- หน้าแรก
- ระบบเปลี่ยนชีวิตจากหนุ่มพุงพลุ้ยสู่เทพบุตรที่สาวทุกคนต้องมอง
- บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู
บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู
บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู
บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู
"มือหนึ่งแห่งเจียงเฉิง? อาชีพที่ใช้หาเลี้ยงปากท้อง? ก็แค่นี้เองเหรอ?"
หลี่ไป๋ไม่ได้ทำตัวกร่างเหมือนอย่างจูว่านหลง เขาพูดน้อยและน้ำเสียงก็ไม่ได้ดังมากนัก แต่ความรุนแรงของคำพูดนั้นกลับทรงพลังในการทำลายเกียรติอย่างยิ่ง!
สมาชิกกลุ่มวิ่งว่านหลงต่างพากันตกตะลึงกันไปหมด
"เชี่ยแล้วพี่หลง ไอ้หมอนี่มันเปิดหน้าแลกเลยว่ะ!"
"บ้าเอ๊ยอาจารย์จู จะทนได้เหรอครับแบบนี้?"
"จัดมันเลยครับพี่หลง แซงทิ้งห่างมันไปเลย!"
แฟนคลับตัวยงของจูว่านหลงสองสามคนตะโกนโห่ร้องขึ้นมาโดยไม่สนใจจังหวะการหายใจของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
จูว่านหลงมีสีหน้าที่ดำคล้ำ เขาจ้องมองไปที่หลี่ไป๋ที่ค่อยๆ วิ่งแซงพวกเขาไปทีละก้าว แต่เขาก็ยังไม่ได้เร่งความเร็วตามไป ไม่รู้เหมือนกันว่าในหัวเขากำลังคิดอะไรอยู่
"พี่หลงไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมช่วยดูขบวนทีมให้เอง พี่วิ่งตามความเร็วที่บอกไว้ได้เลย"
"ใช่ครับอาจารย์จู ไปแซงทิ้งห่างไอ้หมอนั่นเลย มันกล้าดียังไงมาลบหลู่มือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงของพวกเรา!"
"มันคงวิ่งได้แค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้นแหละ พี่หลงตามไปบี้มันให้เหนื่อยตายไปเลย! ให้มันเลิกอวดดีซะที!"
ภายใต้เสียงยุยงของทุกคน ในที่สุดจูว่านหลงก็ตัดสินใจได้เสียที
"ตกลง เสี่ยวหู นายช่วยพาทุกคนวิ่งต่อไปนะ! ฝากเรื่องวิ่งให้ต่ำกว่าสามชั่วโมงด้วย!"
เขากัดฟันแน่น แววตามีร่องรอยของความโหดเหี้ยมฉายออกมา
"พี่น้องครับ ผมขอตัวไปแซงทิ้งห่างมันก่อน แล้วค่อยไปเจอกันที่เส้นชัย!"
จูว่านหลงสะบัดหัวหนึ่งที แขนทั้งสองข้างแกว่งอย่างมั่นคง ก่อนจะทะยานตัวออกไปราวกับรถมอเตอร์ไซค์ที่คล่องแคล่ว
ในช่วงเวลาเพียงครู่เดียว หลี่ไป๋ก็วิ่งห่างออกไปหลายสิบเมตรแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระยะสายตาของทุกคน
เหล่านักวิ่งกลุ่มว่านหลงต่างเฝ้ามองภาพที่จูว่านหลงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หลี่ไป๋และในที่สุดก็วิ่งตามทัน
"พี่หลงสุดยอด!"
"บอกแล้วไงว่าพี่หลงต้องบี้ไอ้หนุ่มนี่ได้สบายๆ!"
"นั่นสิ ชื่อมือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ!"
พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมาก จนความเร็วในการวิ่งเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยฝีมือที่ยังห่างไกลจากการวิ่งให้ต่ำกว่าสามชั่วโมง การจะวิ่งตามหลี่ไป๋ให้ทันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
พอเลี้ยวโค้งไปได้เพียงนิดเดียว พวกเขาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหลี่ไป๋อีกเลย!
จูว่านหลงวิ่งเร็วมากจริงๆ และเพื่อที่จะทำให้หลี่ไป๋เหนื่อยจนหมดสภาพ เขาจงใจเร่งความเร็วขึ้นไปวิ่งนำหน้าหลี่ไป๋เสียด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแอบประหลาดใจอยู่เล็กน้อยก็คือ หลี่ไป๋กลับไม่ยอมรับคำท้าทายของเขา! ไม่ว่าเขาจะพูดจาเหน็บแนมหรือยั่วยุอย่างไร ไอ้หมอนี่ก็ไม่ยอมเร่งความเร็วตามมาเลย
ถ้าไม่ตามก็ช่างมันเถอะ แต่ดูท่าทางแล้ว หลี่ไป๋ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะยอมแพ้เหมือนกันนะ! เพราะหลี่ไป๋ยังคงรักษาความเร็วของตัวเองไว้ และวิ่งตามมาแบบนิ่งๆ ไม่รีบร้อน
"ไม่ถูกต้อง!"
