- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 49 เซี่ยวเทียนเฉวี่ยน
บทที่ 49 เซี่ยวเทียนเฉวี่ยน
บทที่ 49 เซี่ยวเทียนเฉวี่ยน
หลินอันซูขี้เกียจจะใส่ใจพวกมัน
เดิมทีเธอตั้งใจจะอาศัยจังหวะที่เอื้อมมือไปลูบตัวสุนัข แอบส่งพลังปราณสายเล็กๆ เข้าไปรักษามัน
ขืนปล่อยให้หมาที่เพิ่งเสียเงินซื้อมาหมาดๆ ขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา มีหวังขาดทุนย่อยยับแน่
เธอวางแผนไว้หมดแล้วว่าจะพามันไปรักษาแผลก่อน
พอหายดีแล้ว ค่อยพากลับบ้านไปช่วยเฝ้าสวนผักกับดูแลสัตว์เล็กๆ บนเขา
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า เธอยังไม่ทันจะได้ส่งพลังปราณไปให้ ชายที่อยู่ข้างๆ ก็ง้างท่อเหล็กเตรียมจะฟาดมันเสียก่อน
แถมยังกัดฟันกรอด ทำหน้าถมึงทึง ใส่แรงมาเต็มเหนี่ยวอีกต่างหาก
ถึงแม้ว่าเขาอาจจะหวังดีจริงๆ ก็เถอะ
แต่ดูยังไง คนพวกนี้ก็ดูดุร้ายป่าเถื่อนอยู่ดี
โชคดีที่พวกมันไปกันหมดแล้ว
หลินอันซูอาศัยจังหวะที่จี้ชวนกำลังยืนช็อกตาตั้งสงสัยในสัจธรรมชีวิต รีบดีดพลังปราณสายหนึ่งเข้าไปในตัวสุนัขอย่างรวดเร็ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณ สุนัขที่ตอนแรกยังมีท่าทีหวาดระแวงและตื่นกลัว ก็ค่อยๆ ยื่นหัวเข้ามาหา ทำท่าทางออดอ้อนขอให้ลูบขอให้ปลอบประโลมทันที
จี้ชวนที่เพิ่งได้สติและกำลังจะอ้าปากเตือนให้หลินอันซูระวังตัว: “...”
สรุปว่า นิสัยของหมาตัวนี้ก็ไม่ได้ดุร้ายขนาดนั้นสินะ?
หรือว่าไอ้พวกนั้นมันจะพูดจาใส่สีตีไข่เกินจริง?
เมื่อคิดได้ดังนั้น จี้ชวนก็อดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้ แล้วลองยื่นมือออกไปหามันบ้าง
ถึงแม้หมาตัวนี้จะบาดเจ็บอยู่ แต่มันก็ดูน่าขยำน่าลูบสุดๆ ไปเลย
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า ทันทีที่มือของเขาขยับเข้าไปใกล้ หมาที่กำลังทำหน้าฟินสุดๆ เมื่อครู่ ก็หันมาแยกเขี้ยวคำรามใส่เขา เผยให้เห็นคมเขี้ยวอันดุร้ายน่าเกรงขามทันที
จี้ชวน: “…………”
ยุคสมัยนี้ แม้แต่หมายังรังเกียจเขาเลยหรอเนี่ย
เชี่ยเอ๊ย (凸(艹皿艹 ))
“น้องอันซู หรือว่าเพราะเธอช่วยชีวิตมันไว้ มันก็เลยกะจะพลีกายถวายชีวิตให้เธอหรอ?” จี้ชวนเอ่ยปากด้วยความหมั่นไส้
“ฉันเป็นเจ้านายมัน มันจะมาออดอ้อนคลอเคลียฉันก็เป็นเรื่องสมควรแล้วไม่ใช่หรือไง? มีอะไรแปลกตรงไหน”
“แต่พูดก็พูดเถอะ ปกตินายพูดจาแบบนี้ ไม่โดนคนดักตีหัวบ้างหรอ? ทำไมฟังดูประชดประชันชอบกล”
“...” จี้ชวน
เอาเถอะ เขายอมรับก็ได้ว่าเขากำลังอิจฉาตาร้อนสุดๆ
แล้วไงล่ะ
ชิ
“แล้วเธอจะเอายังไงกับมันต่อ?” จี้ชวนถาม
“หาร้านรักษาสัตว์ที่ใกล้ที่สุดแถวนี้ก่อน ให้หมอดูแผลให้มันหน่อย”
“พอแผลหายดีแล้ว ค่อยส่งมันไปลาดตระเวนที่สวนกับบนเขาที่บ้านฉัน”
“อ้อ จริงสิ ต้องตั้งชื่อให้มันด้วย แล้วก็แวะไปทำใบอนุญาตเลี้ยงสุนัขซะเลย”
ถึงแม้ว่ายุคสมัยนี้การเลี้ยงสุนัขในชนบทจะไม่ได้ถูกตรวจสอบเข้มงวดนัก และแทบจะไม่มีใครไปทำใบอนุญาตเลี้ยงสุนัขกันเลยก็ตาม
แต่หลินอันซูกลับรู้สึกว่า อย่างไรเสียเจ้าตูบตัวนี้ก็เป็นถึงสุนัขพันธุ์คันกัลจากตุรกี แถมรูปร่างยังใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้
ทำใบอนุญาตไว้สักหน่อยน่าจะอุ่นใจกว่า
และถ้าจะทำใบอนุญาตเลี้ยงสุนัข ก็ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนด้วย
สรุปก็คือ ยังไงก็ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์อยู่ดี
“อืม เธอรอบคอบดีนะ”
“คำถามก็คือ จะตั้งชื่อมันว่าอะไรดีล่ะ?”
