- หน้าแรก
- ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน กระบี่เจ็ดสังหาร สยบเทพมาร
- บทที่ 20: กระบี่เจ็ดสังหาร ปะทะ หมีวัชระจอมพลัง
บทที่ 20: กระบี่เจ็ดสังหาร ปะทะ หมีวัชระจอมพลัง
บทที่ 20: กระบี่เจ็ดสังหาร ปะทะ หมีวัชระจอมพลัง
บทที่ 20: กระบี่เจ็ดสังหาร ปะทะ หมีวัชระจอมพลัง
คำขอของเฉินอวี้ได้รับการอนุมัติจากจ้าวอู๋จี๋ พื้นที่รอบข้างถูกเคลียร์ให้ว่างเปล่าในทันที เหลือเพียงพวกเขาทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน
"ไอ้หนู เข้ามาเลย!" จ้าวอู๋จี๋กอดอก ท่าทางดูผ่อนคลาย ทว่าความจริงจังกลับปรากฏขึ้นในแววตาของเขาแล้ว
เฉินอวี้ไม่กล่าวสิ่งใดอีก เขาหลับตาลงเพื่อสื่อสารกับกระบี่ ก่อนจะเบิกตาตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน—
"วิ้ง—!"
เสียงกระบี่กังวานใสดังกึกก้องเสียดฟ้า! กระบี่ยาวที่มีพื้นผิวเรียบเนียนดุจสายน้ำในฤดูสารทและสลักลวดลายสังหารโบราณ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าในมือขวาของเขา เจตจำนงกระบี่อันแหลมคมหาใดเปรียบแหวกว่ายผ่านอากาศ ทำให้ผู้ชมที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ รู้สึกเจ็บแปลบที่ผิวหนัง
กระบี่เจ็ดสังหาร ปรากฏ!
ทันใดนั้น วงแหวนวิญญาณสี่วง— สีม่วง สีม่วง สีดำ และสีดำ— ก็ลอยทะยานขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะลอยวนเวียนอย่างมั่นคงอยู่รอบกายเขา คลื่นพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งที่มาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่ กวาดต้อนไปทั่วทั้งลานประลอง
สีม่วงสองวง! สีดำสองวง!
นี่คือการจัดเรียงวงแหวนวิญญาณที่พลิกกฎเกณฑ์อย่างสิ้นเชิง!
"ซี๊ด—" ไต้มู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเบิกโพลง เนตรปีศาจสีม่วงของถังซานถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด สายตาของเขาจับจ้องไปยังวงแหวนวิญญาณสีดำสนิท ราวกับพยายามมองให้ทะลุถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใน เสียวอู่บีบแขนของถังซานตามสัญชาตญาณ จูจู๋ชิงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย อารมณ์รุนแรงบางอย่างวาบผ่านดวงตาอันเย็นชาของเธออย่างกะทันหัน หนิงหรงหรงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความภาคภูมิใจและความกังวลถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น
"ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดี! ดีมาก!" จ้าวอู๋จี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นยิ่งกว่าเดิม ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยความปีติและเจตจำนงแห่งการต่อสู้ "ให้ตายสิ ข้าดันมาเจอสัตว์ประหลาดแบบนี้เข้าจนได้! คุ้มค่าจริงๆ!"
เสียงหัวเราะหยุดลงอย่างกะทันหัน สีหน้าของจ้าวอู๋จี๋แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมถึงขีดสุด กลิ่นอายอันลึกล้ำดั่งขุนเขาลูกใหญ่ค่อยๆ ตื่นขึ้นภายในตัวเขา "โฮก—!" เสียงคำรามต่ำประดุจหมีร้ายระเบิดออกมาจากส่วนลึกของลำคอ ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อปูดโปนจนดันเสื้อผ้าที่เคยหลวมโพรกให้ตึงเปรี๊ยะ ผิวหนังทอประกายสีเหลืองหม่นดุจโลหะ คล้ายกับหินแกรนิต
หมีวัชระจอมพลัง สถิตร่าง!
ดวงตาของจ้าวอู๋จี๋เปลี่ยนเป็นสีเหลืองน้ำตาลอันดุร้าย ข้อนิ้วขยายใหญ่ขึ้น และเล็บก็หนาและแหลมคมดั่งกรงเล็บหมี สีเหลือง สีเหลือง สีม่วง สีม่วง สีดำ สีดำ สีดำ—วงแหวนวิญญาณทั้งเจ็ดวงลอยวนขึ้นมา พลังวิญญาณอันมหาศาลของมหาปราชญ์วิญญาณปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟที่หลับใหล พุ่งเข้าปะทะกับปราณกระบี่ของเฉินอวี้โดยตรง เขตแดนก่อให้เกิดคลื่นที่มองไม่เห็นกระเพื่อมไหวอยู่ใจกลางลานประลอง
ปราณกระบี่ ปรมาจารย์กระบี่หนุ่ม เผชิญหน้ากับ มหาปราชญ์วิญญาณ ราชันผู้ยืนหยัดมั่นคงดุจขุนเขา
เฉินอวี้สะบัดข้อมือ กระบี่เจ็ดสังหารชี้เฉียงลงพื้น ตัวกระบี่ส่งเสียงหึ่งๆ แผ่วเบา "อาจารย์จ้าว โปรดชี้แนะด้วยขอรับ"
ไม่ทันสิ้นเสียง วงแหวนวิญญาณสีม่วงวงแรกก็ส่องประกายเจิดจ้า!
"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง - เจ็ดสังหาร · คมทำลายโลหะเกิง!"
กระบี่เจ็ดสังหารพลันส่งเสียงกังวาน ปราณกระบี่ที่ควบแน่นจนแทบจะจับต้องได้และทอประกายสีทองหม่นถูกปลดปล่อยออกมา! ไม่ว่าปราณกระบี่จะพาดผ่านไปที่ใด อากาศก็ถูกผ่าออกอย่างราบรื่น ส่งเสียงแหลมสั้นบาดหู ทิ้งเส้นสายสีดำอันเลือนลางพุ่งตรงทะลวงเข้าใส่หน้าอกของจ้าวอู๋จี๋!
เจตจำนงแห่งการต่อสู้ของจ้าวอู๋จี๋เดือดพล่าน เขาไม่หลบไม่ออก มือขวากำหมัดแน่น ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณสีเหลืองดินอันหนาทึบและแข็งแกร่ง
"มาได้สวย! ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง —ฝ่ามือวัชระจอมพลัง!"
ด้วยพลังป้องกันที่เพิ่มขึ้น เขาปล่อยหมัดอันทรงพลังเข้าปะทะกับปราณกระบี่ตรงๆ!
"เคร้ง—!!!!!"
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องจนหูอื้ออึง! ปราณกระบี่และหมัดปะทะเข้าหากันและทำลายล้างซึ่งกันและกัน คุณสมบัติ 'เจาะทะลวง' ที่ควบแน่นอย่างถึงที่สุดภายในปราณกระบี่ชอนไชอย่างบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดเสียงเสียดสีที่แหลมเล็กจนแสบแก้วหู
การคุมเชิงยืดเยื้อเพียงครึ่งลมหายใจ!
"แกรก!"
เสียงแตกร้าวแผ่วเบาทว่าชัดเจนดังกังวาน! แสงวิญญาณสีเหลืองดินอันหนาทึบบนหมัดของจ้าวอู๋จี๋ถูกเจาะจนแตกออก ทิ้งรอยโหว่ขนาดเท่าชามเอาไว้! ขุมกำลังที่เหลืออยู่ของปราณกระบี่กวาดผ่านหมัดของเขา นำพาประกายไฟเจิดจ้ามาเป็นทาง ทิ้งรอยแผลฉกรรจ์ลึกจนเห็นกระดูกไว้บนหลังมือและท่อนแขน!
เลือดสดๆ ทะลักออกมาในทันที!
รูม่านตาของจ้าวอู๋จี๋หดเกร็งเล็กน้อย ความเจ็บปวดแปลบปลาบจากหมัดและความจริงที่ว่าการป้องกันของเขาถูกทะลวงโดยตรงทำให้เขาตกตะลึง พลังทะลวงของทักษะวิญญาณแรกของไอ้หนูนี่เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก!
ดวงตาของเฉินอวี้เฉียบคมดุจกระบี่ การโจมตีของเขาไม่หยุดยั้ง วงแหวนวิญญาณสีม่วงวงที่สองสว่างวาบขึ้นทันที!
"ทักษะวิญญาณที่สอง —— เจ็ดสังหาร: เพลงกระบี่จักรพรรดิขาว!"
ร่างของเขาพร่าเลือน ราวกับกลายร่างเป็นสายฟ้าสีขาว พริบตาเดียวก็แยกออกเป็นเงากระบี่แสงอันแหลมคมกว่าสิบสายที่แยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ พวกมันพุ่งแทงเข้าสู่จุดตายของจ้าวอู๋จี๋พร้อมกันจากทุกทิศทาง บน ล่าง ซ้าย ขวา ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นและมุมที่พลิกแพลงมากยิ่งขึ้น! แสงกระบี่ส่งเสียงหวีดหวิว ปิดกั้นพื้นที่หลบหลีกทั้งหมดของเขา
"เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง...!"
เสียงปะทะดังกังวานถี่ยิบประดุจห่าฝนที่เทกระหน่ำ ผสมปนเปเข้าด้วยกัน! จ้าวอู๋จี๋ส่งเสียงคำรามต่ำ หมัดของเขาเคลื่อนไหวราวกับกงล้อ สร้างเงาหมัดต่อเนื่องทำลายเงากระบี่แสงไปกว่าครึ่ง ทว่ากระบี่แสงบางส่วนราวกับมีชีวิต พวกมันหลบหลีกหมัดของเขาอย่างแม่นยำ และจู่โจมเข้าที่แขน ไหล่ ซี่โครง และจุดอื่นที่การป้องกันของเขาถูกทำลายหรือค่อนข้างอ่อนแอ!
"ฉึก! ฉึก!"
เสื้อผ้าขาดวิ่น เลือดสาดกระเซ็น! แขนและซี่โครงของจ้าวอู๋จี๋เต็มไปด้วยบาดแผลเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง แม้จะไม่ลึกนัก แต่การโจมตีที่สะสมอย่างต่อเนื่องก็ยิ่งฉีกช่องโหว่ในการป้องกันของกายาวิทยาราชามหานะของเขาให้กว้างขึ้น พลังวิญญาณของเขาเริ่มแปรปรวน
"ร้ายกาจนักไอ้หนู!" ดวงตาของจ้าวอู๋จี๋เปลี่ยนเป็นจริงจัง เด็กคนนี้ไม่เพียงมีพลังโจมตีที่น่าสะพรึงกลัว ทว่าสัญชาตญาณการต่อสู้และจังหวะเวลาของเขากลับน่าทึ่งยิ่งกว่า เขาไม่กล้าประมาทอีกต่อไป วงแหวนวิญญาณสีม่วงวงที่สามและวงที่สี่สว่างวาบขึ้นแทบจะพร้อมกัน!
"ทักษะวิญญาณที่สาม – เสริมแรงโน้มถ่วง!"
"ทักษะวิญญาณที่สี่ – ระบุตำแหน่ง!"
ข้อจำกัดคูณสองตกลงมาอย่างฉับพลัน! เฉินอวี้รู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของตนหนักอึ้งราวกับแบกภาระหนักหลายพันชั่ง ทุกการเคลื่อนไหวกลายเป็นเชื่องช้าอย่างยิ่ง ในเวลาเดียวกัน รอยประทับพลังวิญญาณที่แผ่วเบาทว่าหนักแน่นก็ประทับลงบนตัวเขา ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวอย่างไร ก็ถูกจ้าวอู๋จี๋รับรู้และล็อกเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน
"ทีนี้ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะหลบยังไง!" เสียงของจ้าวอู๋จี๋กึกก้องราวกับอัสนีบาตที่ถูกปิดกั้น ด้วยผลจากการขยายแรงโน้มถ่วง เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ขนาดยักษ์ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า หมัดที่ใหญ่โตราวกับชามทรายแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง พุ่งตรงไปยังใบหน้าของเฉินอวี้! ก่อนที่หมัดจะมาถึง พายุหมัดอันรุนแรงก็ทำให้เฉินอวี้หายใจติดขัดแล้ว
แรงกดดันพุ่งทะยาน! ทว่าดวงตาของเฉินอวี้กลับสาดแสงเจิดจ้าภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล เขารอคอยจังหวะนี้ จังหวะที่จ้าวอู๋จี๋จะเปิดฉากโจมตีเต็มกำลัง! วงแหวนวิญญาณสีดำวงแรกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระดับหมื่นปี... แสงลึกล้ำของทักษะวิญญาณก็สาดส่องออกมาในพริบตา!
"ทักษะวิญญาณที่สาม —— เจ็ดสังหาร: หลอมทองละลายกระดูก!"
วิ้ง—!
ปราณกระบี่อันมืดมิดและแปลกประหลาดที่อาบชโลมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสื่อมสลาย เขตแดนที่มีเฉินอวี้เป็นศูนย์กลางขยายตัวออกอย่างฉับพลัน และครอบคลุมเส้นทางที่จ้าวอู๋จี๋ต้องพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างเลี่ยงไม่ได้พอดี!
วินาทีที่จ้าวอู๋จี๋พุ่งเข้ามาในเขตแดนอันมืดมิดนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง! กลิ่นอายคุ้มกันอันหนาทึบและแข็งแกร่งรอบตัวเขาเริ่มส่งเสียงฟู่และหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังถูกกัดกร่อนด้วยพลังที่มองไม่เห็น! กลิ่นอายอันเย็นเยียบและเฉียบคมทะลวงผ่านการป้องกันของเขา แทรกซึมเข้าลึกถึงกระดูก ก่อให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่าน ชาหนึบ และเจ็บปวดที่แขนและซีกซีกหนึ่งของร่างกาย พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งภายในตัวเขาเริ่มติดขัดอย่างเห็นได้ชัด!
"ช่างเป็นเขตแดนที่ประหลาดนัก!" สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหัวของจ้าวอู๋จี๋ พลังกัดกร่อนนี้ไม่เพียงบั่นทอนการป้องกันของเขา แต่ยังแทรกแซงการโคจรพลังวิญญาณของเขาด้วย! ความเร็วของเขาลดลงอย่างไม่อาจควบคุมได้ ในขณะที่เขากำลังจะปลดปล่อยพลังวิญญาณเพื่อสลายเขตแดนอันน่ารำคาญนี้ด้วยกำลังรุนแรง
ทว่า เฉินอวี้จะเปิดโอกาสให้เขาพักหายใจหรือ? เพียงชั่วพริบตา ขณะที่จ้าวอู๋จี๋กำลังถูกกัดกร่อนด้วยหลอมทองละลายกระดูกและจิตใจกำลังว้าวุ่นเล็กน้อย วงแหวนวิญญาณสีดำวงที่สองก็สาดแสงที่มืดมิดและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม!
"ทักษะวิญญาณที่สี่ —— เจ็ดสังหาร: แดนสุสานหมื่นศัสตรา!"
"ตู้ม—!!!"
ราวกับผืนฟ้าแตกสลาย! โดยมีเฉินอวี้และจ้าวอู๋จี๋เป็นศูนย์กลาง ในรัศมียี่สิบเมตร ปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อและทอประกายแสงสีทองหม่นนับไม่ถ้วน ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า หมุนวน ฟัน และทะลวงอย่างบ้าคลั่ง! กระบี่แต่ละเล่ม... ปราณกระบี่ทั้งหมดล้วนมีคุณสมบัติเจาะเกราะของเจ็ดสังหาร · คมทำลายโลหะเกิง หลอมรวมกันเป็นพายุปราณกระบี่อันมีอานุภาพทำลายล้าง! ในเวลาเดียวกัน ภายในเขตแดนกระบี่ พลังงานธาตุอื่นๆ ของฟ้าดินก็ถูกผลักไสและกดทับอย่างรุนแรง สนามพลังเสริมแรงโน้มถ่วงของจ้าวอู๋จี๋ผันผวนอย่างหนักภายใต้แรงกระแทกของเขตแดนกระบี่อันคลุ้มคลั่ง ขอบเขตของมันถูกบีบอัด และผลลัพธ์ก็ลดทอนลงอย่างมหาศาล!
