เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ไม่บอกพ่อหรอก

บทที่ 50 ไม่บอกพ่อหรอก

บทที่ 50 ไม่บอกพ่อหรอก


ตามที่ตำราได้กล่าวไว้ เพื่อให้ปลาที่เลี้ยงมีรสชาติอร่อยและรักษาระบบนิเวศให้สมดุล

ตอนที่หลินอันซูจ้างคนมาทำความสะอาดบ่อปลา เธอจึงไม่ลืมที่จะปลูกดอกบัวลงไปด้วย

แม้แต่ริมบ่อ เธอก็ยังเอาต้นกล้าหน่อไม้น้ำเจียวไป๋ที่ซื้อมาไปปลูกไว้

ตอนที่ปลูกหน่อไม้น้ำเจียวไป๋นั้น ให้อารมณ์เหมือนกำลังดำนาปลูกข้าวไม่มีผิด ต้องค่อยๆ ปักลงไปทีละต้นๆ

ระยะห่างระหว่างต้นก็ต้องไม่ชิดกันจนเกินไป ไม่อย่างนั้นพวกมันจะแย่งสารอาหารกันเอง ส่งผลให้ตอนที่โตเต็มที่ หน่อไม้น้ำจะมีขนาดเล็กลงและเจริญเติบโตช้า

ส่วนเรื่องอาหารปลานั้น เธอก็ได้เรียนรู้และสรุปเอาจากหนังสือและข้อมูลที่ระบบ 888 มอบให้

อาหารที่ใช้เลี้ยง ไม่ใช่อาหารปลาสำเร็จรูปที่ซื้อตามท้องตลาดทั่วไป

แต่เป็นอาหารที่ผสมขึ้นเองจากรำข้าวสาลี ปลาป่น รำละเอียด และกากถั่วเหลือง ในสัดส่วนที่เหมาะสม

อาหารปลาสูตรโฮมเมดนี้ อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน พลังงาน และแร่ธาตุต่างๆ อย่างครบถ้วน

ดีกว่าอาหารปลาสำเร็จรูปเป็นไหนๆ

แถมยังปราศจากสารเร่งโตหรือฮอร์โมนใดๆ ทั้งสิ้น

ก็แหงล่ะ จุดประสงค์หลักที่หลินอันซูเลี้ยงปลา ก็เพื่อเอาไว้กินเองนี่นา

หลังจากให้อาหารปลาเสร็จ เธอก็ไม่ลืมที่จะดีดพลังปราณสายเล็กๆ ลงไปในบ่อด้วยความเคยชิน

จากนั้น เธอก็ขับรถตู้บรรทุกต้นกล้าเตรียมตัวไปปลูกต้นไม้ต่อ

“พี่อันซูฮะ พี่จะไปทำงานอีกแล้วหรอฮะ?”

“พาผมไปด้วย พาผมไปด้วยฮะ ก่อนหน้านี้ตกลงกันไว้แล้วนี่นา ว่าผมจะช่วยพี่ทำงาน!”

สวี่อี้ที่ในมือถือลูกอมกบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา

“ที่บ้านเธอไม่ยุ่งแล้วหรอ?”

“ไม่ยุ่งแล้วฮะ ไม่ยุ่งแล้ว คุณแม่บอกว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องให้ผมช่วยงานฮะ”

“ผมว่างมากเลยฮะ!”

“งั้นเธอรอแป๊บนะ พี่ไปบอกแม่เธอหน่อย”

เมื่อหลินอันซูไปพบหลิวเหม่ยหลิง และบอกว่าเธอตั้งใจจะจ้างสวี่อี้มาช่วยปลูกต้นไม้ โดยให้ค่าแรงครึ่งวัน 90 หยวน หลิวเหม่ยหลิงก็ตอบตกลงด้วยความยินดีปรีดา

อย่าว่าแต่ให้เงินเลย ขอแค่หลินอันซูยอมพาสวี่อี้ไปเล่นด้วย ต่อให้สวี่อี้ต้องไปช่วยงานฟรีๆ เธอก็ยอม

ยังไงซะสวี่อี้ก็ว่างอยู่แล้ว แถมถ้าว่างเกินไป เขาก็มักจะมาป้วนเปี้ยนกวนใจตอนที่เธอกำลังทำงานอยู่เรื่อย

ตอนนี้มีหลินอันซูมารับช่วงต่อ หาเรื่องให้เขาทำ แถมยังให้ค่าขนมอีก เรื่องดีๆ แบบนี้ หลิวเหม่ยหลิงจะปฏิเสธลงได้ยังไง?

