- หน้าแรก
- ดาบสยบสวรรค์
- บทที่ 59 หลินฉางเกอบุกหอคอยอีกครั้ง!
บทที่ 59 หลินฉางเกอบุกหอคอยอีกครั้ง!
บทที่ 59 หลินฉางเกอบุกหอคอยอีกครั้ง!
หอคอยมังกรลี้ลับ!
ดวงตาของหลินฉางเกอสั่นไหว อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงอดีต
คราวนั้นในการทดสอบที่หอคอยมังกรลี้ลับ เขาและซูเหยาต่างผลัดกันทำลายสถิติ ไม่ว่าใครที่ยืนหยัดอยู่ได้จนถึงชั้นสุดท้าย ย่อมจะได้เป็นเจ้าของสถิติใหม่
หอคอยมังกรลี้ลับมีทั้งหมด 9 ชั้น สถิติเก่าแก่ที่สุดคือชั้นที่ 5 แต่ในตอนนั้นทั้งคู่ก้าวเข้าสู่ชั้นที่ 6 แล้ว ซูเหยาเสนอให้พักผ่อนสักครู่ก่อนจะลุยต่อ ซึ่งหลินฉางเกอก็ตกลง
ทว่าเมื่อกลับลงมาที่ห้องพักชั้น 1 นึกไม่ถึงว่าซูว่านจวินจะดักรออยู่ก่อนแล้ว เขาและซูเหยาร่วมมือกันสะกดร่างของหลินฉางเกอ และลงมือช่วงชิงสายเลือดไปอย่างโหดเหี้ยม
หลังจากหลินฉางเกอสลบไป ซูว่านจวินก็ตราหน้าเขาว่าเป็นคนบาปและขับไล่ออกจากสำนัก คำสั่งนั้นแพร่กระจายไปทั่วแคว้นหยวนเพียงชั่วข้ามคืน
บัดนี้ ทุกครั้งที่นึกถึงหอคอยมังกรลี้ลับ หลินฉางเกอมักจะจดจำความเจ็บปวดในวันนั้นได้เสมอ
"ข้าจำได้ว่าครั้งนั้นซูเหยาบุกไปถึงชั้นที่ 7 ที่เจ้าบอกว่าสถิติถูกทำลายลงอีกครั้ง... คือใครกัน?"
หลินฉางเกอตั้งสติแล้วเอ่ยถาม
"ไม่ทราบว่าเป็นใคร ตัวตนของอีกฝ่ายถูกปิดเป็นความลับ"
ฟางหนิงกล่าว "อายุของข้าเกินเกณฑ์แล้ว ไม่มีโอกาสได้ท้าทายหอคอยมังกรลี้ลับอีก แต่เจ้าทำได้ ในเมื่อเจ้าเคยล้มลงที่นี่ เจ้าไม่อยากจะลุกขึ้นมาใหม่จากที่นี่งั้นรึ?"
คำพูดของนางสั่นคลอนหัวใจของหลินฉางเกอ
เมื่อหลายเดือนก่อน เขาควรจะได้เป็นเจ้าของสถิติใหม่ แต่กลับถูกใส่ร้ายจนเกือบสิ้นชื่อ โชคดีที่ตระกูลเย่สนับสนุนสุดกำลัง และเขายังได้รับดาบตัดนภา ปลุกกายาจอมดาบจนปีนขึ้นมาจากก้นบึ้งได้สำเร็จ
ตอนนี้ โอกาสท้าทายอยู่ตรงหน้า ทำไมจะไม่ลองดูล่ะ?