“เอาเป็นว่า เรียกว่า ‘จอมโหด’ ดีไหม ดูหน้าตาดุดันของมันสิ ชื่อนี้แหละโคตรจะเหมาะกับมันเลย” จี้ชวนเสนอไอเดีย
“เรียกยากไป ไม่ค่อยติดปาก” หลินอันซูส่ายหน้า
“งั้น... ธานอส?”
“...” หลินอันซู
“เบย์แม็กซ์? วั่งไฉ? พี่เสือ? เจ้าชาย? พายุคลั่ง?” จี้ชวนพ่นชื่อออกมาเป็นชุด
“เอาเป็น เซี่ยวเทียนเฉวี่ยน ก็แล้วกัน!” จู่ๆ หลินอันซูก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
“เซี่ยวเทียนเฉวี่ยนบ้าบออะไรล่ะ ชื่อแบบนี้หมามันจะไปชอบได้ยังไง”
สิ้นเสียงของจี้ชวน เจ้าตูบที่หมอบอยู่ตรงหน้าหลินอันซูก็เห่ารับ ‘โฮ่ง’ ออกมาหนึ่งที ราวกับจะบอกว่าเห็นด้วยสุดๆ
“…………” จี้ชวน
เอาเถอะ พวกเธอสบายใจก็เอาที่สบายใจเลย
ไม่นานนัก จุดหมายปลายทางของรถตู้ก็เปลี่ยนจากการกลับบ้าน เป็นการมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุดแทน
เนื่องจากด้านหลังรถตู้ถูกอัดแน่นไปด้วยต้นกล้าที่เพิ่งซื้อมาจนเต็มพื้นที่
ดังนั้น จึงทำได้เพียงให้เซี่ยวเทียนเฉวี่ยนนอนทับอยู่บนตักของจี้ชวน ให้เขาคอยกอดมันเอาไว้
พอหลินอันซูเป็นคนออกคำสั่ง เซี่ยวเทียนเฉวี่ยนก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
มันนอนหลับตาพักผ่อนอยู่ในอ้อมกอดของจี้ชวนอย่างสงบเสงี่ยม
เล่นเอาจี้ชวนเริ่มสงสัยในสัจธรรมชีวิตอีกรอบ
ไอ้หมาตัวนี้ ชาติที่แล้วมันเคยรู้จักกับหลินอันซูมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย?
หรือว่ามันจะบรรลุธรรมกลายเป็นเซียนไปแล้ว ถึงได้รู้ว่าหลินอันซูเป็นคนช่วยชีวิตมันไว้ ก็เลยยอมให้ความร่วมมือดีขนาดนี้?
การเดินทางไปโรงพยาบาลสัตว์ใช้เวลาประมาณสามสิบนาที
หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจรักษา ทำแผล และจัดยาเสร็จสรรพ ก็กินเวลาไปอีกชั่วโมงครึ่ง
เมื่อพิจารณาว่าพรุ่งนี้เซี่ยวเทียนเฉวี่ยนยังต้องมารักษาและเปลี่ยนผ้าพันแผลอีก หลินอันซูจึงตัดสินใจฝากมันไว้ที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ไปก่อน
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงลูบหัวปลอบโยนเซี่ยวเทียนเฉวี่ยนอยู่นานสองนาน และแอบส่งพลังปราณให้มันอีกสายหนึ่งตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ตอนที่เดินออกจากโรงพยาบาลสัตว์ ทั้งสองคนก็หิวจนไส้กิ่ว หน้าท้องแทบจะติดกระดูกสันหลังอยู่แล้ว
เห็นแก่ที่จี้ชวนช่วยอุ้มหมามาตลอดทาง หลินอันซูจึงเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเขาหนึ่งมื้อ
เมนูคือเสี่ยวหลงเปากับเกี๊ยวน้ำ ตบท้ายด้วยสับปะรดหั่นชิ้นราคาชิ้นละสามหยวน
ระหว่างทางกลับ จี้ชวนก็บ่นกระปอดกระแปดไปพลาง แทะสับปะรดไปพลาง
“เสี่ยวหลงเปาที่กินเมื่อกี้ รสชาติงั้นๆ มากเลย สู้ฝีมือปู่เก้าไม่ได้สักนิด”
“เกี๊ยวน้ำก็พอกินได้”
“แต่สับปะรดนี่สิ... เปรี้ยวจี๊ดเลย เทียบกับแอปเปิลที่ฉันกินบ้านเธอไม่ได้เลยสักนิด”
หลินอันซูไม่ได้ซื้อสับปะรดให้จี้ชวนแค่คนเดียว แต่เธอซื้อเผื่อตัวเองด้วย
พูดก็พูดเถอะ สับปะรดที่ซื้อมามันเปรี้ยวจริงๆ นั่นแหละ
แต่ก็ยังมีกลิ่นหอมของสับปะรดอยู่บ้าง
ตอนแรกเธอตั้งใจจะซื้อสตรอว์เบอร์รีกลับไปสักตะกร้าด้วยซ้ำ
ฤดูกาลนี้ สตรอว์เบอร์รีก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย
ตะกร้าหนึ่งหนักประมาณสามจิน ราคาก็ตกอยู่ที่ 45 ถึง 50 หยวนเท่านั้น
ก่อนจะซื้อ เธอเลยลองชิมดูหนึ่งลูก
ถุยๆๆ...
