เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 651 สิ่งมหัศจรรย์ปรากฏเหนือน่านน้ำ

บทที่ 651 สิ่งมหัศจรรย์ปรากฏเหนือน่านน้ำ

บทที่ 651 สิ่งมหัศจรรย์ปรากฏเหนือน่านน้ำ


บทที่ 651 สิ่งมหัศจรรย์ปรากฏเหนือน่านน้ำ

น้ำทะเลเดือดพล่านราวกับกำลังเดือด ฝูงปลากระโดดโลดเต้นอยู่บนผิวน้ำอย่างบ้าคลั่ง

เงาร่างขนาดมหึมาเลือนรางอยู่ภายใต้พื้นน้ำ และค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมา

ในชั่วพริบตาต่อมา น้ำทะเลก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับน้ำตกขนาดใหญ่ คลื่นสีขาวขยับเขยื้อนราวกับมังกรนับพันตัวที่พลิกกาย จนเกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กขึ้นมา

เรือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นเรือของบริษัทเจี๋ยเคอหรือเรือของอเมริกา ต่างก็โคลงเคลงไปตามแรงกระแทกของคลื่นยักษ์

แต่ผู้คนที่อยู่บนเรือต่างไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น ทุกคนเบิกตากว้าง จ้องมองไปยังศิลาทวิลักษณ์หยินหยางที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา

ศิลาทวิลักษณ์หยินหยางนั้นตั้งตระหง่านราวกับเสาค้ำมหาสมุทร หลังจากปรากฏขึ้นเหนือน่านน้ำ น้ำทะเลที่เคยถาโถมกลับสงบนิ่งลงในทันใด และเข้าสู่สภาวะความเงียบสงบที่แปลกประหลาด

ศิลาทวิลักษณ์หยินหยางเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นจึงปรากฏอาคารและป่าไม้ที่อยู่ภายใต้น้ำทะเลออกมาให้เห็น

ภายใต้สายตาของชาวโลก วังหยินหยางสยบสมุทรค่อยๆ ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ราวกับเต่ายักษ์ใต้ทะเลลึก

บนเกาะแห่งนั้น มีหญ้าเทวะรากวิญญาณส่งกลิ่นหอมของตัวยาขจรขจาย ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่บดบังท้องฟ้าหยั่งรากลึกลงสู่ผืนดิน ยอดไม้แผ่กิ่งก้านราวกับร่มคันยักษ์ และมีรากที่ขดเคี้ยวดูคล้ายกับมังกร

นอกจากนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เรียงรายอยู่บนเกาะอย่างเป็นระเบียบ ทั้งหอหยกศาลาทิพย์ หมู่พระราชวังที่งดงาม และมีพระตำหนักขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกรงขาม รวมถึงกลุ่มอาคารที่ชวนให้รู้สึกขนลุก

เกาะทั้งเกาะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และอีกส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยความเงียบเหงา

“โอ้พระเจ้า สิ่งนี้เอง... สิ่งนี้เอง เกาะแห่งนี้ ในที่สุดเราก็หามันจนพบ”

บนเรือวิจัยของอเมริกา โอวีลามีท่าทางที่คลั่งไคล้ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาเหวี่ยงหมัดไปมาและตะโกนออกมาด้วยความสะใจ

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ บนเรือวิจัยก็มีอาการไม่ต่างกัน สำหรับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเช่นพวกเขา การปรากฏขึ้นของเกาะที่สันนิษฐานว่าเป็นอารยธรรมโบราณแห่งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติอย่างไม่ต้องสงสัย และคุณค่าต่างๆ ที่แฝงอยู่นั้นสามารถทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องคลั่งไคล้

ไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งอื่น เพียงแค่เกาะใต้ทะเลลึกแห่งนี้ที่สามารถสร้างขึ้นได้อย่างมหาศาล และเคลื่อนที่ในทะเลได้อย่างเป็นธรรมชาติ ระบบพลังงานที่มันถือครองอยู่นั้นย่อมเหนือกว่าจินตนาการของมนุษย์บนโลกเป็นแน่

“เร็วเข้า รายงานสิ่งที่เราค้นพบขึ้นไป และขอการสนับสนุนจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีทันที”

ท่ามกลางความตื่นเต้น เอลเลอร์จ้องมองไปยังกองเรือของบริษัทเจี๋ยเคอด้วยสายตาที่เคร่งเครียด

