- หน้าแรก
- ขอทานตาบอด กับระบบเป่าขลุ่ยสู่เทพเหนือยุทธภพ
- บทที่ 24 - ป้องกันเมือง
บทที่ 24 - ป้องกันเมือง
บทที่ 24 - ป้องกันเมือง
บทที่ 24 - ป้องกันเมือง
แคว่ก—
เสื้อผ้าของเฉินหวยอันถูกฟันจนขาดวิ่น เผยให้เห็นบาดแผลเหวอะหวะที่หน้าอกลึกไปถึงกระดูกซี่โครง
แต่เฉินหวยอันทำเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเขายิ่งพลิ้วไหวรวดเร็วขึ้นไปอีก ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ในมือไม่ใช่ไม้เท้า แต่เป็นกระบี่ชั้นยอดของจริง
ยิ่งสู้พวกมันสองคนก็ยิ่งหวาดหวั่น คนตาบอดสติฟั่นเฟือนจะมีพลังฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ขนาดพวกมันร่วมมือกันก็ยังเอาชนะเขาไม่ได้สักที
พวกมันเริ่มมีความคิดอยากจะหนี ถ้าหนีไปซ่อนตัวก็อาจจะพอมีทางรอดชีวิตอยู่บ้าง แต่ถ้ายังดึงดันสู้ต่อไป พวกมันคงไม่เหลือแม้แต่ซากแน่ๆ
ไม่รู้ว่าจักรพรรดินีที่หนีไปจะย้อนกลับมาเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ คือภารกิจลอบสังหารล้มเหลวไม่เป็นท่า กลับไปต่อให้ไม่ตายก็คงต้องพิการไปตลอดชีวิต
ทั้งคู่สบตากันระหว่างการต่อสู้ ราวกับจะอ่านใจกันออก พวกมันพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณเตรียมล่าถอย
แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงเป๊าะก็ดังลั่นขึ้น ทั้งสองหันไปมองและพบว่าไม้เท้าของเฉินหวยอันหักสะบั้นลง พวกมันแทบจะโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ เฉินหวยอันที่ไร้อาวุธก็เหมือนลูกแกะที่รอคอยการเชือด ไม่ใช่หรือ
ในขณะที่พวกมันกำลังย่ามใจคิดว่าจะจัดการเฉินหวยอันได้ง่ายๆ จู่ๆ เจ้าวัวแก่ก็โผล่พรวดมาจากไหนไม่รู้ มันพุ่งเข้าขวิดชายคนหนึ่งจนกระเด็นลอยละลิ่วไปไกล
ภาพตรงหน้าทำเอาเฉินหวยอันถึงกับคิ้วกระตุก ขนาดตอนที่เสียเปรียบเมื่อครู่นี้เขายังไม่ขมวดคิ้วเลย แต่พฤติกรรมของเจ้าวัวแก่กลับทำให้เขาอดไม่ได้จริงๆ
"มีตั้งหลายที่ให้ขวิด ดันไปขวิดก้นเขาซะได้..."
เฉินหวยอันเอามือกุมขมับ เขาแทบจะอายแทนจนไม่อยากจะพูดประโยคนี้ออกมาเลยด้วยซ้ำ
"มอ" (ท่านจะไปรู้อะไร ขวิดแบบนี้แหละถึงจะทำให้ศัตรูหมดสภาพได้เร็วที่สุด)
"ไอ้วัวนรก ข้าจะถลกหนังแก" ชายผู้นั้นหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธแค้น มือข้างหนึ่งกุมก้นตัวเองเอาไว้แน่น เลือดสีแดงสดหยดติ๋งๆ ลงมาเป็นทาง ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเสียเหลือเกิน
"ศัตรูไม่ได้หมดสภาพอย่างที่เจ้าว่าเลยนะ ข้าว่ามันยิ่งปลุกความห้าวหาญของมันขึ้นมามากกว่า" เฉินหวยอันหันไปพึมพำกับเจ้าวัวแก่
"ข้าจะฆ่าพวกแกทั้งคู่" ชายคนนั้นแผดเสียงลั่น ความโกรธแค้นกลืนกินสติสัมปชัญญะของมันไปจนหมดสิ้น มันกัดฟันข่มความเจ็บปวดร้าวระบมที่บั้นท้ายแล้วพุ่งเข้าใส่เฉินหวยอันกับเจ้าวัวแก่ เพื่อนของมันรีบตะโกนห้าม "ใจเย็นก่อน" แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้วเพราะเพื่อนของมันได้พุ่งทะยานออกไปแล้ว
"มาได้จังหวะพอดีเลย" เฉินหวยอันกระซิบเสียงแผ่ว "เจ้าวัวแก่ จับตาดูเจ้านั่นไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ล่ะ"
สิ้นเสียงของเฉินหวยอัน เขาก็กระชับไม้เท้าที่หักครึ่งท่อนพุ่งทะยานออกไป ส่วนเจ้าวัวแก่ก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมรบ มันจ้องเขม็งเตรียมพุ่งขวิดชายอีกคนทุกเมื่อ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคราวนี้มันจะเล็งขวิดไปที่ส่วนไหนอีก...
