- หน้าแรก
- ระบบอาณาเขตเทพ ขอเพียงอยู่ในถิ่นข้าก็คือผู้ไร้พ่าย
- บทที่ 16 ฉินซวงเยวี่ยออกจากเทือกเขา ไอ้เฒ่าไร้ยางอายเอาชีวิตมาชดใช้!
บทที่ 16 ฉินซวงเยวี่ยออกจากเทือกเขา ไอ้เฒ่าไร้ยางอายเอาชีวิตมาชดใช้!
บทที่ 16 ฉินซวงเยวี่ยออกจากเทือกเขา ไอ้เฒ่าไร้ยางอายเอาชีวิตมาชดใช้!
บทที่ 16 ฉินซวงเยวี่ยออกจากเทือกเขา ไอ้เฒ่าไร้ยางอายเอาชีวิตมาชดใช้!
"ภายในเทือกเขาแสนยอดถึงกับมีคนกำลังถามไถ่วิญญาณ เป็นผู้ใดกันแน่"
อู๋เทียนเซิ่งเอ่ยด้วยความสงสัย
ในฐานะที่เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับถามไถ่วิญญาณ ย่อมรู้ดีว่าปราณม่วงหมื่นลี้ในตอนนี้ไม่มีทางเป็นนิมิตของสัตว์อสูรที่กำลังบรรลุระดับถามไถ่วิญญาณอย่างเด็ดขาด
สัตว์อสูรบรรลุระดับถามไถ่วิญญาณ ย่อมปรากฏนิมิตเช่นกัน
ทว่าในนิมิตนั้นจะต้องมีไอปีศาจพุ่งทะยานทะลุฟ้า ไม่มีทางเป็นเหมือนในตอนนี้ ที่มีเพียงปราณสีม่วงอันเข้มข้นเท่านั้น
ไร้ซึ่งไอปีศาจใดๆ
ดังนั้น สิ่งที่ยืนยันได้ในตอนนี้ก็คือ ต้องเป็นเผ่ามนุษย์กำลังก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณอย่างแน่นอน
แล้วจะเป็นผู้ใดกัน ที่มาก้าวเข้าสู่ระดับถามไถ่วิญญาณในเทือกเขาแสนยอด
หรือว่าจะไม่กลัวมหาปีศาจของเผ่าปีศาจเหล่านั้นไปหาเรื่องเลยงั้นหรือ
อู๋เทียนเซิ่งจ้องมองนิมิตบนท้องฟ้า นัยน์ตาทอประกายวูบวาบไม่หยุด
และในตอนนั้นเอง
บริเวณกึ่งกลางของปราณสีม่วงอันไร้ขอบเขตก็เริ่มหมุนวนอย่างเชื่องช้า ก่อตัวเป็นวังน้ำวนขนาดยักษ์ ก่อนจะร่วงหล่นลงมา สู่จุดใดจุดหนึ่งภายในเทือกเขาแสนยอด
"สำเร็จแล้ว"
เมื่อเห็นภาพนี้ อู๋เทียนเซิ่งก็พึมพำเสียงแผ่ว
ผู้ฝึกตนตระกูลอู๋คนอื่นๆ ล้วนเผยสีหน้าอิจฉาออกมา
องค์ชายหกลี่เฉิงเสวียนเองก็จ้องมองปราณสีม่วงไร้ขอบเขตที่ก่อตัวเป็นเสาอากาศขนาดยักษ์ด้วยความเหม่อลอย แววตาเลื่อนลอย
ไม่ว่าจะเป็นลี่เฉิงเสวียนหรือคนตระกูลอู๋ ล้วนไม่รู้เลยว่าผู้บรรลุระดับถามไถ่วิญญาณผู้นี้ ก็คือฉินซวงเยวี่ยที่พวกเขากำลังตามหาอยู่นั่นเอง
……
ในเวลาเดียวกัน
บนเส้นทางหลวงในจงโจวที่อยู่ใกล้กับมณฑลอี๋หลิง
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำสวมชุดเกราะทหารสีแดง สวมหมวกเกราะมังกรเพลิง กำลังนำทัพทหารม้าเหล็กหนึ่งแสนนาย ควบทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเทือกเขาแสนยอดอย่างรวดเร็ว
แววตาของชายวัยกลางคนคมกริบดุจใบมีด เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
เขาผู้นี้ก็คือเทพแห่งการสังหารของต้าเซี่ย หยางฉี
หยางฉีที่กำลังเร่งเดินทาง จู่ๆ ก็หยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเทือกเขาแสนยอด
กองทัพหนึ่งแสนนายก็หยุดชะงักตามไปด้วย
พวกเขาทุกคนล้วนมองเห็นปราณม่วงหมื่นลี้สายนั้น
"มีคนบรรลุระดับถามไถ่วิญญาณแล้ว!"