"ตกลง ไปกันเถอะ"
หลินฉางเกอพยักหน้าด้วยจิตใจที่ฮึกเหิม
หอคอยมังกรลี้ลับตั้งอยู่ในเมืองหลวง เป็นสถานที่ฝึกฝนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อัจฉริยะนับไม่ถ้วนต่างมุ่งหน้ามาที่นี่
ใครก็ตามที่ทำลายสถิติได้ ชื่อของเขาจะถูกสลักลงบนศิลาหน้าหอคอย เป็นที่ยกย่องของเหล่าผู้ฝึกตนทั่วสารทิศ
นั่นคือเกียรติยศอันสูงสุด
ส่วนหลินฉางเกอในการไปครั้งนี้มีความคิดอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือทรัพยากรการฝึกฝน ตั้งแต่ซื้อเคล็ดวิชา 'สิบก้าวไท่เสวียน' ศิลาวิญญาณในตัวเขาก็เหลือไม่มากนัก
และหอคอยมังกรลี้ลับเคยประกาศไว้ว่า ใครก็ตามที่ผ่านด่านสำเร็จเป็นคนแรก จะได้รับรางวัลเป็นศิลาวิญญาณถึง 500,000 ก้อน ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาล
อย่างที่สองคือ หลินฉางเกอต้องการพิสูจน์ให้คนทั้งแคว้นหยวนเห็นว่า อัจฉริยะที่เคยโด่งดังคนนั้น บัดนี้เขากลับมาแล้ว!
หน้าหอคอยมังกรลี้ลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
นักพรตมากมายยืนออกันอยู่ตรงนั้น ต่างพากันเงยหน้ามองหอคอยพลางทอดถอนใจ
"ไม่รู้ว่าใครกันที่ทำลายสถิติของซูเหยาได้ แข็งแกร่งจริงๆ"
"แต่ก็นะ มันบอกอะไรไม่ได้หรอก ซูเหยาคงไม่มีเวลามาเสียกับหอคอยนี่แล้ว สถานที่นี้สำหรับนางคงเป็นที่ที่น่าเศร้าใจล่ะมั้ง"
"เจ้าหมายถึงเรื่องตอนนั้นรึ? เหอะ หลินฉางเกอคนนั้นช่างน่าขัน กล้าคิดมิดีมิร้ายกับซูเหยา ถูกทำลายวรยุทธ์ไปก็สมควรแล้ว"
"ซูเหยาคงไม่ได้สนใจหอคอยมังกรลี้ลับแล้วล่ะ นางกำลังเตรียมตัวสำหรับดินแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่ ถ้าดนางอยากทำลายสถิติขึ้นมาจริงๆ การจะผ่านหอคอยนี้ก็คงเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ใช่หรือ?"
เหล่านักพรตต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
พวกเขาทุกคนต่างคิดว่าซูเหยาคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากเย่ชิงเยว่ น้อยคนนักจะเปรียบเทียบกับนางได้
ส่วนหลินฉางเกอที่เคยมีชื่อเสียงคู่กันน่ะรึ? เป็นแค่คนพิการไปแล้ว ใครจะไปจำได้?
แม้ภายหลังจะมีข่าวว่าเขากลับมาและเข้าสำนักฟงเสวียน แต่เสียงเล่าอ้างก็ยังไม่ดังพอ
"แต่ว่า อัจฉริยะที่ทำลายสถิติคือใครกันแน่ ทำไมถึงไม่มีชื่อปรากฏบนศิลา?"
ศิษย์บางคนมองไปที่ยอดศิลา อันดับสองคือซูเหยา แต่อันดับหนึ่งกลับว่างเปล่า
ศิษย์คนอื่นๆ กล่าวว่า "คงเป็นคนที่ต้องการอยู่อย่างสันโดษล่ะมั้ง"
ฟางหนิงชำเลืองมองหลินฉางเกอ ราวกับกำลังรอการตัดสินใจของเขา
จะก้าวเข้าไปในหอคอยมังกรลี้ลับอีกครั้ง เพื่อทวงคืนความสำเร็จที่ควรจะเป็นของตนเองหรือไม่?
"ข้าต้องการลงชื่อเข้าหอคอย"
หลินฉางเกอก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล
"100 ศิลาวิญญาณ"
ผู้ดูแลหอคอยเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ตั้งแต่เมื่อคืนที่มีคนทำลายสถิติ นักพรตมากมายต่างพากันมาท้าทายหวังจะสร้างชื่อเสียงตามน้ำ
ทว่า ส่วนใหญ่ก็แค่มาเสียเงินเปล่า
หลินฉางเกอจ่ายศิลาวิญญาณ รับป้ายคำสั่งมา แล้วก้าวเดินเข้าสู่หอคอยมังกรลี้ลับด้วยท่าทางองอาจ
ฟางหนิงเงยหน้ามองยอดหอคอยที่สูงเสียดฟ้า พึมพำแผ่วเบา "ในเมื่อจะกลับมา ก็เริ่มจากหอคอยมังกรลี้ลับนี่แหละ"
...
หอคอยมังกรลี้ลับ ชั้นที่ 8
ร่างที่ดูน่ารักร่างหนึ่งหยุดเท้าลงพลางถอนหายใจ "ยังคงไปได้ถึงแค่ที่นี่ ชั้นที่ 9 สำหรับข้านั้นยากเกินไปจริงๆ"
"นั่นคือชั้นสุดท้ายของหอคอยมังกรลี้ลับ ย่อมต้องยากเป็นธรรมดา"
เบื้องหน้าของเด็กสาว มีชายหนุ่มท่าทางสุขุมยืนอยู่ เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวว่า "เมื่อหลายเดือนก่อน ซูเหยาพ่ายแพ้ในชั้นนี้ ตอนนี้เจ้าทำลายสถิติของนางได้แล้ว ก็นับว่าควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง"
เด็กสาวคนนั้นคือ ซือชิงชิง
"พี่ใหญ่ ท่านก็บอกเองว่านั่นมันเมื่อหลายเดือนก่อน!"
ซือชิงชิงแลบลิ้น "และในวันนั้นเองที่สายเลือดของซูเหยาเลื่อนระดับเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ หากนางยอมกลับมาท้าทายอีกครั้ง การผ่านชั้น 8 ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน"
"เผลอๆ ถ้าท่านให้นางมาตอนนี้ นางต้องผ่านชั้น 9 และพิชิตหอคอยมังกรลี้ลับได้แน่ เพียงแต่... ใจนางไม่ได้จดจ่ออยู่กับเรื่องนี้แล้วเท่านั้นเอง"
ซือชิงชิงถอนหายใจยาว "ยิ่งเข้าใกล้นางเท่าไหร่ ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง สายเลือดหงส์ศักดิ์สิทธิ์ของนาง ช่างเป็นสิ่งที่ยากจะข้ามผ่านจริงๆ"
ชายหนุ่มที่ซือชิงชิงเรียกว่าพี่ใหญ่ คือรองเจ้าสำนักสถาบันหลวง และเป็นคนรุ่นใหม่ที่รุ่งโรจน์ที่สุดของแคว้นหยวนในช่วงหลายปีมานี้ เขาคือ ซือหลาง ผู้ครอบครองสายเลือดระดับหลิงและความสามารถที่แข็งแกร่ง
"ขนาดสายเลือดระดับหลิงยังทำให้พี่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ นับประสาอะไรกับระดับศักดิ์สิทธิ์"
ซือหลางลูบหัวซือชิงชิง "เอาเถอะ เพื่อการท้าทายครั้งนี้เจ้าก็ลงแรงไปมาก กลับไปปิดด่านฝึกฝนให้ดี พยายามเลื่อนระดับเป็นขอบเขตปฐพีขั้น 5 ให้ได้ก่อนการคัดเลือกดินแดนศักดิ์สิทธิ์"
"ตกลงค่ะ"
ซือชิงชิงกำลังจะเดินจากไป แต่แล้วก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า "พี่ใหญ่ ท่านคิดว่า... ถ้าเป็นหลินฉางเกอมา เขาจะผ่านไปได้ถึงชั้นไหนคะ?"
นับตั้งแต่ปะทะกับหลินฉางเกอที่เมืองเทียนอิ้น "นังหนูชาเขียว" คนนี้ก็ดูจะฝังใจกับเขามาก พูดถึงไม่หยุดปาก
แม้แต่ซือหลางเองก็เริ่มสนใจในตัวชายหนุ่มคนนี้ขึ้นมา
"จากที่พี่รู้จักเขา เขาน่าจะเหมือนกับเจ้า คือผ่านชั้น 8 และไปพ่ายแพ้ที่ชั้น 9"
ซือหลางครุ่นคิด "หลังจากเขาได้รับสายเลือดระดับหลิง พรสวรรค์และพลังของเขาน่าจะกลับคืนสู่จุดสูงสุด การจะเทียบกับซูเหยานั้นคงยาก แต่หากต่ำกว่าซูเหยาลงมา ก็น่าจะไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ รวมถึงเจ้า และ... ฟางหนิงด้วย"
"น่าเสียดายจัง"
ซือชิงชิงทำหน้าเง้างอน "ถึงเขาจะเก่งมาก แต่มันก็จำกัดอยู่แค่ในแคว้นหยวน ถ้า... เขาเก่งกว่านี้ได้อีกสักหน่อยก็คงดี"
"ทำไมยังมายืนเหม่อกันอยู่ที่นี่ล่ะ?"
