- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 48 อยากจะกัดคนอีกหรือไง?
บทที่ 48 อยากจะกัดคนอีกหรือไง?
บทที่ 48 อยากจะกัดคนอีกหรือไง?
เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มนั้นดังสับสนวุ่นวายและเร่งรีบ ลมหายใจหอบกระเส่า สายตาแต่ละคู่กวาดมองค้นหาไปทั่วบริเวณ
เพียงไม่นาน สายตาของพวกเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของสุนัขพันธุ์คันกัลที่นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ไม่ไกลนัก
“ลูกพี่ ทางนั้น!”
“ไป!”
ตอนที่วิ่งผ่านหน้ารถตู้ของหลินอันซู พวกมันยังจงใจปรายตามองพวกเธอด้วยสายตาข่มขู่
จากนั้นก็เร่งฝีเท้าพุ่งตรงไปยังสุนัขคันกัลตัวนั้น แล้วตีวงล้อมมันเอาไว้ทันที
“หนีสิไอ้เดรัจฉาน ดูซิว่าแกจะหนีไปไหนรอด?”
สุนัขคันกัลพยายามจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงในกายจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น มันลุกไม่ขึ้น ทำได้เพียงนอนหมอบหอบแฮ่กๆ ลิ้นห้อยด้วยความเหนื่อยล้า
ทว่าแววตาของมันกลับยังคงดุดันและแข็งกร้าวไม่เปลี่ยน
“ลูกพี่ หรือจะตีให้ตายตรงนี้แล้วค่อยลากกลับไปดี?”
“ดูสภาพมันสิ ทำหน้าทำตาเหมือนอยากจะกินหัวคนอยู่แล้ว”
“เออ เอาสิ!”
เมื่อเห็นว่าพวกมันง้างอาวุธในมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงไป หลินอันซูที่ยืนดูอยู่ก็ทนเห็นภาพอันโหดร้ายนั้นไม่ไหว ร้องห้ามขึ้นมาทันที
“หยุดนะ!”
จี้ชวนเองก็เอ่ยปากด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด น้ำเสียงของเขาดังประสานขึ้นพร้อมกับหลินอันซูพอดิบพอดี
“อะไร? พวกแกมีปัญหาหรอ?”
“จะว่าไป สุนัขของฉันบาดเจ็บหนักขนาดนี้ คงไม่ได้ถูกพวกนายขับรถชนหรอกนะ?”
ชายผู้เป็นหัวหน้าปรายตามองทั้งสองคน แผ่กลิ่นอายความเป็นอันธพาลมาเฟียออกมาอย่างชัดเจน
“อะไรกัน? ฆ่าหมาไม่สำเร็จ ยังคิดจะมาตบทรัพย์พวกเราอีกหรอ?”
“ไม่รู้หรอว่ายุคนี้มันมีสิ่งที่เรียกว่ากล้องหน้ารถน่ะ?”
“รู้ไหมว่าถ้าพวกนายกุเรื่องตบทรัพย์ แล้วพวกฉันยื่นฟ้องขึ้นมา พวกนายจะต้องรับโทษหนักขนาดไหน หืม?”
จี้ชวนในเวลานี้แผ่กลิ่นอายความสูงส่งและเย็นชาออกมา น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็ฟังดูเฉื่อยชาไม่ยี่หระ
ทว่าท่าทีแบบนี้นี่แหละ ที่กลับทำให้พวกอันธพาลเกิดความลังเลขึ้นมาในชั่วขณะ
เพียงไม่นาน พวกมันก็ล้มเลิกความคิดที่จะเข้ามาหาเรื่องไถเงิน เปลี่ยนเป็นเอ่ยปากข่มขู่ด้วยน้ำเสียงดุดันแทน
“ไอ้หนู ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็พาผู้หญิงของแกไสหัวไปซะ อย่ามาแส่ไม่เข้าเรื่อง”
“นี่น้องสาวฉัน ผู้หญิงบ้าบออะไร? พูดจาให้มันดีๆ หน่อย”
“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ อย่ามาแส่เรื่องชาวบ้าน รีบไสหัวไปซะ”
“หมาตัวนั้นฉันขอซื้อ!”