รองแม่ทัพซ้ายของหยางฉีที่สวมชุดเกราะดำเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
หยางฉีอยู่ในขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นสอง
ส่วนรองแม่ทัพทั้งสองของเขาล้วนอยู่ในขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่ง
เมื่อมาถึงขอบเขตถามไถ่วิญญาณ
ต่อให้ห่างกันเพียงแค่ขั้นเดียว ช่องว่างก็กว้างใหญ่ไพศาลมาก อย่างน้อยก็ห่างกันถึงสิบเท่า
ยกตัวอย่างเช่นรองแม่ทัพซ้ายขวาของหยางฉี แม้จะอยู่ในขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่ง เมื่อเทียบกับหยางฉีแล้วดูเหมือนจะห่างกันเพียงขั้นเดียว
แต่ต่อให้ทั้งสองร่วมมือกัน หยางฉีก็สามารถใช้เพียงมือเดียวเอาชนะพวกเขาได้
หนำซ้ำยังเป็นการบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบ
มิเช่นนั้น รองแม่ทัพระดับถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่งทั้งสองคนก็คงไม่มีทางยอมศิโรราบต่อหยางฉี
รองแม่ทัพขวาสวมชุดเกราะสีเงินสว่าง เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ท่านแม่ทัพ ดูจากทิศทางแล้ว น่าจะเป็นภายในเทือกเขาแสนยอด ผู้ใดกันที่ไปบรรลุระดับถามไถ่วิญญาณในเทือกเขาแสนยอด"
แววตาของหยางฉีราบเรียบ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด หลังจากหยุดนิ่งไปชั่วครู่เขาก็โบกมือ สั่งให้เดินทัพต่อไป
……
หลังจากฉินซวงเยวี่ยก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณ นางนั่งอยู่บนเตียงไม้ สัมผัสได้ถึงพลังอันสามารถทำลายล้างฟ้าดินภายในร่าง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อนลอยเล็กน้อย
นาง ก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณแล้ว!
ขอบเขตที่เมื่อก่อนแทบจะไม่กล้าแม้แต่จะคิด
หลังจากได้พบกับฉินหลี่ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งวัน นางก็กลายเป็นยอดฝีมือระดับถามไถ่วิญญาณแล้ว!
เทียบเท่ากับระดับพลังของพี่ชายคนโตเลยทีเดียว!
"เคล็ดวิชาที่ท่านบรรพชนมอบให้ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก!"
ฉินซวงเยวี่ยเอ่ยด้วยความตกตะลึง
นางรู้ดีว่า หากไม่มีเคล็ดวิชาเล่มนั้นที่ฉินหลี่มอบให้
ต่อให้นางจะบรรลุถึงขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นเก้าแล้ว แต่หากต้องการทะลวงเข้าสู่ถามไถ่วิญญาณให้สำเร็จ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเพียงใด
เคล็ดวิชาที่ฉินหลี่มอบให้ เป็นวิชาที่เหมาะสมกับนางที่สุด
หนำซ้ำคุณภาพของเคล็ดวิชายังเหนือล้ำกว่าเคล็ดวิชาที่ดีที่สุดของแคว้นต้าเซี่ยเสียอีก
แม้แต่เคล็ดวิชาที่คนตระกูลฉินของนางฝึกฝนสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ก็ยังไม่อาจนำมาเทียบกับเคล็ดวิชาเสวียนอวี้เจวี๋ยได้เลย
"นังหนู มาหาข้าสิ"
ในตอนนั้นเอง ข้างหูของฉินซวงเยวี่ยก็แว่วเสียงของฉินหลี่ดังขึ้น
ฉินซวงเยวี่ยรีบปรับอารมณ์ให้สงบลง ก่อนจะไปพบฉินหลี่ยังสถานที่เดียวกับเมื่อวาน
"ซวงเยวี่ยกราบคารวะท่านบรรพชน ขอบพระคุณท่านบรรพชนที่ประทานเคล็ดวิชาให้ ระดับพลังของซวงเยวี่ยจึงก้าวเข้าสู่ถามไถ่วิญญาณได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เจ้าค่ะ!"
