- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 640 ติดตามความจริง
บทที่ 640 ติดตามความจริง
บทที่ 640 ติดตามความจริง
บทที่ 640 ติดตามความจริง
ทหารญี่ปุ่นกว่าหมื่นนายเสียชีวิตอย่างน่าอนาถในจังหวัดวากายามะ เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งแวดวงการเมืองและประชาชนในประเทศญี่ปุ่นสั่นสะเทือนมาก
พรรคฝ่ายค้านเริ่มโจมตีไซอนจิ อิโต และเหล่าข้าราชการอย่างบ้าคลั่ง โดยตำหนิว่าพวกเขาไร้ความสามารถจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้
ประชาชนเองก็ไม่พอใจมาก ครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บต่างเรียกร้องให้รัฐบาลขอโทษและชดเชยค่าเสียหาย เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศ โดยต้องการให้รัฐบาลจัดการกับสัตว์ประหลาดในจังหวัดวากายามะโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันลงทะเลไปคุกคามพื้นที่ชายฝั่งอื่นๆ อีก
เหล่าผู้บริหารระดับสูงของประเทศญี่ปุ่นต่างพากันปวดหัว เนื่องจากความสูญเสียที่มหาศาลเช่นนี้ไม่สามารถปกปิดไว้ได้เลย
แรงกดดันนี้จึงส่งต่อไปยังฝ่ายทหาร และตกมาอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุกิยามะ ฮิเดอากิ
ด้วยเหตุนี้ สุกิยามะ ฮิเดอากิจึงละทิ้งศักดิ์ศรีและเดินทางมายังจังหวัดวากายามะด้วยตนเอง
ในยามนี้ จังหวัดวากายามะมีทหารญี่ปุ่นชุมนุมกันมากกว่าสามหมื่นนาย แต่พวกเขาไม่กล้าก้าวเท้าเข้าเมืองอีกแล้ว เนื่องจากความหวาดกลัวต่อสัตว์ประหลาดทะเลที่แข็งแกร่งในใจกลางเมือง พวกเขาถูกฆ่าจนขวัญกระเจิงไปหมดแล้ว
"ภายในสามวัน ต้องยึดจังหวัดวากายามะคืนมาให้ได้ ผมไม่สนว่าพวกคุณจะทำอย่างไร"
เมื่อนึกถึงคำสั่งที่เข้มงวดของไซอนจิ อิโต ก่อนออกเดินทาง สุกิยามะ ฮิเดอากิจึงจดจ้องไปยังเหล่านายทหารระดับสูงด้วยสายตาที่ดุดัน และสั่งการอย่างเย็นชาว่า "จงเริ่มการบุกโจมตีรอบใหม่ ไม่ว่าความสูญเสียจะมากเพียงใด ผมต้องการเห็นเมืองนี้กลับมาอยู่ในมือของเรา"
"แต่... ในจังหวัดวากายามะมีสัตว์ประหลาดระดับเจ้าพิภพอยู่สิบกว่าตัว"
เหล่านายทหารและเสนาธิการต่างพากันลำบากใจ สัตว์ประหลาดระดับเจ้าพิภพที่ว่านี้คือการแบ่งประเภทสัตว์ประหลาดอย่างง่ายๆ ของประเทศญี่ปุ่น โดยเรียกสัตว์ประหลาดที่มีขนาด 50 เมตรขึ้นไปว่าระดับเจ้าพิภพ ขนาด 20 เมตรขึ้นไปเรียกว่าขนาดใหญ่ 10 เมตรขนาดกลาง และต่ำกว่า 5 เมตรคือขนาดเล็ก
เมื่อเห็นสีหน้าของเหล่าทหาร สุกิยามะ ฮิเดอากิจึงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาต่อว่า "ผมอนุญาตให้พวกคุณใช้อาวุธหนักได้ทุกชนิด ฝ่ายทหารจะไม่จำกัดอาวุธในด้านนี้อีกต่อไป"
เหล่านายทหารในที่ประชุมต่างพากันตาเป็นประกายทันที
เห็นได้ชัดว่าแม้สุกิยามะ ฮิเดอากิ จะไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าผู้รอดชีวิตในเมืองจะเป็นอย่างไร และเรื่องเช่นนี้ก็ไม่สามารถกล่าวออกมาโต๊ะๆ ได้ แต่ทุกคนต่างก็เข้าใจความนัยของเขา นั่นคือการให้ความสำคัญกับการทำลายล้างสัตว์ประหลาดในจังหวัดวากายามะโดยไม่สนใจผู้รอดชีวิตที่หลงเหลืออยู่ การระดมยิงอาวุธหนักจะทำให้ผู้รอดชีวิตต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ กองทัพจึงเริ่มการโจมตีโต้กลับมากใหญ่
หากมีอาวุธหนักที่ทรงพลังเพียงพอ ทั้งหน่วยปืนใหญ่ กองทัพอากาศ และหน่วยจรวดนำวิถีร่วมมือกัน ต่อให้สัตว์ประหลาดในจังหวัดวากายามะจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ย่อมไร้ผล สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถยึดเมืองคืนได้ เป็นเพราะฝ่ายทหารไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธหนักจึงทำให้ทำงานลำบาก