“เท่าไหร่?” จู่ๆ หลินอันซูก็โพล่งขึ้นมา พร้อมกับก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังวงล้อมนั้น
อันที่จริงเธอจะปล่อยผ่านไม่สนใจก็ได้
แต่ถ้าเธอไม่ยื่นมือเข้าช่วย สุนัขตัวนี้ก็ต้องถูกพวกมันรุมตีจนตายด้วยอาวุธในมือแน่ๆ
เธอ... เธอทนดูไม่ได้จริงๆ
“เธอจะซื้อหรอ? ก็ได้ เอามาสามหมื่น” ชายผู้เป็นหัวหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง
“สามหมื่น? นี่แกปล้นกันชัดๆ เลยนี่?” หลินอันซูเลิกคิ้ว
“เงินแค่สามหมื่นยังไม่มีปัญญาจ่าย แล้วจะมาสะเออะขอซื้อ? ไปๆๆ ไสหัวไปไกลๆ เลย”
“ถ้าพวกนายตีมันจนตาย พวกนายก็ไม่ได้เงินสักแดงเดียวนะ”
“แต่ถ้าขายให้ฉัน อย่างน้อยก็ยังได้กำไร”
“ฉันให้ห้าพัน ลองเก็บไปคิดดูแล้วกัน”
“ถ้าไม่ได้ก็ช่างมัน”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงลังเล หลินอันซูก็ทำท่าจะหันหลังเดินกลับ
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน ที่พูดเมื่อกี้เอาจริงดิ?”
“เธอจะยอมจ่ายห้าพันเพื่อซื้อไอ้ตัวนี้จริงๆ หรอ?”
“ถ้าพวกนายคิดว่ามันแพงไป งั้นลดเหลือสามพันก็ได้นะ” หลินอันซูเริ่มต่อราคา
“ตกลง ห้าพันก็ห้าพัน จ่ายเงินมา แล้วหมาตัวนี้ก็เป็นของเธอ”
“เดี๋ยวก่อน ก่อนจะจ่ายเงิน ฉันต้องมั่นใจก่อนนะว่าหมาตัวนี้เป็นของพวกนายจริงๆ”
“ไม่อย่างนั้น ถ้าฉันเพิ่งจ่ายเงินซื้อหมากลับไป แล้วจู่ๆ ก็มีคนอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของมาทวงหมาคืนถึงบ้าน ฉันจะทำยังไง?” หลินอันซูถามกลับ
“จะมาทวงอะไรล่ะ? เจ้าของมันเป็นคนโยนมันทิ้งมาให้เองแหละ บอกให้ฆ่าเอาเนื้อไปกินซะ”
“เจ้าของแบบนี้ยังจะกลับมาตามหามันอีกหรอ? ตลกน่า”
ไม่นาน หลินอันซูก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของชายคนนั้น
คนกลุ่มนี้เป็นคนงานจากโรงฆ่าสัตว์แถวๆ นี้
เมื่อวานนี้ มีเสี่ยพุงพลุ้ยใส่สร้อยทองเส้นโตนาฬิกาทองฝังเพชร ขับรถบรรทุกหมาตัวนี้มาด้วยท่าทีโกรธจัด สั่งให้พวกเขาสับมันเป็นชิ้นๆ เพื่อเอาเนื้อไปกิน
เสี่ยคนนั้นบอกว่า หมาตัวนี้เป็นของหายากที่เขาเสียเงินไปตั้งเยอะเพื่อซื้อต่อมาจากเจ้าของคนเก่า
เจ้าของคนเก่าบ้านล้มละลาย ไม่มีปัญญาเลี้ยงหมาที่กินจุเดือนละเป็นหมื่นหยวนได้อีกต่อไป จึงจำใจต้องขายทิ้ง
ลำพังแค่ค่าตัวหมาก็ปาเข้าไปห้าหมื่นหยวนแล้ว
ยังไม่รวมค่าอาหารเกรดพรีเมียม และบ้านหมาสุดหรูที่เขาสร้างให้อีก
แม้แต่ชามข้าวหมาก็ยังทำมาจากทองคำแท้
แต่ผลปรากฏว่า หมาที่ซื้อมาด้วยราคาแพงลิ่วตัวนี้กลับไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเลยสักนิด แถมยังชอบหนีออกจากบ้านอยู่บ่อยๆ ทำตัวเหมือนพวกเนรคุณไม่มีผิด
เขาหงุดหงิดใจมาก ก็เลยลงมือสั่งสอนมัน
แต่สุดท้ายกลับโดนมันกระโจนใส่และกัดจนได้รับบาดเจ็บ
แม้แต่ลูกของเขาก็ยังฟ้องว่า ตอนที่เขาไม่อยู่บ้าน หมาตัวนี้ก็พยายามจะกระโจนเข้ามากัดเหมือนกัน
พอเจ้าของได้ยินแบบนั้นก็ของขึ้นทันที
เขาอุตส่าห์หวังดีรับเลี้ยงมัน ให้อาหาร ให้ที่ซุกหัวนอน
แต่สุดท้ายมันกลับตอบแทนเขาแบบนี้เนี่ยนะ?