ฉินซวงเยวี่ยค้อมกายคารวะด้วยความนอบน้อมอย่างถึงที่สุด
ฉินหลี่เอ่ยเสียงเรียบ "บัดนี้เจ้าบรรลุถามไถ่วิญญาณแล้ว นับว่าเริ่มมีความสามารถเพียงพอที่จะแก้แค้นได้ ในตอนนี้ลี่เฉิงเสวียนและอู๋เทียนเซิ่งอยู่บริเวณทางเข้าเทือกเขาแสนยอด อู๋เทียนเซิ่งผู้นั้นคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการทำลายตระกูลฉิน มีพลังบ่มเพาะระดับถามไถ่วิญญาณขั้นสอง เจ้ากล้าสังหารมันหรือไม่"
"มีสิ่งใดให้ไม่กล้ากันเจ้าคะ!"
เมื่อฉินซวงเยวี่ยได้ยินชื่อลี่เฉิงเสวียนและอู๋เทียนเซิ่ง ในดวงตาก็ฉายแววเคียดแค้นอย่างหาที่สุดไม่ได้
"ดี เช่นนั้นเจ้าก็จงถือดาบชื่อหวงไปแก้แค้นเถอะ จงใช้วิชาเทพที่ข้าถ่ายทอดให้จัดการพวกมัน"
ฉินหลี่เอ่ยปากอย่างราบเรียบ ก่อนจะให้เยวี่ยทู่พาฉินซวงเยวี่ยออกไป
"เจ้าค่ะ ท่านบรรพชน!"
สีหน้าของฉินซวงเยวี่ยหนักแน่นเด็ดเดี่ยว นางคารวะหนึ่งครั้งก่อนจะเดินตามเยวี่ยทู่ออกจากหมู่บ้านไป
ในขณะเดียวกัน ภายในหัวของฉินหลี่ก็มีเสียงของระบบดังขึ้น
[ติ๊ง! ระดับพลังของฉินซวงเยวี่ยเลื่อนขั้นสู่งขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่ง ได้รับรางวัลค่าอาณาเขต 100,000 แต้ม!]
[ติ๊ง! สภาพจิตใจของฉินซวงเยวี่ยเกิดการเปลี่ยนแปลง จิตใจที่ต้องการแก้แค้นทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ได้รับรางวัลค่าอาณาเขต 200,000 แต้ม!]
เป็นค่าอาณาเขตสามแสนแต้มอีกแล้ว
สามารถขยายอาณาเขตออกไปได้อีกหกร้อยลี้
ฉินหลี่นำค่าอาณาเขตทั้งหมดเติมเข้าสู่อาณาเขตไร้เทียมทาน ขอบเขตของอาณาเขตไร้เทียมทานจึงขยายตัวขึ้นอีกครั้ง ครอบคลุมพื้นที่มณฑลหนานเจียงไปแล้วถึงสองพันสี่ร้อยลี้ ซึ่งเกินกว่าหนึ่งในห้าของพื้นที่ทั้งหมด
ฉินหลี่ดึงสติกลับมา
การจะครอบคลุมมณฑลหนานเจียงได้ทั้งหมด คงรออีกเพียงไม่นาน
……
ในเวลาเดียวกัน
หลังจากฉินซวงเยวี่ยเดินตามเยวี่ยทู่ออกจากหมู่บ้าน เยวี่ยทู่ก็พาฉินซวงเยวี่ยพริ้วกายหายวับไปในพริบตา
เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พวกนางก็มาอยู่บริเวณรอบนอกของเทือกเขาแสนยอดแล้ว
ม่านตาของฉินซวงเยวี่ยหดเกร็ง
ตกตะลึงอย่างหาที่สุดไม่ได้
นี่มันวิชาอันใดกัน
เคลื่อนย้ายหมื่นลี้ในชั่วพริบตา!
