- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อ จากองค์ชายขยะ สู่เทวยุทธ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 23 - กายาเทพมารโกลาหล
บทที่ 23 - กายาเทพมารโกลาหล
บทที่ 23 - กายาเทพมารโกลาหล
บทที่ 23 - กายาเทพมารโกลาหล
อู๋เวยอ๋องซูชิง มีสถานะในราชวงศ์ต้าโจวที่หาผู้ใดเปรียบมิได้ เรียกได้ว่าอยู่ใต้คนผู้เดียว อยู่เหนือคนนับหมื่น
เป็นพระอนุชาร่วมอุทร และในช่วงที่ฮ่องเต้ต้าโจวยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ ก็เป็นซูชิงที่คอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงได้ผลักดันพี่ชายของตนขึ้นสู่บัลลังก์ได้
และหลังจากฮ่องเต้ต้าโจวขึ้นครองราชย์ ก็ไม่ได้เสร็จนาฆ่าโคถึก แต่กลับดูแลเอาใจใส่น้องชายผู้นี้เป็นพิเศษ โปรดปรานถึงขีดสุด
เรียกได้ว่า เสียงของขุนนางทั้งราชสำนัก บางครั้งยังสู้ซูชิงเพียงคนเดียวไม่ได้เลย
"กล่าวต่อไป!"
สีหน้าของฮ่องเต้ต้าโจวเย็นชาถึงขีดสุด แต่เมื่อซูชิงเอ่ยปาก สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ซูชิงกล่าวต่อ "สืบสวนต่อไป ส่งขุนนางผู้แทนพระองค์ไปอิวโจวอีกครั้ง ถามให้ชัดเจนว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร หากซูหมางมีเหตุผลในการลงมือ เช่นนั้นก็ยังมีทางแก้ไข"
"หากเป็นการลงมือโดยไร้เหตุผล ก็จงตัดสินใจเด็ดขาด เชิญยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดของสำนัก มาสังหารซูหมางซะ!"
สิ้นคำพูด ขุนนางรอบด้านต่างก็มองหน้ากัน
"กระหม่อมเห็นด้วย!"
"กระหม่อมเห็นด้วย!"
"กระหม่อมเห็นด้วย!"
ภายในท้องพระโรงดังก้องไปด้วยเสียงสนับสนุน
แววตาของฮ่องเต้ต้าโจวทอประกายเจิดจ้า "ในเมื่อน้องข้ามีแผนการแล้ว เช่นนั้นก็เลือกขุนนางผู้แทนพระองค์อีกคน ไปจัดการเรื่องนี้ที่อิวโจวเถอะ"
ขุนนางผู้แทนพระองค์!
คนผู้นี้ เลือกไม่ง่ายเลย!
ก่อนหน้านี้ องค์ชายสองพระองค์สิ้นพระชนม์ที่อิวโจว เห็นได้ชัดว่าซูหมางไม่ได้ใส่ใจฐานะองค์ชายเลยแม้แต่น้อย อยากฆ่าก็ฆ่า เมินเฉยต่อทุกสิ่ง
องค์ชายยังไม่ได้ แล้วยังมีใครทำได้อีกล่ะ
"กระหม่อมขอเสนอองค์ชายสิบสาม ซูเทียน!"
เมื่อซูชิงเอ่ยประโยคนี้ออกมา ทั้งท้องพระโรงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ทุกคนมองซูชิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า ซูชิงจะเสนอองค์ชายสิบสาม
องค์ชายสิบสาม ซูเทียน มารดาเป็นเพียงนางกำนัล ฮ่องเต้ต้าโจวเมามายแล้วเผลอร่วมหลับนอนด้วย หลังจากนั้นก็ให้กำเนิดซูเทียนออกมา
ที่โชคดีกว่าซูหมางก็คือ มารดาของซูเทียนไม่ได้ตายในการแย่งชิงอำนาจในวังหลัง กลับเป็นดั่งปลาได้น้ำ ตอนนี้เป็นถึงพระสนมเอกแล้ว ถือว่ามีอำนาจพอสมควร
แต่ตัวซูเทียนเอง พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ต่ำต้อย ปัจจุบันเป็นเพียงนักสู้ระดับหก ทว่าในด้านพิณ หมากรุก ลายมือพู่กัน และภาพวาด เขากลับมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง
ให้เขาไปงั้นหรือ
ทุกคนต่างก็งุนงง ไม่รู้ว่าซูชิงหมายความว่าอย่างไรกันแน่
ฮ่องเต้ต้าโจวเองก็อึ้งไปเล็กน้อย แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยปาก "ดี เช่นนั้นก็ให้องค์ชายสิบสามซูเทียน เดินทางไปอิวโจว ออกเดินทางวันนี้เลย!"