"ไอ้เด็กนี่มันเจ้าเล่ห์นัก!"
"มันใช้ลูกไม้นี้นี่เอง!"
จูว่านหลงนึกถึงวิดีโอการแข่งขันปักกิ่งมาราธอนเมื่อปีก่อนขึ้นมาได้ นักกีฬาชาวผิวสีมักจะใช้วิธีวิ่งตามหลังนักกีฬาเจ้าถิ่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะเร่งความเร็วแค่ไหน หรือจะเลี้ยวไปทางไหน เขาก็จะเกาะติดคุณไปทุกที่เหมือนกับกาวตราช้างที่สลัดยังไงก็ไม่หลุด!
นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกรำคาญแล้ว พอมันรอจนคุณเริ่มหมดแรงเมื่อไหร่ มันถึงจะค่อยๆ วิ่งแซงหน้าคุณไปในตอนสุดท้าย!
"คิดจะมาบังลมเพื่อกวนประสาทผมเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
จูว่านหลงไม่ยอมให้หลี่ไป๋วิ่งตามได้ทัน เขาขยับขาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วราวกับรถสปอร์ตคันเล็กๆ แล้วเร่งระยะห่างออกไปอีกครั้ง
ทว่าอันที่จริงจูว่านหลงมีสถิติพีบีอยู่ที่สองชั่วโมงยี่สิบเจ็ดนาทีเท่านั้น อย่าว่าแต่เรื่องสภาพร่างกายในวันนี้จะเทียบเท่ากับวันที่เขาทำสถิติได้ดีที่สุดได้หรือไม่เลย ต่อให้เอาสภาพร่างกายในวันนั้นกลับมาอีกครั้ง เขาก็ไม่แน่ว่าจะสามารถแซงทิ้งห่างหลี่ไป๋ได้จริงๆ!
เพราะความเร็วปัจจุบันของหลี่ไป๋นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความเร็วสำหรับการวิ่งให้ได้สองชั่วโมงสามสิบนาทีเท่านั้น! ด้วยอิทธิพลจากการ "วิ่งช้า" ในช่วงแรก หากหลี่ไป๋ต้องการจะดึงเวลาให้กลับมาอยู่ที่สองชั่วโมงสามสิบนาทีให้ได้ในช่วงหลัง เขาจึงต้องวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้นความเร็วที่หลี่ไป๋ใช้ในตอนนี้ จึงแทบจะไม่ได้แตกต่างจากความเร็วเฉลี่ยที่จูว่านหลงใช้ในวันที่ทำสถิติได้ดีที่สุดเลย! การที่จูว่านหลงต้องการจะแซงทิ้งห่างหลี่ไป๋ เขาจึงต้องวิ่งให้เร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก!
และการวิ่งให้เร็วขึ้นขนาดนั้น ต่อให้เป็นช่วงที่เขาแข็งแกร่งที่สุดมาเองก็ยังต้องรู้สึกแทบขาดใจ!
นั่นไงล่ะ พอจูว่านหลงวิ่งออกไปได้ประมาณสี่กิโลเมตร เงาร่างของหลี่ไป๋ที่อยู่ข้างหลังก็ค่อยๆ หายลับไปจากสายตา
ตัวเขาเองก็ไม่สามารถรักษาความเร็วที่บ้าคลั่งขนาดนั้นไว้ได้ตลอด จึงจำใจต้องผ่อนความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อปรับจังหวะการหายใจ
"โดนผมแซงทิ้งห่างขนาดนี้ จิตใจคงจะพังไปแล้วล่ะมั้ง คงตามมาไม่ทันแล้วล่ะ?"
จูว่านหลงค่อยๆ วิ่งช้าลง พลางหยิบเจลพลังงานออกมาจากเอว ใช้ฟันกัดเปิดฝาแล้วบีบเข้าปาก
"เติมพลังหน่อย เดี๋ยวช่วงหลังจะพังเอาได้"
จูว่านหลงเองก็เป็นนักวิ่งสมัครเล่นที่วิ่งมาหลายปีแล้ว หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาไม่ใช่แค่นักวิ่งสมัครเล่นทั่วไปหรอก เขาจบมาจากโรงเรียนกีฬาและเคยฝึกวิ่งระยะไกลมาก่อน ต่อมาก็ได้กลายเป็นครูสอนพละ และตอนนี้ก็ยึดอาชีพวิ่งมาราธอนพร้อมกับขายคอร์สเรียนในติ๊กต็อกเป็นหลัก การคว้าแชมป์และทำสถิติพีบีสองชั่วโมงยี่สิบเจ็ดนาทีเมื่อสองปีก่อนมีผลต่อเส้นทางอาชีพของเขามากจริงๆ
ดังนั้นถึงเขาจะวางโตขนาดไหน แต่ฝีมือทางด้านอาชีพของจูว่านหลงก็ไม่ได้แย่เลย เขามั่นใจว่าหากเทียบกับหลี่ไป๋ ชายหนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้ พละกำลังของเขาต้องดีกว่าแน่นอน! เขาสามารถปรับจังหวะการวิ่งของตัวเองในช่วงหลังได้ แต่หลี่ไป๋น่ะเหรอ จะต้องเผชิญกับสภาวะร่างกายล้มเหลวก่อนเขาแน่นอน!
