- หน้าแรก
- ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน กระบี่เจ็ดสังหาร สยบเทพมาร
- บทที่ 21 การรับเข้าเรียนที่สื่อไหลเค่อ
บทที่ 21 การรับเข้าเรียนที่สื่อไหลเค่อ
บทที่ 21 การรับเข้าเรียนที่สื่อไหลเค่อ
บทที่ 21 การรับเข้าเรียนที่สื่อไหลเค่อ
ฝุ่นผงลอยฟุ้งบางเบาบนลานฝึกซ้อม จ้าวอู๋จี๋ปรายตามองคนทั้งสี่ตรงหน้า—เมื่อปราศจากความเฉียบคมอันไร้เทียมทานของกระบี่เล่มนั้น กลิ่นอายของเด็กพวกนี้ก็ดูอ่อนด้อยลงถนัดตา
"โอ้เอ้เสร็จหรือยัง?" น้ำเสียงของเขาอู้อี้และเจือความรำคาญ เขาดีดนิ้วจุดธูป "เวลาหนึ่งก้านธูป ข้าอยากจะดูนักว่าพวกเจ้าจะทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง"
"เจ็ดสมบัติเลื่องชื่อ: หนึ่งคือ พละกำลัง! สองคือ ความเร็ว!" หอคอยของหนิงหรงหรงทอประกายแสง รัศมีหลากสีสันพุ่งเข้าใส่เพื่อนร่วมทีมอย่างแม่นยำ
นัยน์ตาของถังซานหรี่แคบลง "ทำตามแผนที่สอง ใช้ยุทธวิธีตีแล้วหนีเพื่อก่อกวน และห้ามเข้าประชิดตัวเด็ดขาด!" ยังไม่ทันขาดคำ หญ้าเงินครามนับไม่ถ้วนก็พุ่งปราดไปตามพื้นดินจากใต้ฝ่าเท้าของเขา เข้าพัวพันรอบเท้าของจ้าวอู๋จี๋ เสียวอู่และจูจู๋ชิงแยกออกซ้ายขวา กลายร่างเป็นเงาสีแดงและดำพุ่งทะยานออกไป
จ้าวอู๋จี๋ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่เลิกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองดูหญ้าเงินครามที่ถาโถมเข้ามาและเงาร่างที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ พร้อมกับแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมาด้วยซ้ำ เพียงแค่ยกเท้าขึ้นแล้วกระทืบลงไป
"ตึง!"
พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย และพลังอันแข็งแกร่งก็ระเบิดออกในแนวราบ หญ้าเงินครามที่เหนียวแน่นถูกป่นปี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับโดนไฟเผา เสียวอู่และจูจู๋ชิงรู้สึกราวกับพุ่งชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น พวกเธอหลุดเสียงครางอู้อี้ แรงส่งที่พุ่งไปข้างหน้าถูกตีกลับอย่างกะทันหัน ทำให้ต้องซวนเซถอยหลังไปหลายก้าวเบาะจะทรงตัวได้ เลือดลมในอกตีกลับจนปั่นป่วน
"แค่จะเกายังเบาไปเลย" จ้าวอู๋จี๋วิจารณ์ พลางปรายตามองถังซาน "หญ้าเงินครามงั้นหรือ? สายควบคุม? ด้วยการควบคุมระดับนี้ เอาไปมัดฟืนยังจะดีเสียกว่า" เขาแกว่งแขนอย่างลวกๆ เถาวัลย์หลายเส้นที่พยายามจะเลื้อยพันก็ขาดสะบั้นลงทันที วินาทีต่อมา วงแหวนวิญญาณวงที่สามของเขาก็เรืองแสงจางๆ—ทักษะวิญญาณที่สาม เสริมแรงโน้มถ่วง
