เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 0755 เดี๋ยวนี้เขาฮิตแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?

TXV - 0755 เดี๋ยวนี้เขาฮิตแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?

TXV - 755 เดี๋ยวนี้เขาก็ฮิตแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?


TXV - 755 เดี๋ยวนี้เขาก็ฮิตแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?

เมื่อคนเราตายไป วิญญาณจะสูญสลายไปหรือไม่? หากไม่สลาย แล้ววิญญาณจะไปสถิตอยู่ที่ใด?

เมื่อก่อนเซี่ยเหล่ยไม่เคยคิดถึงคำถามนี้เลย แต่ตอนนี้มันกลับตามหลอกหลอนและกลายเป็นปมในใจของเขา

"อือ..." เสียงครางแผ่วเบาดังขึ้น ถังอวี่เยียนที่อยู่บนเตียงคนไข้เริ่มรู้สึกตัว ทันทีที่ลืมตาขึ้นเธอก็กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ไม่เอา!" พร้อมกับเหวี่ยงแขนไปมา "ไม่ต้องสนฉัน หนีไปเร็ว!"

สติและความทรงจำของเธอยังคงติดค้างอยู่บนยอดเขาแห่งนั้น

เซี่ยเหล่ยรีบกดแขนเธอไว้พลางปลอบประโลม "ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร เราปลอดภัยแล้ว"

สายตาของถังอวี่เยียนเลื่อนมาหยุดที่เซี่ยเหล่ย เธอจ้องมองใบหน้าของเขาเนิ่นนานจนพูดอะไรไม่ออก

เซี่ยเหล่ยกล่าวต่อ "ไม่มีอะไรแล้ว ดูสิ ตอนนี้เราอยู่ในโรงพยาบาลทหารแล้วนะ"

"เหล่ย!" ถังอวี่เยียนร้องเรียกเสียงสั่นก่อนจะโผเข้ากอดเซี่ยเหล่ยเต็มแรง เธอใช้แขนทั้งสองข้างรัดเอวเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา

เซี่ยเหล่ยลูบหลังเธอเบาๆ "ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างผ่านไปแล้ว"

ถังอวี่เยียนเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอก จ้องมองเซี่ยเหล่ยเขม็ง

เซี่ยเหล่ยเอ่ย "นอนลงเถอะ นอนพักสักหน่อย หมอบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก แค่ให้น้ำเกลือกับกลูโคสแล้วพักผ่อนให้พอก็หายแล้ว"

สิ้นคำพูดของเขา จู่ๆ ถังอวี่เยียนก็โน้มคอเขาลงมาแล้วประกบริมฝีปากจูบเขาทันที

ร่างกายของเซี่ยเหล่ยแข็งทื่อไปชั่วขณะ เขาไม่คาดคิดว่าถังอวี่เยียนจะจูบเขาในเวลานี้ การไม่ทันตั้งตัวทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก ทว่าท่ามกลางความตกตะลึงนั้น ลิ้นที่ดูเงอะงะของถังอวี่เยียนก็แทรกผ่านไรฟันเข้ามาสัมผัสกับลิ้นของเขา

ริมฝีปากที่อ่อนนุ่มและเปียกชื้น ปลายลิ้นที่นุ่มละมุน ในวินาทีนั้นโลกทั้งใบดูเหมือนจะชุ่มฉ่ำจนต้องก่อกองไฟขึ้นมาผิงให้แห้ง

เซี่ยเหล่ยอยากจะบอกเธอว่าอย่าใจร้อน อยากจะบอกว่าร่างกายเธอยังอ่อนแอต้องการการพักผ่อน แต่ลิ้นของเขาถูกพันธนาการไว้จนพูดไม่ออก การผลักเธอออกดูจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่เร็วที่สุด แต่มือของเขากลับวางอยู่ที่เอวของเธอจนไร้เรี่ยวแรงจะผลักไส

ในเวลาเช่นนี้ ร่างกายของลูกผู้ชายมักจะไม่ฟังคำสั่งจากสมองเสมอส่วนบน แต่มักจะถูกสมองส่วนล่างบงการ

มือเรียวข้างหนึ่งของถังอวี่เยียนสอดเข้าไปใต้เสื้อของเซี่ยเหล่ย ปลายนิ้วลากผ่านกล้ามท้องไปจนถึง...

