- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 44 หลินอันอวี่
บทที่ 44 หลินอันอวี่
บทที่ 44 หลินอันอวี่
“คุณอาเกรงใจไปแล้วครับ เรื่องแค่นี้เอง” จี้ชวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางพยุงขาที่ยังกะเผลกของตัวเอง
“มาๆ คุณจี้ชวน ขาคุณไม่ค่อยสะดวก เดี๋ยวผมช่วยพยุงขึ้นรถนะ”
“คุณอา เรียกผมว่าจี้ชวนหรือเสี่ยวจี้ก็ได้ครับ”
หลังจากถูกพ่อหลินพยุงขึ้นไปนั่งที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้าอย่างกระตือรือร้น จี้ชวนหันไปเห็นหลินอันซูที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับกำลังคาดเข็มขัดนิรภัย
“เธอขับรถเป็นด้วยหรอ?”
“เป็นสิคะ นั่งดีๆ ล่ะ ตอนนี้จะไปจัดการเรื่องทะเบียนรถก่อน”
“อ้าว แล้วคุณอาหลินล่ะ?”
“พ่อบอกว่าจะขับรถสามล้อเครื่องกลับไปก่อนน่ะค่ะ งานที่บ้านยังต้องมีคนคอยคุมอยู่”
“อ้อ คุณอาหลินนี่งานยุ่งจริงๆ เลยนะ”
“อืมฮึ หลังจากจัดการเรื่องทะเบียนเสร็จ ฉันจะไปหาคนถอดเบาะหลังออก จะได้มีพื้นที่ไว้ขนของเยอะๆ”
“เข้าท่าดีนะ!”
การจัดการเรื่องทะเบียนและถอดเบาะรถใช้เวลาไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง กว่าหลินอันซูจะขับรถมาถึงตลาดสดที่เธอเคยมาขายผัก ก็เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว
เธอส่งชาผูกงอิงที่ติดรถมาให้พ่อของฉีฉีและลูกค้าคนอื่นๆ ที่มารออยู่ หลังจากรับเงินเรียบร้อย หลินอันซูก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมปลายประจำอำเภอ
จี้ชวนที่นั่งเล่นเกมอาโอวีอยู่ที่เบาะข้างคนขับถามขึ้นลอยๆ ว่า “น้องอันซู ผักป่าบ้านเธอรสชาติมันดีขนาดนั้นเลยหรอ? ทำไมใครๆ ก็ถามถึงกันจัง”
“หน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิบ้านฉันอร่อยไหมล่ะคะ?” หลินอันซูถามกลับ
“อืม อร่อยมาก!” จี้ชวนพยักหน้าพลางทำท่าเหมือนยังติดใจรสชาติไม่หาย
“รสชาติและคุณภาพของผักป่าก็ไม่ด้อยไปกว่าหน่อไม้นั่นหรอกค่ะ”
พอได้ยินแบบนั้น จี้ชวนก็รู้สึกอยากกินผักป่าขึ้นมาทันที “งั้นเย็นนี้พี่ขอไปเนียนกินข้าวที่บ้านเธอได้ไหม? พี่ไม่เลือกกินหรอก กินแค่ผักป่าก็ได้”
“ตอนนี้ผักป่ามันแก่หมดแล้วค่ะ อยากกินก็รอปีหน้าเถอะ”
“อ้าว...” จี้ชวนพยักหน้าด้วยสีหน้าเสียดายสุดขีด รู้สึกเหมือนพลาดโอกาสทองไปมหาศาล!
ในตอนนั้นเอง เสียงจากเกมในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
‘Our tower has been destroyed...’
จี้ชวนไม่มีเวลามานั่งเสียดายอีกต่อไป เขาต้องรีบดึงสมาธิกลับมาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์แทน เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียนมัธยมปลายประจำอำเภอ หลินอันซูก็โทรหาหลินอันอวี่น้องชายแท้ๆ ของเธอเพื่อให้เขาออกมารับของ
ผ่านไปสิบนาที หลินอันอวี่ถึงได้วิ่งกระหืดกระหอบออกมา
“พี่รอง ทำไมเป็นพี่ล่ะ? ได้ยินแม่บอกในโทรศัพท์ว่าพี่ลาออกมาทำไร่ทำนาที่บ้านแล้ว เรื่องจริงหรอเนี่ย?”