ด้วยเหตุนี้ หลินอันซูจึงได้ผู้ช่วยตัวน้อยมาหนึ่งอัตรา

เมื่อรวมกับแรงของพ่อหลิน ทั้งสามคนก็ใช้เวลาปลูกต้นไม้ไปเกือบวันครึ่ง ในที่สุดก็จัดการปลูกต้นกล้าที่ซื้อมาจนเสร็จเรียบร้อย

ตอนที่รดน้ำ หลินอันซูก็ไม่ลืมที่จะแอบผสมพลังปราณลงไปในน้ำด้วย

ก็ต้นกล้าเพิ่งจะลงดินนี่นา ต้องบำรุงให้รากแข็งแรงเสียหน่อย

ส่วนเรื่องที่เธอซื้อสุนัขมานั้น หลินอันซูก็เล่าให้คนในครอบครัวฟังระหว่างกินข้าว

เพียงแต่ เธอไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมด

ขืนบอกว่าซื้อหมามาในราคา 5,000 หยวน แม่ของเธอต้องบ่นว่าแพงหูฉี่แน่ๆ

ตอนที่บอกราคา เธอเลยโกหกไปว่าซื้อมาแค่ 1,200 หยวนเท่านั้น

ขนาดลดราคาลงมาตั้งเยอะ แม่หลินยังบ่นกระปอดกระแปดว่าเธอโดนหลอกฟันกำไรหรือเปล่า

แถมยังบอกอีกว่า ถ้าอยากเลี้ยงหมา ก็แค่ไปอุ้มหมาจรจัดในหมู่บ้านมาเลี้ยงก็สิ้นเรื่อง จะไปเสียเงินแพงๆ ทำไมให้โง่

หลินอันซูทำได้เพียงหัวเราะแหะๆ ไม่กล้าเถียงอะไรกลับไป

โชคดีที่พ่อหลินช่วยพูดแก้ต่างให้

“ซื้อมาแล้วก็แล้วไปเถอะ พอดีเลย บ้านเราก็กำลังต้องการหมามาช่วยเฝ้าบ้านอยู่พอดี”

“อันอันน่ะจิตใจดี เห็นหมาโดนทารุณก็เลยทนไม่ได้ ซื้อมาช่วยชีวิตมันไว้”

“ในเมื่อซื้อมาแล้ว พวกเราก็ต้องดูแลมันให้ดี ถือซะว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวก็แล้วกัน”

“ได้ยินมาว่า ถ้าเราดีกับหมา หมามันก็จะซื่อสัตย์และตอบแทนเจ้านายของมันนะ”

“ทำเป็นรู้ดีนักนะ! นั่งบื้ออยู่ทำไม รีบไปช่วยสร้างบ้านหมาสิ!”

แม่หลินค้อนขวับใส่พ่อหลิน ก่อนจะลุกขึ้นไปช่วยสร้างบ้านหมาด้วยอีกแรง

หลินอันซูอาศัยจังหวะนี้ ส่งข้อความวีแชทไปหาจี้ชวน กำชับว่าห้ามหลุดปากเรื่องราคาหมาเด็ดขาด

ไม่อย่างนั้น คราวหน้าจะไม่พาไปเที่ยวด้วยอีกแล้ว

จี้ชวนตอบกลับมาสั้นๆ ว่า: “...”

ใช่แล้ว เขาพูดไม่ออกเลยจริงๆ

เที่ยว?

