เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว

บทที่ 29 ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว

บทที่ 29 ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว


“เรื่องยุ่งก็ส่วนหนึ่งนะ แต่อย่าลืมล่ะว่าสิ่งที่ลูกกำลังจะทำต่อจากนี้ ทุกอย่างล้วนแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น”

“...” หลินอันซู

ขอบคุณนะคะคุณพ่อ เตือนได้ตรงจุดจริงๆ เลยค่ะ!

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จและกลับเข้าห้องนอน หลินอันซูก็เริ่มลงมือทำบัญชีทันที

เธอขายผักป่ามาได้ประมาณสี่วันแล้ว รวมรายได้ทั้งหมดคือ 3,568 หยวน เมื่อหักค่าซื้อผึ้งในวันนี้ออกไป ก็จะเหลือเงินอยู่ 2,248 หยวน

เงินเก็บเดิมที่เธอมีคือ 64,432.9 หยวน เมื่อหักค่าเช่าที่ดินของลุงใหญ่อีก 4,800 หยวน สรุปแล้วตอนนี้เธอมีเงินคงเหลือในบัญชีทั้งหมด 61,880.9 หยวน

แน่นอนว่านี่ยังไม่รวมค่าแรงที่ต้องจ่ายให้คนงานทั้งเก้าคนในวันพรุ่งนี้ด้วย ตามกำหนดการแล้ว พรุ่งนี้ช่วงเที่ยงที่ดินทั้งห้าหมู่ก็น่าจะจัดการเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเงินที่ต้องจ่ายคือ 2,430 หยวน

นั่นหมายความว่า เธอจะมีเงินเหลือจริงๆ ประมาณ 59,450.9 หยวน

และนี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น วันข้างหน้ายังมีเรื่องให้ต้องควักกระเป๋าอีกเพียบ ทั้งค่าจ้างคนมาล้างบ่อปลา ค่าจ้างคนมาจัดการที่ดินแปดหมู่ที่เพิ่งเช่ามาใหม่...

ช่างเถอะๆ เลิกคิดเรื่องฟุ้งซ่านพวกนี้ก่อนดีกว่า เธอควรจะวางแผนงานให้ดีเพื่อไม่ให้ชีวิตในช่วงต่อจากนี้ต้องวุ่นวายจนเกินไป

เมล็ดพันธุ์ผักพวกนี้ต้องเริ่มเพาะกล้าได้แล้ว อืม คืนนี้แหละต้องเริ่มลงมือ พอพรุ่งนี้คนงานลงปุ๋ยเสร็จ เธอก็จะได้เริ่มปลูกผักได้ทันที

ส่วนนาข้าวสามหมู่นั่น แน่นอนว่าต้องปลูกข้าวเจ้า และเธอตั้งใจจะเลี้ยงเป็ดกับปลาในนาข้าวไปพร้อมกันด้วย หรือที่สมัยนี้เรียกกันว่า ‘เกษตรผสมผสานนาข้าว-ปลา-เป็ด’ ซึ่งถ้าจะทำแบบนั้น ก็ต้องมีการปรับปรุงพื้นที่นาให้ได้มาตรฐานเสียก่อน

ส่วนที่ดินอีกห้าหมู่ที่เหลือ คงไม่ต้องจัดการอะไรมากนัก เพราะที่ดินของลุงใหญ่เพิ่งจะหยุดทำกินไปเมื่อปีที่แล้ว สภาพดินจึงยังไม่เสื่อมโทรม แถมเมื่อก่อนลุงใหญ่ยังดูแลที่ดินผืนนี้อย่างทะนุถนอมมากด้วย พื้นที่ตรงนั้นเธอจะใช้ปลูกผักสลับกับผลไม้ โดยตั้งใจจะแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนชัดเจน

ส่วนภูเขาของบ้านเธอ เธอก็ไปสำรวจมาแล้วและฟังข้อมูลจากพ่อมาบ้าง บนเขานอกจากจะมีต้นโอ๊กสายพันธุ์หม่าลี่แล้ว ยังมีต้นท้อป่าและต้นพลัมอยู่อีกเพียบ รวมถึงต้นวอลนัทอีกหลายสิบต้นด้วย

เพียงแต่ลูกท้อป่ากับลูกพลัมบนเขานั้นทั้งเปรี้ยวทั้งฝาดจนกินไม่ได้เลย เพราะที่ผ่านมาพ่อกับแม่แค่ลำพังดูแลสวนผลไม้ในไร่ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว เลยไม่มีเวลาขึ้นไปจัดการผลไม้ป่าพวกนั้น

แต่สำหรับหลินอันซูแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

ต้นโอ๊กหม่าลี่น่ะเป็นของดี เมล็ดของมันเอาไปหมักเหล้าหรือทำเป็นอาหารสัตว์ได้ ส่วนน้ำมันก็เอาไปทำสบู่ได้ด้วย แถมเนื้อไม้ถ้าเอามาตัดเป็นท่อนๆ ก็ยังใช้เพาะเห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ และเห็ดหูหนูขาวได้อีก

ส่วนพวกต้นไม้ผลพวกนั้น เธอก็สามารถนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ได้...

ไว้ถึงตอนนั้น เธอจะจ้างคนมาล้อมตาข่ายรอบภูเขาของบ้านเธอ เพื่อที่จะได้เลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ ได้อย่างสบายใจ

อ้อ จริงด้วย ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของสวนผักด้วย

ถึงแม้จะเป็นหมู่บ้านเดียวกัน แต่ใจคนเรามันยากแท้หยั่งถึง เกิดวันดีคืนดีมีคนเห็นว่าผักเธอสวยแล้วแอบมาขโมยตอนกลางคืนจะทำยังไงล่ะ?

...

หลินอันซูนึกอะไรออกเธอก็รีบจดลงในกระดาษทันที จนกระทั่งนึกไม่ออกแล้วนั่นแหละถึงได้วางปากกาลง แล้วเริ่มตรวจสอบเมล็ดพันธุ์

เมล็ดพันธุ์ที่ระบบมอบให้คือเมล็ดพันธุ์ผักเกรดพรีเมียม ซึ่งคุณภาพนั้นไม่ต้องพูดถึง มีผักหลากหลายชนิด ชนิดละห้าซอง ตอนแรกเธอนึกว่าซองหนึ่งจะมีเมล็ดอยู่แค่นิดเดียวเหมือนที่ซื้อตามท้องตลาดทั่วไป แต่พอเธอกดดึงเมล็ดพันธุ์ออกมาจากระบบ เธอก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

ให้ตายเถอะ 888 ไม่ได้บอกเธอเลยนะว่าเมล็ดพันธุ์ที่ระบบส่งมาให้เนี่ย ซองหนึ่งมันหนักตั้งหนึ่งกิโลกรัม! เธอเคยศึกษามาว่าการปลูกผักกาดขาวหนึ่งหมู่ ใช้เมล็ดพันธุ์แค่สามร้อยกรัมก็พอแล้ว สรุปคือเมล็ดพันธุ์พวกนี้เธอใช้ได้อีกนานแสนนานเลยล่ะ

หลังจากหายตกใจ หลินอันซูก็เริ่มลงมือทำงานทันที เมล็ดพริก เมล็ดมะเขือยาว และเมล็ดถั่วฝักยาว พวกนี้ต้องเอามาแช่น้ำทิ้งไว้ก่อน เธอจึงไปหาภาชนะหลายๆ ใบมาใส่เมล็ดพันธุ์ตามสัดส่วนที่คำนวณไว้เพื่อเริ่มการแช่เมล็ด

กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าสี่สิบนาที เธอเก็บเมล็ดพันธุ์ที่เหลือเข้าสู่คลังสินค้าของระบบตามเดิม ส่วนตัวเองก็เริ่มออกกำลังกายเต้นลดไขมันต่อ

ในระหว่างที่เต้นอยู่นั้น เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า จริงๆ แล้วเธอก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพลังปราณนี่นา ทำไมต้องมาทำตามขั้นตอนปกติให้ยุ่งยากขนาดนี้ด้วยล่ะ ใช้พลังปราณจัดการก็น่าจะจบเรื่องแล้วไม่ใช่หรอ

แต่ไม่นานนัก หลินอันซูก็กล่อมตัวเองได้สำเร็จ เรื่องบำเพ็ญเพียรอะไรนี่ไม่ควรเปิดเผยให้ใครรู้จะดีกว่า เพราะฉะนั้น ขั้นตอนการแช่เมล็ดก็ต้องทำต่อไป การปลูกผักก็ต้องทำอย่างตั้งใจและจริงจัง ต่อให้เธอจะใช้พลังปราณช่วยเลี้ยงผัก เธอก็ต้องทำแบบเนียนๆ ไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้

หลังจากวุ่นวายกับกิจวัตรต่างๆ จนเสร็จสิ้น เวลาก็ปาเข้าไปสามทุ่มครึ่งแล้ว ในที่สุดหลินอันซูก็มีเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเสียที

พอเปิดวีแชทขึ้นมา เธอก็ต้องแปลกใจ...

ทำไมวันนี้มีคนแอดเธอมาเยอะจังเลยล่ะ?

พอดูชื่อเล่นแต่ละคนอย่าง ‘ชิงเหอ’, ‘บุปผาผลิบานรับไออุ่น’, ‘เมฆาจางลมโชย’ อะไรพวกนี้ หลินอันซูก็พอจะเดาได้ว่า... คนพวกนี้ต้องเป็นคนที่พวกคุณลุงคุณป้าขาประจำแนะนำมาแน่ๆ เลย เพราะชื่อวีแชทนี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆ

แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะจำนวนคนในกลุ่มขายผักของเธอหยุดนิ่งอยู่ที่ 37 คนมาตั้งนานแล้ว พอนึกได้แบบนั้น หลินอันซูจึงเปิดเข้าไปในกลุ่ม ‘สวนผักน้อยๆ ของอันอัน’ แล้วพิมพ์ข้อความลงไป

[หลินเซินเจี้ยนอันซู: ทุกคนคะ มีผู้ใจบุญคนไหนช่วยดึงลูกค้ามาให้หนูหรือเปล่าเนี่ย?]

[หลินเซินเจี้ยนอันซู: หนูเห็นมีคนแอดมาเพียบเลยค่ะ]

[หลินเซินเจี้ยนอันซู: ขอบคุณนะคะ (สติกเกอร์ขอบคุณ)]

[หลินเซินเจี้ยนอันซู: (สติกเกอร์สัตว์เลี้ยงน่ารัก)]

[ปล่อยไปตามกรรม: อะไรนะ? มีคนแอดวีแชทเถ้าแก่เนี้ยน้อยอันอันเพิ่มอีกแล้วหรอ? ฝีมือใครกัน!]

[ปล่อยไปตามกรรม: ตกลงกันแล้วไงว่าพวกเราต้องเก็บเงียบไว้ก่อน เดี๋ยวคนเข้ามาเยอะเกินไปแล้วพวกเราจะแย่งผักไม่ทัน]

[ปล่อยไปตามกรรม: สรุปคือมีคนทรยศสินะ (รูปมีด) (รูปมีด) (รูปมีด)]

[หลินเซินเจี้ยนอันซู: ???]

[เหมยแดงกลางหิมะ: @ปล่อยไปตามกรรม ไอ้นี่นี่ พูดจาเลอะเทอะอะไรของแกน่ะ?]

[เหมยแดงกลางหิมะ: รีบถอนข้อความเลยนะ (รูประเบิด)]

[พ่อของฉีฉี: ไม่ทันแล้วครับ เถ้าแก่เนี้ยน้อยอันอันเห็นเรียบร้อยแล้ว]

[พ่อของฉีฉี: เอาเป็นว่า พวกเรามาส่งสติกเกอร์กลบเกลื่อนกันเถอะครับ]

จากนั้น สติกเกอร์สารพัดรูปแบบก็เริ่มถูกส่งรัวๆ จนเต็มหน้าจอ

หลินอันซู: “...”

นี่ถ้าเป็นกลุ่มคิวคิว เธอคงเปิดโหมดห้ามแชทไปนานแล้วจริงๆ นะ! คนพวกนี้แอบวางแผนลับหลังเธอหรอเนี่ย น่าโมโหจริงๆ เลยนะ

[หลินเซินเจี้ยนอันซู: ถ้ายังส่งรูปกันไม่หยุด หนูจะยุบกลุ่มแล้วนะ!]

สิ้นคำขู่ของเธอ กลุ่มวีแชทที่เพิ่งโดนคนสามสิบกว่าคนรัวข้อความไปเกือบสองร้อยข้อความก็สงบลงทันตาเห็น

[ฟ้าใสลมโชย: เถ้าแก่เนี้ยน้อย อย่าเพิ่งโกรธเลยนะคะ พวกเราจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ]

[ฟ้าใสลมโชย: คือประเด็นหลักมันอยู่ที่ว่า ผักที่หนูเอามาขายทุกวันมันน้อยเกินไปค่ะ แค่คนในกลุ่มนี้ก็แย่งกันแทบไม่ทันแล้ว]

[ฟ้าใสลมโชย: ถ้าขืนให้คนอื่นรู้เข้า พวกเราคงได้อดกินกันพอดี]

[พ่อของฉีฉี: ใช่ครับๆ ผมขอเสนอให้หัวหน้ากลุ่มเพิ่มปริมาณผักป่าด่วนเลยครับ]

[เหมยแดงกลางหิมะ: ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว ขอสนับสนุน!]

[ปล่อยไปตามกรรม: ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว ขอสนับสนุน!]

[ยอดภูเขาน้ำแข็ง: ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว ขอสนับสนุน!]

หลังจากนั้น ข้อความ ‘ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว ขอสนับสนุน!’ ก็ถูกส่งตามกันมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนหลินอันซูได้แต่ทำหน้าอึ้ง

“...”

จบบทที่ บทที่ 29 ที่ข้างบนพูดมาน่ะถูกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว