เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - เปิ่นเตี้ยน เทพสงครามเป่ยเหลียง หลี่มู่

บทที่ 20 - เปิ่นเตี้ยน เทพสงครามเป่ยเหลียง หลี่มู่

บทที่ 20 - เปิ่นเตี้ยน เทพสงครามเป่ยเหลียง หลี่มู่


บทที่ 20 - เปิ่นเตี้ยน เทพสงครามเป่ยเหลียง หลี่มู่

ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สองคนถูกมัดอย่างแน่นหนาและถูกคุมตัวขึ้นมา

ชายฉกรรจ์สองคนนี้ ก็คืออาหมู้กู่ หัวหน้าชนเผ่าอาหลาน และฮั่นเป่ย หัวหน้าชนเผ่าชื้อสุ่ย

"คุกเข่าลง"

ทันทีที่มาถึงตรงหน้าหลี่มู่ ทหารกองทัพเป่ยเหลียงที่คุมตัวมาก็ตวาดลั่น

"คารวะขุนพลต้าโจว"

อาหมู้กู่และฮั่นเป่ยคุกเข่าลง พร้อมกับร้องเรียกขึ้นพร้อมกัน

ชนเผ่าอาหลานและชนเผ่าชื้อสุ่ยไม่เคยลงใต้ไปรุกรานต้าโจวมาก่อน จึงไม่รู้จักเทพสงครามเป่ยเหลียง หลี่มู่

"ข้าน้อยคือหัวหน้าชนเผ่าอาหลาน อาหมู้กู่"

"ข้าน้อยคือหัวหน้าชนเผ่าชื้อสุ่ย ฮั่นเป่ย"

หลี่มู่ยังไม่ทันเอ่ยปาก อาหมู้กู่และฮั่นเป่ยก็ชิงแนะนำตัวขึ้นมาก่อน

ระหว่างทางที่ถูกคุมตัวมา ทั้งสองคนได้เห็นภาพที่ชนเผ่าหมาป่าอัคคีถูกทหารเข่นฆ่าสังหารหมู่

จึงไม่อยากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนเผ่าหมาป่าอัคคี รีบเปิดเผยตัวตนทันที

มิเช่นนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบไปตอนไหนก็ไม่รู้

"ชนเผ่าชื้อสุ่ย ชนเผ่าอาหลานงั้นหรือ"

"แถมยังเป็นหัวหน้าเผ่าอีกด้วย"

หลี่มู่หรี่ตาลง มองอาหมู้กู่และฮั่นเป่ยด้วยความคลางแคลงใจ

ในใจของเขามีความสงสัยผุดขึ้นมา

เมื่อครู่นี้ก็มีคนเถื่อนสองคนอ้างว่าตัวเองเป็นคนเผ่าอาหลานและเผ่าชื้อสุ่ย ตอนนี้ก็โผล่มาอีกสองคน

หลี่มู่จึงเผื่อใจระแวงเอาไว้

"พวกเจ้าเป็นคนเถื่อนเผ่าชื้อสุ่ยและเผ่าอาหลาน แถมยังเป็นหัวหน้าเผ่าด้วย"

"แล้วทำไมถึงมาอยู่ในดินแดนชนเผ่าหมาป่าอัคคีล่ะ"

หลี่มู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เขาตั้งใจจะเอาคำพูดของทั้งสองฝ่ายมาเทียบกันดู

คำพูดของอากู่ซานและฮั่นตั๋วก่อนหน้านี้ หลี่มู่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่แล้ว ตอนนี้คำพูดของอาหมู้กู่และฮั่นเป่ย หลี่มู่ย่อมไม่เชื่ออย่างง่ายดายเช่นกัน

"แย่แล้ว"

"ความแตกลงแน่ๆ"

อากู่ซานและฮั่นตั๋วแอบหันหน้าหนีไปเงียบๆ เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่มู่ ในใจก็รู้สึกเย็นวาบ

หากอาหมู้กู่และฮั่นเป่ยบอกเหตุผลที่มาอยู่ในดินแดนเผ่าหมาป่าอัคคี คำโกหกของพวกเขาสองคนก็จะต้องถูกเปิดโปงโดยปริยาย