"เคล็ดวิชากระบี่วารีลวงตา"
"เพลงดาบกงล้อสะบั้น"
การปะทะกันระหว่างไม้เท้ากับดาบจบลงอย่างไม่ต้องสงสัย ชายคนนั้นกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกพื้น นอนแน่นิ่งไม่รู้เป็นตายร้ายดี ส่วนเฉินหวยอันก็เซถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะทรงตัวยืนหยัดไว้ได้
ชายอีกคนเห็นท่าไม่ดีจึงเตรียมจะเผ่นหนี แต่พอหันไปเห็นเจ้าวัวแก่ยืนทำท่าขึงขังรออยู่ ภาพความน่าสยดสยองที่เพื่อนโดนขวิดก็ผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาเสียวสันหลังวาบขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ถ้าขืนหันหลังวิ่งหนี มีหวังไอ้วัวดำตัวเขื่องนั่นต้องพุ่งเอาเขาแหลมๆ ขวิดทะลวงก้นมันแน่ๆ พอคิดถึงความเจ็บปวดปางตายที่ต้องโดนฉีกทึ้งบั้นท้าย มันก็ล้มเลิกความคิดที่จะหนีทันที
"อย่าคิดนะว่าจะเอาชนะข้าได้ง่ายๆ ถ้าข้าอยากจะหนี แกก็ไม่มีปัญญาจับข้าได้หรอก" ชายคนนั้นขู่ฟ่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ทว่าเฉินหวยอันกลับไม่สะทกสะท้านแถมยังย้อนกลับไปว่า "ก็หนีไปสิ"
ชายคนนั้นถึงกับไปไม่เป็น ตอนนี้จะหนีก็หนีไม่พ้น จะสู้ก็ไม่รู้ว่าจะชนะหรือเปล่า
มันประจักษ์ถึงความร้ายกาจของเฉินหวยอันแล้ว ฝีมือของชายตาบอดผู้นี้อยู่เหนือกว่ามันอย่างเทียบไม่ติด ขนาดตัวมันเองมีพลังลมปราณถึงขั้นสิบ อีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงด่านได้อยู่แล้ว คิดดูสิว่าเฉินหวยอันจะแข็งแกร่งขนาดไหน
"พวกเราต่างคนต่างถอยกันคนละก้าวดีไหม เลิกแล้วต่อกันไป หากวันหน้าเจ้ามีเรื่องเดือดร้อน ข้าอาจจะยื่นมือเข้าช่วยเจ้าก็ได้ เจ้าว่าอย่างไร" ชายคนนั้นยอมอ่อนข้อ เพราะลำพังแค่รับมือกับเฉินหวยอันก็ยากเต็มกลืนแล้ว นี่ยังมีวรจอมเจ้าเล่ห์จ้องจะเล่นทีเผลออยู่อีก มันไม่มีทางเอาชนะได้เลย
"ตามความเห็นของข้า ข้าว่าไม่ดีหรอกนะ เพราะว่า...พวกเจ้าเป็นคนของท่านราชครู เพราะฉะนั้น...ปล่อยไว้ไม่ได้" เฉินหวยอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินหวยอัน ชายคนนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ตัวตนของพวกมันมีเพียงราชครูเท่านั้นที่ล่วงรู้ มันตกตะลึงและงุนงงเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจว่าคนตาบอดไปสืบรู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร
แต่แล้วมันก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ "แกไม่ได้บ้านี่หว่า"
เฉินหวยอันโบกมือปฏิเสธ "ข้าไม่เคยบอกสักหน่อยว่าข้าบ้า"
ชายผู้นั้นรู้สึกเย็นยะเยือกตั้งแต่ฝ่าเท้าแล่นปราดขึ้นไปถึงกระหม่อม
"ไอ้บอดเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นบ้าใบ้เพื่อให้พวกเราตายใจ แผนสูงนักนะแก"
เฉินหวยอันฟังแล้วถึงกับยืนอึ้ง เขาไม่รู้ตัวเลยว่าไปแกล้งบ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ และยิ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปปั่นหัวพวกมันตอนไหน
"เจ้าวัวแก่ เกิดเป็นคนนี่มันลำบากจริงๆ ขนาดคนตาบอดตาดำๆ พวกมันก็ยังใส่ร้ายป้ายสีได้ลงคอ"
เจ้าวัวแก่พยักหน้าหงึกหงัก...