เซี่ยเหล่ยสะดุ้งตื่นจากภวังค์และคว้ามือเธอไว้ทันที

จังหวะนั้นเอง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออก ถังเทียนหลง และ จางอวี้เหมย สองสามีภรรยาก้าวเดินเข้ามา

บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง ผู้คนในนั้นแข็งค้างไปตามๆ กัน ลิ้นของถังอวี่เยียนยังติดอยู่ในปากของเซี่ยเหล่ย มือข้างหนึ่งยังซุกอยู่ในเสื้อของเขา ส่วนมือของเซี่ยเหล่ยข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้ อีกข้างก็จับมือเธอที่ล้วงเข้าไปในเสื้อเขาเอาไว้แน่น

ภาพที่ปรากฏ... หากมองตามความเป็นจริงคือถังอวี่เยียนจูบเซี่ยเหล่ยก่อนและล้วงมือเข้าไปเองจนถูกเซี่ยเหล่ยจับไว้ แต่ในสายตาของถังเทียนหลงและจางอวี้เหมยกลับตีความไปอีกทาง นั่นคือเซี่ยเหล่ยเป็นฝ่ายจูบลูกสาวเขา แถมยังกุมมือลูกสาวลากเข้าไปข้างในเสื้อตัวเองเพื่อจะดึงไปยังจุดนั้น...

หนึ่งวินาทีต่อมา

ถังเทียนหลงและจางอวี้เหมยหันหลังกลับพร้อมกันทันที

เซี่ยเหล่ยและถังอวี่เยียนรีบผละออกจากกัน ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำ โดยเฉพาะถังอวี่เยียนที่หน้าแดงปลั่งราวกับผลเชอร์รี่ในเดือนสาม

"แค่ก แค่ก... อื้ม" ถังเทียนหลงหันกลับมา

จางอวี้เหมยกระแอมด้วยความกระอักกระอ่วนก่อนจะเดินตามสามีมาที่ข้างเตียง

เซี่ยเหล่ยลุกขึ้น "อาถัง อาจาง มากันแล้วเหรอครับ เชิญนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมไปรินน้ำให้"

ถังเทียนหลงยิ้มร่า "ไม่ต้องๆ ไม่ต้องลำบาก"

จางอวี้เหมยมองเซี่ยเหล่ยด้วยแววตาเอ็นดูและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "เซี่ยเหล่ยเอ๋ย ลำบากเธอจริงๆ นะ"

"ไม่ครับ ไม่ลำบากเลย พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ ผมขอตัวสักครู่" เซี่ยเหล่ยเตรียมจะชิ่ง

ถังเทียนหลงรีบคว้ามือเซี่ยเหล่ยไว้ "เซี่ยเหล่ย หมายความว่าไงน่ะ พอพวกเรามาเธอก็จะไปหรือ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปเองดีกว่า"

จางอวี้เหมยเสริม "พวกเรามาขัดจังหวะหรือเปล่า? งั้นพวกเราไปเดินเล่นข้างนอกก็ได้นะ" ว่าแล้วเธอก็คล้องแขนถังเทียนหลงเตรียมจะพาสามีเดินออกไปจริงๆ

เซี่ยเหล่ยทำตัวไม่ถูก "งั้น... งั้นผมอยู่ต่อก็ได้ครับ พวกคุณคุยกับอวี่เยียนเถอะครับ เธอเพิ่งฟื้นมาเดี๋ยวนี้เอง"

ถังอวี่เยียนนั่งพิงหัวเตียง ก้มหน้าแดงก่ำ เล่นนิ้วมือตัวเองเหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วไม่กล้าสู้หน้าพ่อแม่ แต่ที่มุมปากกลับซ่อนรอยยิ้มและความสุขเอาไว้ไม่มิด

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปเกือบหนึ่งนาที

"เซี่ยเหล่ย เราออกไปคุยกันข้างนอกหน่อยเถอะ" ถังเทียนหลงดูท่าจะทนบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วนนี้ไม่ไหวเช่นกัน

เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "ได้ครับ"

เมื่อผู้ชายทั้งสองออกไปแล้ว จางอวี้เหมยก็ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงแล้วกระซิบเบาๆ "พวกเธอนี่พัฒนาไปเร็วจังเลยนะ ต้องโทษพ่อเธอนั่นแหละ แม่ได้ยินหมอบอกว่าเซี่ยเหล่ยดูแลเธออยู่ในห้อง เลยบอกให้พ่อเขารออีกนิดค่อยมา แต่เขาใจร้อนจะมาหาเธอให้ได้ เป็นไงล่ะ... ไปทำลายเรื่องดีๆ ของพวกเธอซะงั้น"

ถังอวี่เยียนค้อนใส่แม่วงหนึ่ง "แม่ พูดอะไรน่ะ? เรื่องดงเรื่องดีอะไรกัน นี่มันโรงพยาบาลนะ เราจะทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง?"

"ถึงจะทำก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา เขาไม่ได้แต่งงาน เธอก็ยังโสด แถมยังเหมาะสมกันขนาดนี้ เธอเองก็ไม่เด็กแล้วนะ จะปล่อยให้ความเป็นสาวเสียเปล่าได้ยังไง? อีกอย่าง เดี๋ยวนี้เขาก็ฮิตแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?"

ถังอวี่เยียนมองแม่ตัวเองด้วยสายตาแปลกๆ "ฮิตอะไร?"

"ก็ไอ้นั่นไงล่ะ"

ถังอวี่เยียนเม้มปาก "ไม่รู้แม่พูดเรื่องอะไร ตรรกะแม่ประหลาดมาก"

จางอวี้เหมยตีหัวลูกสาวไปทีหนึ่ง "ยัยเด็กบื้อ ฉันกับเธอเป็นผู้หญิงเหมือนกัน จะมาทำเป็นกุลสตรีต่อหน้าแม่ตัวเองทำไม? ก็ไอ้นั่นไง สังคมเดี๋ยวนี้เขาแปลกใจเรื่องนี้กันที่ไหน? บางคนทำกันในรถ บางคนทำบนหญ้า มันก็คือการทำเหมือนกันทั้งนั้นแหละ"

ถังอวี่เยียนมองผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนพี่สาวมากกว่าแม่ด้วยสายตาตื่นตะลึง "แม่... แม่ไปเห็นที่ไหนมา?"

จางอวี้เหมยค้อนขวับ "ฉันจะไปจ้องดูเรื่องแบบนั้นให้เสียเวลาทำไม ฉันก็ดูจากในเน็ตน่ะสิ"

"แม่โหลดหนังมาดูเหรอ? หรือพ่อโหลดให้?"

เพียะ! จางอวี้เหมยตีหัวลูกสาวอีกรอบ คราวนี้หนักกว่าเดิม

"หนูไม่ได้ฉลาดนักหรอกนะ แม่ขยันตีหัวอยู่ได้ ถ้าหนูเอ๋อขึ้นมาแล้วไม่มีใครเอา หนูจะเกาะแม่ไปตลอดชีวิตเลย" ถังอวี่เยียนค้อนใส่อีกรอบ

จางอวี้เหมยถอนหายใจ "ยัยเด็กบื้อ ที่แม่พูดเนี่ยเพื่อจะสอนให้เธอฉลาดขึ้น เซี่ยเหล่ยเป็นผู้ชายที่หนักแน่นและเห็นแก่ความรักความผูกพันมาก ถ้าเธอ 'ได้เสีย' กับเขาแล้ว เขาจะกล้าไม่รับผิดชอบเหรอ? โบราณว่าไว้ ผู้ชายจีบผู้หญิงเหมือนข้ามภูเขา ผู้หญิงจีบผู้ชายเหมือนแค่แผ่นกระดาษกั้น แผ่นกระดาษนั่นน่ะ... แค่สะกิดเบาๆ ก็ขาดแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"แล้วจะสะกิดยังไงล่ะ?" ถังอวี่เยียนแสร้งตีหน้าซื่อ

จางอวี้เหมยเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง

ถังอวี่เยียนรีบกุมหัวทันที ความจริงเธอน่ะรู้ดีอยู่แล้ว แค่อยากแหย่แม่ที่รีบอยากจะขายลูกสาวออกเต็มที

จางอวี้เหมยทอดถอนใจ "ความคิดของคุณปู่ แม่กับพ่อเธอเข้าใจดี แม่เคยโกรธพ่อเธอว่าทำไมตอนแรกถึงดูแคลนเซี่ยเหล่ย ผ่านมาไม่นานเท่าไหร่เขาก็เสียใจจนไส้ติ่งแทบแตก ผู้ชายอย่างเซี่ยเหล่ย ผู้หญิงคนไหนบ้างไม่อยากได้? ถ้าตอนนั้นพ่อเธอสนับสนุนเธอ ไม่กดดันเธอ มีเหรอที่เซินถูเทียนอินจะได้ 'ของหลุดจำนำ' ไปกิน? ตอนนี้เซินถูเทียนอินหย่ากับเซี่ยเหล่ยแล้ว ถ้าเธอไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ ต่อไปก็ไม่มีโอกาสแล้วนะ"

เป็นความจริง ตอนที่ถังอวี่เยียนและเซี่ยเหล่ยกลับมาจากรัสเซีย พวกเขาถูกบริษัทเสินโจว และบริษัทฮั่นอู่รุมกดดัน ตอนนั้นถังเทียนหลงมองข้ามเซี่ยเหล่ยและไม่ต้องการให้ตระกูลถังต้องพัวพันกับการแย่งชิงผลประโยชน์ในวงการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เขาเลือกที่จะวางตัวเป็นกลางและกดดันถังอวี่เยียน หากตอนนั้นเขายื่นมือเข้าช่วยในยามที่เซี่ยเหล่ยต้องการพันธมิตรที่สุด บางทีคนที่แต่งงานกับเซี่ยเหล่ยอาจไม่ใช่เซินถูเทียนอิน แต่เป็นถังอวี่เยียน

จางอวี้เหมยมองนิสัยเซี่ยเหล่ยทะลุปรุโปร่ง เขาเป็นคนให้ความสำคัญกับความรู้สึกบุญคุณความแค้น หากตระกูลถังยื่นมือเข้าช่วยในช่วงลำบาก และถังอวี่เยียนอยู่เคียงข้างเขาสนับสนุนเขาในยามที่ยากลำบาก และโดดเดี่ยวที่สุด มีหรือที่เขาจะทอดทิ้งตระกูลถัง และถังอวี่เยียน?

ทว่าเรื่องราวในอดีตไม่อาจย้อนคืน

ถังอวี่เยียนนิ่งเงียบไปนานก่อนจะพึมพำเบาๆ "แม่ ถ้าหนูตามติดเขา และคอยดูแลใกล้ชิดเขาไปได้ตลอด เขาก็คงไม่อยากทอดทิ้งหนู"

"งั้นก็อยู่ด้วยกันสิ เมื่อกี้ยังจูบกันอยู่เลย แถมแม่ยังเห็นเขาดึงมือเธอไปที่... อื้มๆ" จางอวี้เหมยทำหน้ากระดาก อธิบายไม่ถูก

"แต่… เขาบอกว่า... เขาจะไม่แต่งงานอีกแล้ว"

"ฮะ?" สีหน้าจางอวี้เหมยเปลี่ยนไปทันที "เขาหมายความว่าไง? ผู้หญิงตระกูลถังอย่างเราจะให้ไปเป็นเมียเก็บเขาหรือไง? เขาคิดอะไรอยู่? เกินไปแล้ว! แม่ขอยืนยันนะ ถ้าเขายืนกรานไม่แต่งงาน เธอก็ห้าม 'ให้' เขาเด็ดขาด ผู้ชายถ้าได้ร่างกายผู้หญิงไปแล้ว เขาจะไม่เห็นค่า"

"แล้วจะทำยังไงให้เขาอยากแต่งงานล่ะ?" ถังอวี่เยียนพึมพำกับตัวเอง

จางอวี้เหมยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย เธอโน้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างหูถังอวี่เยียน...

นอกห้องผู้ป่วย บริเวณทางเดิน บทสนทนาของลูกผู้ชายสองคนกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

"ทหารอินเดีย? คนอเมริกัน? แล้วยังมีคนญี่ปุ่นอีกเหรอ? นี่มันแทบจะกลายเป็นกองกำลังสหประชาชาติอยู่แล้ว ฆ่าน่ะดีแล้ว! ดูสิว่าต่อไปใครจะกล้าเมินเฉยต่อพรมแดนของเราแล้วบุกรุกเข้ามาอีก!" หลังจากฟังคำบอกเล่าคร่าวๆ ของเซี่ยเหล่ย ถังเทียนหลงก็แสดงท่าทีฮึดฮัดด้วยความโกรธแค้นแทนชาติ

"เป้าหมายของพวกมันคือผม พวกมันต้องการหยุดการพัฒนาของ เรย์มาร์กรุ๊ป และไม่อยากให้ผมวิจัยผลิตอาวุธให้ประเทศ ผมกลายเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นไปแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นแค่จุดเริ่มต้น" เซี่ยเหล่ยกล่าว

"นายจะกลัวอะไร? ประเทศจีนเราคือแบ็คที่แข็งแกร่งของนาย และตระกูลถังของเราก็จะสนับสนุนนายเต็มที่ ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรที่ต้องให้ฉันช่วย หรือต้องใช้พลังของตระกูลถังของเรา นายบอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"

"ขอบคุณครับ"

"ขอบใจอะไรกัน คนกันเองทั้งนั้น"

เซี่ยเหล่ย: "..."

เจตนาเดิมของเขาคือจะบอกเป็นนัยว่าตอนนี้เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตรายมาก ทั้งคนอเมริกันและญี่ปุ่นต่างจ้องจะเอาชีวิตเขา และเขาจะพาอันตรายมาสู่คนรอบข้างด้วย เพื่อที่ถังอวี่เยียนจะได้ไม่ต้องกดดันเรื่องแต่งงาน แต่ที่ไหนได้ พอเขาพูดออกไป ถังเทียนหลงกลับไม่ถอยหนี แต่กลับรุกคืบอาสาจะเป็นแบ็คอัพให้อีกแรงเสียอย่างนั้น

"เซี่ยเหล่ย เข้าไปข้างในกันเถอะ นายอยู่เป็นเพื่อนอวี่เยียนหน่อย ตอนนี้เธอต้องการนายนี่แหละที่สุด" ถังเทียนหลงตบไหล่เซี่ยเหล่ย ท่าทางดูเหมือนว่าที่พ่อตาเต็มที่

กริ๊งงง กริ๊งงง...

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

เซี่ยเหล่ยรับสาย

"ฉันอยู่ข้างนอก ผู้อำนวยการซือต้องการพบนาย ออกมาเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปส่งนายที่สำนักงานใหญ่" เสียงของหลงปิงดังมาตามสาย

"ได้ครับ เดี๋ยวผมออกไปเดี๋ยวนี้" เซี่ยเหล่ยตัดสาย

เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทางสำนัก 101 ย่อมไม่อาจนิ่งเฉย ผู้อำนวยการซือเรียกพบดึกดื่นขนาดนี้ ย่อมต้องมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แน่นอน

"เซี่ยเหล่ย นายจะไปที่สำนักงานใหญ่ของสำนัก 101 เหรอ?" ถังเทียนหลงถาม

เซี่ยเหล่ยพยักหน้า "ครับ ผู้อำนวยการซือเรียกพบ ลาก่อนครับอาถัง ฝากบอกอวี่เยียนด้วยว่าให้พักผ่อนให้เยอะๆ เดี๋ยวผมจะมาเยี่ยมใหม่"

ถังเทียนหลงกำลังจะพูดบางอย่าง แต่เซี่ยเหล่ยก็ชิ่งหนีไปเสียแล้ว

จบบทที่ TXV - 0755 เดี๋ยวนี้เขาฮิตแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว