทองที่อยู่ใต้ชะง่อนผาอีกครั้งก่อนจะจากไป
หิมะเริ่มโปรยปราย ลมหนาวพัดโหม
เมื่อเดินผ่านศพของกู้เค่อเหวิน เซี่ยเหล่ยหยุดฝีเท้าลง เขาจ้องมองเธอเงียบๆ เธอเอดูสงบมาก มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ หลงเหลืออยู่ ผิวของเธอยังไม่ซีดเผือด ดูนุ่มนวลและยังมีความอบอุ่น กู้เค่อเหวินในสภาพนี้... สวยงามมากจริงๆ
"ชาติหน้า อย่าทำชั่วอีกเลยนะ" เซี่ยเหล่ยถอนหายใจยาวก่อนจะก้าวเดินต่อ
เกล็ดหิมะร่วงหล่นลงมา เกล็ดหนึ่งตกลงที่มุมปากของกู้เค่อเหวิน แล้วค่อยๆ ละลายหายไป...
เมื่อมาถึงขอบลานยอดเขา เซี่ยเหล่ยเห็นแสงไฟจากไฟฉายส่องวูบวาบไปมา ทว่าคนที่มาไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นทหารของประเทศจีน
"ไอ้หมอนั่นคงหนีไปแล้ว ตระกูลฮัตโตริ! ฉันจะไปคิดบัญชีกับพวกแกแน่" เซี่ยเหล่ยหมายมั่นในใจ
ฮัตโตริ สึกิยาบะ หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้ว
ก่อนที่เซี่ยเหล่ยจะลงไปถึงครึ่งเขา ทหารฝ่ายเขาก็มาถึงตัว
ถังอวี่เยียนถูกนำตัวลงจากเขาด้วยเปลที่ทหารสองนายหามไป หมอทหารที่ตามมาเร่งรีบเข้าปฐมพยาบาลเธอ ส่วนเซี่ยเหล่ยปฏิเสธการดูแลจากเจ้าหน้าที่การแพทย์ เขาเอาโทรศัพท์ดาวเทียมคืนมาจากตัวถังอวี่เยียนแล้วเดินไปยังมุมมืดที่เงียบสงบเพื่อโทรออก
เขาโทรหาเบอร์ของอแมนด้า
ตื๊ด... ตื๊ด...
เกือบครบหนึ่งนาที มีคนรับสายแต่ไม่พูดอะไร
เซี่ยเหล่ยเม้มริมฝีปากเบาๆ "แกเป็นใคร?"
สามวินาทีต่อมา เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากโทรศัพท์ดาวเทียม เป็นภาษาจีนที่ค่อนข้างแข็งทื่อ "คือนายเองเหรอ นายยังไม่..."
เสียงนั้นเซี่ยเหล่ยจำได้ไม่ยาก... เสียงของ เยโมซ่า
การที่ได้ยินเสียงเยโมซ่าจากโทรศัพท์ของอแมนด้า เป็นการยืนยันข้อมูลที่กู้เค่อเหวินบอกเขาก่อนหน้านี้ เยโมซ่าและองค์กร FA รับหน้าที่จัดการอแมนด้าและพวกบากูทั้งสี่คน ฝีมือของเยโมซ่าเหนือกว่าอแมนด้าและคนอื่นๆ มาก และตามสไตล์ของเธอ เธอไม่มีทางลงมือคนเดียวแน่ ต้องพ่วงกลุ่มสายลับอิสระขององค์กร FA มาด้วย เมื่อบวกกับการซุ่มโจมตี พวกอแมนด้าทั้งสี่คนจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างที่สุด
แม้ในใจเซี่ยเหล่ยจะไม่อยากยอมรับความจริงข้อนี้ แต่ความจริงก็คือความจริง เขาต้องเผชิญหน้ากับมัน
"เยโมซ่า" เซี่ยเหล่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม "คนของฉันเป็นยังไงบ้าง?"
"ฉันเก็บไปสอง จับมาได้สอง" เสียงของเยโมซ่าไร้ซึ่งความรู้สึก "นายทำให้ฉันแปลกใจนะ ฉันนึกว่าเราจะได้เจอกันที่ ‘อินเดีย’ เสียอีก"
"เราได้เจอกันแน่ ไม่ต้องห่วง" เซี่ยเหล่ยสะกดกลั้นความโศกเศร้าและโทสะในใจ "บอกราคามา ฉันต้องการคนของฉันคืน"
"นายจะใช้เงินแก้ปัญหางั้นเหรอ?"