หลินอันซูเคยพาเขาไปเที่ยวตอนไหนกัน?

คราวก่อนที่ออกไปด้วยกัน เขาต้องอุ้มเซี่ยวเทียนเฉวี่ยนมาตลอดทาง เล่นเอาเหนื่อยแทบขาดใจตายอยู่แล้วรู้ไหม?

อีกอย่าง คุณชายจี้อย่างเขาเป็นคนปากสว่างขนาดนั้นเลยหรอ?

แต่ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่า เขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆ!

นับตั้งแต่แม่ของจี้ชวนที่อยู่เมืองจิงตูได้รับใบชาที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนส่งมาให้ และลองชงดื่มดู เธอก็รู้สึกถูกใจเป็นอย่างมาก

เธอจึงนำชาป่ามูลค่า 6,666 หยวนนั้นไปชงให้พ่อของจี้ชวนดื่มด้วย

พ่อของจี้ชวนเองก็ชอบมากเช่นกัน

ทั้งสองคนปรึกษากันแล้วก็รู้สึกว่า ลูกชายของพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้จักซื้อใบชามาฝากคนในครอบครัวด้วย ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

ด้วยความใจอ่อน พวกเขาจึงดึงจี้ชวนกลับเข้ากลุ่ม ‘ครอบครัวสุขสันต์รักกันปานจะแหกเหงือก’ อีกครั้ง

แถมยังเอ่ยปากชมเขาในกลุ่มไปตั้งหลายประโยค

ตอนแรก พ่อของจี้ชวนไม่รู้หรอกว่าใบชานี้ราคา 6,666 หยวน รู้แค่ว่าเป็นชาป่าที่ลูกชายซื้อมาฝาก

แต่พอคุยกันไปคุยกันมาในกลุ่ม ก็ดันหลุดเรื่องราคา 6,666 หยวนออกมาจนได้

จี้ชวนยังอวดอ้างสรรพคุณอีกว่า ชาป่าราคา 6,666 หยวนเนี่ย เขาขายให้เพื่อนสนิทไปคนละชุดในราคาแค่ 666 หยวนเองนะ

พ่อของจี้ชวนฟังแล้วก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ

เขาจึงโทรศัพท์ไปหาเลขาฯ จาง เริ่มต้นด้วยการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามปกติ ก่อนจะแกล้งถามเรื่องชาป่าอย่างเนียนๆ

สุดท้ายก็โป๊ะแตก ความจริงเปิดเผยว่าราคาชาป่ามันแค่ 666 หยวน ไม่ใช่ 6,666 หยวนอย่างที่ลูกชายโม้ไว้

ทันทีที่วางสาย พ่อของจี้ชวนก็สวดยับด่าจี้ชวนเปิงไปชุดใหญ่ ก่อนจะเตะเขาออกจากกลุ่มแชทไปอีกรอบ

จี้ชวนที่ถูกเตะออกจากกลุ่มแชท: “???”

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

เขาก็ไม่ได้ไปหลอกลวงต้มตุ๋นใครสักหน่อยนี่นา?

ก็แค่คุยโวโอ้อวดราคาชาป่าให้มันดูแพงหูฉี่ขึ้นมานิดหน่อยเอง

แต่สุดท้ายแล้ว ราคาจริงมันเท่าไหร่ เขาก็ขายให้เพื่อนในราคานั้นเป๊ะๆ เลยนะ

ไม่ได้ฟันกำไรเพื่อนเลยสักแดงเดียว

แล้วทำไมเขาถึงโดนพ่อเตะออกจากกลุ่มอีกล่ะเนี่ย?