ไม่ได้การล่ะ หมาตัวนี้เลี้ยงไว้ไม่ได้แล้ว
แต่ครั้นจะเอาไปขายต่อ ก็ไม่มีใครยอมซื้อในเวลาอันสั้น
ได้ยินมาว่าเนื้อหมาก็รสชาติอร่อยดีเหมือนกัน
ด้วยความโมโหจัด เจ้าของจึงลากมันมาที่โรงฆ่าสัตว์ สั่งให้ฆ่ามันทิ้งเพื่อเอาเนื้อไปกินซะเลย
แต่ผลก็คือ หมาตัวนี้ดันหนีรอดออกมาได้
และบังเอิญมาเจอกับพวกหลินอันซูเข้าพอดิบพอดี
“หมายความว่า แผลบนตัวมัน ส่วนใหญ่ก็เป็นฝีมือของเจ้าของคนเก่าสินะ?” หลินอันซูถาม
“ก็ใช่น่ะสิ!”
“ตอนที่ส่งมาถึงโรงฆ่าสัตว์ มันก็โดนตีจนสะบักสะบอมไปทั้งตัวแล้ว ดูทรงเหมือนใกล้จะตายเต็มที”
“ใครจะไปรู้ล่ะว่าเผลอแป๊บเดียว มันจะลุกขึ้นมาวิ่งหนีหน้าตั้งไปได้”
“เล่นเอาพวกเราวิ่งตามกันหอบซี่โครงบานเลย”
“ถ้าเธออยากจะซื้อจริงๆ ก็รีบจ่ายเงินมา”
“ส่วนซื้อไปแล้วมันจะอยู่หรือตาย ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของมันแล้วกัน”
“แล้วใบอนุญาตเลี้ยงสุนัขของมันล่ะ มีไหม?” หลินอันซูถามอีกประโยค
“ใบอนุญาตอะไรล่ะ? โดนเผาทิ้งไปตั้งนานแล้ว”
“อืม ตกลง อลิเพย์หรือวีแชทล่ะ ฉันจะสแกนจ่าย” หลินอันซูตัดสินใจได้แล้ว
หลังสิ้นเสียงสัญญาณแจ้งเตือน เงินจำนวนห้าพันหยวนที่หลินอันซูโอนไปก็เข้าบัญชีของชายคนนั้นเรียบร้อย
เมื่อได้เงินแล้ว พวกมันก็เก็บอาวุธในมือ หันหลังเตรียมตัวจะจากไป
หลินอันซูถือโอกาสนี้ขยับเข้าไปใกล้ หวังจะเอื้อมมือไปลูบหัวมัน
ทว่ามือของเธอยังไม่ทันจะได้แตะลงไป สุนัขคันกัลก็แยกเขี้ยวคำราม ทำท่าจะพุ่งเข้ามากัดเธอด้วยความดุร้าย
“ไอ้เดรัจฉาน อยากจะกัดคนอีกหรือไง?” ชายที่เพิ่งรับเงินไปหมาดๆ ง้างท่อเหล็กในมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงมา
หลินอันซูตกใจมาก สัญชาตญาณสั่งให้เธอยื่นมือออกไปรับท่อเหล็กนั้นเอาไว้
แล้วจากนั้น... ท่อเหล็กเส้นนั้นก็บิดเบี้ยวผิดรูปคามือของเธอไปอย่างง่ายดาย
“???” ชายคนนั้น
“!!!” จี้ชวนที่ยืนอยู่ข้างๆ
เชี่ยเอ๊ย นี่แกเรียกสิ่งนี้ว่าแค่แรงเยอะหรอ?
นี่มันโคตรของโคตรแรงเยอะเลยต่างหาก!
นั่นมันไม่ใช่ของเล่นง้องแง้งนะ แต่มันคือท่อเหล็ก ท่อเหล็กเลยนะเว้ย!
“ยังไงซะ ตอนนี้มันก็ถือว่าเป็นหมาของฉันแล้ว”
“นายมาตีมันต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้ มันคงไม่ค่อยเหมาะมั้ง?” หลินอันซูเอ่ยขึ้น
“ไม่เห็นหรอว่ามันกำลังจะกัดเธอน่ะ? ฉันกำลังช่วยเธออยู่นะเว้ย!”
“แม่งเอ๊ย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ”
“ไปๆๆ ขี้เกียจยุ่งกับเธอแล้ว อยากทำอะไรก็เชิญตามสบายเลย” ชายคนนั้นพูดจบ ก็พาลูกน้องคนอื่นๆ เดินจากไป
ระหว่างที่เดินไป เขาก็ไม่ลืมที่จะยกท่อเหล็กในมือขึ้นมาลองออกแรงดัดดู
อืม... ไม่ขยับเลยสักนิด
แถมมือยังเจ็บแปลบเพราะออกแรงมากเกินไปอีกต่างหาก
เขาเลยสงสัยสุดๆ ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้ทำยังไงถึงบิดท่อเหล็กในมือเขาจนงอได้ขนาดนั้น?
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