นอกจากพวกเขาแล้ว ที่นี่ยังมีบริษัทเจี๋ยเคอที่เป็นตัวป่วนคอยขวางทางอยู่ด้วย และความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบริษัทเจี๋ยเคอที่มีเรือลาดตระเวนดำน้ำลึกชั้นผู้นำกลืนกินซัลวีนหนุนหลังอยู่

“บริษัทเจี๋ยเคออาจจะทราบข้อมูลภายในบางอย่าง ไม่เช่นนั้นเรือซัลวีนคงไม่ปรากฏตัวที่นี่ในเวลาที่ประจวบเหมาะขนาดนี้”

โอวีลาจ้องมองวังหยินหยางสยบสมุทรด้วยสายตาที่ร้อนแรง ต่อจากนั้นเขาก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้

ทุกอย่างมันช่างพอดิบพอดี เรือซัลวีนเพิ่งจะมาถึงที่นี่ได้ไม่นาน เกาะใต้ทะเลลึกก็ปรากฏขึ้นจากผืนน้ำ หากจะกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อถือ

“เพราะเหตุนี้เราจึงต้องการกำลังเสริม เกาะแห่งนี้ทางอเมริกาต้องครอบครองให้ได้”

เอลเลอร์กล่าวออกมา เกาะแห่งนี้มีคุณค่ามหาศาล และยังเป็นสถานที่กำเนิดของสัตว์ประหลาดทะเล หากอเมริกาสามารถครอบครองเกาะแห่งนี้ได้ และขุดค้นเทคโนโลยีต่างๆ ออกมา ย่อมช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศอเมริกาอย่างมหาศาล และทำให้อเมริการักษาตำแหน่งเจ้าโลกเอาไว้ได้อย่างมั่นคง

ในขณะเดียวกัน บนเรือซัลวีนของบริษัทเจี๋ยเคอ ผู้บัญชาการกองเรือผสมตะวันออกไกลเผิงหงไท่จ้องมองวังหยินหยางสยบสมุทรตาไม่กะพริบ เขาได้รับความตกตะลึงจากความยิ่งใหญ่ของเกาะแห่งนี้จนไม่สามารถบรรยายออกมาได้

“ที่แท้ก็มีเกาะอยู่จริงๆ เหลือเชื่อ เป็นเรื่องที่เหลือชื่อจริงๆ”

เผิงหงไท่พึมพำกับตนเอง แววตาของเขามีความตกตะลึงอยู่เจ็ดส่วน และมีความสับสนอยู่อีกสามส่วน

ในการมาที่นี่ครั้งนี้ เผิงหงไท่ได้รับข้อมูลจากระดับสูงของบริษัทเจี๋ยเคอ ซึ่งข้อมูลไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน เพียงแค่สั่งให้เขามายังสถานที่แห่งนี้ แล้วจะมีเกาะปรากฏขึ้น

ในตอนแรกเขาไม่เข้าใจความหมายของมัน จนกระทั่งพยานหลักฐานในตอนนี้ที่เขาเห็นด้วยตาตนเอง เขาถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า บริษัทเจี๋ยเคอนั้นทราบข้อมูลเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้มานานแล้ว

“ผู้บัญชาการ เราควรจะขับไล่พวกเขาออกไปในตอนนี้เลยหรือไม่?”

รองผู้บังคับการชี้ไปยังเรือวิจัยของอเมริกาที่อยู่ไกลออกไป และเสนอความคิดเห็น

“การขับไล่พวกเขาในยามนี้ไม่มีความหมายอีกแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ทางอเมริกาต้องทราบเรื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือแม้แต่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีดาวเทียมก็คงจะปกปิดข้อมูลเอาไว้ได้ไม่นานนัก”

เผิงหงไท่ส่ายหน้าและออกคำสั่งว่า “รายงานสิ่งที่เราค้นพบที่นี่กลับไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัททันที และสั่งให้กองเรือผสมตะวันออกไกลทุกลำ ยกเว้นเรือที่กำลังปฏิบัติภารกิจอื่น ให้เร่งความเร็วมาสมทบที่นี่โดยเร็วที่สุด”

“รับทราบ”

รองผู้บังคับการพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม และรีบไปสั่งการให้เรือรบมาสนับสนุนทันที

ในขณะที่เผิงหงไท่กำลังจ้องมองเกาะใต้ทะเลลึกขนาดมหึมาอยู่นั้น เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งก็ร่อนลงจอดบนดาดฟ้าเรือซัลวีน และมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินลงมาอย่างเร่งรีบ