เสียงนุ่มนวลดังขึ้น พร้อมกับสตรีผู้มีสง่าราศีเดินเข้ามา
นางยิ้มที่มุมปาก "ชิงชิง การท้าทายหอคอยมังกรลี้ลับครั้งนี้เจ้ารู้ไหมว่าพี่ชายเจ้าต้องยอมเสียสละแค่ไหนเพื่อปิดบังชื่อของเจ้า? บุญคุณครั้งนี้ เจ้าต้องจำไว้ให้ดีนะ"
สตรีบางคนเกิดมาเพื่อชิงดีชิงเด่น แต่เมื่อในบ้านไม่มีพี่สาวน้องสาวให้สู้ด้วย แม้แต่พี่สะใภ้หรือน้องสามีก็ยังเปิดศึกกันได้
"จริงด้วยค่ะ"
ซือชิงชิงตอบด้วยเสียงหวานหยดย้อย ยิ้มละไมดูไร้เดียงสา "พี่ใหญ่ ครั้งนี้ชิงชิงได้อันดับหนึ่งของหอคอยมังกรลี้ลับมา ควรค่าแก่การฉลอง อาวุธวิญญาณที่พี่เคยให้พี่สะใภ้ครั้งก่อน ชิงชิงชอบมากเลยค่ะ!"
"ได้สิ พี่ให้เจ้า"
ซือหลางอารมณ์ดี โบกมือยกให้ทันที
สตรีผู้นั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโกรธจัด "ซือหลาง! นั่นมันของที่ท่านให้ข้านะ!"
"ตายจริง พี่ใหญ่ ทำไมพี่สะใภ้ถึงอารมณ์ร้ายแบบนี้ล่ะคะ"
ซือชิงชิงหดหัวทำท่าหวาดกลัวพลางทำหน้าซื่อ "ก็แค่อาวุธวิญญาณชิ้นเดียวเอง เป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลจีแห่งจงโจว แค่อาวุธชิ้นเดียวก็เสียดายงั้นหรือคะ?"
สตรีผู้นั้นถูกตอกกลับจนอกกระเพื่อมด้วยความโกรธ "ซือหลาง น้องสาวท่านนี่ช่าง 'ชาเขียว' ขึ้นทุกวันจริงๆ!"
ซือชิงชิงหัวเราะคิกคัก "ก็เรียนมาจากพี่สะใภ้ทั้งนั้นแหละค่ะ"
ซือหลางนวดขมับ "พอเถอะ เลิกเถียงกันได้แล้ว เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว ข้าก็ต้องกลับตระกูลแล้ว"
ซือชิงชิงดีใจมาก "พี่ใหญ่ ในที่สุดท่านก็จะกลับไปสืบทอดกิจการตระกูลแล้วรึ?"
แววตาของซือหลางลึกซึ้งขึ้น "ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก พวกตาแก่ในตระกูลไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ แน่ หลังจากนี้คงมีบททดสอบตามมาอีกเพียบ"
"ข้าจะช่วยท่านเอง"
สตรีผู้นั้นซบไหล่ซือหลางเบาๆ "ตระกูลจีก็จะช่วยท่านเช่นกัน"
"อี๋ เลี่ยนจังเลย"
ซือชิงชิงเบะปาก
ในขณะที่ทั้งสามกำลังจะเดินจากไป ซือชิงชิงก็เหลือบไปเห็นม่านแสงที่แสดงผลการท้าทาย เมื่อมองดูแล้วนางถึงกับตาค้าง เพราะมีชื่อหนึ่งกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ผ่านชั้น 5 และชั้น 6 ไปในพริบตา
ชื่อนั้นคือ... หลินฉางเกอ!