"ครับ พวกเราจะยึดจังหวัดวากายามะคืนมาให้ได้ภายในสามวัน"
เหล่านายทหารให้คำมั่นสัญญาด้วยขวัญกำลังใจที่เต็มเปี่ยม
ในไม่ช้า กองทัพญี่ปุ่นก็เริ่มการบุกโจมตีรอบใหม่
สิ่งแรกที่ทำลายความเงียบคือการระดมยิงปืนใหญ่จากหน่วยปืนใหญ่ของกองทัพญี่ปุ่น
ปืนใหญ่จำนวนมากถูกจัดวางเรียงรายอยู่นอกเมือง มีทั้งปืนใหญ่อัตตาจร ปืนใหญ่แบบลากจูง และปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้อง
ภายใต้คำสั่งที่ประกาศออกมา เสียงปืนใหญ่นับหมื่นนัดก็ดังสนั่น กระสุนปืนใหญ่ที่หนักหน่วงตกลงไปในจังหวัดวากายามะ ระดมยิงเข้าใส่พื้นที่ที่สัตว์ประหลาดชุมนุมกันอย่างหนาแน่นตามข้อมูลจากการลาดตระเวนทางอากาศ
พริบตานั้น ทั่วทั้งเมืองก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงและควันไฟ อาคารพังทลายลง
สัตว์ประหลาดจำนวนมากได้ยินเพียงเสียงหวีดหวิวที่แหลมคม จากนั้นเปลวเพลิงก็วาบขึ้นตรงหน้า ร่างกายมหึมาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แขนขาที่ขาดวิ่นถูกแรงอัดอากาศพัดกระเด็นออกไป
อาวุธร้อนที่ทรงพลังของมนุษย์ โดยเฉพาะอาวุธหนัก สัตว์ประหลาดทะเลที่ผิดปรกติส่วนใหญ่ไม่อาจต้านทานการระดมยิงในระดับนี้ได้เลย
กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตรนัดเดียวสามารถทำลายรถถังที่หนักหลายสิบตันได้ การจัดการกับสัตว์ประหลาดทะเลส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องง่ายราวกับการยิงเพียงนัดเดียว
จากนั้นคือการโจมตีจากกองทัพอากาศ
ในย่านใจกลางเมืองของจังหวัดวากายามะ มีสัตว์ประหลาดราวกับปลาหมึกยักษ์และปูแมงมุมที่ยาวหลายสิบเมตรอยู่ประมาณสิบกว่าตัว พวกมันคือสัตว์ประหลาดที่มีพันธุกรรมเสถียร มีความเข้มข้นของสายเลือด และความแข็งแกร่งจากการกลายพันธุ์สูงที่สุด โดยแต่ละตัวผ่านการกัดกินพวกรวมพันธุ์เดียวกันมานับไม่ถ้วนจึงเติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้ และถูกประเทศญี่ปุ่นเรียกว่าสัตว์ประหลาดระดับเจ้าพิภพ
ทหารญี่ปุ่นกว่าหมื่นนายที่เสียชีวิตก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพราะการโจมตีของสัตว์ประหลาดระดับเจ้าพิภพเหล่านี้เอง
ฟิ้ว!
เสียงหวีดหวิวที่เต็มไปด้วยความกดดันดังขึ้นเหนือฟากฟ้าจังหวัดวากายามะ ฝูงบิน F35 บินโฉบผ่านไป ระเบิดนาปาลม์หลายลูกถูกทิ้งลงที่ลานกว้างอวี้เฟิงในใจกลางเมือง
พริบตานั้น ลานกว้างอวี้เฟิงก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง
ใยแมงมุมสีขาวและแมงมุมตัวน้อยจำนวนมหาศาลที่อยู่ที่นั่น ต่างพากันร้องจี๊ดๆ ด้วยความเจ็บปวดท่ามกลางเปลวไฟและกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่ช้า
ตูม!
พื้นดินถูกแหวกออก สัตว์ประหลาดปูแมงมุมที่สูงห้าสิบเมตรมุดออกมา เมื่อเห็นสภาพที่น่าสลดใจของลูกน้อยของตน มันก็ส่งเสียงคำรามแผดจ้าด้วยความโกรธแค้น
แต่ในวินาทีต่อมา จรวดมิสไซล์อากาศสู่พื้นหลายลูกก็ถูกปลดปล่อยออกมา จรวดที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงพุ่งเข้าใส่ร่างของปูแมงมุมอย่างแม่นยำ
เพียงพริบตา ร่างกายส่วนใหญ่ของสัตว์ประหลาดปูแมงมุมก็แหลกละเอียด เลือดและอวัยวะภายในไหลนองเต็มพื้น และสิ้นใจลงทันที
ต่อให้มีความสามารถในการฟื้นฟูที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่หากร่างกายแหลกละเอียดไปแล้ว ก็ย่อมไร้ผล!