แรงกดดันดิ่งลงมาในฉับพลัน ทั้งสี่คนทรุดตัวลงพร้อมกัน ใบหน้าของหนิงหรงหรงซีดเผือด แสงบนหอคอยกะพริบไหวเล็กน้อย
"จัดการหอคอยน้อยที่ส่องแสงแยงตานั่นก่อน" ดูเหมือนจ้าวอู๋จี๋จะตัดสินใจก้าวต่อไปได้แล้ว วงแหวนวิญญาณวงที่สี่ของเขาสว่างวาบ แสงสีเหลืองล็อกเป้าไปที่หนิงหรงหรง เขาก้าว 성큼성큼 ด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะสบายๆ ภายใต้เขตแดนแรงโน้มถ่วง มุ่งตรงไปยังหนิงหรงหรง
"คุ้มกันหรงหรง!" ถังซานคำราม เขาเร่งพลังวิญญาณอย่างหนักหน่วง ทำให้หญ้าเงินครามเติบโตอย่างบ้าคลั่งกลายเป็นกำแพง เสียวอู่และจูจู๋ชิงกัดฟันพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
จ้าวอู๋จี๋เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ราวกับกำลังปัดกิ่งหลิว แรงลมจากฝ่ามือของเขาทำลายกำแพงหญ้าจนแหลกละเอียด ปัดป้องและผลักไสการโจมตีของสองสาวออกไปได้อย่างง่ายดาย "แม่หนู แรงเอวของเจ้าก็พอใช้ได้อยู่หรอก แต่พละกำลังอ่อนแอเกินไป" "แมวดำ เจ้าเร็วก็จริง แต่กรงเล็บทื่อไปหน่อยนะ" เขายังมีเวลาวิจารณ์อีกต่างหาก
เขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงเบื้องหน้าหนิงหรงหรง มือขนาดใหญ่เอื้อมคว้าตรงไปยังหอคอยแก้ว
"หรงหรง!" ในช่วงเวลาวิกฤตนั้น เสียวอู่กระตุ้นวงแหวนวิญญาณวงที่หนึ่งและเอวคันศร เคลื่อนย้ายพริบตามาอยู่ข้างกายจ้าวอู๋จี๋ ใช้ขารัดแขนของเขาไว้แน่น
"หืม?" จ้าวอู๋จี๋ดูเหมือนจะพบว่ามันน่าขบขัน เขาจึงสลัดแขนเบาๆ
"กร๊อบ!" เสียงกระดูกหักดังขึ้นแผ่วเบาทว่าชัดเจน เสียวอู่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดขณะถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปด้วยแรงมหาศาล ข้อเท้าขวาของเธอบิดงออย่างผิดธรรมชาติ
"เสียวอู่!" ดวงตาของถังซานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาทุ่มสุดตัวเพื่อรับร่างเสียวอู่ด้วยท่าเท้าเคลื่อนไหวเงาพราย แรงกระแทกทำให้เขารู้สึกได้ถึงรสชาติคาวหวานในลำคอ
ธูปเพิ่งจะเผาไหม้ไปได้ไม่ถึงครึ่งก้าน คนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกสามคนก็สูญเสียพลังวิญญาณไปจนหอบฮักๆ ในขณะที่จ้าวอู๋จี๋ยังคงหายใจเป็นปกติและยังไม่ได้กระตุ้นร่างวิทยาราชเสียด้วยซ้ำ
เขาดึงมือกลับ มองดูถังซานที่มีเลือดกบปากและกำลังประคองเสียวอู่ จากนั้นก็มองไปที่จูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงที่หน้าซีดเผือด ก่อนจะส่ายหน้า "เหนื่อยเปล่าๆ ยอมแพ้ซะเถอะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวไปมากกว่านี้"