นี่คือคณะผู้เชี่ยวชาญที่เดินทางมาจากเรือวิจัยของบริษัทเจี๋ยเคอ ผู้นำทีมคือศาสตราจารย์หลัวอวี้เฉิง ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาที่มีชื่อเสียง

หลัวอวี้เฉิงลงจากเครื่องและรีบพุ่งตัวมาหาเผิงหงไท่โดยทันที พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า “ผู้บัญชาการเผิง การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์! ใต้ทะเลมีเกาะเช่นนี้อยู่จริงๆ และมันยังสามารถเคลื่อนที่ในน้ำทะเลได้ด้วย นี่คือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษนี้อย่างไม่ต้องสงสัย”

เผิงหงไท่พยักหน้าและกล่าวว่า “ศาสตราจารย์หลัว ท่านกล่าวได้ถูกต้อง เรื่องนี้คือสิ่งที่มหัศจรรย์จริงๆ พวกเราในฐานะผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ย่อมมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเป็นแน่”

“ฮ่าฮ่า คาดไม่ถึงเลยว่าการตามหาร่องรอยของสัตว์ประหลาดทะเลจะได้รับสิ่งตอบแทนเหนือความคาดหมายเช่นนี้ ผมเชื่อว่าเกาะแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สัตว์ประหลาดทะเลที่อาละวาดในประเทศญี่ปุ่นเป็นแน่”

หลัวอวี้เฉิงยิ่งกล่าวก็ยิ่งตื่นเต้น เขาชี้ไปยังเกาะใต้ทะเลลึกและกล่าวอย่างต่อเนื่องว่า “เกาะแห่งนี้ต้องมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ผมขออนุญาตเข้าไปสำรวจบนเกาะแห่งนั้นเพื่อตรวจสอบข้อมูล โอกาสเช่นนี้จะพลาดไม่ได้”

เผิงหงไท่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ทุกท่าน ผมทราบว่าพวกท่านกำลังร้อนใจ แต่ในยามนี้เรายังไม่ทราบว่าสถานการณ์บนเกาะเป็นอย่างไร การขึ้นไปบนนั้นอย่างกะทันหันย่อมมีความเสี่ยงที่มหาศาล ผมไม่อนุญาต”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลัวอวี้เฉิงก็ร้อนใจขึ้นมาทันที

“อะไรกัน ผู้บัญชาการเผิง ท่ามกลางการค้นพบที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษเช่นนี้ ความเสี่ยงเพียงแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ โอกาสครั้งนี้หาได้ยากยิ่ง หากเกาะแห่งนี้จมลงสู่ใต้ทะเลลึกอีกครั้งล่ะจะทำอย่างไร?”

หลัวอวี้เฉิงกล่าวด้วยความตื่นเต้นจนน้ำลายกระเซ็น จนลืมความชราของตนเองไปจนสิ้น เขาจ้องมองหน้าเผิงหงไท่ราวกับว่าหากเผิงหงไท่ไม่อนุญาต เขาจะยอมสู้ตายด้วยชีวิต

“ใช่แล้ว ผู้บัญชาการเผิง ท่านจะมาขัดขวางการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ของเราไม่ได้ ในสถานการณ์เช่นนี้หากไม่ยอมให้เราขึ้นไปบนเกาะ นั่นจะทำให้เราทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีก”

“เกาะที่ลึกลับเช่นนี้ เพียงแค่เราได้ก้าวขึ้นไป เราย่อมได้รับการบันทึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ความเสี่ยงต่อชีวิตเพียงเล็กน้อยจะนับเป็นอะไรได้”

“ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของคนแก่เช่นผม ผมก็ต้องขึ้นไปบนเกาะให้ได้ ผู้บัญชาการเผิง ได้โปรดอนุญาตตามคำขอของเราเถิด”

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ต่างพากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย พวกเขามีท่าทางราวกับว่าพร้อมจะสละชีพ และไม่ว่าอย่างไรก็ต้องขึ้นไปบนเกาะให้ได้

เผิงหงไท่กำลังจะกล่าวเตือนอีกครั้ง แต่เขาก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวของกองเรืออเมริกา

เฮลิคอปเตอร์กำลังทะยานขึ้นจากเรือฟริเกต และบนผืนน้ำก็เริ่มมีเรือเล็กมุ่งหน้าไปยังวังหยินหยางสยบสมุทร