สตรอว์เบอร์รีพวกนั้นสีแดงสดใส ลูกก็ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าพอกัดเข้าไป กลับไม่มีรสชาติของสตรอว์เบอร์รีเลยแม้แต่นิดเดียว
แถมยังเปรี้ยวฝาดอีกต่างหาก
แค่นี้ยังไม่พอ พ่อค้าขายสตรอว์เบอร์รียังมาโม้ให้เธอฟังอีกนะ ว่านี่คือสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ครีมอะไรสักอย่าง บลาๆๆ
พอหลินอันซูชิมเสร็จ เธอก็หันหลังเดินหนีทันที
ส่วนพ่อค้าจะมองค้อนหรือเบะปากใส่เธอ เธอก็ขี้เกียจจะสนใจ
สตรอว์เบอร์รีคุณภาพห่วยแตกแบบนี้ รสชาติก็ไม่อร่อย ซื้อกลับไปทำไมให้โง่ล่ะ?
เดี๋ยวก็โดนแม่ด่าเปิงพอดี
สู้ปลูกสตรอว์เบอร์รีกินเองไม่ดีกว่าหรอ?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว หลินอันซูก็ตบเข่าฉาด เห็นด้วยกับตัวเองทันที
เธอไม่ได้จะปลูกแค่สตรอว์เบอร์รีนะ อ้อยก็ต้องปลูกด้วย
แม่ของเธอชอบกิน
อืม แตงโมก็ต้องปลูกสักหน่อย
พอถึงหน้าร้อน พวกเธอจะได้มีแตงโมหวานๆ กินให้ชื่นใจ
อ้อ แล้วก็แตงไทยด้วย ทั้งแบบเปลือกขาวเปลือกเขียว ปลูกมันให้หมดเลย
เพิ่มลูกท้ออีกสักหน่อยดีไหม?
พ่อของเธอชอบกินลูกท้อนิ่มๆ หวานๆ ที่พอกัดปุ๊บน้ำก็ฉ่ำปั๊บ
พอลูกท้อสุกงอม แค่ลอกเปลือกออกแล้วกัดคำโตๆ ทั้งหวานทั้งหอม ฟินสุดๆ
ส่วนต้นท้อป่าบนเขานั้น ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายพันธุ์ของมันเอง หรือเป็นเพราะขาดการดูแลเอาใจใส่กันแน่
ไว้ค่อยให้ระบบ 888 ช่วยสแกนวิเคราะห์ดูอีกทีแล้วกัน
ถ้าเป็นเพราะขาดปุ๋ยขาดการดูแล ก็จัดการง่ายหน่อย
แค่รดน้ำ พรวนดิน ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ก็เรียบร้อย
แต่ถ้าเป็นปัญหาที่สายพันธุ์ ก็คงต้องหาวิธีเอากิ่งท้อพันธุ์ดีมาเสียบยอดซะแล้ว...
ตลอดทางกลับบ้าน หลินอันซูคิดอะไรเพลินๆ ไปมากมาย และจดจำรายละเอียดทั้งหมดเอาไว้ในใจอย่างเงียบๆ
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน เธอขับรถไปส่งจี้ชวนที่หน้าบ้านพัก เอ่ยคำขอบคุณตามมารยาท
จากนั้นก็เหยียบคันเร่งมิดไมล์ พุ่งตรงกลับบ้านทันที
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ภารกิจช่วงบ่ายของเธอก็คือการปลูกต้นไม้นั่นเอง
แต่ก่อนหน้านั้น เธอต้องไปให้อาหารปลาเสียก่อน