จ้าวอู๋จี๋ติดอยู่ใจกลางพายุอย่างสมบูรณ์! แสงวิญญาณคุ้มกันของเขา ภายใต้การกัดกร่อนอย่างไม่ลดละของหลอมทองและการฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งของหมื่นศัสตรา ส่งเสียงขูดขีดที่ทำให้ต้องเสียวฟัน มันสั่นไหวอย่างรุนแรง และการสูบพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว! สิ่งที่น่าตื่นตระหนกยิ่งกว่าคือ ชั้นป้องกันกายาวิทยาราชามหานะที่ว่ากันว่าไม่มีวันแตกสลาย ภายใต้การโจมตีซ้อนทับกันสองชั้น กลับเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ ยั้วเยี้ยราวกับใยแมงมุม! แม้จะยังไม่แตกสลายอย่างแท้จริง ทว่าความสมบูรณ์ของมันก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ!
"ให้ตายเถอะ... ไอ้เด็กสัตว์ประหลาดคนนี้!" จ้าวอู๋จี๋ทั้งตกตะลึงและเกรี้ยวกราด ทว่าเหนือสิ่งอื่นใดคือความตื่นเต้นจากความดุร้ายที่พลุ่งพล่าน เขารู้ดีว่าไม่อาจตั้งรับแบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว!
"ทักษะวิญญาณที่ห้า – บีบอัดแรงโน้มถ่วง!"
วงแหวนวิญญาณวงที่ห้าสาดแสงสีดำอันลึกล้ำ! คราวนี้ มันไม่ใช่แค่การเพิ่มขอบเขต ทว่าเป็นการบีบอัดพุ่งเป้าอย่างน่าสะพรึงกลัว! พลังที่มองไม่เห็นทว่าหนักอึ้งมหาศาลส่งผลกระทบต่อตัวเฉินอวี้และแก่นกลางของเขตแดนกระบี่ในชั่วพริบตา!
"อั้ก!" เฉินอวี้รู้สึกราวกับถูกกระแทกด้วยค้อนเหล็ก ร่างของเขากระตุกอย่างรุนแรงพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต เขารู้สึกราวกับว่าพื้นที่โดยรอบกลายเป็นกำแพงที่ไม่อาจทะลวงผ่านได้ บีบคั้นเข้ามาจากทุกทิศทาง อวัยวะภายในคล้ายจะเคลื่อนที่ และกระดูกก็ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดภายใต้แรงกดทับ แดนสุสานหมื่นศัสตราที่เคยกราดเกรี้ยวถูกรบกวนอย่างหนัก พลังของพายุปราณกระบี่เริ่มอ่อนกำลังลง และการรักษามันไว้ก็กลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
แรงกดดันต่อจ้าวอู๋จี๋ทุเลาลง ประกายอันดุร้ายแวบขึ้นในดวงตาของเขา เมื่อคว้าโอกาสอันชั่วแล่นนี้ไว้ได้ วงแหวนวิญญาณสีเหลืองวงที่สองที่เขายังไม่ได้ใช้มาก่อน ก็สว่างวาบขึ้นอย่างกะทันหัน!
"ทักษะวิญญาณที่สอง - ฝ่ามือวัชระจอมพลัง!"
อาศัยจังหวะที่บีบอัดแรงโน้มถ่วงสะกดข่มเฉินอวี้และเขตแดนกระบี่ที่กำลังอ่อนกำลัง จ้าวอู๋จี๋ซัดฝ่ามือทั้งสองออกไปอย่างฉับพลัน! ไม่ใช่หมัดอีกต่อไป แต่เป็นฝ่ามือ! ลมปราณฝ่ามืออันทรงพลังและกว้างใหญ่ แปรเปลี่ยนเป็นเงาอุ้งตีนหมีสีทองหม่นขนาดยักษ์สองข้าง แฝงไว้ด้วยพลังที่เหนือชั้น ฟาดลงมายังด้านซ้ายและขวาของเฉินอวี้ ปิดกั้นพื้นที่หลบหนีของเขาโดยสมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน คลื่นกระแทกจากพลังฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวก็เร่งให้เขตแดนกระบี่พังทลายลงเร็วยิ่งขึ้น!
เฉินอวี้อยู่ใจกลางของการบีบอัดแรงโน้มถ่วง การเคลื่อนไหวของเขาถูกจำกัด เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันเหนือชั้นนี้ เขาทำได้เพียงกัดฟันและอดทน หดรั้งพลังเขตแดนกระบี่ที่เหลืออยู่มาเพื่อคุ้มครองร่างกาย
"ปัง! ปัง!"
เสียงทึบๆ ดังขึ้นสองครั้ง แม้เฉินอวี้จะใช้วิชาศิลปะกระบี่อันยอดเยี่ยมเบี่ยงเบนแรงไปได้บางส่วน แต่เขาก็ยังคงถูกเฉียดปลายฝ่ามือเข้าอยู่ดี เลือดในกายพลุ่งพล่าน เขาซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว เลือดไหลซึมจากมุมปาก เขตแดนกระบี่ของเขาโอนเอนอย่างล่อแหลม
"ยังไม่จบแค่นี้หรอก!" จ้าวอู๋จี๋รุกไล่ต่อเนื่อง วงแหวนวิญญาณสีม่วงวงที่สาม เสริมแรงโน้มถ่วง เปล่งแสงจางๆ ขึ้นมาอีกครั้ง บังคับใช้ผลของแรงโน้มถ่วงที่เหลืออยู่ไปที่เฉินอวี้เป็นหลัก ยิ่งเป็นการตีกรอบการเคลื่อนไหวของเขา ในเวลาเดียวกัน วงแหวนวิญญาณวงที่หกของเขา—วงแหวนวิญญาณสีดำสนิทวงที่สอง—ที่หลับใหลมาตลอด ในที่สุดก็ปลดปล่อยแสงอันน่าสะพรึงกลัวและเย็นเยียบออกมา!