“ผู้บัญชาการเผิง อเมริกาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว จะปล่อยให้อเมริกาขึ้นเกาะก่อนไม่ได้เป็นอันขาด”

หลัวอวี้เฉิงมีท่าทางตื่นเต้น ราวกับเห็นคนรักกำลังถูกแย่งชิงไป

เผิงหงไท่ขมวดคิ้ว รองผู้บังคับการเดินเข้ามาเตือนว่า “ผู้บัญชาการ เรดาร์ตรวจพบวัตถุความเร็วสูงหลายลำกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เป็นกองทัพอากาศของอเมริกา”

เผิงหงไท่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ยินยอมตามคำขอของหลัวอวี้เฉิง

“ผมจะส่งทหารกลุ่มหนึ่งไปคุ้มครองพวกท่าน หลังจากขึ้นไปบนเกาะแล้วต้องดูแลความปลอดภัยให้ดี”

เมื่อได้รับอนุญาตให้ขึ้นเกาะ หลัวอวี้เฉิงก็มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า และกล่าวรับรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไม่มีปัญหา แม้คนแก่เช่นผมจะมีจิตวิญญาณแห่งการสละชีพเพื่อวิทยาศาสตร์ แต่การได้มีชีวิตรอดอยู่ย่อมดีกว่าความตายเป็นแน่”

หลังจากได้รับคำสั่งจากเผิงหงไท่ ต่อมาไม่นานทางฝั่งบริษัทเจี๋ยเคอก็มีเรือเร็วหลายลำถูกปล่อยลงไป และมุ่งหน้าไปยังเกาะใต้ทะเลลึกแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว

คนทั้งสองกลุ่มต่างพุ่งทะยานเข้าไปหาเกาะ เรือเร็วทิ้งร่องรอยคลื่นสีขาวเอาไว้บนผิวน้ำ

เมื่อเข้าใกล้ ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความมหาศาลของเกาะใต้ทะเลลึกแห่งนี้

ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ขึ้นฝั่งที่บริเวณพื้นที่ราบหินอย่างประจวบเหมาะ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่รอบเกาะเป็นหน้าผาที่ลาดชันและยากต่อการสัญจร

หลังจากเรือเร็วเข้าเทียบท่า คนทั้งสองกลุ่มต่างก็จ้องมองกันและกัน

“เหอะ ที่แท้ก็เป็นตาแก่อย่างโอวีลานี่เอง”

หลัวอวี้เฉิงเบะปาก วงการผู้เชี่ยวชาญและศาสตราจารย์ระดับโลกนั้นไม่ได้กว้างขวางนัก และเนื่องจากเป็นนักวิจัยด้านชีววิทยาเหมือนกัน จึงรู้จักกันดีเป็นธรรมดา

“หลัวอวี้เฉิง คุณก็อายุหกสิบเจ็ดปีแล้ว ไม่ยอมพักผ่อนอยู่บ้านให้ดีๆ แต่กลับมาเป็นนักสำรวจ ระวังกระดูกแก่ๆ จะต้องมาทิ้งไว้ที่นี่”

โอวีลาก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขาได้กล่าวโต้ออกไปหลายคำ

คณะผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายต่างก็มีท่าทางเช่นเดียวกัน รวมถึงทหารของบริษัทเจี๋ยเคอและทหารอเมริกาที่ทำหน้าที่คุ้มกัน ต่างก็จ้องมองกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แกร๊ก!

จากเรือเร็วลำสุดท้ายที่เพิ่งจะมาถึง เงาร่างหนึ่งที่ร่างกายเป็นสีเงินแวววาว สูงถึงสามเมตร มือซ้ายถือปืนวัลแคน ส่วนไหล่สะพายเครื่องยิงจรวด และด้านหลังมีปืนซุ่มยิงต่อต้านยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่สองกระบอก นักรบยีนสายเลือดศักดิ์สิทธิ์รุ่นที่สองค่อยๆ ก้าวเดินลงมา กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าที่ไร้รูปร่างแผ่ซ่านออกมาทันที

เสียงทะเลาะวิวาทของฝั่งอเมริกาเงียบลงทันควัน

เมื่อจ้องมองไปยังนักรบยีนสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่มีแววตาเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทุกคนในฝั่งอเมริกาต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบ

บรรดาทหารอเมริกาต่างกระชับอาวุธในมือแน่น แต่สิ่งนี้ก็ไม่อาจสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่พวกเขาได้เลย

เพราะด้วยชื่อเสียงอันเกรียงไกรของนักรบยีนรายนี้ การต้องมาเผชิญหน้ากับนักรบยีน ย่อมไม่ต่างจากการเป็นลูกแกะที่รอการเชือด

“พวกเราไปกันเถิด”

หลัวอวี้เฉิงถลึงตาใส่โอวีลา แต่เขาก็ไม่ได้รั้งรอเวลาให้เสียเปล่า รีบนำทีมของตนมุ่งหน้าออกเดินทางไปในทิศทางหนึ่งทันที

“พวกเราออกเดินทาง”

โอวีลาก็โบกมือและพาทีมของตนเลือกเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง

ในขณะที่บนผืนน้ำ เครื่องบินรบหลายลำของอเมริกาได้มาถึงที่นี่ เพื่อเป็นกำลังหนุนให้แก่ทีมสำรวจของตน

ในที่ห่างไกลออกไป กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของอเมริกา และกองเรือผสมตะวันออกไกลของบริษัทเจี๋ยเคอ ต่างก็กำลังมุ่งหน้ามายังที่นี่ด้วยความเร็วสูงสุด

การเคลื่อนไหวของเรือรบขนาดใหญ่เช่นนี้ย่อมไม่อาจหลบพ้นสายตาของประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้

ด้วยการปรับวงโคจรดาวเทียมของประเทศเหล่านี้ ในไม่ช้าทุกคนก็พบว่า บนผืนน้ำปรากฏเกาะขนาดมหึมาขึ้นมาอย่างกะทันหัน

......

ที่อเมริกา ณ ทำเนียบดำ กำลังมีการประชุมฉุกเฉินและชั่วคราว

น้ำเสียงของเจสมินแฝงไปด้วยความตื่นเต้น และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สู้ดีว่า “มีการค้นพบเกาะใต้ทะเลลึกแล้ว ในยามนี้เกาะแห่งนั้นได้ปรากฏขึ้นเหนือน่านน้ำนอกชายฝั่งฮอกไกโดของประเทศญี่ปุ่น และคนของเราได้ขึ้นไปบนเกาะแล้ว อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายคือทางบริษัทเจี๋ยเคอก็ได้ค้นพบเกาะแห่งนั้นในเวลาเดียวกัน และในยามนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองเรือของเรา”

จูเดียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ท่านประธานาธิบดี เกาะแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของอเมริกาในอนาคต จะปล่อยให้เกาะแห่งนี้ตกไปอยู่ในมือของบริษัทเจี๋ยเคอไม่ได้เป็นอันขาด”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฮามอนกำหมัดแน่นและยืนขึ้นพลางกล่าวว่า “ท่านประธานาธิบดี ฝ่ายกองทัพของเราจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติอเมริกาอย่างถึงที่สุด แม้ว่าศัตรูจะเป็นบริษัทเจี๋ยเคอ แต่ในครั้งนี้พวกเราจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เป็นอันขาด”

แววตาของฮามอนร้อนแรง แม้ว่าอเมริกาจะยอมถอยให้แก่บริษัทเจี๋ยเคอครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่คาบสมุทรอินโดจีนไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งแต่ประเทศยิวไปจนถึงเกาะญี่ปุ่น

แต่ในครั้งนี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกาะที่สันนิษฐานว่าเป็นอารยธรรมโบราณแห่งนี้มีการแฝงไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจำนวนมหาศาล ใครก็ตามที่สามารถครอบครองมันได้ ย่อมทำให้ประเทศชาติมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

หากอเมริกาสามารถครอบครองวังหยินหยางสยบสมุทรแห่งนี้ได้ และขุดค้นเทคโนโลยีต่างๆ ออกมา ย่อมช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอเมริกาในการรักษาตำแหน่งเจ้าโลกเอาไว้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ให้บริษัทเจี๋ยเคอซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจได้มันไป ต่อให้ต้องทำลายมันทิ้งก็จะไม่ยอมให้บริษัทเจี๋ยเคอ

“พรุ่งนี้ผมจะเรียกประชุมสภา และส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีไปเพิ่มอีกสองกองเรือมุ่งหน้าสู่น่านน้ำประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงให้บริษัทเจี๋ยเคอเห็นถึงความมุ่งมั่นของเรา บางทีพวกเขาอาจจะเลือกที่จะถอยออกไปเอง”