ถังซานค่อยๆ ส่งตัวเสียวอู่ที่เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบจากความเจ็บปวดให้กับหนิงหรงหรง เขายืดตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดแข็งค้างอยู่ในดวงตา แปรเปลี่ยนเป็นบึงน้ำอันลึกล้ำและนิ่งสนิท เขาสบตาจ้าวอู๋จี๋โดยตรง น้ำเสียงของเขาชัดเจน:
"ความแข็งแกร่งของอาจารย์จ้าวช่างเหนือชั้น ต่อให้พวกเราทั้งสี่คนร่วมมือกันก็คงไร้ประโยชน์ ขืนสู้ต่อไปก็รังแต่จะทำให้สหายต้องบาดเจ็บหนักขึ้น"
"อย่างน้อยเจ้าก็ยังรู้จักคิด" จ้าวอู๋จี๋กอดอก
ดังนั้น ผู้น้อย "ถังซาน ขอร้องอาจารย์จ้าวได้โปรดอนุญาตให้ข้าทำการทดสอบแทนพวกเขาทั้งสามคนแต่เพียงผู้เดียว กฎกติกายังคงเดิม: เวลาหนึ่งก้านธูป หากข้าล้มเหลวหรือยอมแพ้ พวกเราทั้งสี่คนจะจากไปทันที หากข้าโชคดีรอดพ้นมาได้... ได้โปรดอนุญาตให้พวกเราทั้งสี่คน รวมถึงพี่เฉินอวี้ที่มาก่อนหน้านี้ เข้าเรียนด้วยกันเถิด"
การต่อสู้ตัวต่อตัวอีกแล้วหรือ?
ไต้หมู่ไป๋และเอ้าซือข่าถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาของหนิงหรงหรงเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ส่วนจูจู๋ชิงก็กัดริมฝีปากจนเลือดซิบ
จ้าวอู๋จี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเสียงเย็น "ฮะ! เจ้าคิดว่าตัวเองยังเจ็บไม่พอใช่ไหม? ตัวคนเดียวเนี่ยนะ? ด้วยวงแหวนวิญญาณสีเหลืองสองวงกับหญ้าเงินครามนั่นน่ะหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นนักกระบี่เทวดาหรือไง?"
ถังซานยังคงไม่สะทกสะท้าน "ผู้น้อยมีวิธีรับมือในแบบของข้า ขอร้องอาจารย์จ้าวได้โปรดรับคำขอด้วย หากอาจารย์จ้าวกังวลว่า... ข้าจะบาดเจ็บหนักกว่าเดิม ผู้น้อยก็เข้าใจ"
"เหลวไหล!" จ้าวอู๋จี๋ถลึงตาด้วยความโกรธ "เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้ารึ? ได้! จุดธูปใหม่เลย! กฎยังเหมือนเดิม! แต่ข้าไม่มีความอดทนพอจะมาเสียเวลากับเจ้าหรอกนะ!" อาการบาดเจ็บเก่าที่ไหล่ยังคงปวดหนึบ ทำให้เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดถังซานมากขึ้นไปอีก
ธูปดอกใหม่ถูกจุดขึ้น ภายในห้องหลงเหลือเพียงพวกเขาสองคน
ในที่สุดจ้าวอู๋จี๋ก็เอาจริง ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเหลืองอมน้ำตาล—ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง ร่างวิทยาราชถูกกระตุ้น "ไอ้หนู ข้าจะไม่ใช้ทักษะวิญญาณที่หกด้วยซ้ำ แค่ห้าทักษะแรกก็พอจะฆ่าเจ้าได้เป็นสิบๆ รอบแล้ว!"
"ได้โปรดชี้แนะด้วย" ถังซานโค้งคำนับ วงแหวนวิญญาณสีเหลืองเพียงสองวงลอยขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า ขณะที่หญ้าเงินครามแกว่งไกว ทำให้เขายิ่งดู "อ่อนแอ" ลงไปอีก
"ชี้แนะรึ? ลงไปกองกับพื้นซะเถอะ!" จ้าวอู๋จี๋ก้าวไปข้างหน้าและชกหมัดตรงออกไปจนเกิดเสียงระเบิดในอากาศ
ประกายสีม่วงวาบขึ้นในดวงตาของถังซาน เขาผลักดันท่าเท้าเคลื่อนไหวเงาพรายจนถึงขีดสุด หลบการโจมตีนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด ในขณะเดียวกัน หญ้าเงินครามก็ไม่ได้เข้าโจมตีโดยตรง แต่กลับแผ่ขยายและพัวพันกันอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นตาข่ายหญ้าอันหนาแน่นเพื่อก่อกวน เขาอาศัยตาข่ายหญ้าเป็นที่กำบัง หลบหลีกไปมา เล็งโจมตีไปที่ข้อต่อส่วนล่างของจ้าวอู๋จี๋ด้วยเถาวัลย์อาบพิษ หนามของมันทำให้เกิดความรู้สึกชาเพียงเล็กน้อย
"ลื่นเป็นปลาไหลเลยนะ!" จ้าวอู๋จี๋พลาดเป้าไปหลายครั้ง รู้สึกหงุดหงิดกับความรู้สึกชาหนึบๆ นั่น วงแหวนวิญญาณวงที่สามสว่างขึ้นอีกครั้ง "เสริมแรงโน้มถ่วง!" แรงกดดันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวของถังซานเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขาก็อาศัยวิชาเสวียนเทียน แม้จะใช้พลังภายในไปมาก แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้ต่อไป
"ข้าเบื่อเต็มทนแล้ว! ทักษะวิญญาณที่สี่: ระบุตำแหน่ง!" แสงสีเหลืองล็อกเป้าไปที่ถังซาน
พื้นที่ในการหลบหลีกลดลงอย่างฮวบฮาบ จ้าวอู๋จี๋แสยะยิ้มอย่างมาดร้าย ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลภายใต้เขตแดนแรงโน้มถ่วง และฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ห่อหุ้มด้วยร่างวิทยาราชก็ฟาดลงมาแหวกอากาศ! "จบกันแค่นี้แหละ!"
เมื่อไร้ซึ่งหนทางหลบหลีก แววตาของถังซานก็ทอประกายคมปลาบ เขาวาดมือทั้งสองข้างไปที่เอว เคลื่อนไหวราวกับเงาพราย!
"ฟิ้วๆๆ—!"
ประกายเย็นเยียบนับไม่ถ้วนตกลงมาราวกับห่าฝน! ทั้งเข็มบิน ลูกดอก และตะปูเจาะกระดูก... วิถีของมันยากจะคาดเดา แสงอันน่าขนลุกส่องประกายระยิบระยับ!
ทักษะอาวุธลับสำนักถัง – โปรยบุปผา!
รูม่านตาของจ้าวอู๋จี๋หดเกร็งเล็กน้อย เขารู้สึกประหลาดใจอย่างแท้จริง ทว่าร่างวิทยาราชก็สว่างจ้าขึ้น แขนทั้งสองข้างยกขึ้นปกป้องศีรษะขณะปะทะกับการโจมตีโดยตรง!
"ติงๆๆ... ฟิ้ว!"
อาวุธลับส่วนใหญ่กระดอนออกไป แต่ก็มีบางส่วนที่ฝังลึกลงไปในเกราะแสง สั่นระริกเบาๆ! แม้กระทั่งเข็มละเอียดก็ยังทะลวงผ่านจุดอ่อนใกล้กับบาดแผลเก่า ถากเนื้อไปจนทำให้เกิดความรู้สึกแสบร้อนและชาหนึบ!
ข้าบาดเจ็บ! บาดเจ็บเพราะแค่เด็กมหาวิญญาจารย์เนี่ยนะ!
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!" จ้าวอู๋จี๋คำรามด้วยความโกรธแค้น วงแหวนวิญญาณวงที่ห้าของเขาสว่างจ้า "ทักษะวิญญาณที่ห้า · บีบอัดแรงโน้มถ่วง!"
น้ำหนักอันน่าสยดสยองเพียงสายเดียวสะกดตรึงถังซานไว้ในพริบตา! ร่างกายของเขาหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก กระดูกลั่นเปรี๊ยะ เลือดไหลซึมออกจากปากและจมูก ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย!
"ตายซะเถอะ!" จ้าวอู๋จี๋คำราม พลังวิญญาณของเขาพลุ่งพล่าน เขาก้าวเข้าไปใกล้แล้วทุบหมัดที่เปี่ยมไปด้วยความเกรี้ยวกราดลงมาที่หน้าอกของถังซาน! เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะบดขยี้กระดูกของถังซานให้แหลกละเอียดในหมัดเดียว!
เสียงฮือฮาด้วยความตกใจดังมาจากข้างสนาม!
ในสถานการณ์อันสิ้นหวัง ถังซานที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวและเลือดไหลซึมออกจากทวารทั้งเจ็ดจากแรงบีบอัดแรงโน้มถ่วง ดวงตาของเขาแทบจะลุกโชนด้วยแสงสีม่วงทอง! วิชาเสวียนเทียนของเขาปะทุสวนทางกับแรงกดดันอันมหาศาล แขนที่ขยับไม่ได้ของเขาสั่นระริกเล็กน้อยในมุมที่แทบไม่น่าเชื่อ
ประกายแสงสีทองเล็กจิ๋วราวกับเส้นผม พุ่งออกจากระหว่างนิ้วมือของเขาอย่างเงียบเชียบ วิถีของมันยากจะคาดเดา มันหลบเลี่ยงหมัดอันทรงพลังและพุ่งเป้าไปที่ไหล่ซ้ายของจ้าวอู๋จี๋อย่างแม่นยำ—บริเวณด้านหลังบาดแผลเก่า ที่ซึ่งกล้ามเนื้อกำลังปูดโปนและการป้องกันอ่อนแอลงเล็กน้อยเนื่องจากแรงแห่งความโกรธ!
อาวุธลับสำนักถัง · เข็มหนวดมังกร!
"ฉึก!"
เสียงเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน
หมัดอันสั่นสะเทือนฟ้าดินของจ้าวอู๋จี๋หยุดชะงักกะทันหันห่างจากหน้าอกของถังซานเพียงไม่กี่นิ้ว!
"อั้ก—!!!"
เสียงครางอู้อี้จากความเจ็บปวดสุดแสนจะทนดังลอดออกมาจากลำคอของเขา! ร่างอันใหญ่โตของเขาสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง พลังวิญญาณที่หมัดขวาแตกซ่าน มือซ้ายกุมไหล่ซ้ายไว้แน่น เส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผาก เหงื่อเย็นเยียบไหลโทรมหน้า มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกแสบร้อน แต่มันคือความทรมานราวกับกล้ามเนื้อถูกบิดและฉีกขาด! เข็มหนวดมังกรทะลวงเข้าเนื้อ ขดม้วนและดิ้นรน ความเจ็บปวดทะลวงลึกไปถึงไขกระดูก!
ถังซานเองก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปจากการผ่อนคลายแรงโน้มถ่วงอย่างกะทันหันและแรงกระแทกตามหลังของหมัด ร่างของเขากระแทกพื้นอย่างแรง กระอักเลือดออกมา ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ สติสัมปชัญญะแทบจะดับวูบ ทว่าเขาก็ยังคงกัดฟันประคองสติไว้ไม่ให้สลบไป
ในกระถางธูป ขี้เถ้าธูปสายสุดท้ายร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบๆ
หมดเวลาแล้ว
ภายในห้องเงียบกริบราวกับป่าช้า มีเพียงเสียงหายใจหอบลึกและเจ็บปวดของจ้าวอู๋จี๋ และเสียงไอที่ถูกกดกลั้นของถังซาน
จ้าวอู๋จี๋ค่อยๆ เลื่อนมือออกจากไหล่ ใบหน้าของเขาซีดเซียวอย่างหนัก มันผสมปนเปไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ความโกรธแค้น ความตกตะลึง และความไม่อยากจะเชื่อ เขาปรายตามองมือซ้ายที่สั่นเทาของตนเอง จากนั้นก็มองไปที่ถังซานที่กำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้น โดยเฉพาะประกายแสงสีทองจางๆ ที่ปลายนิ้วของถังซาน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
นั่นมันบ้าอะไรกัน?! มันทะลวงผ่านการป้องกันของเขาและทำให้เขาเจ็บปวดถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
"อาจารย์จ้าว... เวลา... หมดลงแล้ว" ปราณของถังซานบางเบาราวกับใยแมงมุม เขาอาศัยพลังใจล้วนๆ ในการเค้นคำพูดออกมา
หน้าอกของจ้าวอู๋จี๋สะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ไหล่ยังคงไม่จางหาย เขาจ้องมองถังซานเขม็งอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดก็เค้นเสียงแหบพร่าผ่านไรฟันออกมาได้ "...ดี... ดีมาก..."
เขาหันขวับไปหาไต้หมู่ไป๋ที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างสนาม เอ้าซือข่าตะโกนว่า "มัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ! เอ้าซือข่า! ไส้กรอก!"
เอ้าซือข่าสะดุ้งเฮือกและรีบสร้างไส้กรอกฟื้นฟูใหญ่ขึ้นมา รีบวิ่งไปป้อนให้ถังซานที่อาการร่อแร่
ถังซานกลืนไส้กรอกลงไป สูดหายใจลึก จากนั้น... (โดยมีหนิงหรงหรง) จูจู๋ชิงก็ช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้น เขาทำไส้กรอกอีกชิ้นหนึ่งและเดินไปหาจ้าวอู๋จี๋ที่มีสีหน้าซีดเผือดและยังคงอดทนต่อความเจ็บปวด
"อาจารย์จ้าว" น้ำเสียงของถังซานแผ่วเบาทว่าชัดเจน "ในสถานการณ์คับขัน ผู้น้อยจำเป็นต้องใช้มาตรการรุนแรง เข็มนั่นต้องถอนออกด้วยเทคนิคพิเศษ มิเช่นนั้นความเจ็บปวดจะรุนแรงเกินจะทนและจะทำลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ได้โปรดให้ผู้น้อยช่วยถอนมันออกให้ท่านเถิด"
จ้าวอู๋จี๋ถลึงตาใส่เขาอย่างดุดัน พลางแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างหนัก ซึ่งถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย ไอ้นั่นมันกำลังสร้างปัญหาในเนื้อของเขา และพลังวิญญาณของเขาก็ไม่สามารถบังคับมันออกมาได้ มีแต่จะยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดเท่านั้น
ถังซานก้าวไปข้างหน้า กระตุ้นวิชาเสวียนเทียน และใช้นิ้วคีบปลายเข็มที่แทบจะมองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็บิดและดึงมันออกอย่างเบามือด้วยเทคนิคเฉพาะตัว พร้อมกับนับจุดชีพจรรอบๆ บาดแผล
ชั่วครู่ต่อมา เส้นด้ายสีทองเส้นเล็กที่ขดงอและเปื้อนเลือดก็ถูกดึงออกมา
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทุเลาลงมาก สีหน้าของจ้าวอู๋จี๋ดีขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงคล้ำหมอง เขาลองขยับไหล่ซ้าย ยังคงรู้สึกปวดเมื่อยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่แล้ว
เขามองดูเด็กหนุ่มที่สร้างความลำบากให้เขาอย่างมากอีกครั้งด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง หลังจากเงียบไปพักใหญ่ เขาก็พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้างทว่าปราศจากจิตสังหาร:
"การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว พวกเจ้าทั้งสี่คน... รวมไอ้หนูถือกระบี่ที่มาก่อนหน้านี้ด้วย พวกเจ้าผ่านทั้งหมด พรุ่งนี้มารายงานตัวเวลานี้ด้วย"
พูดจบเขาก็ไม่สนใจใครอีก หันหลังเดินจากไป แม้ไหล่ซ้ายของเขาจะดูแข็งทื่อไปบ้างก็ตาม