- หน้าแรก
- อาญาสวรรค์ เทพสงครามเป่ยเหลียง
- บทที่ 47 สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี กองทัพมีชัยคืนสู่เหลียงโจว
บทที่ 47 สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี กองทัพมีชัยคืนสู่เหลียงโจว
บทที่ 47 สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี กองทัพมีชัยคืนสู่เหลียงโจว
บทที่ 47 สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี กองทัพมีชัยคืนสู่เหลียงโจว
"กลับค่าย!"
ณ ลานราบเชิงเขาหลางจวีซวี เสียงตะโกนก้องกังวานของตุนหวังฝ่ายขวาทัวมู่เหลยดังขึ้น
วู๊ด วู๊ด วู๊ด...
ตามมาด้วยเสียงเขาสัตว์ที่ดังกึกก้องกัมปนาทราวกับเสียงฟ้าร้องสะท้านสะเทือนไปทั่วฟ้าดิน
ทัวมู่เหลยนำทัพทหารกว่าสองแสนนายล่าถอยไปจากเชิงเขาหลางจวีซวี
เป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ของเขาบรรลุผลแล้ว!
กองทัพสองแสนกว่านายไม่ได้มีไว้เพื่อล้อมสังหารหลี่มู่และกองทัพของเขา แต่มีไว้เพื่อคุ้มครองตัวเขาเองต่างหาก
หลี่มู่อาศัยทหารม้าเหล็กเพียงสองหมื่นกว่านายก็สามารถบุกทะลวงค่ายฝ่ายซ้ายและสังหารตุนหวังฝ่ายซ้ายนู่อ๋อร์ชื่อได้
ซ้ำร้ายข้างกายยังมีถึงสองยอดฝีมือขั้นหนึ่งที่ไร้ผู้ต่อต้านในใต้หล้า
หลี่มู่สังหารตุนหวังฝ่ายซ้ายนู่อ๋อร์ชื่อได้ ย่อมมีปัญญาสังหารทัวมู่เหลยได้เช่นกัน!
ด้วยเหตุนี้ ทัวมู่เหลยจึงต้องนำกำลังทหารกว่าสองแสนนายมาด้วย หากหลี่มู่คิดจะลงมือสังหารจริงๆ อย่างน้อยก็ต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง
การที่หลี่มู่ละเว้นชีวิตทัวมู่เหลย ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวกองทัพกว่าสองแสนนายของราชสำนักมั่วเป่ย
แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าท้องฟ้าของราชสำนักมั่วเป่ยกำลังจะเปลี่ยนสี!
ต่อให้สังหารตุนหวังฝ่ายขวาทัวมู่เหลยไป ราชสำนักมั่วเป่ยก็ยังคงมีตุนหวังฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาคนที่สองคนที่สามโผล่มาอยู่ดี
การที่เขาเชิญตุนหวังฝ่ายขวาทัวมู่เหลยมาประลองล่าสัตว์ที่นี่ ก็เพื่อแสดงความกล้าหาญอหังการ และข่มขวัญชนเผ่าอื่นๆ บนทุ่งหญ้าอ้างว้างเท่านั้น!
กษัตริย์ฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาแห่งราชสำนักมั่วเป่ย คนหนึ่งตาย คนหนึ่งพ่ายแพ้!
หากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป ชื่อเสียงของหลี่มู่บนทุ่งหญ้าอ้างว้างย่อมต้องสูงส่งขึ้นไปอีกขั้น
หลี่มู่นั่งอยู่บนหลังม้าแดง ในมือถือเกาทัณฑ์สะท้านฟ้าและศรทะลวงเมฆ ทอดสายตามองกองทัพศัตรูกว่าสองแสนนายที่ค่อยๆ ถอยร่นจากไป
สีหน้าของเขาสงบนิ่งดุจผิวน้ำ ไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ
"ทัวมู่เหลย ครั้งนี้เปิ่นเตี้ยนจะปล่อยเจ้าไปสักครั้ง หวังว่าเจ้าจะรักษาสัจจะ!"
หลี่มู่หรี่ตาลง มองดูกองทัพศัตรูที่กำลังจากไปไกลลิบ พึมพำกับตัวเองเบาๆ
สิ้นเสียง นัยน์ตาของเขาก็สาดประกายเจิดจ้า
"องค์ชาย"
ในตอนนั้นเอง ฉู่เป่ยสยงก็ควบม้าเข้ามาเคียงข้างหลี่มู่
"ท่านแม่ทัพฉู่ จัดเตรียมกระบวนทัพ"
"ประกอบพิธีบวงสรวงภูเขา!"
"ประกาศให้ทั่วทั้งทุ่งหญ้าอ้างว้างได้รับรู้ว่า เปิ่นเตี้ยนขอสถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี!"
"นับแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ใดถืออาวุธล่วงล้ำข้ามเขาหลางจวีซวี ต้องโทษประหาร!"
"คำสั่งนี้ มีฟ้าดินเป็นพยาน มีตะวันจันทราเป็นเครื่องพิสูจน์!"
หลี่มู่ทอดสายตามองภูเขาหลางจวีซวีที่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นขึงขัง นัยน์ตาสาดประกายกร้าวร้าว
เสียงอันทรงพลังของเขาดังกึกก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน ดังก้องอยู่นานไม่จางหาย
"กระหม่อมรับบัญชา!"
ฉู่เป่ยสยงตอบรับเสียงหนักแน่น
จากนั้น เขาก็รีบไปจัดเตรียมการ
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ณ เชิงเขาหลางจวีซวี
ทหารม้ามังกรแห่งเป่ยเหลียง ทัพเถี่ยฝูถู และทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียง จัดกระบวนทัพอย่างเป็นระเบียบ ในมือถือชามเหล้า
ฉู่เป่ยสยง หนิงพั่วจวิน และแม่ทัพคนอื่นๆ ยืนอยู่เบื้องหน้ากระบวนทัพ
หลี่มู่ถือกระบี่คมกริบ ก้าวขึ้นไปบนแท่นพิธีที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย
เคร้ง!
หลี่มู่ชักกระบี่ยาวที่เอวออกมา
เขายื่นฝ่ามือซ้ายออกไป ใช้กระบี่กรีดลงไป
เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากฝ่ามือ
ตามมาด้วยเสียงของหลี่มู่ที่ดังกึกก้อง
"ข้า หลี่มู่ องค์ชายใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าโจว"
"อายุแปดขวบเดินทางมายังเหลียงโจว บัดนี้ล่วงเลยมาแล้วสิบสามปี!"
"ตั้งทัพอยู่ทางอุดร พิทักษ์เป่ยเหลียงอันไร้ขอบเขต!"
"สิบสามปีมานี้ ชายแดนเหนือของต้าโจวมีแต่ไฟสงครามไม่ขาดสาย ชนเผ่าคนเถื่อนจากทุ่งหญ้ามักยกทัพลงใต้มาปล้นสะดมต้าโจวอยู่เสมอ"
"ราชวงศ์เป่ยหมั่งและราชวงศ์ทูเสียก็จ้องมองเหลียงโจว หวงโจว และปิงโจวตาเป็นมัน"
"ตราบใดที่เปิ่นเตี้ยนยังคงประจำการอยู่ที่สามเมืองแห่งเป่ยเหลียง สามเมืองนี้ย่อมแข็งแกร่งดุจกำแพงเหล็ก!"
"วันนี้ เปิ่นเตี้ยนนำทหารม้าเหล็กใต้บังคับบัญชายกทัพขึ้นเหนือปราบคนเถื่อน ขับไล่พยัคฆ์กลืนกินหมาป่า ขอประกอบพิธีบวงสรวงภูเขา ณ สถานที่แห่งนี้!"
"สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี!"
"นับแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ใดถืออาวุธล่วงล้ำข้ามเขาหลางจวีซวี ต้องโทษประหาร!"
"การบวงสรวงภูเขาครั้งนี้ ขอประกาศให้ทั่วทั้งทุ่งหญ้าอ้างว้างได้รับรู้!"
"ขอให้ฟ้าดินเป็นพยาน ขอใช้เลือดเป็นคำสาบาน!"
เสียงอันทรงพลังของหลี่มู่ดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน สะท้านสะเทือนจนแก้วหูแทบแตก
เขาเปล่งเสียงตะโกนก้อง พลางก้าวเดินไปข้างหน้า หยดเลือดจากฝ่ามือลงในชามเหล้าทั้งสามใบ
"ชามที่หนึ่ง ขอดื่มคารวะฟ้าดิน!"
หลี่มู่ยกชามเหล้าผสมเลือดใบซ้ายสุดขึ้น ชูขึ้นสูงพลางร้องตะโกนด้วยความฮึกเหิม
จากนั้นก็สาดเหล้าผสมเลือดขึ้นสู่กลางอากาศ
เพล้ง!
วินาทีต่อมา ชามเหล้าก็ถูกทุ่มลงกระแทกพื้นจนแตกกระจาย
"ชามที่สอง ขอดื่มคารวะเทพารักษ์แห่งขุนเขา!"
หลี่มู่ยกชามเหล้าผสมเลือดใบที่สองขึ้น ประคองด้วยสองมือหันหน้าไปทางเขาหลางจวีซวี
จากนั้นก็เทเหล้าผสมเลือดลงบนพื้นดินที่เชิงเขา
เมื่อคารวะจอกที่สองเสร็จสิ้น หลี่มู่ก็เดินไปหาชามเหล้าผสมเลือดใบที่สาม
เขายกชามเหล้าขึ้น หมุนตัวหันไปมองเหล่าทหารม้าเหล็กที่กำลังฮึกเหิมอยู่เบื้องล่างแท่นพิธี
สายตาของเขากวาดมองไปตามร่างของเหล่าทหารม้าเหล็ก ภายในส่วนลึกของดวงตาเผยให้เห็นถึงความเคารพยกย่อง
เพราะทหารม้าเหล็กผู้ไม่กลัวตายเหล่านี้ที่ควบม้าตะลุยทุ่งหญ้าอ้างว้าง จึงสามารถปกป้องครอบครัวนับพันนับหมื่นในสามเมืองแห่งเป่ยเหลียงเอาไว้ได้
เพราะทหารม้าเหล็กผู้กล้าหาญชาญชัยเหล่านี้ที่หลั่งเลือดชโลมแผ่นดิน จึงสามารถรักษาความสงบสุขของชายแดนเหนือแห่งต้าโจวเอาไว้ได้
เพราะชายหนุ่มเหล่านี้ที่ยอมสละเลือดเนื้อ ต่อสู้อย่างลืมตาย จึงสามารถสถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวีได้สำเร็จ
พวกเขาเหล่านี้น่ายกย่องยิ่งนัก!
"เหล้าผสมเลือดชามที่สามนี้ ขอดื่มคารวะเหล่าทหารหาญ!"
หลี่มู่ชูชามเหล้าผสมเลือดขึ้นสูง ตะโกนก้อง
เขางายหน้าดื่มเหล้าผสมเลือดจนหมดจอก
"คารวะท่านแม่ทัพ!"
ทหารม้าเหล็กนับหมื่นนายส่งเสียงคำรามขึ้นพร้อมกัน เสียงอันดุดันฮึกเหิมดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า สะท้อนกังวานไปทั่วฟ้าดิน
ราวกับจะสั่นสะเทือนฟ้าดินให้ถล่มทลาย
เหล่าทหารหาญต่างก็ดื่มเหล้าในชามของตนจนหมดสิ้น
เพล้ง เพล้ง เพล้ง
ตามมาด้วยเสียงชามเหล้าที่ถูกทุ่มลงพื้นจนแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว
"สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี!"
หลี่มู่ชูกระบี่ขึ้นฟ้า ร้องตะโกนด้วยความฮึกเหิม ปลุกเร้าให้เลือดในกายเดือดพล่าน
"สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี!"
"สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี!"
"สถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี!"
...
เมื่อสิ้นเสียงของหลี่มู่ เหล่าทหารม้าเหล็กเบื้องล่างแท่นพิธีก็รู้สึกราวกับเลือดในกายกำลังลุกโชน
เสียงตะโกนก้องกังวานดังก้องไปถึงชั้นเมฆ
ภาพเหตุการณ์นี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก!
เวลาผ่านไปราวสามสิบลมหายใจ เสียงตะโกนก็ค่อยๆ เบาลง
"มีชัยคืนถิ่น!"
"กลับเหลียงโจว!"
หลี่มู่เอ่ยขึ้น
"กลับเหลียงโจว!"
ทหารม้าเหล็กนับหมื่นนายพยักหน้ารับคำ ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความปีติยินดีในชัยชนะ จิตใจตื่นเต้นฮึกเหิม
ไม่นานนัก กองทหารม้าเหล็กที่ยกทัพขึ้นเหนือก็เริ่มมุ่งหน้าลงใต้
สิบวันผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว
ทหารม้าเหล็กที่กำลังเดินทางกลับเหลียงโจว ใกล้จะถึงเมืองเหลียงโจวเต็มทีแล้ว
บนทุ่งหญ้าอ้างว้าง หลี่มู่นำทหารม้าเหล็กนับหมื่นนายควบม้าทะยานไปข้างหน้าอย่างราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง
กุบกับ กุบกับ...
ทันใดนั้น ผืนแผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับแผ่นดินจะแยกออก
มีเสียงดังกึกก้องกัมปนาทแว่วมา
"หยุดม้า!"
"ข้างหน้ามีสถานการณ์!"
"เตรียมพร้อมรบ!"
หลี่มู่ดึงบังเหียนม้าแน่น ตื่นตัวขึ้นมาในทันที
เขามองเห็นฝุ่นควันที่ตลบอบอวลอยู่ไม่ไกลกำลังค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นในสายตา
ภายใต้กลุ่มฝุ่นควันนั้น เส้นสีดำเส้นหนึ่งกำลังพาดผ่านกวาดต้อนเข้ามาด้วยความเร็วสูงยิ่ง
นั่นคือกองทัพเกราะดำ!
"ข้าน้อยอู๋ฉี่!"
"รับบัญชาจากท่านกุนซือจูเก๋อ นำทหารราบเว่ยอู่สามพันนายมาต้อนรับองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"
"ขอน้อมรับการกลับมาอย่างมีชัยขององค์ชาย!"
ท่ามกลางกองทัพเกราะดำนั้น ร่างหนึ่งก็เร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน ขี่สัตว์อสูรพุ่งทะยานออกมา
เขาควบสัตว์อสูรพุ่งเข้ามา พลางร้องตะโกนเสียงดังก้อง
อู๋ฉี่ ยอดขุนพลแห่งยุคจ้านกั๋ว ผู้ก่อตั้งกองทหารราบเว่ยอู่จนชื่อเสียงสะท้านใต้หล้า
ถูกหลี่มู่ใช้คัมภีร์เทวะเรียกตัวมายังโลกแห่งนี้ กลายเป็นหนึ่งในหกขุนพลเลื่องชื่อแห่งเป่ยเหลียง
...
ในขณะเดียวกัน
วีรกรรมการสถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวีของหลี่มู่ก็แพร่สะพัดไปถึงเมืองฉางอัน
สร้างความตกตะลึงไปทั่วราชสำนักและหมู่บ้าน ประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ
หลี่มู่สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาอีกครั้ง การสถาปนาเกียรติยศ ณ เขาหลางจวีซวี นับเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่คนรุ่นก่อนไม่เคยทำได้มาก่อน
เมื่อเหล่าขุนนางฝ่ายบู๊ทราบเรื่อง ต่างก็ปรบมือโห่ร้องด้วยความยินดี เอ่ยปากชมเชยไม่ขาดปาก
ถึงขั้นมีคนลือกันว่า องค์ชายใหญ่หลี่มู่คือเทพสวรรค์แห่งการรบจุติลงมาเกิด!
เรื่องราวในโลกนี้ย่อมไม่อาจสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง มีคนดีใจย่อมต้องมีคนเป็นทุกข์
เหล่าองค์ชายที่หมายปองตำแหน่งรัชทายาทต่างรู้สึกหนักอึ้งในใจ ด้วยผลงานการรบอันยิ่งใหญ่ปานนี้ ตำแหน่งรัชทายาทของหลี่มู่คงจะตกอยู่ในกำมืออย่างแน่นอนแล้ว!
ในวันนั้น มีขุนนางบุ๋นจำนวนไม่น้อยแอบลักลอบเข้าไปในจวนขององค์ชายสาม และใช้เวลาอยู่นานกว่าจะออกมา
ไม่นานนัก
ก็มีคนกลุ่มหนึ่งควบม้าเร่งรีบออกจากเมือง มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ
[จบแล้ว]