กลิ่นอายอันบ้าคลั่งที่ดูโบราณ ลึกล้ำ และกดดันยิ่งกว่าทักษะวิญญาณใดๆ ก่อนหน้านี้ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากตัวจ้าวอู๋จี๋!
"ทักษะวิญญาณที่เจ็ด - กายาแท้วัชระอมตะ!"
"โฮก--!!!"
พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ราวกับมาจากยุคโบราณกาล ร่างกายของจ้าวอู๋จี๋ขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ผิวสีเหลืองหม่นของเขาเปลี่ยนเป็นประกายโลหะ โดยมีอักขระสีทองหม่นเลือนลางหมุนวนอยู่ภายใน ด้านหลังของเขา ปรากฏเงาร่างของหมีวัชระจอมพลังโบราณอันดุร้ายสูงห้าเมตรที่ดูมีตัวตนจริง แผ่ซ่านพลังและบารมีอันไร้ขีดจำกัด ผสานเข้ากับร่างของเขาเอง! พลังป้องกัน พละกำลัง และความเร็วในการฟื้นฟูพลังวิญญาณของเขาได้รับการยกระดับอย่างครอบคลุมจนน่าสะพรึงกลัว! ปราณของเขาพลุ่งพล่าน ถึงขั้นฝ่าการสะกดข่มของแดนสุสานหมื่นศัสตราไปได้ชั่วขณะ!
นี่คือไพ่ตายที่แท้จริงของจ้าวอู๋จี๋ สภาวะระดับมหาปราชญ์วิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา!
ภายใต้แรงกดดันจากทั้งแรงโน้มถ่วงและพลังอันน่าสะพรึงกลัวของกายาแท้วัชระอมตะ เฉินอวี้เปรียบเสมือนเรือลำน้อยท่ามกลางพายุ ที่พร้อมจะอับปางลงได้ทุกเมื่อ เขตแดนกระบี่ของเขากำลังจะพังทลาย พลังวิญญาณเหือดแห้งอย่างหนัก และได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งภายในและภายนอก
ผู้ชมต่างนั่งไม่ติดที่ หนิงหรงหรงยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาคลอเบ้า ในสายตาของพวกเขา เฉินอวี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง
ทว่า ในขณะที่จ้าวอู๋จี๋เปิดใช้งานกายาแท้ กลิ่นอายพุ่งถึงขีดสุด มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง และก้าวออกมาเพื่อยุติการต่อสู้นั้น—
เปลือกตาที่หลุบต่ำของเฉินอวี้พลันเปิดขึ้น! ในดวงตาของเขาไม่มีความสิ้นหวัง มีเพียงเจตจำนงกระบี่อันเย็นเยียบ บริสุทธิ์ และความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยวที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย!
ตอนนี้แหละ! พลังเก่าของจ้าวอู๋จี๋หมดลง พลังใหม่กำลังหลั่งไหลเข้ามา จิตใจของเขาตื่นเต้นที่สุด และยังเป็นช่วงเวลาสัมบูรณ์ที่มีโอกาสเพียงหนึ่งในล้านที่จะเกิดความชะงักงันในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนท่าป้องกัน!
แทนที่จะพยายามรักษาเขตแดนกระบี่ที่กำลังพังทลาย เขากลับเคลื่อนไหวอย่างบ้าบิ่นที่สุด—เขาเททะลักพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมด พร้อมกับเผาผลาญพลังชีวิตและเจตจำนงวิถีกระบี่อันไม่ยอมจำนน ลงไปในกระบี่เจ็ดสังหารในมืออย่างไม่คิดชีวิตและทวนกระแส!
"วิ้ง วิ้ง วิ้ง—!"
กระบี่เจ็ดสังหารเปล่งเสียงกรีดร้องอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตัวกระบี่สั่นสะท้านราวกับไม่อาจทนรับพลังที่เกินขีดจำกัดนี้ได้
กฎแห่งการ 'เจาะทะลวง' ของวงแหวนวิญญาณสีม่วงวงแรก คมทำลายโลหะเกิง!
กฎแห่งการ 'กัดกร่อน' ของวงแหวนวิญญาณสีดำวงที่สาม หลอมทองละลายกระดูก!
ภายใต้ความเข้าใจในวิถีกระบี่และเจตจำนงที่ก้าวข้ามขอบเขตของเฉินอวี้ การบีบอัดและผสานรวมอย่างถึงขีดสุดได้เกิดขึ้นที่ปลายกระบี่!
นี่ไม่ใช่ทักษะวิญญาณ นี่คือกระบี่ที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างลงไป การยกระดับวิถีกระบี่ของเฉินอวี้จนถึงขีดสุด ถือกำเนิดขึ้นเพื่อทลายขีดจำกัด - หนามทลายเทพ!
"เจ็ดสังหาร - ทลายขีดจำกัด - สังหาร!"