เลิกการประชุมเช้า
อุทยานด้านหลัง ฮ่องเต้ต้าโจวและซูชิงเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ปูด้วยหินกรวด นางกำนัลและขันทีล้วนอยู่ห่างออกไป ไม่มีใครกล้ารบกวนการสนทนาของสองพี่น้องคู่นี้
"ซูชิงเอ๋ย เหตุใดจึงเลือกซูเทียน"
ฮ่องเต้ต้าโจวยังคงสับสนงุนงง
ในที่ประชุมเช้า เขาไม่สามารถเอ่ยถามได้ เพราะเขามีความเชื่อใจน้องชายของตนอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่เมื่อมาถึงอุทยานส่วนตัว เขาต้องถามให้รู้เรื่อง
"คนเก่งไป ก็เท่ากับไปยั่วยุซูหมาง เขาจะรู้สึกว่าฝ่าบาทไม่เชื่อใจ ส่วนซูเทียนกับซูหมาง เดิมทีตอนอยู่ในวังก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่แล้ว"
"ดังนั้นซูเทียนไป ไม่ว่าซูหมางจะโกรธเกรี้ยวเพียงใด ก็จะไม่ลงมือกับซูเทียน หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เกรงว่าคงต้องเดินตามรอยซูหมิง"
"นอกจากนี้ ฝ่าบาทต้องรีบส่งจดหมายไปสำนักเด็ดดาว เพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าสำนักเด็ดดาวทราบ!"
ซูชิงหรี่ตาแคบยาว กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ฮ่องเต้ต้าโจวมองซูชิงตรงหน้า จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา "ดี เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็ให้จัดการตามเจตนาของเจ้า เจ้าเป็นผู้ดูแลจัดการทั้งหมด!"
ซูหมิงตายแล้ว เซียวหลงก็ตายแล้ว
ทว่าอิวโจวกลับมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะกองทัพหลายแสนนายที่รอดชีวิต ล้วนยอมสยบต่อซูหมางอย่างสิ้นเชิง สำหรับพวกเขาแล้ว ซูหมางก็คือเทพเจ้าในใจของพวกเขา เป็นผู้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้!
"โฮสต์ลงชื่อสำเร็จ ได้รับพลังกายามารฟ้าต้าฮวง (ระดับเซียน)"
"ขอแสดงความยินดี โฮสต์หลอมรวมกายาเทพโกลาหล และกายามารฟ้าต้าฮวงสำเร็จ ได้รับกายาเทพมารโกลาหล!"
ซูหมางที่นั่งอยู่ในลานบ้าน ชะงักไปหลังจากลงชื่อ
กายามารฟ้าต้าฮวงหรือ
แถมยังหลอมรวมกับกายาเทพโกลาหล กลายเป็นกายาเทพมารโกลาหลด้วยหรือ
ฟู่!
ภายในร่างของเขามีพายุอันลี้ลับกวาดม้วนออกมา พัดพาผิวดิน เพียงแค่กลิ่นอายไร้รูปร่างนี้ ก็ทำให้ก้อนอิฐเขียวบนพื้น แหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านได้โดยตรง!
"ร่างกายของข้า!!!"
ซูหมางเบิกตากว้างพึมพำ
เขาสัมผัสได้ว่า เซลล์ในร่างกายของเขาในยามนี้ ราวกับได้วิวัฒนาการกลายเป็นจักรวาลแห่งหนึ่ง แต่ละเซลล์ล้วนแฝงไปด้วยพลังมหาศาล หากปะทุออกไป สามารถทำลายล้างฟ้าดินได้
อีกทั้ง พลังวิญญาณของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง หนาแน่นมหาศาล ราวกับฝุ่นควัน
ปราณโกลาหล!
ในหัวของซูหมาง มีความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นมา นี่คือคำอธิบายที่ระบบมอบให้เขา พลังปราณทั้งหมดในร่าง ภายใต้การช่วยเหลือของกายาเทพมารโกลาหล ได้แปรเปลี่ยนไปทั้งหมดแล้ว
"กายาเทพมารโกลาหล เป็นการดำรงอยู่ระดับใดกันแน่"
ซูหมางรีบเอ่ยถาม
"เต๋าสามพัน โลกนี้มีกายาสามพันประเภท กายาเทพมารโกลาหลอยู่อันดับสอง!"
กายาสามพันประเภทหรือ
อันดับสองหรือ
"อันดับแรกล่ะ"
ซูหมางเอ่ยถามอีกครั้ง
"อันดับแรกในสามพันกายา คือ กายาหงเหมิง"
คำตอบของระบบ ทำให้จิตใจที่เร่าร้อนของซูหมาง สงบลงในทันที
หงเหมิงหรือ
นี่มันเกี่ยวข้องกับความลับสวรรค์ของโลกใบหนึ่งเลยนะ อย่างเช่นในตำนานปรัมปราของโลกก่อน ปราณม่วงหงเหมิง คือสิ่งจำเป็นในการบรรลุเป็นเซียน
แล้วกายาหงเหมิงล่ะ ต้องมีปราณม่วงหงเหมิงแฝงอยู่มากเพียงใด จะต้องน่าเหลือเชื่อขนาดไหน
เขาไม่รู้ และไม่กล้าคิดด้วย!
"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ!"
เวลานี้ เสี่ยวหลี่จื่อเอ่ยเรียกเบาๆ อยู่นอกห้องโถง หลังจากได้รับอนุญาตจากซูหมาง เสี่ยวหลี่จื่อจึงเดินเข้ามาในห้องโถง เมื่อเห็นซูหมางแวบแรก เขาก็ชะงักไป
ซูหมางในอดีต ยามนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ จะดูสง่างามดุจสายลม เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย
ทว่าวันนี้ เขากลับราวกับเป็นผู้เป็นใหญ่แห่งเทพมาร ในมือถือคัมภีร์เทพ กำลังสอดส่องชะตากรรมของสรรพสัตว์บนโลกอย่างเย็นชา หากเขาไม่พอใจ เพียงความคิดเดียว ก็ราวกับสามารถสยบสรรพสัตว์ให้ตายตกได้
"เมืองหลวงส่งขุนนางผู้แทนพระองค์มาอีกคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ บอกว่ารับราชโองการฝ่าบาท ให้มาสอบถามความจริงเรื่องที่องค์ชายสังหารองค์ชายสาม ผู้ที่มาคือองค์ชายสิบสาม ซูเทียน!"
เมื่อเสี่ยวหลี่จื่อกล่าวจบ ซูหมางก็ขมวดคิ้วแน่น
ซูเทียนหรือ
เด็กน้ำมูกไหลที่มักจะตามก้นเขาต้อยๆ เมื่อก่อนน่ะหรือ
นิสัยอ่อนแอ ไร้เดียงสา อีกทั้งไม่มีความปรารถนาในอำนาจใดๆ สิ่งที่เขาไขว่คว้า มีเพียงโลกแห่งลายพู่กันและภาพวาดเท่านั้น และเขายังเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ดีที่สุดกับซูหมางอีกด้วย
"เสี่ยวเทียนมางั้นหรือ!"
ซูหมางค่อนข้างประหลาดใจ
"ไปเชิญเขาเข้ามา แล้วเตรียมสุราอาหารชั้นดีไว้โต๊ะหนึ่ง คืนนี้ข้าจะดื่มกับน้องสิบสามสักหน่อย"
ซูหมางโบกมือ เสี่ยวหลี่จื่อรับคำแล้วถอยออกไป
ครู่ต่อมา ซูเทียนก็มาถึง
เขาสวมชุดสีเหลืองดูสุภาพเรียบร้อย ผมยาวถูกรวบด้วยปิ่นหยก ร่างกายแผ่กลิ่นอายความเป็นบัณฑิต รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสราวกับแสงตะวัน เมื่อเห็นซูหมางแวบแรก เขาก็พุ่งเข้ามากอดซูหมางแน่นๆ ทันที
"พี่เจ็ด!"
"ท่านมาหลบอยู่ในเมืองอิวโจวแห่งนี้ ทำเอาน้องสิบสามอิจฉาแทบแย่เลยนะ!"
คำพูดของซูเทียน ทำให้ซูหมางหัวเราะออกมา
หากเป็นคนอื่นพูดประโยคนี้ คงเป็นการเยาะเย้ยถากถาง แต่เมื่อออกจากปากซูเทียน เขาอิจฉาจริงๆ!
[จบแล้ว]