- หน้าแรก
- ปาฏิหาริย์ลูกขนไก่ เกิดใหม่ฝันไกลระดับโลก
- บทที่ 12 - ช่วงเวลาประวัติศาสตร์!
บทที่ 12 - ช่วงเวลาประวัติศาสตร์!
บทที่ 12 - ช่วงเวลาประวัติศาสตร์!
บทที่ 12 - ช่วงเวลาประวัติศาสตร์!
เมื่อมองไปยังหมายเลขลู่วิ่งที่จุดสตาร์ท ที่นี่ไม่มีบล็อกออกตัวเตรียมไว้ให้ แต่วังอวี่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
โหวจวิ้นข่ายและหลัวหลินอยู่ในลู่วิ่งที่ 2 และ 3 ส่วนวังอวี่อยู่ในลู่วิ่งที่ 4 วังเหมิ่งเรียกนักเรียนคนหนึ่งให้ถือนาฬิกาจับเวลาไปยืนรออยู่ที่เส้นชัย ส่วนตัวเองจะคอยให้สัญญาณที่จุดสตาร์ท
เป็นการทดสอบที่แสนจะเรียบง่าย... และดูจะหยาบไปหน่อยด้วยซ้ำ...
ฟึ่บๆๆ...
เด็กหนุ่มหน้าเหลี่ยมสวมเสื้อกล้ามสีดำ ตัดผมทรงสั้นเกรียน วิ่งหอบบล็อกออกตัวดังกราวมาแต่ไกล
"ครูวังครับ รอเดี๋ยว ผมขอทดสอบด้วยคนสิ ฮิๆ..."
คนนี้ชื่อ ตู้เฉิงอวี่ เขาฝึกกีฬามาตั้งแต่ ม.ต้น แต่สถิติวิ่ง 100 เมตรอยู่ที่ประมาณ 12 วินาทีกว่าๆ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับธรรมดาของทีมกีฬา
วังอวี่ไม่ค่อยชอบหน้าคนนี้เท่าไหร่นัก เพราะเขาชอบทำตัวเด่นและนิสัยชอบข่มเหงคนอ่อนแอกว่า
"ทำเป็นเรื่องมาก" วังเหมิ่งถลึงตาใส่ตู้เฉิงอวี่พร้อมกับเร่ง "จะวิ่งก็รีบๆ เลย"
โหวจวิ้นข่ายและหลัวหลินพยายามวอร์มอัพร่างกาย ดูจากสีหน้าแล้วก็พอจะรู้ว่าทั้งคู่มีความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
วังอวี่เองก็กำลังวอร์มอัพเช่นกัน เขาพยายามยืดเส้นยืดสายที่แขนขาเพื่อป้องกันอาการกล้ามเนื้อฉีกขาด
"หึๆ..." ตู้เฉิงอวี่หมุนคอไปมาพร้อมกับหักข้อนิ้วเสียงดังกรอบแกรบ เขาแค่นยิ้มหยันใส่ทั้งสามคน ก่อนจะค่อยๆ จัดวางเท้าลงบนบล็อกออกตัวอย่างไม่รีบร้อน
"พร้อมกันหรือยัง" วังเหมิ่งเริ่มจะรำคาญ เขาจ้องมองทั้งสามคนด้วยสายตาเย็นชา
วังอวี่รู้จักท่าทางตอนออกตัวเป็นอย่างดี แต่ในเมื่อไม่มีบล็อกออกตัว การทำท่านั้นอาจจะสู้การย่อตัวลดจุดศูนย์ถ่วงลงไม่ได้
ส่วนโหวจวิ้นข่ายและหลัวหลินพยายามวางมือยันพื้น เลียนแบบท่าทางเตรียมออกตัวของนักกีฬาอาชีพ
"ไอ้ตู้เฉิงอวี่นั่น ชอบหาเรื่องโชว์เหนือกับเด็กใหม่ตลอดเลยนะ ทีเวลาฝึกซ้อมปกติล่ะไม่เคยจะตั้งใจ"
"ไม่รู้ว่าสามคนนี้จะมีพื้นฐานเป็นยังไงบ้าง ขอให้มีคนเก่งๆ มาสักคนเถอะ ไม่งั้นคงน่าเบื่อตายเลย"
"ถึงมาก็แค่พวกครึ่งๆ กลางๆ นั่นแหละ จะวิ่งยังไงก็ไม่มีทางแซงพวกเราได้หรอก"
"เข้าที่..."