"ทำมาเป็นวางท่าใหญ่โต ผมก็นึกว่าจะเก่งแค่ไหน"
"สุดท้ายก็วิ่งตามไม่ทัน! หึหึ ... "
จูว่านหลงมองเห็นจุดให้น้ำอยู่ข้างหน้า ประจวบเหมาะกับที่เขาเพิ่งกินเจลพลังงานเข้าไป จึงต้องการน้ำมาช่วยดับกระหาย เขาจึงเปลี่ยนทิศทางการวิ่งเข้าไปยังจุดให้น้ำริมถนน
เดิมทีเขาแค่ต้องการจะดื่มน้ำ แต่พอปลายนิ้วหยิบแก้วกระดาษที่ใส่น้ำไว้ขึ้นมา จูว่านหลงก็ตาเป็นประกายทันที
น้องอาสาสมัครที่จุดให้น้ำสวยไม่เบาเลยนะเนี่ย! ถึงจะสู้เหลียงม่านจวินไม่ได้ แต่ก็น่ารักจิ้มลิ้ม แถมยังแต่งหน้ามาเสียสวยเชียว!
"คนสวยครับ งานจินไห่มาราธอนเนี่ย ช่วงหลังๆ มีของกินอะไรเด็ดๆ บ้างไหม?"
เขาถึงกับหยุดวิ่งแล้วยืนคุยเล่นกับสาวสวยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเราไม่ได้ดูแลส่วนนั้น"
"อาหารทะเลเมืองจินไห่ก็มีชื่อเสียงนะ ก็น่าจะมีอาหารทะเลจัดเตรียมไว้ให้บ้างสิครับ?"
ในขณะที่จูว่านหลงกำลังคุยเล่นกับสาวสวยอยู่นั้น เสียงฝีเท้าถี่รัวก็ดังใกล้เข้ามายังจุดให้น้ำ
"ฟิ้ว ... "
มือข้างหนึ่งยื่นมาคว้าแก้วน้ำจากหน้าของจูว่านหลงไป จูว่านหลงหันไปมองตามสัญชาตญาณ และแล้วเขาก็ต้องตกใจจนตาค้าง เมื่อพบว่าหลี่ไป๋มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว!
เขาก็แค่หยุดคุยกับอาสาสมัครสาวสวยไม่กี่คำเองนะ! ไอ้หมอนี่มันวิ่งตามมาทันได้ยังไง?
หลี่ไป๋ไม่มีท่าทีจะสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เขาคว้าแก้วน้ำได้ก็หันหน้าวิ่งต่อไปทันที การแวะรับน้ำน่ะทำให้เสียเวลามาก! ทั้งการวิ่งออกนอกเส้นทางที่สั้นที่สุด ไหนจะยังต้องชะลอความเร็วลงอีก เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่หลี่ไป๋คว้าน้ำขึ้นมาดื่ม เส้นสีน้ำเงินในดวงตาของเขาก็พุ่งไปข้างหน้าหลายสิบเมตรแล้ว!
หลี่ไป๋ไม่มีเวลาว่างมาหยุดยืนดื่มน้ำหรอก เขาถือแก้วน้ำไว้แล้ววิ่งไปดื่มไป การวิ่งไปดื่มน้ำไปแบบนี้ถ้าไม่มีเทคนิคที่ดีพอน้ำก็จะหกเลอะเทอะไปหมด อาสาสมัครรินน้ำไว้เพียงครึ่งแก้วเท่านั้น หลี่ไป๋จึงได้น้ำเข้าปากเพียงแค่ครึ่งของครึ่งแก้ว ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งหกเลอะหน้าและเสื้อผ้าไปหมด
"ฮ่าๆ ดื่มน้ำยังไม่เป็นเลย แบบนี้นายมันก็แค่พวกมือสมัครเล่นชัดๆ!"
จูว่านหลงทิ้งสาวสวยไว้ข้างหลังแล้วรีบวิ่งตามขึ้นมาทันที เมื่อเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของหลี่ไป๋ เขาก็รีบคว้าโอกาสนี้พูดถากถางขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็หยิบแก้วกระดาษในมือตัวเองมาบีบให้เป็นทรงสามเหลี่ยมอย่างผู้เชี่ยวชาญแล้วดื่มจนหมดเกลี้ยงอย่างภาคภูมิใจ
"มือสมัครเล่นแล้วไงครับ?"
หลี่ไป๋กลับไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ ซึ่งนั่นทำให้จูว่านหลงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานนัก ประโยคต่อมาของหลี่ไป๋ก็ทำให้จูว่านหลงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที!
"มาราธอนครั้งแรกแต่ดันแซงทิ้งห่างคนที่ถูกเรียกว่ามือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงได้ มันไม่น่าจะสะใจกว่าเหรอครับ?"
[จบแล้ว]