เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 โลหิตวิญญาณ! เจ้าลูกเจี๊ยบสีเหลือง!

บทที่ 26 โลหิตวิญญาณ! เจ้าลูกเจี๊ยบสีเหลือง!

บทที่ 26 โลหิตวิญญาณ! เจ้าลูกเจี๊ยบสีเหลือง!


ซืออี้นิ่งเงียบ เขาหลับตาลงด้วยสีหน้าทรมาน

ความพ่ายแพ้มักขมขื่นเสมอ

ทว่า กลับไม่มีความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ!

เขาก็เป็นยอดอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของประเทศหยวน เหตุใดจะไม่รู้ถึงช่องว่างที่ห่างชั้น?

ไม่ว่าจะให้โอกาสเขาอีกกี่ครั้ง หรือต่อสู้กันอีกกี่หน ผลลัพธ์ก็มีเพียงทางเดียวคือความพ่ายแพ้

ช่องว่างของร่างกายมันกว้างเกินไป

"ทำไม... หลังจากเจ้าเสียเส้นชีพจรวิญญาณไปแล้ว ถึงยังฝึกฝนได้ทั้งดาบและวรยุทธ์?"

ซืออี้ลืมตาขึ้น เขาต้องการคำตอบ

"เพราะว่า... พรสวรรค์"

หลินฉางเกอตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเงยหน้ามองไปไกลๆ

การต่อสู้ระหว่างซือชิงชิงและฟางหนิงยังคงดำเนินอยู่

เขาค่อนข้างประหลาดใจ ในระดับขอบเขตเดียวกัน พรสวรรค์ที่ซือชิงชิงแสดงออกมาดูจะเหนือกว่าซืออี้เสียอีก แต่ปกติกลับไม่ค่อยมีข่าวคราวของนางเลย

ช่างเก็บตัวได้ดีนัก...

ดูเหมือนว่าพี่น้องตระกูลซือทั้งสามคนนี้ จะไม่ธรรมดาเลยสักคน!

"เอ๊ะ พี่รองแพ้แล้วเหรอ?"

ซือชิงชิงที่กำลังพัลวันอยู่กับฟางหนิง เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางจึงเหลือบมองสถานการณ์แล้วถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "เอาละ งั้นพวกเราก็จบกันแค่นี้เถอะ"

พูดจบ นางก็ตั้งท่าจะหยุดมือ

แต่ฟางหนิงกลับไม่ยอมเลิกรา จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของนางกำลังลุกโชน นานๆ ทีจะเจอคู่ต่อสู้ที่ตึงมือขนาดนี้ นางจะปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร?

เมื่อซือชิงชิงเห็นว่าสลัดไม่หลุด ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักก็บิดเบี้ยว นางทำท่าทางน่าสงสาร "พี่หญิงหนิง ท่านจะลงมือกับข้าหนักขนาดนี้จริงๆ เหรอ? คุณชายหลิน ท่านก็ช่วยเกลี้ยกล่อมนางหน่อยสิ เป็นผู้หญิงยิงเรือทำไมถึงดุร้ายขนาดนี้!"

หลินฉางเกอมองเมินไปทางอื่น ทำราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน

ฟางหนิงไม่หลงกล 'นังชาเขียว' น้อยคนนี้ นางตวัดดาบโลหิตพุ่งเข้าจู่โจมอีกครั้ง

"อุ๊ยตายแล้ว"

ซือชิงชิงรีบรับมือด้วยท่าทางลนลาน ดูน่าเวทนายิ่งนัก

หลินฉางเกอส่ายหัว พลางหันกลับไปมองวิหารใหญ่เบื้องหน้า

"รับไป!"

ฟางหนิงราวกับคาดการณ์อะไรบางอย่างไว้ นางสะบัดมือโยนลูกปัดที่ใช้ค้นหาโลหิตวิญญาณมาให้หลินฉางเกอถือไว้

ความหมายชัดเจนคือ 'ข้าจะสู้ต่อ เจ้าเข้าไปเอาโลหิตวิญญาณซะ'

หลินฉางเกอเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มขมขื่น ฟางหนิงก็เป็นแบบนี้ เมื่อเจอคู่มือที่ถูกใจนางจะไม่มีวันปล่อยไปง่ายๆ จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ

หากนางชนะก็แล้วไป แต่ถ้าแพ้ นางจะกลับไปฝึกฝนให้หนักขึ้นและบ้าคลั่งกว่าเดิมเพื่อก้าวข้ามอีกฝ่ายให้ได้

นี่คือความยึดติดของคนบ้าดาบ!