ทั้งสามคนยกสะโพกขึ้น ถ่ายเทจุดศูนย์ถ่วงไปที่ช่วงแขน รวบรวมสมาธิให้ถึงขีดสุด
วังอวี่วางเท้าขวาไว้ด้านหลัง ปลายเท้าบิดลงบนพื้นเล็กน้อย ร่างกายผ่อนคลายแต่จิตใจจดจ่อ
"ระวัง..."
ปรี๊ด!
วังเหมิ่งเป่านกหวีดพร้อมกับโบกมือให้สัญญาณทันที
ในบรรดาทั้งสี่คน ตู้เฉิงอวี่ออกตัวได้เร็วที่สุด เขาทิ้งห่างคนอื่นไปสองช่วงตัว วังอวี่เป็นอันดับสอง หลัวหลินอันดับสาม ส่วนโหวจวิ้นข่ายเพราะร่างกายที่ใหญ่โตเกินไป ทำให้จังหวะพุ่งตัวโอนเอนไปข้างหน้าจนเกือบหน้าคะมำ แต่ก็ยังพอคุมจังหวะไว้ได้
วังอวี่ทุ่มสุดตัว ก้าวเท้าให้กว้างที่สุด แกว่งแขนอย่างรุนแรง ทิ้งห่างทั้งโหวจวิ้นข่ายและหลัวหลินไว้เบื้องหลัง
ด้านหน้าของวังอวี่ ตู้เฉิงอวี่มีสีหน้าผ่อนคลาย ถึงขั้นหันหลังกลับมามองคนอื่นในขณะที่กำลังวิ่งสปรินต์ 100 เมตรอยู่
ทว่าพอหันมามองเท่านั้นแหละ เขาก็แทบจะตะคริวกินด้วยความตกใจ
สิ่งที่เขาเห็นคือเท้าทั้งสองข้างของวังอวี่ราวกับวงล้อสองวงที่หมุนคว้าง ประสานกับแขนที่แกว่งจนเห็นเป็นภาพติดตา กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยเสียงที่ราวกับฟ้าถล่ม
"เชี่ยเอ๊ย!" ตู้เฉิงอวี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาไม่กล้าประมาทอีกต่อไป ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคร่งเครียด หัวใจเต้นรัวแรง
"เด็กใหม่สามคนนี้พรสวรรค์ไม่เลวเลยนะ ตู้เฉิงอวี่ทิ้งห่างพวกเขาไม่ได้เท่าไหร่เลย"
"ดูไอ้หนุ่มลู่วิ่งที่สี่สิ จะตามตู้เฉิงอวี่ทันแล้ว ท่าทางก็ดีด้วย หรือว่าเคยฝึกมาเปลา?"
"ถ้าสามคนนี้ไม่เคยฝึกมาก่อนเลย แล้ววิ่งได้ขนาดนี้ ถือว่ามีพรสวรรค์มากจริงๆ"
ทั้งสี่คนพุ่งทะยานราวกับรถมอเตอร์ไซค์สี่คันบนสนามแข่ง วังอวี่อาศัยจังหวะก่อนถึงเส้นชัยไม่ถึงสิบเมตร เร่งสปีดแซงหน้าตู้เฉิงอวี่ที่กำลังสิ้นหวังขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งในที่สุด
คนที่ยืนจับเวลาอยู่ที่เส้นชัยชื่อ ต้วนเถี่ยหนิว ร่างกายทั้งสูงทั้งท้วม วิชาเอกคือทุ่มน้ำหนัก
"ลู่วิ่งที่สอง 12.29 วินาที"
"ลู่วิ่งที่สาม 12.15 วินาที"
"ลู่วิ่งที่สี่ 11.75 วินาที"
"ลู่วิ่งที่ห้า 11.91 วินาที"
"โธ่โว้ย!" ตู้เฉิงอวี่หน้าเขียวด้วยความอับอาย เขาจ้องมองพวกวังอวี่ทั้งสามคนด้วยความหวาดระแวง ภายในใจเต็มไปด้วยความเจ็บใจจนอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
"พวกนายเคยฝึกมาก่อนหรือเปล่า?"