เจสมินพยักหน้า ในฐานะประธานาธิบดีของอเมริกา ในตอนนี้เขาก็ได้รับแรงกดดันมหาศาลเช่นกัน หากสามารถทำให้บริษัทเจี๋ยเคอยอมถอยออกไปได้เอง ย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

เขาไม่ได้กล่าวเรื่องการเปิดฉากสงครามออกมาอย่างพลการ อันที่จริงเขาไม่ใช่ประธานาธิบดีสายเหยี่ยวที่นิยมการทำสงคราม แต่เป็นสายพิราบที่เน้นการใช้มาตรการอื่นในการยับยั้งการพัฒนาของบริษัทเจี๋ยเคอ

นี่คือสาเหตุที่บริษัทเจี๋ยเคอสามารถขยายอาณาเขตได้อย่างราบรื่นในการสงครามหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีเจสมินคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากเปลี่ยนเป็นประธานาธิบดีคนอื่น ย่อมไม่อาจเจรจาได้ง่ายเหมือนเจสมินคนนี้

ฮามอนเมื่อได้ยินเจสมินกล่าวเช่นนั้น และยังแฝงไปด้วยน้ำเสียงที่คลุมเครือเกี่ยวกับการเปิดฉากสงคราม เขาก็ทราบทันทีว่าความคิดของเจสมินยังคงเป็นการหลีกเลี่ยงการทำสงครามหากเป็นไปได้

“ด้วยนิสัยของบริษัทเจี๋ยเคอ ความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะยอมถอยออกไปเองนั้นมีอยู่น้อยมาก”

จูเดียนยักไหล่ ตั้งแต่บริษัทเจี๋ยเคอเริ่มก้าวขึ้นมา พวกเขาก็มีนิสัยราวกับอันธพาลที่ไม่เคยรู้จักความหวาดกลัวหรือการถอยหนี และมักจะท้าทายอเมริกาที่เป็นเจ้าโลกอยู่บ่อยครั้ง

“ผมเคยกล่าวไว้แล้วว่าอย่าไปยอมอ่อนข้อให้แก่บริษัทเจี๋ยเคอแต่แรกร้อยครั้ง เพราะนั่นจะทำให้บริษัทเจี๋ยเคอคิดว่าอเมริกาของเรานั้นรังแกได้ง่าย”

ฮามอนเบะปาก จากมุมมองของกองทัพ การรักษาระดับความขัดแย้งทางทหารกับบริษัทเจี๋ยเคอย่อมส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจค้าอาวุธที่คอยหนุนหลังอยู่

“ตอนนี้กล่าวเรื่องพวกนี้ไปก็ไร้ประโยชน์แล้ว ควรคิดว่าจะครอบครองเกาะแห่งนี้ได้อย่างไร และคู่ต่อสู้ของเราไม่ได้มีเพียงบริษัทเจี๋ยเคอเท่านั้น ประเทศใดก็ตามที่มีความแข็งแกร่ง ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่เป็นพันธมิตรของเรา ก็คงจะไม่อาจหักห้ามใจที่จะเข้าร่วมชิงชัยในครั้งนี้ได้”

จูเดียนกล่าวออกมาและเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “เกาะแห่งนั้นอยู่ใกล้กับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่เรามีกองกำลังทหารและฐานทัพเรืออยู่จำนวนมหาศาล นี่ถือเป็นความได้เปรียบของอเมริกา แต่เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในภายหลัง ทางเราควรจะเผด็จศึกโดยเร็วที่สุด โดยไม่เปิดโอกาสให้ประเทศอื่นได้มีเวลาเตรียมตัว และเข้าครอบครองเกาะใต้ทะเลลึกแห่งนั้นให้ได้ก่อน เมื่อเราประกาศความเป็นเจ้าของแล้ว ประเทศอื่นอย่างมากที่สุดย่อมทำได้เพียงติดต่อเพื่อขอความร่วมมือในการวิจัยร่วมกัน และจะไม่กล้าเข้ามาแย่งชิงกับเราอย่างหักโหม”

“ตกลงตามนั้น”

เจสมินตัดสินใจในที่สุด เพื่อกำหนดท่าทีของอเมริกาต่อเกาะใต้ทะเลลึกในอนาคต

จบบทที่ บทที่ 651 สิ่งมหัศจรรย์ปรากฏเหนือน่านน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว