เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 หงส์น้อยในวันวานทะยานสยายปีก วันนี้มุ่งล่องใต้คืนสู่ฉางอัน (ภาคสอง อำนาจและราชบัลลังก์)

บทที่ 49 หงส์น้อยในวันวานทะยานสยายปีก วันนี้มุ่งล่องใต้คืนสู่ฉางอัน (ภาคสอง อำนาจและราชบัลลังก์)

บทที่ 49 หงส์น้อยในวันวานทะยานสยายปีก วันนี้มุ่งล่องใต้คืนสู่ฉางอัน (ภาคสอง อำนาจและราชบัลลังก์)


บทที่ 49 หงส์น้อยในวันวานทะยานสยายปีก วันนี้มุ่งล่องใต้คืนสู่ฉางอัน (ภาคสอง อำนาจและราชบัลลังก์)

หน้าเมืองเหลียงโจว

"องค์ชายเดินทางครั้งนี้ ชายแดนเหนือไร้กังวล!"

"ขงหมิงจะปกป้องชายแดนเหนือแทนองค์ชาย ปกป้องราษฎรชายแดนเหนือเองพ่ะย่ะค่ะ!"

บุรุษผู้หนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีเทาอมขาว สวมหมวกทรงสูง ในมือถือพัดขนนก ประสานมือคารวะหลี่มู่

ผู้ที่เอ่ยคำพูดนี้ ก็คือกุนซือของหลี่มู่ ผู้มีแผนการอันแยบยล จูเก๋อขงหมิง!

"เช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านกุนซือแล้ว!"

หลี่มู่ประสานมือตอบรับ

ในสายตาของเขา จูเก๋อขงหมิงไม่ใช่กุนซือธรรมดา แต่เป็นสหายที่สามารถเปิดอกพูดคุยกันได้อย่างจริงใจ

"องค์ชายตรัสหนักเกินไปแล้ว การปกป้องชายแดนเหนือเป็นหน้าที่ของขงหมิงอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"ขอองค์ชายทรงเสด็จกลับฉางอันอย่างสบายพระทัย ชายแดนเหนือมีขงหมิงดูแลอยู่"

จูเก๋อขงหมิงกล่าว

หลี่มู่พยักหน้ารับ สำหรับท่านมังกรหลับฮั่วหลงผู้เคยช่วยพระเจ้าอาหลิวช่วงชิงอำนาจจนก่อตั้งจ๊กก๊กสู่ฮั่นได้สำเร็จผู้นี้ เขาให้ความไว้วางใจอย่างไม่มีเงื่อนไข

บริเวณประตูเมืองนอกจากหลี่มู่และจูเก๋อขงหมิงแล้ว ยังมีชาวเมืองเหลียงโจวยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง

ชาวเมืองมายืนส่งเสด็จเต็มสองข้างทาง!

ไม่รู้ว่าชาวเมืองไปรู้ข่าวการเดินทางออกจากเหลียงโจวของหลี่มู่ในวันนี้มาจากไหน

ชาวเมืองเหลียงโจวต่างพร้อมใจกันมาที่นี่ เพื่อส่งหลี่มู่ด้วยตัวเอง

หลี่มู่ ผู้บัญชาการทหารแห่งสามเมืองชายแดนเหนือ ผู้พิทักษ์ชายแดนเหนือมานานกว่าสิบปี ผู้ปกป้องราษฎรนับหมื่นนับแสนในสามเมือง

เขามีบารมีสูงส่งในหมู่ราษฎรยิ่งนัก!

เป็นที่รักใคร่ของประชาชนอย่างลึกซึ้ง

สายตาของหลี่มู่กวาดมองไปยังราษฎรที่อยู่สองข้างทาง จมูกก็รู้สึกแสบร้อนขึ้นมา ขอบตาแดงระเรื่อ

ได้รับความรักจากประชาชนถึงเพียงนี้ การปกป้องชายแดนเหนือมานานกว่าสิบปีนี้ ก็ไม่สูญเปล่าแล้ว!

"องค์ชาย"

"องค์ชาย"

...

เมื่อชาวเมืองเห็นหลี่มู่มองมา ก็รีบพากันตะโกนเรียกทันที

เพียงชั่วพริบตา เสียงเรียกหาองค์ชายก็ดังก้องไปทั่วทั้งในและนอกกำแพงเมือง

หลี่มู่มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์เหล่านั้น เขาก็นิ่งเงียบไป!

ความรู้สึกในใจนั้นสุดจะพรรณนา

"องค์ชาย"

"อย่าไปเลยได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ?"

ชายชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งใช้ไม้เท้าพยุงร่าง โดยมีเด็กน้อยวัยห้าหกขวบคอยประคองเดินออกมา

ดูเหมือนจะเป็นปู่กับหลาน

ชายชราหรี่ตามองหลี่มู่ บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเผยให้เห็นถึงความอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง

น้ำเสียงที่เขาพูดนั้นสั่นเครือราวกับจะร้องไห้

เขาไม่อยากให้เทพผู้พิทักษ์ชายแดนเหนืออย่างหลี่มู่ต้องจากไป

สิบสามปีก่อน พื้นที่สามเมืองชายแดนเหนือแห่งราชวงศ์ต้าโจวมีแต่ไฟสงครามไม่ขาดสาย ชนเผ่าคนเถื่อนจากทุ่งหญ้า ราชวงศ์เป่ยหมั่ง และราชวงศ์ทูเสีย ต่างก็มักจะยกทัพลงใต้มาบุกรุกอยู่เสมอ

ราษฎรชายแดนเหนือต้องทนทุกข์ทรมานจากภัยสงคราม ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแสนสาหัส

นับตั้งแต่หลี่มู่มาประจำการที่เหลียงโจว ไฟสงครามในชายแดนเหนือก็ค่อยๆ มอดดับลง

หลายปีมานี้ ราษฎรในเขตแดนเมืองเหลียงโจว ปิงโจว และหวงโจว ต่างก็ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

ทว่าวันเวลาดีๆ เพิ่งจะผ่านไปได้ไม่กี่ปี บัดนี้หลี่มู่กลับจะต้องจากไปเสียแล้ว

ราษฎรเมืองเหลียงโจวจะทำใจยอมรับได้อย่างไร?

พวกเขาหวาดกลัวว่าหากหลี่มู่จากไป ท้องฟ้าของชายแดนเหนือจะต้องเปลี่ยนสีเป็นแน่!

เมื่อหลี่มู่ได้ยินเสียงของชายชราผู้นั้น ภายในใจก็รู้สึกปวดร้าวขึ้นมา

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองไปยังราษฎรทั้งสองข้างทาง ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านผู้เฒ่า พี่น้องร่วมชาติ เมืองฉางอันมีราชโองการส่งมา พระบัญชาสวรรค์ไม่อาจขัดขืน"

"แม้ว่าข้าจะไปฉางอัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กลับมาอีก!"

"แม้ข้าจะไม่ได้อยู่เหลียงโจว แต่ชายแดนเหนือยังมีท่านจูเก๋อ มีกองทหารกล้าแห่งฉิน มีทหารราบเว่ยอู่ มีทหารม้ามังกรเป่ยเหลียง... พื้นที่สามเมืองชายแดนเหนือก็ยังคงปลอดภัยไร้กังวลเช่นเดิม"

สีหน้าของหลี่มู่จริงจังอย่างยิ่ง

"ในเมื่อองค์ชายตรัสเช่นนี้แล้ว ชายชราผู้นี้ก็จะไม่ขอพูดอะไรให้มากความอีก ขอเพียงอวยพรให้องค์ชายเดินทางโดยสวัสดิภาพก็เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

"หลานเอ๋ย บอกองค์ชายไปสิว่าโตขึ้นเจ้าอยากจะเป็นอะไร?"

ชายชราผมขาวมองหลานชายที่อยู่ข้างๆ

เด็กน้อยกะพริบตาปริบๆ เบิกตากลมโตมองหลี่มู่ ใบหน้าเล็กๆ ครุ่นคิดอย่างจริงจัง

ไม่นานนัก เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยก็ดังขึ้น "ข้าโตขึ้นอยากจะเป็นเหมือนท่านพ่อ ขี่ม้าตัวใหญ่จับดาบยาว ไปรบฆ่าพวกคนเถื่อน"

"ดี!"

"พูดได้ดี นี่สิถึงจะเป็นหลานรักของปู่!"

"นี่สิถึงจะเป็นลูกผู้ชายชาวเหลียงโจว"

ชายชราพยักหน้าด้วยความปลาบปลื้มใจ

บุตรชายทั้งสองของเขาต่างก็ทยอยเข้าร่วมกองทัพ คนหนึ่งตายในสนามรบทุ่งหญ้าอ้างว้าง อีกคนก็แขนซ้ายขาด

เขารู้ดีว่าหลี่มู่จำต้องไปจริงๆ ก่อนจะจากไป เขาอยากจะบอกหลี่มู่ว่า การปกป้องชายแดนเหนือนี้ ยังมีคนรุ่นหลังสืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป!

"เหลียงโจวมีแสนครัวเรือน แต่ละครัวเรือนล้วนไร้ชายหนุ่ม"

เมื่อหลี่มู่ได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ชื้นแฉะขึ้นมา นึกถึงลูกผู้ชายชายแดนเหนือที่ต้องตายในสนามรบเพื่อปกป้องสามเมืองแห่งเป่ยเหลียงขึ้นมาทันที

หลายปีมานี้ เขาได้เห็นการพลัดพรากจากความเป็นความตายมามากเหลือเกิน

"เจ้าหนูน้อย คำพูดของเจ้า เปิ่นเตี้ยนจะจดจำเอาไว้!"

"รอให้เจ้าเติบใหญ่ เปิ่นเตี้ยนจะพาเจ้าควบม้าเหยียบทุ่งหญ้า กวาดล้างศัตรูให้ราบคาบ"

หลี่มู่มองใบหน้าซื่อๆ ของเด็กน้อย แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

"พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้เวลาพอสมควรแล้ว!"

"ข้าต้องไปแล้ว!"

หลี่มู่ประสานมือคารวะราษฎรทั้งสองข้างทาง แล้วเดินตรงไปยังรถม้า

บนรถม้า หงซิ่วในชุดสีแดงเลิกม่านขึ้นรออยู่

กึกกัก กึกกัก

ล้อรถเริ่มหมุน ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

ขบวนเดินทางสู่ฉางอันได้ออกเดินทางแล้ว

"น้อมส่งเสด็จองค์ชาย"

จูเก๋อขงหมิงทอดมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไป โค้งตัวทำความเคารพรถม้าของหลี่มู่

"น้อมส่งเสด็จองค์ชาย"

ขุนพลและทหารรักษาการที่หน้าประตูเมืองต่างก็ทำความเคารพตามจูเก๋อขงหมิง พร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังก้อง

"ส่งเสด็จองค์ชาย!"

ตามมาด้วยเสียงของราษฎรที่ดังขึ้น

ราษฎรที่มายืนรอส่งสองข้างทางต่างคุกเข่าลงพร้อมกัน และร้องตะโกนขึ้นมาแทบจะในเวลาเดียวกัน

เสียงส่งเสด็จหลี่มู่ดังกึกก้องไปถึงชั้นเมฆ

ที่หน้าประตูเมือง มีคนคุกเข่าเรียงรายกันเป็นสองแถวยาวเหยียด

ภาพเหตุการณ์นี้ ช่างสะเทือนอารมณ์ยิ่งนัก!

จนทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะหลั่งน้ำตาออกมา!

ลองคิดดูสิว่า ตำแหน่งของหลี่มู่ในใจราษฎรชาวเหลียงโจวนั้นสูงส่งเพียงใด

...

เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือนอย่างรวดเร็ว

ขบวนเดินทางสู่ฉางอันก็เข้าสู่เขตแดนเมืองฉางอันแล้ว ใกล้จะถึงตัวเมืองเต็มที

บนรถม้าคันหนึ่ง

มีคนสองคนกำลังหลับตาพักผ่อน คนหนึ่งหนุ่ม คนหนึ่งแก่

คนหนุ่มคือหลี่มู่ ส่วนคนแก่คือเทพกระบี่แขนเดียวหลี่ฉุนโกว

การเดินทางไปฉางอันของหลี่มู่ครั้งนี้ เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน การมีหลี่ฉุนโกวอยู่ข้างกายย่อมปลอดภัยกว่ามาก

และเหล่าเกิ่งก็เห็นว่ามีหลี่ฉุนโกวอยู่ด้วย จึงวางใจเดินทางไปตะวันออก

"หลี่มู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเกิ่งจิ่วเทียนจึงยืนกรานที่จะไปต่อสู้ที่ทะเลตะวันออกให้ได้?"

ทันใดนั้น เสียงของหลี่ฉุนโกวก็ดังขึ้น เขายังคงหลับตาอยู่

เกิ่งจิ่วเทียน ก็คือเหล่าเกิ่ง

เมื่อหลี่มู่ได้ยินเสียง ก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันที

เขามองหลี่ฉุนโกวด้วยความตกตะลึง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "เพื่อกำจัดมารในใจและทะลวงขั้นพลังกระมัง"

"ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย!" หลี่ฉุนโกวส่ายหน้า กล่าวว่า "ที่เขาไปต่อสู้ที่ทะเลตะวันออก ก็เพื่อเจ้านั่นแหละ"

"เพื่อข้า?"

ดวงตาของหลี่มู่เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

หลี่ฉุนโกวพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉยเอ่ยว่า "เท่าที่ข้ารู้ เซียนไร้พ่ายแห่งทะเลตะวันออกผู้นั้นเคยติดหนี้บุญคุณตระกูลหนึ่ง และตระกูลนั้นก็อยู่ในเมืองฉางอัน"

"หากตัวตนแห่งทะเลตะวันออกผู้นั้นออกโรง เกรงว่าตำแหน่งรัชทายาทของเจ้าคงจะสั่นคลอนเป็นแน่"

"การกระทำของเกิ่งจิ่วเทียนในครั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องตำแหน่งรัชทายาทของเจ้านั่นแหละ"

คำพูดของหลี่ฉุนโกวเปรียบเสมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ระเบิดตู้มขึ้นในหัวของเขา

แรงระเบิดนั้นทำเอาหลี่มู่มึนงงไปชั่วขณะ!

หลี่มู่ถึงกับนิ่งอึ้งไปทั้งตัว ราวกับไก่ไม้

ผ่านไปเนิ่นนาน หลี่มู่จึงดึงสติกลับมาได้ เขาถามด้วยความกังวลใจอย่างยิ่งว่า "ผู้อาวุโสหลี่ เหล่าเกิ่งประลองฝีมือกับตัวตนแห่งทะเลตะวันออกผู้นั้น จะมีโอกาสชนะสักกี่ส่วน?"

หลี่ฉุนโกวยิ้ม ลืมตาขึ้นมา

เขาเอ่ยว่า "หลี่มู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดผู้คนในใต้หล้าถึงเรียกคนผู้นั้นว่าเซียนไร้พ่าย?"

"ก็เป็นเพราะว่า เขาไม่เคยพ่ายแพ้น่ะสิ!"

คำพูดเพียงประโยคเดียว ราวกับเสียงฟ้าผ่า

หลี่มู่สะดุ้งเฮือกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ในใจยิ่งรู้สึกเป็นห่วงเหล่าเกิ่งมากขึ้นไปอีก!

ด้วยเหตุนี้ หลี่มู่จึงตกอยู่ในความเงียบงัน

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้

มีเสียงไพเราะดังแว่วเข้ามาในรถม้า

"องค์ชาย ถึงเมืองฉางอันแล้วเจ้าค่ะ!"

นั่นคือเสียงของหงซิ่วนั่นเอง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 49 หงส์น้อยในวันวานทะยานสยายปีก วันนี้มุ่งล่องใต้คืนสู่ฉางอัน (ภาคสอง อำนาจและราชบัลลังก์)

คัดลอกลิงก์แล้ว