ผู้ฝึกยุทธ์หลังจากบรรลุถึงขอบเขตตำหนักม่วง ก็จะสามารถลองเหาะเหินเดินอากาศได้
แต่ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตถามไถ่วิญญาณ ก็ไม่มีทางหายตัวเคลื่อนย้ายข้ามมิติได้
แต่เยวี่ยทู่กลับสามารถพาฉินซวงเยวี่ยเคลื่อนย้ายข้ามมิติมาไกลถึงเพียงนี้ได้ในพริบตาเดียว
เรื่องนี้ทำให้ฉินซวงเยวี่ยตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าระดับพลังของเยวี่ยทู่จะแข็งแกร่งถึงเพียงใด
"คิกคิก เจ้าติดตามเจ้านาย ไม่ช้าก็เร็วเจ้าก็จะมีพลังระดับนี้เช่นกัน"
เยวี่ยทู่เอ่ยกลั้วหัวเราะ "เอาล่ะ เจ้าไปเถอะ หากไม่มีคำสั่งของเจ้านาย ข้าไม่สามารถออกไปจากเทือกเขาแสนยอดได้ เรื่องหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วนะ"
"ขอบคุณมากเจ้าค่ะพี่เยวี่ยทู่!"
ฉินซวงเยวี่ยเอ่ยอย่างเกรงใจ
แม้เยวี่ยทู่จะมีรูปลักษณ์เป็นเพียงเด็กสาว อายุอานามดูเหมือนจะน้อยกว่าฉินซวงเยวี่ยเสียด้วยซ้ำ แต่ฉินซวงเยวี่ยรู้ดีว่า อายุจริงๆ ของอีกฝ่ายไม่รู้ว่ามากกว่านางกี่ร้อยกี่พันปี
ดังนั้นการเรียกพี่เยวี่ยทู่จึงไม่ถือว่าผิดแปลกอันใด
ฉินซวงเยวี่ยกลายสภาพเป็นลำแสงสีรุ้ง พุ่งทะยานออกจากเทือกเขาแสนยอด ในพริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่บนท้องฟ้าเหนืออู๋เทียนเซิ่งและองค์ชายหกลี่เฉิงเสวียน
"อู๋เทียนเซิ่ง ไอ้เฒ่าไร้ยางอาย วันนี้ข้าจะมาเอาชีวิตสุนัขของเจ้า!"
ทันทีที่ฉินซวงเยวี่ยปรากฏตัว นางก็ตวาดลั่น จ้องเขม็งไปที่อู๋เทียนเซิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย
คนตระกูลอู๋ ลี่เฉิงเสวียน รวมถึงฉินเหยาเวยต่างก็สะดุ้งตกใจ
"ฉินซวงเยวี่ย เจ้าถึงกับกล้าโผล่หัวออกมา!"
เมื่อลี่เฉิงเสวียนเห็นฉินซวงเยวี่ย เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดีใจจนเนื้อเต้น
เขาเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อจับกุมตัวฉินซวงเยวี่ย
แต่การที่ฉินซวงเยวี่ยหลบซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาแสนยอด การจะตามหาตัวนางนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
ไม่คิดเลยว่าตอนนี้ฉินซวงเยวี่ยจะยอมโผล่หัวออกมาเอง แบบนี้ไม่เรียกว่ารนหาที่ตายแล้วจะเรียกว่าอะไร
แม้แต่อู๋เทียนเซิ่งและพรรคพวกก็ยังต้องชะงักงัน
จากนั้นอู๋เทียนเซิ่งก็ปรายตามองบรรพชนว่านหลิง เมื่อเห็นว่าบรรพชนว่านหลิงไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ดูเหมือนจะไม่ได้มีความคิดที่จะยื่นมือเข้าสอดแทรก ในดวงตาของเขาก็ฉายแววเย็นชาอำมหิตออกมา
เขารู้ดีว่าอู๋เหม่ยหลิงบุตรสาวของเขาได้ตกตายไปแล้ว
หนำซ้ำร้อยทั้งร้อยก็ต้องตายด้วยน้ำมือของฉินซวงเยวี่ยอย่างแน่นอน
อู๋เทียนเซิ่งกระโดดลอยตัวขึ้นไป พริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉินซวงเยวี่ย เผชิญหน้ากับนาง ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มเย็นชา "ดูท่าเจ้าคงจะทนรอให้ตัวเองชดใช้ชีวิตให้เหม่ยหลิงไม่ไหวแล้วสินะ!"
[จบแล้ว]