ทั้งสามคนส่ายหน้าปฏิเสธ
"นี่คือเด็กใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าสู่วงการงั้นเหรอ?" ตู้เฉิงอวี่ตาค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ
จู่ๆ เขาก็รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก เขาฝึกซ้อมมาตั้งแต่ ม.ต้น แต่สุดท้ายกลับวิ่งสู้คนที่ไม่เคยฝึกมาก่อนไม่ได้เลย แถมอีกสองคนก็ดูเหมือนจะแซงเขาไปได้ในเร็วๆ นี้ด้วย
"เด็กใหม่ที่มาคราวนี้แข็งแกร่งกันทุกคนเลย พื้นฐานดีขนาดนี้ ครูวังไม่ยอมปล่อยไปแน่ๆ"
"ถ้าสามคนนี้ฝึกซ้อมอีกสักพัก สถิติคงจะขยับขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับเหลยต๋าเหอกับจางเซิงโปได้เลยนะ"
"โดยเฉพาะไอ้คนลู่วิ่งที่สี่ ทดสอบครั้งแรกก็วิ่งต่ำกว่าสิบสองวินาทีแล้ว นี่มันระดับสัตว์ประหลาดชัดๆ!"
วังอวี่มีสีหน้าเหม่อลอยไปชั่วครู่ เขามองดูลู่วิ่งอย่างใช้ความคิด
ก่อนจะเกิดใหม่ เขาไม่มีโอกาสได้วิ่งต่ำกว่าสิบสองวินาทีเลยจนกระทั่งถึงวันสอบพละ แต่นี่คือสถิติ 100 เมตรที่ดีที่สุดของเขา ทั้งที่ยังไม่ได้ใส่รองเท้าตะปูหรือใช้บล็อกออกตัวด้วยซ้ำ
วังเหมิ่งเดินโยกเยกเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่พยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ เขาจ้องมองทั้งสามคนแล้วเอ่ยออกมาสั้นๆ
"ก็ใช้ได้"
"เธอชื่ออะไร" วังเหมิ่งมองวังอวี่ด้วยแววตาที่แฝงความชื่นชมเอาไว้ไม่มิด
"วังอวี่ครับ..."
วังอวี่แอบรู้สึกเอือมระอานิดหน่อย เพราะเขาเพิ่งจะแนะนำตัวกับวังเหมิ่งไปหมาดๆ เห็นชัดว่าตาแก่นี่ไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสักนิด
"การฝึกซ้อมกีฬามันเหนื่อยมากนะ..."
ยังไม่ทันที่วังเหมิ่งจะพูดจบ วังอวี่ก็ชิงพูดขึ้นก่อน "ผมทราบครับ ครูวางใจเถอะ ผมจะตั้งใจฝึกซ้อมอย่างดี"
วังอวี่รู้ดีว่าในใจของวังเหมิ่งกำลังคิดอะไรอยู่ เขาคงกลัวว่าวังอวี่จะถอดใจไปกลางคันจนเสียของ จึงอยากจะพูดกล่อมเกลาจิตใจเสียหน่อย
มุมปากของวังเหมิ่งกระตุกยิ้มขึ้น เขาจ้องมองวังอวี่อย่างมีความหมาย ก่อนจะหันไปมองโหวจวิ้นข่ายและหลัวหลิน
"พวกเธอก็ใช้ได้เหมือนกัน"
วังเหมิ่งหันไปทางสนามฟุตบอลแล้วคำราม "ทุกคน มาเข้าแถว!"