“จริงสิ!” หลินอันซูพยักหน้า
“สมองพี่พังไปแล้วหรอ? อุตส่าห์สอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองอันเฉิงได้ทั้งที แต่อยู่ได้ไม่ถึงสองปีก็กลับมาทำนาเนี่ยนะ”
“ถ้ารู้แบบนี้ จะเรียนมหาวิทยาลัยไปเพื่ออะไรกัน”
พอพูดจบ หลินอันอวี่ก็โดนเขกหัวไปหนึ่งที “โอ๊ย เจ็บนะพี่รอง พี่ตีผมทำไมเนี่ย? ไม่กลัวผมสมองเสื่อมหรือไง”
หลินอันอวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งพลางลูบหัวตัวเองปอยๆ พี่สาวเขาเป็นอะไรไปเนี่ย? เกลียดเขาขนาดนั้นเลยหรอ? ทำไมถึงได้ลงมือหนักขนาดนี้
“ถ้าไม่เรียนหนังสือ จะไปรู้วิธีทำเกษตรแบบใช้เทคโนโลยีได้ยังไง?”
“แกน่ะเป็นแค่เด็กมัธยมปลาย มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน? ตั้งใจเรียนไปเถอะ ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยไม่ได้ล่ะก็ คอยดูเถอะว่าพ่อกับแม่จะจัดการแกยังไง” หลินอันซูเอ่ยขู่
“เหอะ ทำนาก็คือทำนา จะมาอ้างเทคโนโลยีอะไรกัน”
หลินอันอวี่ที่กำลังจะกลอกตาใส่พี่สาว บังเอิญเหลือบไปเห็นจี้ชวนที่นั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับเข้าพอดี เขาจึงเริ่มขยิบตาให้หลินอันซูอย่างมีเลศนัย
“เอ๊ะ พี่รอง นั่นใครน่ะ? หล่อไม่เบาเลยนะเนี่ย~”
“นั่นลูกพี่ลูกน้องของเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านเรา เขามาช่วยพ่อกับพี่ดูรถน่ะ”
“ซื้อรถแล้วหรอ? ไอ้รถตู้นี่น่ะนะ? เดี๋ยววันหยุดผมกลับบ้าน พี่ต้องให้ผมลองขับเล่นบ้างนะ!”
“แกยังไม่มีใบขับขี่เลย จะมาขับเล่นอะไร? ไว้มีเวลาค่อยไปสอบใบขับขี่ให้ได้ก่อนเถอะ”
“อ้อ ครับๆ” หลินอันอวี่ตอบรับส่งๆ “แล้วพ่อล่ะ? ทำไมไม่เห็นเลย?”
“พ่อกลับไปก่อนแล้วล่ะ นี่แม่ให้พี่เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนกับของกินมาให้แก”
“ข้างในมีใบชาอยู่ด้วยนะ ถ้าตอนเรียนภาคค่ำแล้วรู้สึกง่วง ก็ชงดื่มซะล่ะ”
ใบชานั่นคือชาเจิ้งซานเสี่ยวจงที่ผ่านการบำรุงด้วยพลังปราณมาแล้ว มีอยู่แค่นิดหน่อยประมาณสามสี่ตำลึง
เดิมทีมีอยู่หนึ่งจิน หลังจากแบ่งให้ปู่เก้าไปครึ่งจิน หลินอันซูก็ชงให้พ่อหลิน แม่หลิน และคุณย่าหลินดื่มไปหลายรอบ ที่เหลือเธอก็เลยเอามาให้หลินอันอวี่จนหมด ตอนนี้ที่บ้านไม่มีเหลือแล้ว แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยซื้อใหม่แล้วแอบใส่พลังปราณลงไปก็ได้
“พี่รอง ทำไมพี่เอาซาลาเปามาให้ผมด้วยล่ะ? ผมไม่เอาหรอก ที่โรงอาหารก็มีขาย”
“แล้วไอ้ใบชานี่อีก พี่ไม่กลัวผมดื่มแล้วตอนกลางคืนจะนอนไม่หลับหรือไง” หลินอันอวี่บ่นกระปอดกระแปด
“เลิกบ่นแล้วเอาไปเถอะน่า! ซาลาเปานั่นปู่เก้าเป็นคนทำ อร่อยมากนะ ถ้าไม่กินแล้วจะเสียใจ อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนล่ะ ส่วนใบชานั่น ดื่มแล้วจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ลองดูเถอะ”
“โอเคๆ ก็ได้ครับ” หลินอันอวี่พยักหน้า ก่อนจะกระซิบถามเบาๆ “พี่รอง คนที่นั่งอยู่ในรถนั่นไม่ใช่แฟนพี่จริงๆ หรอ? หล่อขนาดนั้น พี่ไม่รู้สึกอะไรกับเขาบ้างเลยหรอ?”