เสียงพึมพำแผ่วเบากลบทุกเสียงคำราม กระบี่เจ็ดสังหารเคลื่อนที่แล้ว
ไม่มีฉากสะเทือนเลือนลั่น มีเพียงเส้นสายกระบี่อันแปลกประหลาดที่ควบแน่นถึงขีดสุด บางเฉียบดุจเส้นผม ซึ่งมีสีเทาและสีทองหม่นบิดพันเกลียวเข้าด้วยกัน ราวกับสามารถกลืนกินแสงสว่างและตัดผ่านห้วงมิติ ได้พุ่งทะลวงออกไปอย่างเงียบเชียบ
มันไหลไปตามจุดที่หลอมทองละลายกระดูกกัดกร่อนมากที่สุด จุดที่แดนสุสานหมื่นศัสตราฟาดฟันบ่อยที่สุด และจุดที่การป้องกันของจ้าวอู๋จี๋ผันผวนรุนแรงที่สุดเนื่องจากการแปรเปลี่ยนของกายาแท้—นั่นคือห่างจากจุดตันจงบนหน้าอกของเขาไปทางขวาสามนิ้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่คมทำลายโลหะเกิงได้ทะลวงการป้องกันของเขาเป็นครั้งแรก!
รวดเร็ว! เร็วยิ่งกว่าความคิดจะตามทัน!
แม่นยำ! โอกาสรอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวถูกจับจ้อง!
โหดเหี้ยม! มันรวบรวมทุกสรรพสิ่งเอาไว้!
วินาทีที่เส้นสายกระบี่ปรากฏขึ้น จ้าวอู๋จี๋ก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง ความเหน็บหนาวแห่งความตายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกวาดผ่านจิตวิญญาณของเขา! เขามองเห็นเส้นสายกระบี่และตระหนักถึงอันตราย ทว่ากายาแท้วัชระอมตะของเขาเพิ่งจะเสร็จสมบูรณ์ และพลังก็กำลังพลุ่งพล่าน เขาต้องการเวลาอีกชั่วครู่เพื่อปรับสมดุลร่างกายและรีดเร้นพลังวิญญาณ
และในชั่วพริบตานั้น สำหรับปราณกระบี่สายนั้น มันช่างเนิ่นนานเกินไป
ปราณกระบี่สัมผัสกับการป้องกันของกายาแท้วัชระอมตะ
"ปุ..."
เสียงแตกกังวานใส แผ่วเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน
วินาทีต่อมา ในภาพสะท้อนจากรูม่านตาที่หดเกร็งอย่างกะทันหันของจ้าวอู๋จี๋ ปราณกระบี่สีเทาหม่นก็พุ่งทะลวงผ่านไปโดยไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ!
พลังแห่งการเจาะทะลวงและการกัดกร่อนที่ควบแน่นปะทุขึ้นในพริบตานี้ สร้างผลกระทบแห่งการทำลายล้างต่อการป้องกันแบบพลังงานอย่างเหลือเชื่อ!
"ฉึก—!!!"
มันไม่ใช่เสียงของการทะลวงหนังอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงทึบๆ ของโครงสร้างพลังงานที่แข็งแกร่งบางอย่างถูกพุ่งทะลวงและฉีกทึ้งออกจากกันอย่างฝืนทน!
บนหน้าอกของจ้าวอู๋จี๋ กายาแท้วัชระอมตะซึ่งว่ากันว่าเป็นสภาวะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับมหาปราชญ์วิญญาณ ถูกเจาะทะลวงเป็นรูขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ทะลุโปร่งจากหน้าจรดหลัง!
อานุภาพของเส้นสายกระบี่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากทะลวงการป้องกันของกายาแท้ ทว่าขุมกำลังที่เหลืออยู่ยังคงแฝงความเด็ดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบของเฉินอวี้ พุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอกของจ้าวอู๋จี๋อย่างดุดัน!
"อ๊าก—!!!"
จ้าวอู๋จี๋แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง ร่างอันใหญ่โตของเขาราวกับถูกสายฟ้าฟาด ถูกกระแทกปลิวไปด้านหลังอย่างรุนแรง พุ่งทำลายแรงส่งไปข้างหน้าของเขาจนพินาศย่อยยับ เขาซวนเซถอยหลังไปเจ็ดแปดก้าว แต่ละก้าวทิ้งรอยเท้าที่แตกร้าวลึกลงไปในพื้นดิน
เขาก้มหน้าลง จ้องมองไปที่หน้าอกของตนเองด้วยความไม่อยากเชื่อ
รูเลือดอันน่าสยดสยองปรากฏขึ้นทางด้านขวาของหน้าอกซ้าย เนื้อรอบๆ ขอบแผลเผยให้เห็นสีเทาอมทองอันน่าขนลุก และยังคงถูกทำลายและละลายอย่างช้าๆ ด้วยพลังกัดกร่อนอันน่าสะพรึงกลัว! เลือดไม่ได้ไหลทะลัก ทว่าพุ่งกระฉูดออกมาตามจังหวะการเต้นของหัวใจ! ปอดของเขาถูกทะลวง ฟองเลือดปรากฏขึ้นพร้อมกับลมหายใจ และสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสจากซี่โครงที่หักสะบั้นอย่างชัดเจน
บาดเจ็บสาหัส! บาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นคุกคามชีวิต!