สัตว์ประหลาดปูแมงมุมที่เคยบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการยิงของปืนหลักรถถัง บัดนี้กลับสิ้นใจลงหลังจากถูกทำลายด้วยจรวดมิสไซล์เพียงไม่กี่ลูก
เพราะกระสุนปืนใหญ่รถถังมีน้ำหนักเพียงยี่สิบถึงสามสิบกิโลกรัม ขณะที่จรวดมิสไซล์ลำพังเพียงดินระเบิด TNT ก็หนักถึงสี่ร้อยถึงห้าร้อยกิโลกรัมแล้ว ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย อานุภาพทำลายล้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เครื่องบินขับไล่เคลื่อนที่อยู่บนท้องฟ้า แม้สัตว์ประหลาดบางตัวจะบินได้ แต่พวกมันก็ไม่อาจตามความเร็วของเครื่องบินขับไล่ได้ทัน และถูกจัดการด้วยจรวดมิสไซล์อากาศสู่อากาศและหน่วยป้องกันภัยทางอากาศภาคพื้นดินในไม่ช้า
เมื่อไร้ภัยคุกคาม กองทัพอากาศจึงสามารถระดมยิงอาวุธได้อย่างตามใจชอบ ด้วยความได้เปรียบของการครองอากาศ สัตว์ประหลาดระดับเจ้าพิภพที่มีขนาดหลายสิบเมตรที่ปรากฏกายออกมา จึงถูกทำลายด้วยจรวดมิสไซล์แม่นยำสูงทันที เพื่อสร้างเงื่อนไขที่ได้เปรียบให้กับการเคลื่อนพลของภาคพื้นดิน
หลังจากกองทัพอากาศและหน่วยปืนใหญ่ระดมยิงอยู่หลายชั่วโมง หน่วยภาคพื้นดินของประเทศญี่ปุ่นจึงเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่จังหวัดวากายามะ โดยมีรถหุ้มเกราะและรถถังเป็นกำลังหลัก และมีเฮลิคอปเตอร์จู่โจมบินอยู่เหนือศีรษะ
สัตว์ประหลาดขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วไป เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหน่วยยานเกราะ จึงยากที่จะฝ่าด่านปืนใหญ่อันลามไปคุกคามสัตว์ประหลาดเหล็กเหล่านี้ได้
ส่วนสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่และระดับเจ้าพิภพ ก็ถูกจัดการด้วยหน่วยจรวดมิสไซล์และกองทัพอากาศ การเคลื่อนพลในครั้งนี้จึงราบรื่นและง่ายดายกว่าครั้งก่อนหลายเท่าตัว
แต่กับสัตว์ประหลาดขนาดเล็กและจิ๋วที่มักหลบซ่อนอยู่ในอาคาร และมีการเคลื่อนไหวที่ลี้ลับ กองทัพญี่ปุ่นไม่สามารถระเบิดถล่มอาคารทุกหลังในจังหวัดวากายามะให้ราบคาบได้ จึงจำเป็นต้องส่งทหารก้าวเท้าเข้าไปสืบสวนและค้นหา
ในยามนี้การสู้รบในระยะประชิดจึงเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลให้กับทหารญี่ปุ่นในการรบตามตรอกซอกซอย
แต่ด้วยความได้เปรียบด้านจำนวนคน ในที่สุดกองทัพญี่ปุ่นก็ยึดถนนในจังหวัดวากายามะคืนมาได้ทีละชั้น อาวุธทำลายล้างที่ทรงพลังได้กวาดล้างศัตรูที่อยู่ตรงหน้าจนสิ้น
ผลกระทบเพียงอย่างเดียวจากการระดมยิงอาวุธเหล่านี้ คือการที่อาคารจำนวนมากในจังหวัดวากายามะเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งเมืองกลายเป็นเขตสู้รบ และชาววากายามะที่รอดชีวิตและหลบซ่อนตัวอยู่ ต่างก็เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างมหาศาลจากการระดมยิงและโจมตีทางอากาศของกองทัพญี่ปุ่น
แต่ในขณะที่กองทัพญี่ปุ่นกำลังเดินหน้ายึดพื้นที่ใจกลางเมืองคืนมาได้เกินครึ่ง คำสั่งหนึ่งก็ถูกส่งตรงมาจากโตเกียว
กองทัพญี่ปุ่นที่กำลังบุกโจมตีถูกสั่งให้หยุดเคลื่อนที่ และเปลี่ยนไปเป็นการปิดล้อมจังหวัดวากายามะแทน เพื่อห้ามไม่ให้สัตว์ประหลาดตัวใดหนีออกไปได้
คำสั่งนี้ทำให้ทหารญี่ปุ่นระดับล่างต่างพากันงุนงง เนื่องจากพวกเขากำลังจะยึดจังหวัดวากายามะคืนได้แล้วแท้ๆ แต่ทำไมถึงสั่งหยุดในจังหวะที่สำคัญเช่นนี้
แต่เมื่อเห็นเหล่าทหารในชุดเครื่องแบบทหาร ผมสีบลอนด์นัยน์ตาสีฟ้า ผิวขาวและผิวสี เดินทางมาถึงจังหวัดวากายามะและเริ่มเข้าประจำการแทนแนวป้องกันของทหารญี่ปุ่น ทหารทุกคนจึงเริ่มเข้าใจ และภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ทหารที่มาใหม่เหล่านี้มีชื่อเรียกว่า กองทัพอเมริกาประจำญี่ปุ่น
ในฐานะผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่มีกองทัพอเมริกาประจำการอยู่ในต่างแดนมากที่สุด โดยมีทหารอเมริกาประมาณห้าหมื่นนาย และมีการวางกำลังทั้งกองเรือที่ 7, กองบินที่ 5 และกองพลนาวิกโยธินที่ 3 รวมถึงมีฐานทัพทหารมากถึง 113 แห่ง
เหล่าทหารอเมริกาเหล่านี้เมื่อมาถึงจังหวัดวากายามะ ก็พากันขับไล่ทหารญี่ปุ่นอย่างโอหัง และปล่อยให้ทหารญี่ปุ่นทำเพียงงานจิปาถะทั่วไป จากนั้นจึงเริ่มปิดล้อมจังหวัดวากายามะทั้งหมดเพื่อไม่ให้สัตว์ประหลาดที่ผิดปรกติหนีออกไปได้ และไม่ยอมให้ชาวญี่ปุ่นที่รอดชีวิตออกมา
กองทัพอเมริกาปิดล้อมจังหวัดวากายามะไว้ทุกด้าน และขนเครื่องมือทดลองและอุปกรณ์วิจัยจำนวนมหาศาลมาติดตั้ง โดยจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า สถาบันวิจัยชีวภาพวากายามะ ขึ้นในบริเวณใกล้เคียง
เห็นได้ชัดว่า อเมริกาต้องการใช้จังหวัดวากายามะเป็นระบบนิเวศของสัตว์ประหลาดและห้องทดลองวิจัย เพื่อค้นหาความลับของสัตว์ประหลาดที่นี่ โดยไม่สนใจชีวิตของชาวญี่ปุ่นในจังหวัดวากายามะเลย
การกระทำนี้สร้างความโกลาหลในสังคมโลกและเกิดเสียงด่าทอไปทั่วประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงจำต้องจัดงานแถลงข่าวเพื่อตอบข้อซักถามของนักข่าว
ในงานแถลงข่าว นายกรัฐมนตรีไซอนจิ อิโต เดินทางมาด้วยตนเอง และเชิญผู้บัญชาการกองทัพอเมริกาประจำญี่ปุ่น ฟลอ เฮอร์นันเดซ มาร่วมงานด้วย
"สุมิมะเซ็น ผมต้องขออภัยทุกคนมาก โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดวากายามะ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมไม่สามารถปกป้องความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนได้ ต้องขออภัยจริงๆ"
เมื่อปรากฏตัวออกมา นายกรัฐมนตรีไซอนจิ อิโต ก็ก้มศีรษะขอโทษสามครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องของนักข่าวนับไม่ถ้วน เขาก้มศีรษะเกือบสามนาที
งานแถลงข่าวนี้มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่เห็นภาพนี้ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ต่างก็มีความโกรธแค้นต่อไซอนจิ อิโต ลดลงไปมาก
เนื่องจากไซอนจิ อิโต ได้ขอโทษแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้อีก
"ท่านนายกรัฐมนตรี ในยามนี้จังหวัดวากายามะถูกควบคุมโดยกองทัพอเมริกา เป็นเพราะคุณแอบทำข้อตกลงที่สกปรกกับอเมริกาใช่หรือไม่ โดยไม่สนใจชีวิตของประชาชนของตนเอง และปล่อยให้อเมริกาทำตามอำเภอใจในจังหวัดวากายามะ"
เมื่อถึงช่วงตอบคำถาม นักข่าวฝรั่งเศสคนหนึ่งก็ลุกขึ้นถามอย่างรวดเร็ว
ไซอนจิ อิโต หน้าดำคร่ำเครียด คิดว่าเขาอยากทำแบบนี้หรือ แต่ก็ต้องดูว่าอเมริกามีฐานะอย่างไรในประเทศญี่ปุ่น ต่อให้เขาอยากจะปฏิเสธก็ต้องมีความสามารถก่อน
แน่นอนว่าคำตอบที่แสดงออกมาทางวาจาไม่สามารถกล่าวเช่นนั้นได้
"เข้าใจผิดแล้ว นี่คือการเข้าใจผิด สาเหตุที่เชิญอเมริกาเข้ามาประจำการในจังหวัดวากายามะ เป็นเพราะความแข็งแกร่งทางการทหารของอเมริกานั้นยิ่งใหญ่กว่า จึงสามารถรับประกันความปลอดภัยได้ ในขณะเดียวกันความแข็งแกร่งด้านการวิจัยของอเมริกาก็อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก การได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาจะทำให้เราค้นหาความลับของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้เร็วขึ้น"
ไซอนจิ อิโต กล่าวอย่างหนักแน่น เพื่อหาข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบให้กับการกระทำของตน
"จังหวัดวากายามะยังยึดคืนได้ไม่ครบถ้วน ภายในยังมีประชาชนชาววากายามะอยู่จำนวนมาก ผมเห็นวิดีโอที่ผู้รอดชีวิตในจังหวัดวากายามะถ่ายและส่งขึ้นอินเทอร์เน็ต พวกเขาบอกว่ากองทัพอเมริกาไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือพวกเขา และยังขัดขวางไม่ให้พวกเขาหนีออกจากจังหวัดวากายามะ เพื่อให้พวกเขากลายเป็นอาหารของสัตว์ประหลาด"
มีนักข่าวอีกคนหนึ่งลุกขึ้นถาม ซึ่งในครั้งนี้คือนักข่าวจากประเทศรัสเซีย
ผู้บัญชาการกองทัพอเมริกาประจำญี่ปุ่น ฟลอ เฮอร์นันเดซ หยิบไมโครโฟนขึ้นมาและกล่าวอย่างไร้อารมณ์ว่า "คำกล่าวนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ชาวญี่ปุ่นในจังหวัดวากายามะได้รับการตรวจสอบแล้วว่า พวกเขาติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่ไม่สามารถทราบได้เนื่องจากการสูญเสียการควบคุมท่ามกลางการสัมผัสกับสัตว์ประหลาดเป็นเวลานาน หากปล่อยให้ออกมาโดยไม่มีการควบคุม จะนำไปสู่ภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งมีชีวิต
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ กองทัพของเราจึงเลือกที่จะช่วยเหลือกองกำลังป้องกันตนเองของประเทศญี่ปุ่นในการปิดล้อมจังหวัดวากายามะไว้ก่อน
นอกจากนี้ ในยามนี้ใกล้กับจังหวัดวากายามะ กำลังมีการเร่งสร้างค่ายกักกันแยกโรคแห่งใหม่ขึ้นหลายแห่ง พวกเราจะส่งเสบียงอาหารและสิ่งของจำเป็นลงไปในจังหวัดวากายามะอย่างต่อเนื่อง สัตว์ประหลาดในเมืองก็ถูกกำจัดไปเกือบหมดสิ้นแล้ว ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อผู้รอดชีวิตที่หลงเหลืออยู่เลย
และเมื่อค่ายกักกันสร้างเสร็จ เราก็จะสามารถเคลื่อนย้ายผู้รอดชีวิตในจังหวัดวากายามะเข้าไปได้ เมื่อถึงเวลานั้นหากไม่มีปัญหาใดๆ เราก็ย่อมปล่อยให้พวกเขากลับไปใช้ชีวิตปกติตามธรรมดา"
เมื่อเหล่านักข่าวได้ยินคำพูดนี้ของฟลอ เฮอร์นันเดซ ต่างก็พากันเกิดความสงสัยมหาศาลขึ้นในใจ
"ค่ายกักกัน? ทำไมฟังดูคุ้นหูขนาดนี้"
"ลืมไปแล้วหรือ เมื่อสองปีก่อนกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอก็เคยใช้วิธีนี้จัดการกับชาวยิว"
"ให้ตายเถอะ ผมว่าทำไมถึงคุ้นเคยขนาดนี้ กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอใช้ไวรัสซอมบี้แยกชาวยิว อเมริกาใช้ไวรัสตว์ประหลาดแยกชาวญี่ปุ่น โลกนี้เป็นวงกลมจริงๆ!"
เหล่านักข่าวในห้องต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าประหลาด
แผนการที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเคยใช้กับชาวยิว บัดนี้กลับถูกอเมริกานำมาใช้กับชาวญี่ปุ่น แม้จะไม่พากันกล่าวถึงเรื่องอื่น แต่ทั้งสองฝ่ายก็มีความเห็นพ้องในเรื่องนี้
ที่ห้องแถลงข่าวมีนักข่าวจากกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอส่งมาด้วย ในยามนี้เขามองดูฟลอ เฮอร์นันเดซ ด้วยสีหน้าอึ้งๆ
แย่แล้ว อเมริกาเรียนรู้ความสามารถที่แท้จริงไปแล้ว
ในอดีตมักจะเป็นกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอที่เรียนรู้วิธีการจากอเมริกา แต่นึกไม่ถึงว่าวันนี้อเมริกาจะเป็นฝ่ายเลียนแบบเสียเอง
"ผมมีคำถาม เหตุการณ์ในจังหวัดวากายามะครั้งนี้ มีข่าวลือว่าเกิดจากการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์ของประเทศญี่ปุ่น มีหน่วยงานวิจัยยืนยันแล้วว่าพบสารกัมมันตภาพรังสีตกค้างในระดับที่สูงมากในซากสัตว์ประหลาด ประเทศญี่ปุ่นจะหยุดการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์เมื่อใด"
นักข่าวกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอถือไมโครโฟนและถามคำถามที่หลายคนให้ความสนใจ
"การปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสัตว์ประหลาดในครั้งนี้ สาเหตุที่สัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นมานั้นยังคงต้องสืบสวนและยืนยัน เมื่อเราวิจัยจนทราบรายละเอียดที่ชัดเจนแล้ว เราก็ย่อมประกาศให้โลกภายนอกทราบอย่างเป็นทางการแน่นอน"
ไซอนจิ อิโต ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด อย่าว่าในยามนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสัตว์ประหลาดเกิดจากพวกเขา ต่อให้เป็นเช่นนั้นจริงก็ย่อมไม่สามารถยอมรับได้ เพราะจะทำให้ประเทศญี่ปุ่นถูกตราหน้าจากสังคมโลก และรัฐบาลรวมถึงตัวเขาที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็จะถูกด่าทอจากภายในประเทศ เนื่องจากความสูญเสียในจังหวัดวากายามะนั้นกองอยู่ตรงหน้า หากยอมรับก็เท่ากับว่าเขาต้องรับผิดชอบทั้งหมดต่อเหตุการณ์สัตว์ประหลาดจู่โจมจังหวัดวากายามะ
เมื่อเห็นใบหน้าอันไร้ยางอายของไซอนจิ อิโต เหล่านักข่าวจำนวนมากจึงไม่เชื่อในคำพูดนั้นเลย แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมรับ ก็ย่อมไม่มีทางจัดการได้
หลังจากงานแถลงข่าวจบลง เหตุการณ์สัตว์ประหลาดก็ไม่ได้ยุติลงเพียงเท่านี้ นานาประเทศทั่วโลกเริ่มส่งคนออกไปสำรวจความจริงที่อยู่เบื้องหลังสัตว์ประหลาด และใคร่รู้ว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร
..........................
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา!
บริเวณพื้นที่ราบสูงใต้มหาสมุทรโอกาซาวาระ เรือวิจัยทางทะเลลำหนึ่งที่ติดธงอเมริกากำลังแล่นอยู่ และมีเรือรบของอเมริกาสองลำร่วมเดินทางเคียงข้างไปด้วย
บนเรือวิจัยเต็มไปด้วยเหล่านักวิชาการด้านชีววิทยา นักวิชาการด้านสัตว์โบราณ นักวิชาการด้านจุลชีววิทยา และที่สำคัญคือนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณนับไม่ถ้วน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นนักวิชาการระดับโลก พวกเขาส่วนใหญ่ได้รับเชิญมาจากอเมริกา แน่นอนว่าตัวนักวิชาการเองก็มีความสนใจในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
ในยามนี้เหตุการณ์สัตว์ประหลาดที่จังหวัดวากายามะกำลังโด่งดังไปทั่วโลก สำหรับสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่เช่นนี้ จึงดึงดูดความใคร่รู้ของเหล่านักวิชาการได้อย่างมหาศาล
หลายคนเชื่อว่า นี่คือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ หากสามารถค้นหาความลับภายในตัวสัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้ มนุษย์ก็ย่อมมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีและชีววิทยา
"เครื่องระบุตำแหน่งยังคงทำงานอยู่ ทิศทางของปลาเหยื่อคือ 27183.13551"
"ระบบโซน้ำร์ทำงานปกติ ไม่พบสัญญาณที่ผิดปรกติ"
"แผนภาพเส้นทางการเดินทางของปลาเหยื่อถูกส่งกลับไปยังกองบัญชาการแล้ว"
ภายในเรือวิจัย เจ้าหน้าที่จำนวนมหาศาลกำลังทำงานกันอย่างเคร่งเครียด