“อะไรของแก? พี่ได้ยินพ่อแม่บอกว่า สอบคราวก่อนแกได้ลำดับที่หกร้อยของโรงเรียนหรอ?”
“ถ้าจำไม่ผิด รุ่นแกมีนักเรียนทั้งหมดแค่เจ็ดแปดร้อยคนเองไม่ใช่หรอ?”
“หลินอันอวี่ แกก็ไม่ใช่คนหัวขี้เลื่อยนะ ทำไมผลการเรียนถึงได้แย่ขนาดนี้? วันๆ แกทำอะไรอยู่เนี่ย?”
“ไปแล้วๆ พี่รอง ผมต้องไปเข้าเรียนภาคค่ำแล้ว ไม่คุยด้วยแล้วนะ บ๊ายบาย”
หลินอันอวี่รีบโกยแน่บทันที เขาวิ่งรวดเดียวมาถึงใต้ตึกหอพักถึงได้หยุดพักหายใจ
โธ่เอ๊ย พี่สาวเขานี่น่ารำคาญจริงๆ ดันมาถามเรื่องคะแนนสอบซะได้ เรียนหนังสือนี่มันน่าเบื่อจะตายไป เขาอยากจะเล่นเกมแล้วไปเป็นเกมเมอร์ระดับเทพมากกว่า เมื่อกลับถึงห้องพัก หลินอันอวี่ก็โยนของที่ได้มาลงบนเตียงแล้วนั่งลง
“มาๆ ลุยกันต่อ ตาหน้าฉันต้องแบกทีมให้ได้!”
“ลุยอะไรล่ะ? หิวจะตายอยู่แล้ว ไม่เล่นแล้ว ไปกินข้าวที่โรงอาหารกันเถอะ!” เสี่ยวพั่ง เพื่อนร่วมห้องร่างท้วมวางโทรศัพท์ลงแล้วปีนลงมาจากเตียงชั้นสอง
“จะไปกินทำไม? ฉันมีซาลาเปาอยู่เนี่ย แกกินรองท้องไปก่อนสิ เดี๋ยวจบอีกตานึง ฉันจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพานเอง เป็นไง?”
“ตกลง!” เสี่ยวพั่งพยักหน้าพลางหยิบซาลาเปาเข้าปากทันที
“เอ๊ะ? ซาลาเปานี่มาจากไหนเนี่ย อร่อยโคตรๆ เลย” เสี่ยวพั่งอุทานออกมาหลังจากกัดไปคำแรก
“พี่รองฉันเอามาให้น่ะ ถ้าชอบก็กินเยอะๆ เลย” หลินอันอวี่บอกอย่างไม่ใส่ใจ
“เพื่อนรัก แกนี่มันพึ่งพาได้จริงๆ!” เสี่ยวพั่งเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมดลูกแล้วก็หยิบลูกที่สองมาแทะต่อ
“ไอ้อ้วน กินอะไรอยู่น่ะ?” เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาถามขึ้น
“ซาลาเปาที่พี่สาวอันอวี่เอามาให้ อร่อยสุดๆ ไปเลยล่ะ”
“จริงหรอ? อันอวี่ ขอฉันลูกนึงสิ”
“ฉันด้วย!”
“ได้ๆ หยิบไปกินกันตามสบายเลย!” หลินอันอวี่บอกอย่างใจกว้าง
เพียงไม่กี่นาที ซาลาเปาสิบลูกที่หลินอันซูเอามาให้ก็เหลืออยู่แค่ลูกเดียว
“เสี่ยววี่ เหลือลูกสุดท้ายแล้วนะ แกจะกินไหม?” เสี่ยวพั่งจ้องซาลาเปาลูกสุดท้ายพลางกลืนน้ำลาย
“แบ่งให้ฉันครึ่งนึง ที่เหลือแกเอาไปกินเถอะ”
เสี่ยวพั่งรีบหยิบซาลาเปาลูกนั้นมาบิออก เขาใช้เวลาคิดอยู่สามวินาที ก่อนจะส่งซีกที่ใหญ่กว่านิดหน่อยให้หลินอันอวี่ด้วยความเสียดายสุดซึ้ง ส่วนครึ่งที่อยู่ในมือเขาน่ะหรอ โดนยัดเข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว
หลินอันอวี่รับซาลาเปาครึ่งลูกนั้นเข้าปากไป แล้วเขาก็ต้องเบิกตาโพลง
“เชี่ย... ซาลาเปานี่ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้วะ?”
“เอ๊ะ? ซาลาเปาฉันล่ะ? หมดแล้วหรอ?”
“อ๊ากกกก พวกแกมันพวกสัตว์ป่าชัดๆ เกินไปแล้วนะโว้ยยยย!”