เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู

บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู

บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู


บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู

"มือหนึ่งแห่งเจียงเฉิง? อาชีพที่ใช้หาเลี้ยงปากท้อง? ก็แค่นี้เองเหรอ?"

หลี่ไป๋ไม่ได้ทำตัวกร่างเหมือนอย่างจูว่านหลง เขาพูดน้อยและน้ำเสียงก็ไม่ได้ดังมากนัก แต่ความรุนแรงของคำพูดนั้นกลับทรงพลังในการทำลายเกียรติอย่างยิ่ง!

สมาชิกกลุ่มวิ่งว่านหลงต่างพากันตกตะลึงกันไปหมด

"เชี่ยแล้วพี่หลง ไอ้หมอนี่มันเปิดหน้าแลกเลยว่ะ!"

"บ้าเอ๊ยอาจารย์จู จะทนได้เหรอครับแบบนี้?"

"จัดมันเลยครับพี่หลง แซงทิ้งห่างมันไปเลย!"

แฟนคลับตัวยงของจูว่านหลงสองสามคนตะโกนโห่ร้องขึ้นมาโดยไม่สนใจจังหวะการหายใจของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

จูว่านหลงมีสีหน้าที่ดำคล้ำ เขาจ้องมองไปที่หลี่ไป๋ที่ค่อยๆ วิ่งแซงพวกเขาไปทีละก้าว แต่เขาก็ยังไม่ได้เร่งความเร็วตามไป ไม่รู้เหมือนกันว่าในหัวเขากำลังคิดอะไรอยู่

"พี่หลงไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมช่วยดูขบวนทีมให้เอง พี่วิ่งตามความเร็วที่บอกไว้ได้เลย"

"ใช่ครับอาจารย์จู ไปแซงทิ้งห่างไอ้หมอนั่นเลย มันกล้าดียังไงมาลบหลู่มือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงของพวกเรา!"

"มันคงวิ่งได้แค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้นแหละ พี่หลงตามไปบี้มันให้เหนื่อยตายไปเลย! ให้มันเลิกอวดดีซะที!"

ภายใต้เสียงยุยงของทุกคน ในที่สุดจูว่านหลงก็ตัดสินใจได้เสียที

"ตกลง เสี่ยวหู นายช่วยพาทุกคนวิ่งต่อไปนะ! ฝากเรื่องวิ่งให้ต่ำกว่าสามชั่วโมงด้วย!"

เขากัดฟันแน่น แววตามีร่องรอยของความโหดเหี้ยมฉายออกมา

"พี่น้องครับ ผมขอตัวไปแซงทิ้งห่างมันก่อน แล้วค่อยไปเจอกันที่เส้นชัย!"

จูว่านหลงสะบัดหัวหนึ่งที แขนทั้งสองข้างแกว่งอย่างมั่นคง ก่อนจะทะยานตัวออกไปราวกับรถมอเตอร์ไซค์ที่คล่องแคล่ว

ในช่วงเวลาเพียงครู่เดียว หลี่ไป๋ก็วิ่งห่างออกไปหลายสิบเมตรแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระยะสายตาของทุกคน

เหล่านักวิ่งกลุ่มว่านหลงต่างเฝ้ามองภาพที่จูว่านหลงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หลี่ไป๋และในที่สุดก็วิ่งตามทัน

"พี่หลงสุดยอด!"

"บอกแล้วไงว่าพี่หลงต้องบี้ไอ้หนุ่มนี่ได้สบายๆ!"

"นั่นสิ ชื่อมือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ!"

พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมาก จนความเร็วในการวิ่งเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยฝีมือที่ยังห่างไกลจากการวิ่งให้ต่ำกว่าสามชั่วโมง การจะวิ่งตามหลี่ไป๋ให้ทันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

พอเลี้ยวโค้งไปได้เพียงนิดเดียว พวกเขาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหลี่ไป๋อีกเลย!

จูว่านหลงวิ่งเร็วมากจริงๆ และเพื่อที่จะทำให้หลี่ไป๋เหนื่อยจนหมดสภาพ เขาจงใจเร่งความเร็วขึ้นไปวิ่งนำหน้าหลี่ไป๋เสียด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ทำให้เขาแอบประหลาดใจอยู่เล็กน้อยก็คือ หลี่ไป๋กลับไม่ยอมรับคำท้าทายของเขา! ไม่ว่าเขาจะพูดจาเหน็บแนมหรือยั่วยุอย่างไร ไอ้หมอนี่ก็ไม่ยอมเร่งความเร็วตามมาเลย

ถ้าไม่ตามก็ช่างมันเถอะ แต่ดูท่าทางแล้ว หลี่ไป๋ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะยอมแพ้เหมือนกันนะ! เพราะหลี่ไป๋ยังคงรักษาความเร็วของตัวเองไว้ และวิ่งตามมาแบบนิ่งๆ ไม่รีบร้อน

"ไม่ถูกต้อง!"

"ไอ้เด็กนี่มันเจ้าเล่ห์นัก!"

"มันใช้ลูกไม้นี้นี่เอง!"

จูว่านหลงนึกถึงวิดีโอการแข่งขันปักกิ่งมาราธอนเมื่อปีก่อนขึ้นมาได้ นักกีฬาชาวผิวสีมักจะใช้วิธีวิ่งตามหลังนักกีฬาเจ้าถิ่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะเร่งความเร็วแค่ไหน หรือจะเลี้ยวไปทางไหน เขาก็จะเกาะติดคุณไปทุกที่เหมือนกับกาวตราช้างที่สลัดยังไงก็ไม่หลุด!

นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกรำคาญแล้ว พอมันรอจนคุณเริ่มหมดแรงเมื่อไหร่ มันถึงจะค่อยๆ วิ่งแซงหน้าคุณไปในตอนสุดท้าย!

"คิดจะมาบังลมเพื่อกวนประสาทผมเหรอ? ฝันไปเถอะ!"

จูว่านหลงไม่ยอมให้หลี่ไป๋วิ่งตามได้ทัน เขาขยับขาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วราวกับรถสปอร์ตคันเล็กๆ แล้วเร่งระยะห่างออกไปอีกครั้ง

ทว่าอันที่จริงจูว่านหลงมีสถิติพีบีอยู่ที่สองชั่วโมงยี่สิบเจ็ดนาทีเท่านั้น อย่าว่าแต่เรื่องสภาพร่างกายในวันนี้จะเทียบเท่ากับวันที่เขาทำสถิติได้ดีที่สุดได้หรือไม่เลย ต่อให้เอาสภาพร่างกายในวันนั้นกลับมาอีกครั้ง เขาก็ไม่แน่ว่าจะสามารถแซงทิ้งห่างหลี่ไป๋ได้จริงๆ!

เพราะความเร็วปัจจุบันของหลี่ไป๋นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความเร็วสำหรับการวิ่งให้ได้สองชั่วโมงสามสิบนาทีเท่านั้น! ด้วยอิทธิพลจากการ "วิ่งช้า" ในช่วงแรก หากหลี่ไป๋ต้องการจะดึงเวลาให้กลับมาอยู่ที่สองชั่วโมงสามสิบนาทีให้ได้ในช่วงหลัง เขาจึงต้องวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

ดังนั้นความเร็วที่หลี่ไป๋ใช้ในตอนนี้ จึงแทบจะไม่ได้แตกต่างจากความเร็วเฉลี่ยที่จูว่านหลงใช้ในวันที่ทำสถิติได้ดีที่สุดเลย! การที่จูว่านหลงต้องการจะแซงทิ้งห่างหลี่ไป๋ เขาจึงต้องวิ่งให้เร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก!

และการวิ่งให้เร็วขึ้นขนาดนั้น ต่อให้เป็นช่วงที่เขาแข็งแกร่งที่สุดมาเองก็ยังต้องรู้สึกแทบขาดใจ!

นั่นไงล่ะ พอจูว่านหลงวิ่งออกไปได้ประมาณสี่กิโลเมตร เงาร่างของหลี่ไป๋ที่อยู่ข้างหลังก็ค่อยๆ หายลับไปจากสายตา

ตัวเขาเองก็ไม่สามารถรักษาความเร็วที่บ้าคลั่งขนาดนั้นไว้ได้ตลอด จึงจำใจต้องผ่อนความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อปรับจังหวะการหายใจ

"โดนผมแซงทิ้งห่างขนาดนี้ จิตใจคงจะพังไปแล้วล่ะมั้ง คงตามมาไม่ทันแล้วล่ะ?"

จูว่านหลงค่อยๆ วิ่งช้าลง พลางหยิบเจลพลังงานออกมาจากเอว ใช้ฟันกัดเปิดฝาแล้วบีบเข้าปาก

"เติมพลังหน่อย เดี๋ยวช่วงหลังจะพังเอาได้"

จูว่านหลงเองก็เป็นนักวิ่งสมัครเล่นที่วิ่งมาหลายปีแล้ว หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาไม่ใช่แค่นักวิ่งสมัครเล่นทั่วไปหรอก เขาจบมาจากโรงเรียนกีฬาและเคยฝึกวิ่งระยะไกลมาก่อน ต่อมาก็ได้กลายเป็นครูสอนพละ และตอนนี้ก็ยึดอาชีพวิ่งมาราธอนพร้อมกับขายคอร์สเรียนในติ๊กต็อกเป็นหลัก การคว้าแชมป์และทำสถิติพีบีสองชั่วโมงยี่สิบเจ็ดนาทีเมื่อสองปีก่อนมีผลต่อเส้นทางอาชีพของเขามากจริงๆ

ดังนั้นถึงเขาจะวางโตขนาดไหน แต่ฝีมือทางด้านอาชีพของจูว่านหลงก็ไม่ได้แย่เลย เขามั่นใจว่าหากเทียบกับหลี่ไป๋ ชายหนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้ พละกำลังของเขาต้องดีกว่าแน่นอน! เขาสามารถปรับจังหวะการวิ่งของตัวเองในช่วงหลังได้ แต่หลี่ไป๋น่ะเหรอ จะต้องเผชิญกับสภาวะร่างกายล้มเหลวก่อนเขาแน่นอน!