หงุดหงิดโว้ย

หลินอันซูไม่ได้รับรู้ถึงมหากาพย์ดราม่าในครอบครัวของจี้ชวนเลยสักนิด

ต่อให้รู้ เธอก็คงทำแค่หัวเราะหึๆ แล้วปล่อยผ่านไป

ตอนนี้เธอกำลังขับรถตู้ พาแม่หลินมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอ

วันนี้มีภารกิจต้องทำหลายอย่างเลยทีเดียว

ทั้งไปรับเซี่ยวเทียนเฉวี่ยนกลับบ้าน และทำใบอนุญาตเลี้ยงสุนัขให้มัน

ไปซื้อลูกไก่ลูกเป็ด

และถ้าเวลาเหลือ ก็ต้องแวะไปหมู่บ้านของคุณตาที่แม่หลินคุยตกลงไว้ เพื่อไปรับลูกหมูตัวน้อยกลับมาด้วย

“อันอัน จะว่าไป นั่งรถตู้มันก็รู้สึกต่างจากนั่งรถสามล้อจริงๆ ด้วยนะ”

“ดูๆ ไปแล้ว ลูกตัดสินใจซื้อรถตู้คันนี้มา ถือว่าคิดถูกจริงๆ”

ระหว่างที่รถตู้แล่นไปตามถนน แม่หลินก็เอ่ยชมเปาะ

“แม่คะ ว่างๆ แม่ก็ไปเรียนขับรถสอบใบขับขี่ดูสิคะ”

“รอให้กิจการหนูรุ่งเรืองเมื่อไหร่ หนูจะซื้อรถเก๋งให้บ้านเราสักคัน ถึงตอนนั้นถ้าแม่ว่างๆ ก็ขับออกไปเที่ยวได้สบายเลย”

“ไม่เอาๆ ไม่เรียนหรอก พ่อแกก็มีใบขับขี่อยู่แล้วนี่นา วันหลังถ้าแม่เกิดอยากไปเที่ยวไหน ก็แค่ให้พ่อแกขับรถพาไปก็สิ้นเรื่อง”

สำหรับเรื่องเรียนขับรถ แม่หลินยังคงมีท่าทีต่อต้านอยู่เล็กน้อย

“ทำไมล่ะคะแม่? แม่กลัวสอบไม่ผ่านหรอคะ?”

“ขนาดพ่อยังสอบผ่านเลย หนูว่าแม่ก็ต้องทำได้แน่ๆ ค่ะ”

“อีกอย่าง แม่จะเอาความหวังไปฝากไว้ที่พ่อคนเดียวไม่ได้นะคะ”

“เกิดวันไหนพ่อไม่ว่าง ลุงก็ไม่ว่างพอดี แล้วคุณตาคุณยายเกิดอยากไปเที่ยวเมืองอันเฉิงหรือที่ไหนสักที่ขึ้นมา แม่จะทำยังไงล่ะคะ?”

“จะพาท่านนั่งรถเมล์ต่อรถทัวร์ให้ลำบากหรอคะ?”

พอหลินอันซูยกเหตุผลนี้ขึ้นมาอ้าง แม่หลินก็เริ่มมีท่าทีลังเลขึ้นมาจริงๆ

“แม่ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ สอบใบขับขี่ง่ายจะตายไป”

“ภาคทฤษฎีแม่ก็แค่โหลดแอปมาฝึกทำข้อสอบในมือถือ เดี๋ยวพอกลับไปหนูจะโหลดแอปติวสอบใบขับขี่ให้แม่เอง”

“ส่วนภาคปฏิบัติก็แค่อาศัยฝึกซ้อมบ่อยๆ ก็พอแล้ว”

“หรือไม่งั้น แม่ก็แอบไปสอบเงียบๆ ไม่ต้องบอกพ่อก็ได้นะคะ”

“เวลาจะไปซ้อมขับรถ ก็อ้างว่ามีธุระต้องไปบ้านคุณตา”

“พอสอบใบขับขี่ผ่านปุ๊บ แม่ก็เอามาโชว์ให้พ่อดู รับรองว่าพ่อต้องช็อกตาตั้งแน่ๆ ค่ะ”

“ตกลง แม่จะสอบ!” ในที่สุดแม่หลินก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

จบบทที่ บทที่ 50 ไม่บอกพ่อหรอก

คัดลอกลิงก์แล้ว