หลินฉางเกอมองไปที่ซืออี้เพื่อประเมินใจ

จะตามเข้ามาแย่งชิงอีกไหม หรือจะถอนตัวจากการแข่งขังครั้งนี้

โชคดีที่ซืออี้เป็นคนที่รักษาคำพูด เขาพ่ายแพ้จึงยอมรับผิด "ฝีมือข้าสู้เจ้าไม่ได้ โลหิตวิญญาณสองหยดนั้นเป็นของพวกเจ้าแล้ว"

เมื่อมั่นใจในท่าทีของอีกฝ่าย หลินฉางเกอก็สาวเท้าก้าวเข้าสู่วิหารทองสัมฤทธิ์ทันที

ลูกปัดสีขาวในมือ ยิ่งเข้าใกล้แสงก็ยิ่งเจิดจ้า

เอี๊ยด!

หลินฉางเกอผลักประตูทองสัมฤทธิ์บานยักษ์ออก ภายในนั้นว่างเปล่า มีเพียงแท่นสูงเพียงแห่งเดียว และเบื้องบนนั้นมีหยดเลือดสองหยดลอยคว้างอยู่ในอากาศ

"เฮ้อ"

เขาลอบถอนหายใจ ตั้งแต่เริ่มเข้ามาก็ไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้น และไม่มีค่ายกลป้องกันโลหิตวิญญาณเลย แสดงว่าเจ้าของโลหิตวิญญาณไม่ได้ตั้งใจจะสร้างความลำบากให้คนรุ่นหลัง

เขาเดินไปที่หน้าแท่นสูง กวาดสายตามองดู หยดเลือดทั้งสองหยดเหมือนกันทุกประการ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังงานมหาศาลราวกับมหาสมุทร หากกลืนลงไป เกรงว่าคงจะทำให้ใครบางคนได้รับสายเลือดระดับจิตวิญญาณในทันที

สายเลือดระดับจิตวิญญาณนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง ใครที่ครอบครองย่อมขึ้นแท่นเป็นสุดยอดอัจฉริยะของประเทศหยวน นี่คือเหตุผลที่ทุกขุมกำลังต่างอยากแย่งชิง

หากไม่ใช่เพราะมีเจ้าหอเจ็ดจากหอทงเทียนคอยคุ้มกัน ลำพังเพียงตระกูลเย่ไม่มีทางกดดันความทะเยอทะยานของสำนักต่างๆ ได้เลย

หลินฉางเกอเคยมีสายเลือดระดับจิตวิญญาณมาก่อน เขารู้ดีว่าความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เขาปลุกกายราชันย์ขึ้นมาแล้ว ต่อให้กลืนโลหิตวิญญาณนี่ลงไป ก็ไม่อาจสร้างสายเลือดขึ้นมาใหม่ได้

กายราชันย์นั้นโอบอุ้มสรรพสิ่ง สามารถดูดซับได้ทุกอย่าง หลังจากกลืนลงไป โลหิตวิญญาณนี้คงจะกลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ให้เขาดูดซึมไปเท่านั้น

ในขณะที่หลินฉางเกอกำลังจะยื่นมือออกไป เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

อักขระโบราณของข้าก็อยู่ที่นี่ แสดงว่าสถานที่แห่งนี้มีมาเก่าแก่กว่าผู้ที่ทิ้งโลหิตวิญญาณไว้เสียอีก

ถ้าข้าหยิบโลหิตวิญญาณก่อน แล้วเกิดถูกส่งตัวออกไปล่ะ จะตามหาอักขระโบราณได้อย่างไร?

เมื่อคิดได้ดังนั้น การเคลื่อนไหวของเขาก็ช้าลง

"หยิบโลหิตวิญญาณซะ อักขระ (เคลื่อนย้าย) กระจอกๆ แบบนั้น มีอะไรน่ากลัว!"

ในขณะที่หลินฉางเกอกำลังลังเล เสียงหัวเราะเย็นชาของหญิงสาวลึกลับก็ดังมาจากภายในดาบตัดสวรรค์

เมื่อได้ยินนางยืนยันเช่นนั้น หลินฉางเกอก็โล่งใจ เขาวางลูกปัดสีขาวลงบนแท่นสูง ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าโลหิตวิญญาณหยดหนึ่งไว้

ทันทีที่สัมผัส พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา ราวกับคลื่นยักษ์ถล่มฟ้าดิน พลังงานไหลบ่าออกมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ

"แค่โลหิตวิญญาณ กล้ามาโอหังต่อหน้ากายราชันย์งั้นรึ?"

หลินฉางเกอสะบัดมือสยบพลังนั้นทันที (นิมิตประหลาด) ทั้งหมดถูกสยบหายไปในพริบตา

วูบ!