"จงติดตามปลาเหยื่อต่อไป ห้ามพลาดเป้าหมายเป็นอันขาด"
ชายชราผมขาวผู้หนึ่งที่มีท่าทีขะมักเขม้นและจดจ้องไปยังแผนที่ทางทะเลกล่าวขึ้น
เขาชื่อ วิโอลา เบลีย์ เป็นนักชีววิทยาทางทะเลระดับโลก เขาเคยค้นพบสิ่งมีชีวิตทางทะเลสายพันธุ์ใหม่มานับไม่ถ้วน และมีความเชี่ยวชาญในด้านกระแสน้ำในมหาสมุทร การกระจายของสายพันธุ์ จุลชีววิทยา ธรณีวิทยา และพฤกษศาสตร์ทางทะเล และเขายังเป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของทีมในครั้งนี้
สิ่งที่วิโอลาทำอยู่ในยามนี้ คือการติดตามปลาเหยื่อ ซึ่งความจริงแล้วปลาเหยื่อที่ว่านี้คือสัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดขนาดกลางตัวหนึ่ง
หลังจากการยึดครองจังหวัดวากายามะ อเมริกาก็เริ่มทำการวิจัยสัตว์ประหลาดทันที
ซากสัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลภายในเมืองถูกอเมริกานำไปวิจัยและผ่าชันสูตร และยังมีการจับตัวที่มีชีวิตไว้จำนวนไม่น้อย
จากการวิจัย นักวิทยาศาสตร์อเมริกาพบว่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้กลายพันธุ์มาจากสิ่งมีชีวิตทางทะเลทั่วไป พันธุกรรมส่วนใหญ่มีความสอดคล้องกับคุณลักษณะของสิ่งมีชีวิตทางทะเล และพบกัมมันตภาพรังสีตกค้างจำนวนมหาศาลภายในเนื้อเยื่อร่างกาย
ที่สำคัญที่สุดคือ ภายในเลือด เนื้อ และพันธุกรรมของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ มีสารบางอย่างและชุดพันธุกรรมที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้และไม่มีใครรู้จักปนเปื้อนอยู่
สารในสายเลือดและชุดพันธุกรรมที่แปลกประหลาดเหล่านี้ ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้น
อเมริกาได้สกัดสารในสายเลือดที่เสถียรจากร่างกายสัตว์ประหลาดเหล่านี้ และลองฉีดเข้าไปในร่างกายมนุษย์ ผลปรากฏว่านักโทษที่ใช้ในการทดลองเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
แต่อเมริกากลับรู้สึกตื่นเต้นและยินดีในเรื่องนี้มาก แม้ในยามนี้จะไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อมีเวลาในอนาคต ย่อมไม่หมายความว่าจะทำไม่ได้ หากพวกเขาสามารถทำความเข้าใจสารในสายเลือดชนิดนี้ได้ และสกัดกรองให้บริสุทธิ์ในภายหลัง เพื่อวิจัยรุ่นที่เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ และนำมาใช้กับมนุษย์ แม้แต่เหล่าข้าราชการระดับสูงและนายทุนยูนิเวอร์แซลในอเมริกา ต่างก็เริ่มจินตนาการถึงการเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายและเพิ่มอายุขัยของตนเองผ่านวิธีนี้
มีคนเสนอว่า สารในสายเลือดชนิดนี้ หากสามารถเสริมสร้างร่างกายมนุษย์ได้ ทำไมฟังดูเหมือนกับนักรบพันธุกรรมของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอขนาดนี้
สัตว์ประหลาดมีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่น นักรบพันธุกรรมเองก็มีความสามารถเฉพาะตัวจากการกลายพันธุ์ของร่างกายหลายประการ
ต่อมาจึงมีคนสันนิษฐานว่า กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สัตว์ประหลาดนี้หรือไม่
แต่ข้อเสนอนี้ก็ถูกปัดตกไปในไม่ช้า
เนื่องจากอเมริกาเองก็เคยครอบครองซากเนื้อเยื่อของนักรบพันธุกรรม และทำการวิจัยเกี่ยวกับการมีอยู่ของนักรบพันธุกรรมมาอย่างมหาศาล
แม้ว่าอเมริกาจะไม่สามารถเพาะฟักนักรบพันธุกรรมได้ด้วยตนเอง แต่พวกเขาก็รู้ว่าภายในร่างกายของนักรบพันธุกรรมจะมีพันธุกรรมของพวกแมลงอยู่ เมื่อรวมกับสภาพพื้นที่ของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอที่มีฟาร์มเลี้ยงแมลงอยู่ทั่วทุกแห่ง อเมริกาจึงเชื่อว่ากลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอพัฒนานักรบพันธุกรรมมาจากแมลง และมีความเกี่ยวพันกับท้องทะเลน้อยมาก
และจากการเปรียบเทียบ สารในร่างกายของนักรบพันธุกรรมและสัตว์ประหลาดก็ไม่มีความสอดคล้องกัน
เมื่อตัดข้อสงสัยเรื่องกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอออกไป ความสนใจของอเมริกาจึงยิ่งเพิ่มมากขึ้น นี่จึงไม่หมายความว่าพวกเขาจะสามารถวิจัยสิ่งที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่านักรบพันธุกรรมของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ และสร้างการมีอยู่ของมนุษย์ที่กลายพันธุ์ขึ้นมาได้หรือ