"เรียนขุนพลต้าโจว"

"ข้ากับหัวหน้าชนเผ่าชื้อสุ่ย ฮั่นเป่ย ถูกหัวหน้าชนเผ่าหมาป่าอัคคีเชิญมาหารือขอรับ"

"หัวหน้าชนเผ่าหมาป่าอัคคีหลางเหยียนมีความทะเยอทะยาน คิดจะยกทัพใหญ่ลงใต้ไปปล้นสะดมชายแดนต้าโจว จึงคิดจะดึงชนเผ่าชื้อสุ่ยและชนเผ่าอาหลานมาเป็นพันธมิตร"

"สามชนเผ่าจับมือเป็นพันธมิตร ร่วมกันลงใต้ไปรุกรานแผ่นดินต้าโจวขอรับ"

อาหมู้กู่ค่อยๆ เอ่ย

สามชนเผ่าจับมือเป็นพันธมิตรงั้นหรือ

ลงใต้ไปรุกรานต้าโจว

หลี่มู่ฟังคำพูดของอาหมู้กู่ สายตากก็ยิ่งเย็นชาลงไปอีก อดไม่ได้ที่จะกำทวนมังกรขดหิมะโปรยในมือแน่นขึ้น

เสียงของอาหมู้กู่ยังคงดังต่อไป

"แต่ทว่า ชนเผ่าของข้ากับชนเผ่าชื้อสุ่ยไม่ชอบทำสงครามมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขอแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องที่หลางเหยียนจะลงใต้ไปรุกรานต้าโจวขอรับ"

"หัวหน้าเผ่าฮั่นเป่ยกับข้าปฏิเสธการร่วมเป็นพันธมิตรกับหลางเหยียน"

"จากนั้น พวกเราก็ถูกลูกน้องของหลางเหยียนจับมัดไว้ หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ทัพมาถึง เกรงว่าข้ากับหัวหน้าเผ่าฮั่นเป่ยคงไม่แคล้วต้องจบชีวิตลงแล้ว"

"บุญคุณช่วยชีวิตของขุนพลต้าโจว ข้าน้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก"

อาหมู้กู่พูดตามความเป็นจริง ไม่มีคำโกหก ทุกประโยคล้วนเป็นเรื่องจริง ความคิดอ่านที่ซับซ้อนของเขานั้นมีน้อยกว่าอากู่ซานมาก

ฮั่นเป่ยก็พยักหน้ารับ สีหน้าหนักแน่น

"คำพูดของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกันนี่นา"

หลี่มู่พึมพำในใจ

คนเถื่อนกลุ่มก่อนบอกว่าชนเผ่าหมาป่าอัคคีบังคับให้พวกตนลงสนามรบ แต่คนเถื่อนสองคนนี้กลับบอกว่าหัวหน้าเผ่าหลางเหยียนเชิญมาร่วมเป็นพันธมิตร

หลี่มู่เผื่อใจระแวงเอาไว้

"พวกเจ้าบอกว่าเป็นเพราะปฏิเสธคำเชิญให้ร่วมเป็นพันธมิตรของหลางเหยียนหัวหน้าชนเผ่าหมาป่าอัคคี ถึงได้ถูกมัดอย่างแน่นหนา"

"แต่คนเถื่อนสองคนนี้กลับบอกว่าชนเผ่าชื้อสุ่ยและชนเผ่าอาหลานถูกชนเผ่าหมาป่าอัคคีบุกรุก ชนเผ่าหมาป่าอัคคีจับตัวคนของทั้งสองชนเผ่ามา บังคับให้พวกคนเถื่อนลงสนามรบไปเป็นโล่มนุษย์ให้"

"พวกเจ้าทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดกันไปคนละอย่าง ฟังดูมีเหตุมีผล แล้วแบบนี้ข้าควรจะเชื่อใครดีล่ะ"