หลังจากเฉินอวี้ปลดปล่อยการโจมตีขั้นสุดยอดนี้ กระบี่เจ็ดสังหารก็หลุดจากมือและร่วงลงสู่พื้น พละกำลัง พลังวิญญาณ หรือแม้กระทั่งพลังชีวิตทั้งหมดของเขา ดูเหมือนจะมลายหายไปพร้อมกับการโจมตีเพียงครั้งเดียว ภาพตรงหน้ามืดดับลง เลือดพุ่งทะลักออกมาปะปนกับเศษอวัยวะภายใน ร่างของเขาล้มตึงไปด้านหลัง ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่เหลือขณะตกลงสู่ห้วงแห่งการหมดสติอย่างลึกซึ้ง
เงียบกริบดั่งป่าช้า!
บนลานประลองหลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงและเจ็บปวดของจ้าวอู๋จี๋ และลมหายใจที่แทบไม่ได้ยินของเฉินอวี้
ผู้ชมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นไต้มู่ไป๋ ถังซาน เสียวอู่ จูจู๋ชิง และหนิงหรงหรง ต่างยืนแข็งค้างอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็ง จิตใจของพวกเขาขาวโพลน ไม่อาจทำความเข้าใจกับฉากอันน่าเหลือเชื่อตรงหน้านี้ได้เลย
ปรมาจารย์วิญญาณทะลวงการป้องกันของมหาปราชญ์วิญญาณได้โดยตรงหลังจากที่เขาใช้งานทักษะวิญญาณที่เจ็ด กายาแท้วัชระอมตะ แถมยังสร้างบาดแผลที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้อีกหรือ?!
จ้าวอู๋จี๋กุมบาดแผลที่หน้าอก ทว่าเลือดยังคงพุ่งทะลักผ่านง่ามนิ้ว ย้อมร่างซีกซีกหนึ่งของเขาจนแดงฉาน ใบหน้าของเขาซีดเซียว ลมหายใจแปรปรวนและอ่อนแรง ดวงตาที่เคยมักจะเต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งการต่อสู้อันดุดัน บัดนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ความตกตะลึง ความสับสน และร่องรอยของความหวาดผวาที่ยังคงหลงเหลืออยู่
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตากวาดมองเลือดที่พุ่งฉีดออกจากร่างของตน ก่อนจะมองไปที่เฉินอวี้ซึ่งนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ห่างออกไป ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ลำคอของเขาขยับขึ้นลง ก่อนจะส่งเสียงแหบพร่าและแตกซ่านออกมา
"แค่ก... แค่กๆ... ดี... ดีมาก... เจ็ดสังหาร... ทลายขีดจำกัด..."
เขาหันขวับไปรอบๆ และใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ครางตะโกนเสียงแหบพร่าไปทางข้างสนาม น้ำเสียงบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดอันแสนสาหัส
"เอ้าสือก่า—!!! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้—!!! ตอนนี้! ทันที!! ไส้กรอก! เอาไส้กรอกทั้งหมดมา!!! ช่วยเขา—!! ช่วยเขาไว้ก่อน—!!!"
ก่อนที่เสียงคำรามจะจางหายไป เขาก็ทนต่อไปไม่ไหวเช่นกัน และทรุดคุกเข่าลงกระแทกพื้นอย่างแรง มีเพียงเจตจำนงอันกล้าแกร่งและสรีระของมหาปราชญ์วิญญาณเท่านั้นที่รั้งไม่ให้เขาสลบไป
เอ้าสือก่าสะดุดล้มลุกคลุกคลานออกมาจากป่า ทว่ากลับต้องมาพบกับฉากอันพังพินาศย่อยยับ—จ้าวอู๋จี๋ที่บาดเจ็บสาหัส เฉินอวี้ที่หมดสติและลมหายใจรวยริน รวมถึงฝูงชนที่ยืนตกตะลึง—วิญญาณของเขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความหวาดกลัว
"อาจารย์จ้าว! เกิดอะไรขึ้นครับ? นี่มัน..."
"ช่างหัวข้าก่อน!" จ้าวอู๋จี๋กระอักเลือด ดวงตาแดงก่ำ "เร็วเข้า! ไส้กรอกใหญ่! ไส้กรอกเล็ก! ไส้กรอกเห็ด! มีอะไรก็เอาออกมาให้หมด! ยื้อชีวิตเขาไว้! เร็วเข้า—!!!"
เอ้าสือก่าสะดุ้งตื่น สมาธิและความตึงเครียดที่ไม่เคยมีมาก่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขารีดเร้นพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ท่องคาถาอย่างรวดเร็ว
"ข้ามีไส้กรอกใหญ่!"
"ข้ามีไส้กรอกเล็ก!"
ไส้กรอกแต่ละชิ้นที่เปล่งประกายสีสันและส่งกลิ่นหอมต่างกัน ค่อยๆ ควบแน่นขึ้นในมือของเขาอย่างรวดเร็ว หนิงหรงหรงร้องไห้โฮ พุ่งตัวไปที่ข้างกายเฉินอวี้ พร้อมกับไต้มู่ไป๋ที่ได้สติและพุ่งเข้ามาช่วย พวกเขารีบร้อนทว่าระมัดระวังในการบดและผสมไส้กรอกที่เอ้าสือก่ายื่นให้ แล้วป้อนเข้าปากเฉินอวี้ทีละน้อย
ร่างกายของเฉินอวี้เย็นเฉียบ ทำให้การป้อนเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่ง ทว่าไส้กรอกของเอ้าสือก่ากลับมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ เมื่อฤทธิ์ของไส้กรอกหลายชิ้นละลายหายไป พลังชีวิตอันอ่อนโยนทว่าเหนียวแน่นก็เข้าปกป้องชีพจรหัวใจที่กำลังจะพังทลาย และซ่อมแซมอวัยวะภายในที่เสียหายอย่างหนัก ลมหายใจอันแผ่วเบาของเขาเริ่มคงที่ในที่สุด แม้จะยังคงหมดสติ แต่ชีวิตของเขาก็ได้รับการช่วยเหลือไว้ชั่วคราว
จนกระทั่งมั่นใจว่าอาการของเฉินอวี้หยุดทรุดลง เอ้าสือก่าที่มีเหงื่อเย็นท่วมตัวจึงสร้างไส้กรอกฟื้นฟูสภาพขนาดใหญ่อีกสองสามชิ้น และวิ่งไปที่ข้างกายจ้าวอู๋จี๋ "อาจารย์จ้าว กินนี่สิครับ!"
