- หน้าแรก
- ระบบอาณาเขตเทพ ขอเพียงอยู่ในถิ่นข้าก็คือผู้ไร้พ่าย
- บทที่ 17 อะไรคือเทพแห่งการสังหาร นี่สิถึงจะเรียกว่าเทพแห่งการสังหาร!
บทที่ 17 อะไรคือเทพแห่งการสังหาร นี่สิถึงจะเรียกว่าเทพแห่งการสังหาร!
บทที่ 17 อะไรคือเทพแห่งการสังหาร นี่สิถึงจะเรียกว่าเทพแห่งการสังหาร!
บทที่ 17 อะไรคือเทพแห่งการสังหาร นี่สิถึงจะเรียกว่าเทพแห่งการสังหาร!
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"
ผู้ฝึกตนขอบเขตข้ามเคราะห์ของตระกูลอู๋ที่เหลืออีกสิบกว่าคนก็ทยอยพุ่งตัวตามขึ้นไป
บินไปหยุดอยู่ข้างกายอู๋เทียนเซิ่ง จ้องเขม็งไปที่ฉินซวงเยวี่ย
"ประมุขอู๋ เหม่ยหลิงตายด้วยน้ำมือของฉินซวงเยวี่ย ถูกเลาะเส้นเอ็นถลกหนัง สภาพศพน่าเวทนายิ่งนัก ท่านต้องจับเป็นนางให้ได้ เพื่อแก้แค้นให้เหม่ยหลิงนะ!"
ลี่เฉิงเสวียนปรายตามองบรรพชนว่านหลิงแวบหนึ่ง พบว่าบรรพชนว่านหลิงยังไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมาด้วยซ้ำ ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจฉินซวงเยวี่ยเลยแม้แต่น้อย ดูท่าเขาคงจะไม่สอดแทรกเรื่องนี้แน่ ลี่เฉิงเสวียนจึงกล้าเอ่ยปาก
อู๋เทียนเซิ่งก็ก้มลงมองบรรพชนว่านหลิงเช่นกัน เมื่อมั่นใจว่าบรรพชนว่านหลิงจะไม่ยื่นมือเข้ามาสอดแทรกจึงวางใจลง
ทว่า
อู๋เทียนเซิ่งก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
ในเมื่อบรรพชนว่านหลิงไม่ได้มาที่นี่เพื่อฉินซวงเยวี่ย แล้วเหตุใดเขาถึงมาเฝ้าอยู่ที่นี่กันแน่
เขากำลังเฝ้าทางเข้าเทือกเขาแสนยอดแทนผู้ใดอยู่กัน
อู๋เทียนเซิ่งคิดอย่างไรก็คิดไม่ตก
จึงคร้านที่จะคิดให้มากความอีก
อย่างไรเสียที่เขามาที่นี่ก็เพื่อจับตัวฉินซวงเยวี่ยอยู่แล้ว
ขอเพียงจับตัวฉินซวงเยวี่ยได้ เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องบุกเข้าไปในเทือกเขาแสนยอดอีก
ดังนั้นเขาจึงเก็บความคิดเหล่านั้นกลับไป แล้วเอ่ยด้วยความนอบน้อมเล็กน้อย "องค์ชายหกโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะต้องทรมานนางอย่างสาสมแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!"
พูดจบ อู๋เทียนเซิ่งก็หันไปมองฉินซวงเยวี่ย "เจ้าคิดจะตัดเส้นชีพจรตัวเอง หรือจะให้ข้าค่อยๆ ย่ำยีเจ้าทีละนิด แล้วค่อยทำลายระดับพลังของเจ้าทิ้งดีล่ะ"
สิ้นคำพูดของเขา
ผู้ฝึกตนขอบเขตข้ามเคราะห์ของตระกูลอู๋ทั้งสิบกว่าคนก็พริ้วกายเข้าล้อมกรอบฉินซวงเยวี่ยเอาไว้ตรงกลางทันที
ฉินเหยาเวยที่อยู่เบื้องล่างมองดูฉินซวงเยวี่ยด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย
ทว่า
สีหน้าของฉินซวงเยวี่ยกลับเย็นชาอย่างถึงที่สุด นางเพียงแค่ปรายตามองผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ระดับข้ามเคราะห์เหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น "ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะไม่พูดจาไร้สาระให้มากความ เพราะ... ข้าจะไม่ทำลายระดับพลังของเจ้า แต่ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสีย!"
สิ้นเสียงของนาง
ในมือของฉินซวงเยวี่ยก็ปรากฏดาบยาวสีแดงฉานทั้งเล่มขึ้นมา
กลิ่นอายคาวเลือดอันคละคลุ้งแผ่ซ่านออกมาจากดาบยาวเล่มนั้น
"ดาบของเทพแห่งการสังหาร!"
"ดาบชื่อหวง!"
"นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร"
วินาทีที่ได้เห็นดาบชื่อหวง อู๋เทียนเซิ่งก็จดจำที่มาของดาบชื่อหวงได้ในทันที
นั่นคือดาบประจำกายของเทพแห่งการสังหารตัวจริงอย่างชื่อหวง
เมื่ออยู่ต่อหน้าชื่อหวง ต่อให้เป็นหยางฉีผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งการสังหารในยุคปัจจุบัน ก็ยังต้องด้อยกว่าหลายขุม!
ไม่อาจนำมาเทียบชั้นกันได้เลยแม้แต่น้อย
ทว่า ดาบชื่อหวงเล่มนี้กลับมาอยู่ในมือของฉินซวงเยวี่ย
เช่นนี้แล้วจะไม่ทำให้อู๋เทียนเซิ่งตื่นตะลึงได้อย่างไร นั่นคืออาวุธสุดสยองที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับถามไถ่วิญญาณได้เชียวนะ
เมื่อได้เห็นดาบเล่มนั้น แม้แต่อู๋เทียนเซิ่งก็ยังต้องถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว
ผู้ฝึกตนขอบเขตข้ามเคราะห์ของตระกูลอู๋ทั้งสิบกว่าคนเมื่อได้ยินชื่อดาบชื่อหวง ก็ตกใจกลัวจนต้องถอยร่นออกไปไกลกว่าสิบเมตรเช่นกัน
นั่นคือการถอยร่นที่เกิดจากสัญชาตญาณล้วนๆ
เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของดาบชื่อหวงนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
"ถึงกับเป็นดาบชื่อหวง นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร!"
องค์ชายหกลี่เฉิงเสวียนร้องอุทานลั่น จ้องมองดาบชื่อหวงในมือฉินซวงเยวี่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
สีหน้าของฉินเหยาเวยก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
แม้แต่บรรพชนว่านหลิงก็ยังลืมตาขึ้น แล้วเงยหน้ามองฉินซวงเยวี่ย
"เจ้านายถึงกับมอบดาบชื่อหวงให้นาง ให้ความสำคัญกับนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
บรรพชนว่านหลิงรำพึงในใจ
บรรพชนว่านหลิงย่อมรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างเทพแห่งการสังหารชื่อหวงกับฉินหลี่
ในปีนั้นชื่อหวงพลัดหลงเข้ามาในเทือกเขาแสนยอด และได้พบกับฉินหลี่
นิสัยใจคอของทั้งสองเข้ากันได้ดี จึงสนทนากันอย่างถูกคอ
ต่อมา
ชื่อหวงประลองฝีมือกับฉินหลี่ และแพ้พนันให้ฉินหลี่ จึงได้ทิ้งดาบชื่อหวงไว้กับฉินหลี่
และด้วยเหตุนี้ ฉินหลี่จึงได้ชี้แนะชื่อหวงไปหนึ่งครา
หลังจากชื่อหวงเกิดความรู้แจ้ง เขาก็เดินทางออกจากเทือกเขาแสนยอดไป
ทว่าก่อนจะจากไป ชื่อหวงก็ได้มอบวิชาที่ตนเองร่ำเรียนมาทั้งชีวิตให้แก่ฉินหลี่จนหมดสิ้น
ไม่คิดเลยว่าตอนนี้ฉินหลี่จะมอบดาบชื่อหวงเล่มนี้ให้แก่ฉินซวงเยวี่ย
"ดาบชื่อหวงแล้วอย่างไรเล่า นางก็เป็นแค่ขอบเขตกายทองคำขั้นเก้า รีบจับตัวนางไว้ ดาบชื่อหวงเล่มนี้ก็จะเป็นของตระกูลอู๋ของเราแล้ว!"
อู๋เทียนเซิ่งดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหัวเราะลั่น
คนตระกูลอู๋คนอื่นๆ ก็ได้สติเช่นกัน
นั่นสินะ
ผู้ที่มีพลังบ่มเพาะลึกล้ำครอบครองดาบชื่อหวง ย่อมเป็นการสร้างความหวาดหวั่น
แต่คนธรรมดาครอบครองดาบชื่อหวง นั่นก็คือตราบาป
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของพวกเขา การที่ฉินซวงเยวี่ยครอบครองดาบชื่อหวง ก็ถือเป็นตราบาปอย่างหนึ่ง
ดังนั้น
ผู้ฝึกตนขอบเขตข้ามเคราะห์ตระกูลอู๋สิบกว่าคน จึงมีสองคนพุ่งทะยานออกไปหาฉินซวงเยวี่ยทันที
ผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ทั้งสองคนนี้ คนหนึ่งอยู่ขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นหนึ่ง อีกคนอยู่ขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นสาม
เห็นได้ชัดว่าในความคิดของพวกเขา
การส่งสองคนนี้ออกไปก็ถือว่าเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนแล้ว
แววตาของฉินซวงเยวี่ยเย็นชา ร่างอรชรสั่นสะท้าน กลิ่นอายพลังบ่มเพาะอันน่าหวาดหวั่นปะทุขึ้นมาในชั่วพริบตา
เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของนางก็พลิ้วไหว
เงาสีเลือดที่ถือดาบทั้งเก้าสายพุ่งพรวดออกมาจากร่างของฉินซวงเยวี่ย
เงาทั้งเก้าสายนั้นมีความเร็วที่พริ้วไหวเหนือจินตนาการ
ชั่วพริบตาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ระดับข้ามเคราะห์ขั้นหนึ่งและขั้นสาม
ผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ทั้งสองแทบจะไม่มีพลังต่อต้านใดๆ เลย
พวกเขายังไม่ทันได้ตอบสนองด้วยซ้ำ
เงาสีเลือดสองสายก็พุ่งทะลวงผ่านร่างของพวกเขาไป
ร่างของทั้งสองสั่นสะท้านอย่างรุนแรง บนร่างกายปรากฏรอยดาบนับไม่ถ้วน ร่างกายแตกสลายราวกับเศษแก้ว ร่วงหล่นลงมาทีละชิ้น
จากนั้นเงาสีเลือดอีกเจ็ดสายที่เหลือ ก็พุ่งเข้าหาผู้ฝึกตนตระกูลอู๋อีกเจ็ดคนในพริบตา
สีหน้าของผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ทั้งเจ็ดคนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
คาดไม่ถึงเลยว่าพลังบ่มเพาะของฉินซวงเยวี่ยจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
บรรลุถึงขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่งแล้ว!
หนำซ้ำยังมีวิชาเทพที่น่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้อีก
ผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ทั้งเจ็ดคนงัดเอาวิชาทั้งหมดที่มีออกมาเพื่อต้านทาน
ทว่าเงาสีเลือดทั้งเจ็ดสายกลับทำลายการป้องกันทั้งหมดลงในชั่วพริบตา
พุ่งทะลวงผ่านร่างของพวกเขาไป
ผู้ฝึกตนตระกูลอู๋ทั้งเจ็ดคนกลายเป็นก้อนเลือดร่วงหล่นลงมา ตายอย่างศพไม่สวย!
เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมาก
เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
ยอดฝีมือระดับข้ามเคราะห์ตระกูลอู๋เก้าคน สิ้นชีพ!
"ขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่ง!"
"เงาดาบเก้าขั้ว!"
"นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร!"
อู๋เทียนเซิ่งสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง จ้องมองฉินซวงเยวี่ยด้วยความตื่นตระหนก บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ขอบเขตถามไถ่วิญญาณเชียวนะ!
ฉินซวงเยวี่ยถึงกับมีพลังบ่มเพาะระดับถามไถ่วิญญาณ!
นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร
พวกเขาได้รับข่าวสารที่แน่ชัดมาว่า เมื่อวานนี้ฉินซวงเยวี่ยยังอยู่แค่ขอบเขตกายทองคำขั้นเก้าอย่างแน่นอน!
นี่เพิ่งจะผ่านไปนานแค่ไหนกัน
นางถึงกับก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณแล้ว!
ตรงกลางนั้นยังมีขอบเขตฮว่าจิ้งและข้ามเคราะห์คั่นอยู่นะ!
แต่ละขอบเขตก็มีถึงเก้าขั้น!
ฉินซวงเยวี่ยสามารถก้าวข้ามสองขอบเขตใหญ่ จนบรรลุขอบเขตถามไถ่วิญญาณภายในเวลาเพียงหนึ่งวันได้อย่างไรกัน
นีมันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!
หรือว่า...
ปราณม่วงหมื่นลี้เมื่อครู่นี้ จะเป็นนิมิตการถามไถ่วิญญาณของฉินซวงเยวี่ยกัน
แล้วยังมีเงาดาบเก้าขั้วนั่นอีก นั่นคือสุดยอดวิชาดาบของชื่อหวงเชียวนะ
ชื่อหวงอาศัยวิชาดาบนี้ จึงสามารถต่อสู้ข้ามระดับขั้นได้
หรือว่า ฉินซวงเยวี่ยจะได้รับผู้สืบทอดของชื่อหวงภายในเทือกเขาแสนยอดงั้นหรือ
หรือกระทั่ง... พลังบ่มเพาะที่ชื่อหวงทิ้งเอาไว้ แล้วใช้วิชาถ่ายทอดพลังเข้าสู่ร่างของฉินซวงเยวี่ย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อู๋เทียนเซิ่งก็จ้องมองฉินซวงเยวี่ยด้วยความตกใจและโกรธแค้น
ที่ตกใจก็คือพลังบ่มเพาะและเงาดาบเก้าขั้วของฉินซวงเยวี่ย
ที่โกรธแค้นก็คือตระกูลอู๋ของเขาต้องสูญเสียยอดฝีมือระดับข้ามเคราะห์ไปถึงเก้าคนในชั่วพริบตา
นั่นคือระดับข้ามเคราะห์ถึงเก้าคนเชียวนะ!
ตระกูลอู๋ของพวกเขาทั้งหมดก็มีระดับข้ามเคราะห์เพียงยี่สิบคนเท่านั้น
ครั้งนี้กลับต้องสูญเสียไปถึงเกือบครึ่ง!
สำหรับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลอู๋แล้ว นี่ก็นับเป็นการโจมตีที่ถึงตายได้เลย!
เรื่องนี้ทำให้อู๋เทียนเซิ่งยากจะยอมรับได้
ความโกรธในใจยากจะระงับ เขาเอ่ยอย่างไม่ลังเล "พวกเจ้าถอยไป!"
[จบแล้ว]