มุมปากของหลี่มู่ยกขึ้น เผยรอยยิ้มอบอุ่น

รอยยิ้มของเขาดูอบอุ่นก็จริง แต่มันกลับทำให้อาหมู้กู่ ฮั่นเป่ย และพวกคนเถื่อนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว

หืม

เมื่ออาหมู้กู่และฮั่นเป่ยได้ยินเช่นนั้น ก็ขมวดคิ้ว เผยสีหน้าสงสัย

พวกเขาหันไปมองรอบๆ ถึงได้เห็นอากู่ซานและฮั่นตั๋วที่กำลังหันหน้าหนีอยู่

ชั่วพริบตาเดียว ทั้งสองคนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

"คนทรยศ"

"ไอ้คนทรยศ"

วินาทีที่อาหมู้กู่และฮั่นเป่ยเห็นอากู่ซานและฮั่นตั๋ว ก็แทบจะตะโกนด่าออกมาพร้อมกัน

เมื่อเห็นคนทรยศสองคนนี้ ในใจของอาหมู้กู่และฮั่นเป่ยก็มีไฟลุกโชนขึ้นมาทันที

ไอ้คนทรยศบัดซบสองคนนี้ เกือบจะพาคนในเผ่าไปสู่หายนะแล้วเชียว ชนเผ่าหมาป่าอัคคี ก็คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด

หากก่อนหน้านี้พวกเขาตกลงเป็นพันธมิตรกับหลางเหยียน เกรงว่าจุดจบของทั้งสองเผ่าคงไม่ต่างจากเผ่าหมาป่าอัคคีเท่าใดนัก

คนทรยศงั้นหรือ

งานนี้คงมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้วสิ

หลี่มู่ฟังเสียงด่าทอของอาหมู้กู่และฮั่นเป่ย แล้วเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ

เขาก้มตัวลงเล็กน้อย เอนตัวไปข้างหน้า มองพวกคนเถื่อนหน้าม้าด้วยความสนใจ

"ขุนพลต้าโจว ข้าไม่ขอปิดบัง คนเถื่อนผู้นี้ชื่อว่าอากู่ซาน เป็นหัวหน้ารองชนเผ่าของข้า และในขณะเดียวกันก็เป็นคนทรยศของชนเผ่าข้าด้วย"

"เขานำทหารในสังกัดของตน ยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้หลางเหยียนหัวหน้าชนเผ่าหมาป่าอัคคี คิดจะร่วมมือกับหลางเหยียนลงใต้ไปรุกรานชายแดนต้าโจว"

"ก่อนหน้าที่พวกท่านจะมาถึง เขายังเอ่ยปากเสนอตัวด้วยตัวเอง ว่าจะให้ทหารในสังกัดของเขารับคำสั่งจากหลางเหยียน"

อาหมู้กู่เอ่ย

สีหน้าของเขาดุดัน โกรธแค้นจนกัดฟันกรอด แทบอยากจะลงมือฆ่าอากู่ซานด้วยตัวเองเสียเดี๋ยวนี้

"ขุนพลต้าโจว คนเถื่อนผู้นี้คือฮั่นตั๋ว หัวหน้ารองชนเผ่าของข้า ก็เหมือนกับอากู่ซานของเผ่าอาหลาน ที่คิดจะลงใต้ไปรุกรานต้าโจว"

"ยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้หลางเหยียน คนเถื่อนผู้นี้สมควรตายเป็นพันครั้ง"

สิ้นเสียงของอาหมู้กู่ ฮั่นเป่ย หัวหน้าชนเผ่าชื้อสุ่ยก็เอ่ยขึ้นบ้าง

เส้นเลือดดำบนหน้าผากของเขาปูดโปน เน้นย้ำทุกถ้อยคำ

เห็นได้ชัดว่าในใจมีความโกรธแค้นอยู่

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

หลี่มู่ได้ยินคำพูดของทั้งสองคน ก็พยักหน้าเบาๆ เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดกระจ่างแจ้งแล้ว