เจิงหัวเยี่ยรีบวิ่งมาหาวังอวี่ทันที เขาตบไหล่วังอวี่เบาๆ แล้วกล่าวว่า "เก่งนี่นา สถิติที่ดีที่สุดของฉันคือ 11.5 วินาที ถ้าเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ครบชุด นายอาจจะตามฉันทันก็ได้นะ"
"ก็งั้นๆ แหละ" วังอวี่ยิ้มตอบ "ผมเคยศึกษาจากคลิปวิดีโอมาบ้าง ถือว่าเลียนแบบท่าทางมาน่ะครับ"
"แบบนั้นก็ได้เหรอ?" เจิงหัวเยี่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้วังอวี่
และด้วยเหตุนี้ วังอวี่จึงได้เข้าร่วมทีมฝึกซ้อมกีฬาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเร็วกว่าในชาติก่อนถึงหนึ่งปีครึ่ง
นี่คือ... ช่วงเวลาประวัติศาสตร์!
การฝึกซ้อมของทีมกีฬาโรงเรียนมัธยม 2 แบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลัก
ส่วนแรกคือการวอร์มอัพร่างกาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเดินก้าวลุก การเตะขาสลับข้างพรอ้มกับเหยียดแขน การวิ่งซอยเท้าสั้นๆ และการกระโดดตบใต้ขา เป็นต้น...
ส่วนที่สองคือการฝึกพื้นฐานสมรรถภาพทางกาย เน้นที่การวิ่ง 100 เมตร การทุ่มน้ำหนัก และการเขย่งก้าวกระโดดแบบยืนอยู่กับที่ ซึ่งในการสอบพละแต่ละส่วนมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน
ส่วนที่สามคือการฝึกวิชาเอกของตัวเอง สำหรับโรงเรียนของวังอวี่จะมีเพียงวิชาเอกประเภทลูกบอลและกรีฑาเท่านั้น ซึ่งมีคะแนนสอบพละสูงถึง 40 คะแนน
ประเภทกรีฑาส่วนใหญ่คือ: วิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร, 400 เมตร, 800 เมตร, ทุ่มน้ำหนัก, กระโดดไกล เป็นต้น
ส่วนประเภทลูกบอลก็มีแค่สองอย่าง คือบาสเกตบอลและฟุตบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนกีฬากว่าร้อยละ 70 เลือก เหตุผลก็ง่ายๆ
คำเดียวคือ "ชัวร์!"
ส่วนที่ว่าจะชัวร์ขนาดไหนนั้น เรื่องนี้คงต้องไปทำความเข้าใจกันเอาเอง
และการฝึกซ้อมส่วนสุดท้ายก็คือ การฝึกพละกำลังนรก การกระโดดขึ้นบันได หรือการวิ่งสปรินต์บนทางลาดชันถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ และสิ่งที่คนในทีมกีฬาหวาดกลัวมากที่สุดก็คือภูเขาที่อยู่ติดกับโรงเรียนแห่งนี้
ภูเขาเซียงสุ่ยซาน!
ภูเขาลูกนี้ไม่สูงนัก ประมาณสองถึงสามร้อยเมตร ทางฝั่งซ้ายมีขั้นบันไดชันที่มุ่งตรงสู่ยอดเขา ส่วนทางฝั่งขวาก็มีขั้นบันไดเหมือนกันแต่จะลาดชันน้อยกว่าและทอดยาวไปถึงตีนเขา
ที่มันน่าสยดสยองนั่นก็เป็นเพราะว่า ขั้นบันไดพวกนี้คือสมบัติในการฝึกซ้อมของทีมกีฬานั่นเอง
วันแรกที่เข้าทีม วังอวี่ถูกสั่งให้เน้นการทำความคุ้นเคยเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องฝึกซ้อมตามโปรแกรมทั้งหมด แต่เขากลับตั้งใจว่าจะลองดูให้ครบทุกอย่าง
เขาอยากจะรู้ว่าในตอนนี้ ตัวเองอยู่ในระดับไหนกันแน่?
(จบแล้ว)