"เงินแก้ปัญหาได้ตั้งหลายอย่าง"
"ฉันไม่เอาเงิน ฉันจะเอาตัวนาย... เอาชีวิตนายมาแลกกับชีวิตพวกเขาสองคน" เยโมซ่ากล่าว
เซี่ยเหล่ยเสียงต่ำลง "ถ้าเธอทำข้อตกลงนี้ เธอจะได้เงินมหาศาล แต่ถ้าเธอฆ่าพวกเขา ฉันสาบานว่าฉันจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อล้างแค้น ฉันจะทำลายเธอและองค์กร FA ให้ราบคาบ"
"นี่นายกำลังขู่ฉันเหรอ?"
"เธอจะคิดแบบนั้นก็ได้"
"ฮ่าๆๆ..." เยโมซ่าหัวเราะลั่น "ตั้งแต่ตั้งองค์กร FA มา นายคือคนแรกที่กล้าขู่เรา รวมถึงตัวฉันด้วย ตั้งแต่เข้าวงการมา นายคือคนแรกที่กล้าขู่ฉันแบบนี้"
"นั่นเพราะเธอไม่เคยเจอคู่ต่อสู้อย่างฉันมาก่อนน่ะสิ"
"นายมันจองหองนัก"
"ว่ามา จะเอาเงินหรือจะเอาความแค้น"
เยโมซ่าเงียบไปอึดใจหนึ่ง "ห้าสิบล้านเหรียญสหรัฐ"
"ตกลง" เซี่ยเหล่ยตอบรับทันทีโดยไม่แม้แต่จะต่อรอง
การที่เซี่ยเหล่ยตอบตกลงอย่างรวดเร็วทำให้เยโมซ่ากลับเป็นฝ่ายตั้งตัวไม่ติด "นายยอมจ่ายเงินห้าสิบล้านเพื่อแลกกับลูกน้องแค่สองคนเนี่ยนะ?"
"ฉันกับเธอไม่เหมือนกัน" เซี่ยเหล่ยเอ่ยเสียงเย็น "บอกเวลาและสถานที่มา"
"รอโทรศัพท์จากฉัน"
"ฉันอยากรู้ว่าใครอยู่ในมือเธอ"
"อแมนด้า กับ ปาร์คแทยอง" เสียงเยโมซ่าตอบ
"ฉันขอคุยกับคนของฉันหน่อย"
เสียงของอแมนด้าดังขึ้นในโทรศัพท์ทันที เจือไปด้วยความโกรธและร้อนรน "อย่ามาสนใจพวกเรา! ยัยนี่ไม่รักษาสัญญาหรอก!"
"หุบปาก!" เสียงเยโมซ่าตวาดตามด้วยเสียงหมัดกระทบเนื้ออย่างแรง
"เฮ้! ถ้าแกกล้า..."
ตื๊ด... ตื๊ด...
เยโมซ่าตัดสายไปแล้ว
เซี่ยเหล่ยเตะหินก้อนหนึ่งจนกระเด็นหายไป นิ้วเท้าของเขาควรจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่เขาดูเหมือนจะรับรู้ถึงมันไม่ได้เลย
บากูและมาร์คัสตายแล้ว "แพะ" และ "วัว" ของ ทีมรบนักษัตรจีน จากไปแล้ว... และไม่มีวันกลับมาอีก
อแมนด้าและปาร์คแทยองยังตกอยู่ในเงื้อมมือของเยโมซ่า แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นตาย
สมาชิกทุกคนในทีมรบนักษัตรจีนคือคนที่พ่อของเขาเลี้ยงดูและฟูมฟักมากับมือ สำหรับพ่อแล้วพวกเขาคือลูกหลาน สำหรับเซี่ยเหล่ยพวกเขาคือพี่น้องที่มีความผูกพันดุจญาติมิตร ศึกครั้งนี้ทีมรบนักษัตรจีนตายสองถูกจับสอง การกระทำขององค์กร FA และเยโมซ่าเปรียบเสมือนการกรีดมีดลงบนร่างของเขาถึงสี่แผล!
เซี่ยเหล่ยเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดสนิท
"เมื่อก่อนฉันคอยหลบพวกแก เพราะฉันยังอ่อนแอ... แต่ตอนนี้ เตรียมตัวรับมือให้ดีเถอะ!" เสียงของเขาเย็นเยียบประดุจคมมีด