เขามีการตัดสินใจของตัวเอง

ใครพูดจริง ใครพูดโกหก มองปราดเดียวก็รู้แล้ว

แค่เรื่องที่อากู่ซานและฮั่นตั๋วเข้าร่วมรบ ก็มีความผิดจนไม่อาจให้อภัยได้

สมควรตาย

ไม่ว่าจะถูกบังคับหรือไม่ แต่สุดท้ายก็หันดาบเข้าใส่กองทัพเป่ยเหลียงแล้ว

นี่แหละคือความแค้น

ส่วนสิ่งที่อาหมู้กู่และฮั่นเป่ยพูดมานั้น ก็ดูมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง

จากการที่พวกเขาสองคนถูกมัดไว้ ก็พอมองออกว่าพวกเขาและชนเผ่าหมาป่าอัคคีเป็นศัตรูกัน ไม่ใช่มิตร

หากเป็นมิตร จะถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาแบบนี้ได้อย่างไร

"ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของอาหมู้กู่นะขอรับ เขากำลังหลอกท่านอยู่"

"พวกเขานั่นแหละที่เป็นคนทรยศ"

"สมรู้ร่วมคิดกับชนเผ่าหมาป่าอัคคี ทำร้ายคนในเผ่าตัวเอง ใครจะไปคิดว่าหัวหน้าชนเผ่าหมาป่าอัคคีจะเล่นงานพวกเขากลับตอนหมดประโยชน์แบบนี้"

"ใช่ขอรับ"

"ท่านแม่ทัพ พวกเขาสองคนนั่นแหละที่เป็นคนทรยศ"

"พวกข้าสองคนไม่ใช่คนทรยศจริงๆ นะขอรับ และก็ไม่เคยคิดจะลงใต้ไปปล้นสะดมชาวบ้านต้าโจวเลย"

"หากคำพูดของข้ามีคำโกหกแม้แต่ครึ่งคำ ขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ถูกฟ้าผ่าห้าสายดับดิ้น ตายไม่ดีเลยขอรับ"

"ขอให้มีลูกชายเกิดมาไม่มีรูทวารเลยขอรับ"

อากู่ซานและฮั่นตั๋วเริ่มร้อนรนใจแล้ว

จึงเริ่มพูดจาส่งเดชไม่เลือกคำ ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

ฟ้าผ่าก็ฟ้าผ่าไปสิ

มีลูกชายไม่มีรูทวาร ก็คลอดลูกสาวเยอะๆ เอาก็ได้

ยังไงก็ดีกว่าต้องมาตายตอนนี้ล่ะนะ

หลี่มู่มองสายตาของอากู่ซานและฮั่นตั๋วราวกับมองตัวตลก ส่ายหน้าเบาๆ

"พวกนี้ ฆ่าทิ้งซะ"

หลี่มู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"รับทราบ"

สิ้นคำสั่งของหลี่มู่ ทหารก็ถือดาบเดินเข้าไปทันที

"ท่านแม่ทัพ ช้าก่อน"

ทว่าในตอนนั้นเอง อาหมู้กู่ก็กลั้นใจเอ่ยขึ้น

"เจ้าอยากจะตามพวกมันไปด้วยงั้นหรือ"

หลี่มู่หรี่ตาลง แล้วเอ่ยถาม

อาหมู้กู่ส่ายหน้า ถลึงตาใส่อากู่ซานอย่างดุร้าย ก่อนจะกัดฟันพูดว่า

"ท่านแม่ทัพ ข้าคือหัวหน้าชนเผ่าอาหลาน"

"ในชนเผ่ามีคนทรยศ เป็นความบกพร่องของข้าเอง"

"ขอท่านแม่ทัพโปรดให้โอกาสข้า ได้ล้างแค้นคนทรยศ ส่งมันลงนรกด้วยมือข้าเองเถิดขอรับ"

อาหมู้กู่คุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าจริงจัง ท่าทีจริงใจอย่างยิ่ง

"ขอท่านแม่ทัพโปรดให้โอกาสข้าได้ล้างแค้นคนทรยศด้วยเช่นกันเถิดขอรับ"

ฮั่นเป่ยก็เอ่ยปากขอร้องเช่นกัน

หลี่มู่มองทั้งสองคน เลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วเอ่ยว่า