เมื่อเห็นเฉินหวยอันยังตีหน้าซื่อไม่ยอมรับ ชายผู้นั้นก็โกรธจนแทบคลั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเห็นกับตามันเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเฉินหวยอันเป็นพวกเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ไอ้หมอนี่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
"แก พรวด..."
ชายคนนั้นกระอักเลือดออกมาคำโตในแบบที่เฉินหวยอันเองก็คาดไม่ถึง
หากเฉินหวยอันมีดวงตาปกติ ตอนนี้เขาคงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเป็นแน่ แต่เขากลับวิจารณ์อยู่ข้างๆ หน้าตาเฉย "เจ้าวัวแก่ แบบนี้แหละที่เรียกว่าพวกต้มตุ๋น วันหลังถ้าเจอคนแบบนี้ต้องอยู่ให้ห่างๆ นะ พวกนี้ไม่หลอกเอาเงินก็หลอกเอาชีวิตเรานี่แหละ"
เลือดอีกคำทะลักออกจากปาก...
จากนั้นมันก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้น มันถูกเฉินหวยอันกวนประสาทจนหน้ามืดสลบเหมือดไปแล้ว...
"นึกว่าจะต้องสู้กันยืดเยื้อเสียอีก ที่ไหนได้ชนะใสๆ โดยไม่ต้องลงแรงเลย" เฉินหวยอันส่ายหน้าพึมพำ ส่วนเจ้าวัวแก่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ไปกันเถอะเจ้าวัวแก่ เรื่องหลังจากนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้ว" เฉินหวยอันเอ่ยพลางก้มลงหยิบกระบี่เล่มหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
"มอ~"
เฉินหวยอันกับเจ้าวัวแก่มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองฝั่งตะวันออก รัตติกาลมืดมิด หิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เกล็ดหิมะตกลงมากระทบตัวของทั้งสอง ราวกับกำลังช่วยชำระล้างคราบเลือดและกลิ่นคาวให้เจือจางลง
ขณะนี้ประตูเมืองฝั่งตะวันออกเปิดอ้าซ่า เฉินหวยอันไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ราชครูแห่งราชวงศ์ต้าหยวน ฉินเฟิง นั่นเอง
ก่อนหน้านี้ที่เฉินหวยอันสั่งให้เจ้าวัวแก่หนีไปทางทิศตะวันออกก็เพื่อหยั่งเชิงดู และเมื่อเห็นมันวิ่งกลับมา เขาก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทะลุปรุโปร่ง
ห่างออกไปไม่ไกลจากประตูเมืองฝั่งตะวันออก มีกองทหารกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ จำนวนคนไม่มากนักราวๆ หนึ่งร้อยคน แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมานั้นรุนแรงยิ่งนัก ยังไม่ทันเข้าใกล้ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
"ดูเหมือนว่ายังมีศึกหนักรอเราอยู่อีกนะ เจ้าวัวแก่ คราวนี้แกต้องไปล่วงหน้าจริงๆ แล้วล่ะ อย่าลืมเอาเสื้อผ้าที่ข้าเตรียมไว้ไปด้วยนะ ข้ากลัวว่าจะไม่มีชุดเปลี่ยน"
เจ้าวัวแก่ไม่ส่งเสียงร้อง มันพยักหน้าเงียบๆ มันรู้ดีว่าควรทำอะไร
"น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม้เท้าหักไปแล้ว ไม่รู้ว่าใช้กระบี่แล้วจะถนัดมือหรือเปล่า"
เฉินหวยอันพุ่งทะยานออกไป นี่คือทางเลือกที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเพื่อฉินอวิ๋น
ตั้งแต่วันที่เฉินหวยอันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกหนูสกปรก เขาก็รู้แล้วว่าเมื่อวันนีัมาถึง ต่อให้ฉินอวิ๋นจะหนีรอดไปได้ แต่นางก็ไม่สามารถระดมพลกลับมาช่วยได้ทันท่วงที เมืองแห่งนี้จะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูอย่างแน่นอน และสิ่งที่เฉินหวยอันกำลังจะทำในตอนนี้ก็คือ การปกป้องเมืองแห่งนี้เอาไว้
"น่าเสียดายจริงๆ ที่ร่างกายดันมามีแผลซะได้"
เฉินหวยอันพึมพำ นัยน์ตาที่ถูกพันปิดด้วยผ้าสีดำจ้องเขม็งไปที่กองทัพนับร้อยที่กำลังกรีธาทัพเข้ามา ปลายกระบี่ชี้ตรงไปเบื้องหน้า
ในวินาทีนั้น ลมหนาวพัดกรรโชกแรง ชายเสื้อสีดำปลิวไสวไปตามสายลม
"เคล็ดวิชากระบี่...วารีลวงตา..."
[จบแล้ว]