"ทำมาเป็นวางท่าใหญ่โต ผมก็นึกว่าจะเก่งแค่ไหน"

"สุดท้ายก็วิ่งตามไม่ทัน! หึหึ ... "

จูว่านหลงมองเห็นจุดให้น้ำอยู่ข้างหน้า ประจวบเหมาะกับที่เขาเพิ่งกินเจลพลังงานเข้าไป จึงต้องการน้ำมาช่วยดับกระหาย เขาจึงเปลี่ยนทิศทางการวิ่งเข้าไปยังจุดให้น้ำริมถนน

เดิมทีเขาแค่ต้องการจะดื่มน้ำ แต่พอปลายนิ้วหยิบแก้วกระดาษที่ใส่น้ำไว้ขึ้นมา จูว่านหลงก็ตาเป็นประกายทันที

น้องอาสาสมัครที่จุดให้น้ำสวยไม่เบาเลยนะเนี่ย! ถึงจะสู้เหลียงม่านจวินไม่ได้ แต่ก็น่ารักจิ้มลิ้ม แถมยังแต่งหน้ามาเสียสวยเชียว!

"คนสวยครับ งานจินไห่มาราธอนเนี่ย ช่วงหลังๆ มีของกินอะไรเด็ดๆ บ้างไหม?"

เขาถึงกับหยุดวิ่งแล้วยืนคุยเล่นกับสาวสวยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ พวกเราไม่ได้ดูแลส่วนนั้น"

"อาหารทะเลเมืองจินไห่ก็มีชื่อเสียงนะ ก็น่าจะมีอาหารทะเลจัดเตรียมไว้ให้บ้างสิครับ?"

ในขณะที่จูว่านหลงกำลังคุยเล่นกับสาวสวยอยู่นั้น เสียงฝีเท้าถี่รัวก็ดังใกล้เข้ามายังจุดให้น้ำ

"ฟิ้ว ... "

มือข้างหนึ่งยื่นมาคว้าแก้วน้ำจากหน้าของจูว่านหลงไป จูว่านหลงหันไปมองตามสัญชาตญาณ และแล้วเขาก็ต้องตกใจจนตาค้าง เมื่อพบว่าหลี่ไป๋มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว!

เขาก็แค่หยุดคุยกับอาสาสมัครสาวสวยไม่กี่คำเองนะ! ไอ้หมอนี่มันวิ่งตามมาทันได้ยังไง?

หลี่ไป๋ไม่มีท่าทีจะสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เขาคว้าแก้วน้ำได้ก็หันหน้าวิ่งต่อไปทันที การแวะรับน้ำน่ะทำให้เสียเวลามาก! ทั้งการวิ่งออกนอกเส้นทางที่สั้นที่สุด ไหนจะยังต้องชะลอความเร็วลงอีก เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่หลี่ไป๋คว้าน้ำขึ้นมาดื่ม เส้นสีน้ำเงินในดวงตาของเขาก็พุ่งไปข้างหน้าหลายสิบเมตรแล้ว!

หลี่ไป๋ไม่มีเวลาว่างมาหยุดยืนดื่มน้ำหรอก เขาถือแก้วน้ำไว้แล้ววิ่งไปดื่มไป การวิ่งไปดื่มน้ำไปแบบนี้ถ้าไม่มีเทคนิคที่ดีพอน้ำก็จะหกเลอะเทอะไปหมด อาสาสมัครรินน้ำไว้เพียงครึ่งแก้วเท่านั้น หลี่ไป๋จึงได้น้ำเข้าปากเพียงแค่ครึ่งของครึ่งแก้ว ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งหกเลอะหน้าและเสื้อผ้าไปหมด

"ฮ่าๆ ดื่มน้ำยังไม่เป็นเลย แบบนี้นายมันก็แค่พวกมือสมัครเล่นชัดๆ!"

จูว่านหลงทิ้งสาวสวยไว้ข้างหลังแล้วรีบวิ่งตามขึ้นมาทันที เมื่อเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของหลี่ไป๋ เขาก็รีบคว้าโอกาสนี้พูดถากถางขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็หยิบแก้วกระดาษในมือตัวเองมาบีบให้เป็นทรงสามเหลี่ยมอย่างผู้เชี่ยวชาญแล้วดื่มจนหมดเกลี้ยงอย่างภาคภูมิใจ

"มือสมัครเล่นแล้วไงครับ?"

หลี่ไป๋กลับไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ ซึ่งนั่นทำให้จูว่านหลงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานนัก ประโยคต่อมาของหลี่ไป๋ก็ทำให้จูว่านหลงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที!

"มาราธอนครั้งแรกแต่ดันแซงทิ้งห่างคนที่ถูกเรียกว่ามือหนึ่งแห่งเจียงเฉิงได้ มันไม่น่าจะสะใจกว่าเหรอครับ?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - มาราธอนครั้งแรกจะแซงทิ้งห่างให้ดู

คัดลอกลิงก์แล้ว