"ได้ เปิ่นเตี้ยนจะให้โอกาสพวกเจ้าสักครั้ง"

"แก้มัด ส่งดาบให้"

หลี่มู่เอ่ยจบ ก็มีทหารเดินเข้าไปแก้มัดและส่งดาบให้ทันที

อาหมู้กู่และฮั่นเป่ยถือดาบเดินตรงดิ่งเข้าไปหาอากู่ซาน ฮั่นตั๋ว และพรรคพวกทันที

"ไม่ อย่านะ"

"หัวหน้าเผ่า ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด"

"หัวหน้าเผ่า ข้ายังไม่อยากตาย ได้โปรดเถอะ"

อากู่ซานและฮั่นตั๋วเห็นอาหมู้กู่กับฮั่นเป่ยถือดาบเดินเข้ามา ในใจก็พังทลายลงทันที

ตัวสั่นเทา ถอยหลังกรูดอย่างต่อเนื่อง

"อากู่ซาน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะความเห็นแก่ตัวของเจ้า ทำให้คนในเผ่าต้องตายไปตั้งเท่าไหร่"

"ถ้าไว้ชีวิตเจ้า วิญญาณของคนเหล่านั้นจะสงบสุขได้อย่างไร"

"วันนี้ ในฐานะหัวหน้าชนเผ่าอาหลาน ข้าจะขอชำระความคนทรยศ"

อาหมู้กู่ตวาดลั่น ดาบเหลียงในมือตวัดฟันลงมา

ฉับ

ดาบเดียวฟาดฟัน ศีรษะและลำตัวของอากู่ซานขาดออกจากกัน หัวที่อาบไปด้วยเลือดกลิ้งขลุกๆ ไปหลายตลบ

ในขณะเดียวกัน ฮั่นเป่ยก็ฟันหัวของฮั่นตั๋วขาดกระเด็น เลือดสาดกระเซ็นเต็มหน้าเขา

นอกจากอากู่ซานและฮั่นตั๋วแล้ว อาหมู้กู่และฮั่นเป่ยยังฆ่าคนในเผ่าคนอื่นๆ ด้วย

คนในเผ่าเหล่านี้เคยตามอากู่ซานและฮั่นตั๋วลงสนามรบ หากพวกเขาไม่ตาย ขุนพลต้าโจวผู้นี้จะยอมเลิกราหรือ

พวกเขาสองคนตั้งใจจะใช้ความตายของคนในเผ่าบางส่วน เพื่อแลกกับความอยู่รอดของคนทั้งเผ่า

แม้จะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น

เพียงไม่นาน คนในเผ่าทั้งสองก็ถูกกำจัดจนหมดเกลี้ยง

"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพ"

"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพ"

เมื่อฮั่นเป่ยและอาหมู้กู่ชำระความคนทรยศเสร็จสิ้น ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่มู่

"จัดการคนทรยศเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาต้องตัดสินใจเสียที"

หลี่มู่มองฮั่นเป่ยและอาหมู้กู่ด้วยรอยยิ้มตาหยี เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ

"เห็นแก่ที่เผ่าของพวกเจ้าไม่เคยลงใต้ไปรุกรานต้าโจวมาก่อน ตอนนี้ มีสองทางเลือกวางอยู่ตรงหน้าพวกเจ้า"

"ทางแรกคือยอมสวามิภักดิ์ต่อต้าโจว รับใช้ต้าโจว ส่วนอีกทางคือ นับจากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีชนเผ่าอาหลานและชนเผ่าชื้อสุ่ยอยู่บนทุ่งหญ้าสามหมื่นลี้อีกต่อไป"

"อ้อ ลืมบอกพวกเจ้าสองคนไปว่าเปิ่นเตี้ยนคือใคร"

"เปิ่นเตี้ยน"

"เทพสงครามเป่ยเหลียง"

"หลี่มู่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - เปิ่นเตี้ยน เทพสงครามเป่ยเหลียง หลี่มู่

คัดลอกลิงก์แล้ว