อักขระเคลื่อนย้ายสว่างวาบขึ้น แต่ยังไม่ทันที่มันจะแผ่พลังออกมา ปราณดาบสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากดาบตัดสวรรค์ ฟันอักขระเคลื่อนย้ายนั้นจนแตกกระจาย

หลินฉางเกอเก็บโลหิตวิญญาณหยดนี้เข้าแหวนมิติ พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ศิษย์พี่หญิงกำลังบ้าคลั่งกับการต่อสู้กับนังชาเขียวน้อย คงยังไม่มีเวลามาเอาโลหิตวิญญาณในตอนนี้

หากเขาไปตามหาอักขระโบราณ แล้วมีคนอื่นตามเข้ามาหยิบโลหิตวิญญาณหยดที่เหลือไปล่ะ มิเสียเปล่าหรอกหรือ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินฉางเกอจึงทำแบบเดิม เขาเก็บโลหิตวิญญาณหยดที่สองเข้าแหวนมิติไปเสียเลย

หลังจากทำเสร็จ เขาตั้งใจจะหยิบลูกปัดบนแท่นคืน แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

หลินฉางเกอชะงัก กวาดสายตาไปรอบๆ แล้วก็ต้องผงะเมื่อพบว่าลูกปัดลูกนั้น... กำลังถูก 'ลูกเจี๊ยบสีเหลือง' ตัวหนึ่งคาบไว้ในปาก!

เจ้าลูกเจี๊ยบตัวนี้ขนาดประมาณฝ่ามือ ไม่รู้โผล่มาจากไหน ขนของมันละเอียดนุ่มเป็นสีทองอร่าม ระหว่างคิ้วมีลวดลายสีแดงเลือดปาดผ่าน ตอนนี้มันกำลังเงยหน้าพยายามกลืนลูกปัดลงคออย่างสุดชีวิต

"คายออกมานะ!"

หลินฉางเกอตาเหลือก ลูกปัดนั่นสามารถค้นหาโลหิตวิญญาณได้ ย่อมเป็นของล้ำค่าอย่างแน่นอน

ที่สำคัญ นั่นเป็นของของศิษย์พี่หญิง จะมาหายในมือเขาได้ยังไง!

ลูกเจี๊ยบสีเหลืองเมื่อเห็นว่าหลินฉางเกอพบตัวมันแล้ว มันก็รีบกระโดดขึ้น ใช้ปีกทุบหัวตัวเองอย่างแรงหนึ่งที อาศัยแรงกระแทกนั้นฝืนกลืนลูกปัดลงไปจนได้

"เอิ๊ก... พี่ไก่คนนี้ไม่ได้กินของหอมขนาดนี้มาสองปีครึ่งแล้วนะเนี่ย"

เจ้าลูกเจี๊ยบน้อยลูบท้องที่กลมป่องด้วยท่าทางพึงพอใจ

หมับ!

หลินฉางเกอคว้าตัวเจ้าลูกเจี๊ยบไว้ทันควัน พยายามง้างปากมันออกดู แต่พบว่ามันลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความโมโหเขาจึงชักดาบตัดสวรรค์ออกมาเตรียมจะผ่าท้องมันทันที

"เจ้าจะทำอะไรน่ะ!"

ลูกเจี๊ยบสีเหลืองหน้าถอดสีเมื่อเห็นท่าทางของหลินฉางเกอ "พี่ไก่ก็แค่กินลูกปัดนำทางของเจ้าไปลูกเดียวเองนะ จะขี้เหนียวเกินไปหรือเปล่า?"

"จะคายออกมาเอง หรือจะให้ข้าผ่าท้องเจ้า"

หลินฉางเกอสีหน้าทะมึน เขาเริ่มรู้ว่าเจ้าไก่นี่ไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้เขาสนใจแค่จะเอาของคืนเท่านั้น

ถ้าทำลูกปัดหาย เขาจะไปสู้หน้าศิษย์พี่หญิงได้อย่างไร!

"ช้าก่อน!"

ลูกเจี๊ยบสีเหลืองกลอกตาไปมา "พบกันนับเป็นวาสนา ในวิหารแห่งนี้มีความลับมากมาย สมบัติราวกับหมู่เมฆ ทั่วทั้งใต้หล้าคงไม่มีใครรู้จักที่นี่ดีไปกว่าพี่ไก่คนนี้อีกแล้ว... พวกเรามาทำข้อตกลงกันหน่อยเป็นไง?"

จบบทที่ บทที่ 26 โลหิตวิญญาณ! เจ้าลูกเจี๊ยบสีเหลือง!

คัดลอกลิงก์แล้ว