แต่หลังจากสัตว์ประหลาดในจังหวัดวากายามะเสียชีวิตลง ต่อให้มีการเก็บรักษาศพไว้ในอุณหภูมิต่ำ สารพิเศษและชุดพันธุกรรมเหล่านั้นก็จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นนอกจากอเมริกาจะทำการวิจัยแล้ว ยังต้องถนอมสัตว์ประหลาดที่หลงเหลืออยู่ในจังหวัดวากายามะไว้อย่างเป็นที่สุด เนื่องจากสิ่งนี้คือแหล่งที่มาเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถวิจัยสารในสายเลือดที่แปลกประหลาดเหล่านั้นได้ อเมริกาจึงไม่กล้าสังหารสัตว์ประหลาดในจังหวัดวากายามะง่ายๆ และพากันปกป้องไว้ราวกับหมีแพนด้า
ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องการให้นักวิทยาศาสตร์สืหาสาเหตุที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เกิดการกลายพันธุ์
ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงติดตั้งเครื่องระบุตำแหน่งไว้ในสัตว์ประหลาดที่กลายพันธุ์บางตัว และปล่อยกลับลงทะเล จากนั้นจึงติดตามร่องรอยการเดินทางของพวกมัน
สิ่งมีชีวิตทางทะเลส่วนใหญ่มีลักษณะการอพยพย้ายถิ่นฐาน และจะกลับไปยังแหล่งกำเนิดเพื่อผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ การติดตามสิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดเหล่านี้ จึงไม่หมายความว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะกลับไปยังท้องทะเลที่เป็นต้นเหตุแห่งการกลายพันธุ์ด้วยหรือ
เรือวิจัยที่อยู่ตรงหน้า คือเรือหนึ่งในหลายลำที่อเมริกาส่งออกมา
"คุณวิโอลา การทำเช่นนี้จะได้ผลจริงๆ หรือ? พวกเราลอยคออยู่ในทะเลมาสามวันเต็มๆ แล้ว"
นายทหารอเมริกาคนหนึ่งที่มีตำแหน่งระดับพันเอกกล่าวขึ้นในบริเวณใกล้เคียง เขาชื่อ เอลเลอร์ วิลสัน ผู้เป็นตัวแทนของรัฐบาลอเมริกาที่เดินทางร่วมมาในครั้งนี้
"อย่างน้อยนี่ก็คือทางเลือกที่เห็นผลสำเร็จได้ง่ายที่สุด การวิจัยทางวิทยาศาสตร์นั้นไม่มีใครให้คำมั่นสัญญาที่สมบูรณ์แบบแก่คุณได้ บางครั้งโชคชะตาเพียงเล็กน้อยคือจุดตัดสินของชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ ยามนี้ต้องดูว่าเราจะสามารถเสี่ยงโชคชนะได้หรือไม่"
วิโอลาหยักไหล่ พลางชี้ไปยังข้อมูลสัญญาณที่ส่งกลับมาจากเครื่องระบุตำแหน่งและกล่าวว่า "พวกเราลงแรงทำงานมาอย่างมหาศาล เมื่อถึงยามนี้หากยังไม่พบคำตอบ ผมก็ย่อมไม่ยอมรามือ"
เมื่อได้ยินคำพูดที่ราวกับเด็กน้อยขี้แยที่ไม่ยอมแพ้เช่นนั้น เอลเลอร์จึงผายมือทั้งสองข้างและกล่าวว่า "เอาเถอะ คุณคือผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อถือคุณ"
วิโอลาคลี่ยิ้มออกมา พลางมองดูลมทะเลที่พัดผ่าน และมหาสมุทรสีครามที่สุดลูกหูลูกตา ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า "เชื่อเถอะ ผมมีความรู้สึกว่า ยามนี้พวกเราอาจกำลังก้าวเข้าสู่ความจริง"
"ความรู้สึก? เรื่องแบบนี้จะเชื่อถือได้หรือ?"
เอลเลอร์เริ่มรู้สึกลำบากใจ ในสายตาของเขา การวิจัยคือเรื่องที่เคร่งครัดและละเอียดลออมาก จะนำไปรวมกับสัมผัสที่หกที่คลุมเครือได้อย่างไรกัน
"ผมเป็นคนที่มีโชคค่อนข้างดีเลย"
วิโอลามิได้กล่าวอะไรอีก เพียงแต่จดจ้องไปยังข้อมูลทางทะเลบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ จนกระทั่งถึงเวลาอาหารกลางวัน ในยามที่วิโอลาตั้งใจจะออกไปทานอาหาร ทันใดนั้นเสียงที่ตื่นเต้นก็ดังขึ้นภายในเรือ
"รายงาน เครื่องระบุตำแหน่งของปลาเหยื่อหยุดนิ่งแล้ว มันกำลังดำดิ่งลงสู่ก้นทะเล ความลึก 500 เมตร... 1000 เมตร... 1500 เมตร..."
ตูม!
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกมา ภายในเรือก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที เหล่านักวิทยาศาสตร์ทุกคนต่างพากันกรูเข้าไปดู
"มันอาจจะพบทางกลับบ้านแล้ว"
แววตาของวิโอลาเต็มไปด้วยความดีใจ เขาตบหัวไหล่ของเอลเลอร์ที่อยู่ด้านข้างพลางหัวเราะร่าและกล่าวว่า "ผมบอกแล้วไง ผมเป็นคนที่มีโชคดีมาโดยตลอด"
"คุณพูดถูก"
เอลเลอร์ชูนิ้วหัวแม่มือให้
"ตำแหน่งของปลาเหยื่ออยู่ที่ไหน ระบุให้ชัดเจน"
วิโอลาถามย้ำ พลางเบียดตัวเข้าไปหน้าฝูงชน
เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมเครื่องระบุตำแหน่งเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า "ที่นี่... ที่นี่คือร่องลึกมาเรียนา!"