จ้าวอู๋จี๋คว้ามันมา ยัดเข้าปากโดยไม่มองและกลืนลงไปทั้งคำ ด้วยพลังชีวิตอันเหนียวแน่นและรากฐานของระดับมหาปราชญ์วิญญาณ ในที่สุดเลือดจากบาดแผลฉกรรจ์บนหน้าอกก็เริ่มไหลช้าลง ทว่ารอยกัดกร่อนสีเทาอมทองยังคงอยู่ เห็นได้ชัดว่าต้องได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญและการพักผ่อนเป็นเวลานานเพื่อขจัดออกไป ตอนนี้เขาอ่อนแออย่างมาก แทบจะยืนไม่อยู่
เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตาเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อนขณะมองไปที่เฉินอวี้ ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คนในสภาพซีดเซียวและหมดสติ ความตกตะลึง ความหวาดกลัว ความโกรธ ความชื่นชม และความเคารพ... ความรู้สึกทั้งหมดนี้ผสานรวมกันกลายเป็นการทอดถอนใจอันยาวนานและเจ็บปวด
"แค่กๆ... ให้ตายสิ... ไอ้เด็กคนนี้..." เสียงของเขาแหบพร่า แทบจะมีแต่เสียงพ่นลมหายใจ "เขาเกือบจะ... ส่งข้า... ไปลงนรกแล้วจริงๆ..."
เขาดิ้นรน และด้วยความช่วยเหลือของเอ้าสือก่า จึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นอย่างช้าๆ สายตาของเขากวาดมองถังซาน เสียวอู่ และจูจู๋ชิง ที่ยังคงตกใจ หน้าซีดเผือด และมีแววตาเลื่อนลอย
เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่กลับแฝงไว้ด้วยน้ำหนักอันลึกล้ำและพลังที่อธิบายไม่ได้ซึ่งเกิดจากการเผชิญความเป็นความตาย ดังก้องเข้าหูทุกคนอย่างชัดเจน
"พวกเจ้า... เห็นชัดเจนหรือไม่?"
เขาชี้ไปที่รูเลือดอันน่าสยดสยองบนหน้าอกของเขา จากนั้นชี้ไปที่เฉินอวี้
"นี่ต่างหาก... คือสัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด"
"ปรมาจารย์วิญญาณ... ทะลวงผ่าน... การป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของมหาปราชญ์วิญญาณ... ต้องขอบคุณ..."
เขาหยุดชะงัก ประกายแห่งความหวาดกลัววาบผ่านดวงตา
"มันไม่ใช่โชค... แต่มันคือสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก... มันคือความโหดเหี้ยมที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลก... มันคือระดับของการควบคุมที่ผลักดันทั้งตัวเอง... และศัตรู... ไปจนถึงขีดจำกัด!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ซึ่งทำให้บาดแผลรุนแรงขึ้น เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ทว่าดวงตาของเขากลับเฉียบคมดุจใบมีด กวาดมองถังซานและอีกสองคน
"เขาทำได้... ข้าพ่ายแพ้ไปครึ่งกระบวนท่า"
"ตอนนี้..."
จ้าวอู๋จี๋ผลักมือที่คอยช่วยเหลือของเอ้าสือก่าออก แม้ฝีเท้าของเขาจะไม่มั่นคงและหน้าอกจะเปื้อนไปด้วยเลือด ทว่ากลิ่นอายอันดุดันของราชามหานะกลับลึกล้ำและอันตรายยิ่งขึ้นอันเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บสาหัสและการต่อสู้อันดุเดือด ราวกับสัตว์ร้ายโบราณที่ถูกยั่วโทสะจนถึงขีดสุดหลังจากได้รับบาดเจ็บ
เขายกมือที่สั่นเทาเล็กน้อยขึ้นชี้ไปที่คนทั้งสาม
"พวกเจ้า... ทั้งสามคน"
"ขึ้นมาบนลาน"
สายตาของเขากวาดมองไปยังก้านธูปที่มอดไหม้ไปนานแล้ว ทว่ากลับไม่มีใครสังเกตเห็น
"เวลา... คงเดิม"
เขายิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันที่เปื้อนเลือด รอยยิ้มของเขาอ่อนแรงทว่ากลับดูคุกคามอย่างประหลาด
"ข้า... ข้าแทบจะไม่ไหวแล้ว... แต่ข้าก็ยังมีเรี่ยวแรงหยดสุดท้ายนี้อยู่..."
"ข้ารับมือกับพวกเจ้าได้... สบายมาก"
"ให้ข้าดูหน่อยสิ... ว่าพวกเจ้า... จะเรียนรู้ไปได้สักแค่ไหน"